พอทุกคนที่ได้ยินว่าแหวนมิติตือของรางวัล ต่างก็พากันสายตาเป็ประกายกันทั่งลาน แหวนมิติ มันคือแหวนที่มาสารถใส่สิ่งขิงต่างไว้ในมิติภายในแหวน จะพบเห็นผู้ที่ได้ก็จะมีแต่ตระกลูใหญ่ๆสำนักใหญ่เท่านั้น เพราะราคาที่ชื้อขายกันนั้น คนธรรมดาทั่วไปคงไม่มีปัญญาจ่าย
"ทุกคนเงียบก่อน... และปีนี้ท่านเ้าวิหารจะเป็คนส่งมอบรางวัลให้แก่ผู้ที่ชนะสามอันดับแรกด้วยตัวท่านเอง.. พอทุกคนได้ยินวาจาประดานี้ต่างก็ตกตะลึงเข้าไปอีก เพราะตัวตนระดับนี้กว่าจะมีโอกาศได้พบเจอนั้นยากเย็นเสียยิ่งกว่าอะไร แต่ปีนี้เ้าวิหารถึงกับมามอบรางวัลด้วยตัวเอง
โอกาศที่จะได้พบ นั้นมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย และสิ่งนี้ทำให้ผู้คนภายในลานต่างก็พากันส่งสายตามุ่งมั่นขึ้นมาทันที "อันดับหนึ่งต้องเป็ของข้า.. ของข้าต่างหาก ของข้า.... ผู้คนในลานต่างก็พากันเริ่มที่จะแข่งขันกันเสียแล้ว
"ขอให้ทุกท่านอยู่ในความสงบด้วย.....
ิเฉิงก็นั่งฟังอย่างไม่ใส่ใจอะไร เสาห้าวิถีนั้นจะประเมินพร์ผู้ที่นำมือไปจับ หากผู้ใดสามารถฝึกได้หลายวิถีเสานี้ก็จะบอกความสามารถของคนผู้นั้น
ตอนนี้ผู้คนนั้นเริ่มทดสอบไปกว่าครึ่งหนึ่งแล้วส่วนมากจะมีแต่ผู้ที่ฝึกวิถีลมปราณย แต่ิเฉิงก็ยังนั่งรอต่อไป จนเวลาล่วงเลยผ่านไป ตอนนี้ก็ถึงคิวของิเฉิงเขารอทดสอบเป็คนสุดท้าย
"ิเฉิงก้าวขึ้นมาทดสอบได้.. ผู้ที่อยู่ข้างาุโเรียกิขึ้นไป ิเฉิงไม่เอ่ยตอบรับ คนเพียงเดินขึ้นไปด้วยท่าทีสงบ
"เห้ยๆ.. นั้นมันไอ่เด็กเส้นที่ศิษพี่หลิวออกหน้าแทนมันนี่หว่าา.. ข้าอยากจะรู้นักมันมีคุณสมบัติอะไรศิษพี่หลิวถึงต้องออกหน้าแทนมัน
"หึ.. มันก็แค่อาศัยเส้นเข้ามาเป็ศิษของวิหารไท่ชิง แค่ขยะเท่านั้นอย่าไปใส่ใจเลย
หลังจากนั้นผู้คนทั้งหมดที่ทดสอบแล้วก็พากันไปรอที่สนามต่อไป
ิเฉิงตอนนี้ก็เอื้อมมือไปจับท่ีเสา ทันใดนั้นก็พลันปรากฏ คำว่า ปราณ ขึ้นที่เสา จากนั้นิเฉิงก็เดินไปรวมกลุ่มที่สนามต่อไป แต่ทว่าหลังจากที่ผู้ทดสอบจากไปหมดแล้ว ทันใดนั้นเสาก็บังเกิด อีกห้าคำขึ้นมา ร่างกาย จิต กระบี่ โอสถ ปราณ
" หืออ.. " ผู้อาสุโสที่กำลังนั่งพลันอุทานออกมาเบาๆ จากนั้นก็เงียบไป
ณ ลาน สนามที่สอง "พวกท่านทั้งหมดคงรู้ กติกาแล้วห้ามต่อสู้ระหว่างทดสอบ เช่นนั้นเริ่มได้... หลังจากสิ้นเสียงผู้คนก็พากันพุ้งไปทางบันไดด้วยความรีบร้อน ิเฉิงที่ยืนดูก็พลันเดินขึ้นไปอย่างช้าๆ หลังจากที่เขาเริ่มก้าวขึ้นบันไดแรก ก็ยังไม่รู้สึกถึงแรงกดดันอะไร ผ่านไปขั้นที่10 ิเฉิงก็เริ่มรับรู้ถึงแรงกดดัน
ผู้คนจากหนึ่งพลันคนตอนนี้เหลือแค่400กว่าๆ ชั้นสูงสุดที่ผู้คนยืนอยู่ตอนนี้คือชั้นที่40 ผู้คนนั้นเริ่มที่จะไปไม่ไหวเพราะแรงกัดดันนั้นหนักหน่วงเกินไป
ตอนนี้ิเฉิงอยู่ที่ชั้น30ของบันได เขาตอนนี้เริ่มรู้สึกถึงแรงกดดันที่กดทับจนเขาต้องนั่งลง 31 32 33 34 35 เขาเริ่มก้าวขาออกไปช้าๆ ยิ่งขึ้นไปสูงแรงกดดันก็ยิ่งทวีคูณ แต่ทว่าอยู่ๆสายตาของิเฉิงก็ต้องเบิกขึ้น ภายใต้แรงกดดันนั้นอยู่ๆพลังยุทธของเขากลับเลื่อนขั้นเอาดื้อๆ จากสถิติญญาขั้นต้น ตอนนี้ิเฉิงทะลวงเข้าสู่ขอบเขตสถิติญญาขั้นกลางแล้ว แรงกดดันที่หนักหน่วงก่อนหน้า ตอนนี้เขาเบาตัวขึ้นเยอะ แล้วิเฉิงก็ก้าวขาต่อไป 36 37 38 39
"เห้ยๆ ไอ่เด็กเส้นนิ จะให้มันแซงพวกเราไม่ได้ อึก... คนที่พูดก็กระอักเืออกมาเพราะแรงกดดัน ส่วนิเฉิงตอนนี้ก็ก้าวข้ามชั้น40 และผ่านผู้คนส่วนมากไป ตอนนี้คนที่อยู่สูงสุดคือ ห่าวอู๋ มันอยู่ชั้นที่50 อันดับสองอยู่ชั้น48 ทั้งสองหยุดอยู่กับที่เพราะไปต่อไม่ไหว ตอนนี้ิเฉิงคืออันดับสามชั้น45 ิตอนนี้ก็เริ่มที่จะไม่ไหวแล้ว
หากเ้าไม่ได้อันดับหนึ่ง อาจารย์จะหักขาเ้าทิ้ง แค่ทว่าิเฉิงกลับคิดไปถึงคำพูดของ ซิ่วอิง จากนั้นชายหนุ่มก็ก้าวขึ้นไป 46 47 แต่ละก้าวมันช่างยากเย็นแสนเข็น ตอนนี้เขาอยู่ที่อันดับสองแล้ว 49
"น้องเฉิง... ห่าวอู๋พลันส่งยิ้มให้กับิเฉิงด้วยความยากลำบาก เพราะแค่จะหายใจให้ทั่วปอด ก็ยากแล้ว
"พี่อู๋ ิเฉิงกัดฟันตอบรับ
"ต้องขอโทษพี่อู๋แล้ว.. แต่อันดับหนึ่งข้าจำเป็จริงๆ พูดจบิเฉิงก็ก้าวขึ้นไปอยู่จุดเดียวกันกับ ห่าวอู๋ แต่ห่าวอู๋ไม่ได้เอ่ยอะไรเพียงนั่งมองิเฉิง จากนั้นิเฉิงก็ก้าวข้ามขั้นต่อไป 51 แล้วหยุดแค่นั้นตอนนี้ิเฉิงคืออันดับหนึ่ง ความจริงิเฉิงสามารถก้าวไแต่ออีกได้ เพียงแต่เขาไม่อยากเป็ที่จับตามองของผู้คนเท่านั้น
"ไอ่เด็กเส้นนั้น ถึงกลับขึ้นไปถึงชั้น51 ผู้คนด้านล่างพลันตกตะลึงมันที แค่ชั้น40เพียงจะยืนให้ได้ก็ยากเย็นแสนเข็นแล้ว
"ิเฉิง.. เ้ายังจะไปต่อหรือไม่?? ผู้ที่อยู่ข้างกายาุโพลันถามขึ้น
ิเฉิงสายหัวแล้วพูดไปว่า ข้าไปต่อไม่ไหว
"จบการทดสอบ.... ผู้ที่อยู่ข้างกายาุโ ประกาศออกไป
จากนั้นผู้ที่ผ่านการทดสอบเข้าเป็ศิษวิหารไท่ชิง ก็มายืนรวมตัวกันที่ลาน จากนั้นผู้าุโลำดับห้าที่นั่งอยู่ก็ลุกขึ้น
"ปีนี้ผู้คนที่เข้าทดสอบหนึ่งพันกว่าคน.. ผ่านการทดสอบสองร้อยกว่า ถือว่าเกินความคาดหมายของเราาุโ าุโลำดับห้ากล่าวประกาศกับศิษใหม่
"ตอนนี้พวกเ้าสองร้อยกว่าคนคือศิษสายนอกของวิหารไท่ชิง พวกเ้าสองร้อยกว่าคนคือบุคคลที่มีพร์ ภายภาคหน้าต้องเดินตามอุดมการณ์ของวิหาร นั้นก็คือ ยึดถือความองอาจ พิฆาตศัตรู เป็ผู้รู้ในวิถีฝึกตน... ศิษใหม่ทั้งสองร้อยยืนฟังอย่างสงบ
"วันนี้ท่านเ้าวิหารจะมาให้รางวัลแก่ผู้ชนะสามอันดับแรก นี้ถือเป็ของขวัญล้ำค้าของพวกเ้าทั้งหลายแล้ว ิเฉิง ห่าวอู๋ จินเซียง เดินออกมาข้างหน้า
าุโสั่งให้ิเฉิง ห่าวอู๋และจินเซียงเดินออกมาข้างหน้า หลังจากที่ทั้งสามเดินออกมาข้างหน้า าุโก็พูดขึ้นอีก พวกเ้าทั้งสามคือผู้ที่โดดเด่นสุดในปีนี้ สามารถไปถึงชั้น 48 50 51 ได้ ถือว่าสุดยอดแล้ว าุโมองดูทั้งสามด้วยสีหน้ายินดี
ทันใดนั้นบนท้องฟ้าก็ปรากฏหญิงสาวในอาภรณ์สีม่วงลอยลงมา แต่ไม่มีใครเห็นหน้านางเพราะนางสวมผ้าคลุมไว้ กลิ่นอายของนางนั้นสง่า สูงส่งและสุขุม
นางคือผู้สืบทอดของเ้าวิหาร ผู้คนทั้งหลายต่างพากันประสานมือคำนับ ศิษพี่ไป๋หลาน
"พอถึงพื้นนางก็คำนับไปทางาุโ " ผู้าุโห้า วันนี้ข้านำความจากท่ายอาจารย์มาบอก วันนี้อ่านอาจารย์รู้สึกไม่สบายแต่ก็ยังอยากจะมอบรางวัลให้สามอันดับแรกด้วยตนเอง ดังนั้นจึงให้ข้ามานำทางทั้งสามไปพบอาจารย์... เสียงของนางนั้นนุ่มและน่าฟังเป็อยากมากเสียดายก็แต่ไม่อาจเห็นรูปร่างหน้าตาของนางได้
"อาการของนางกำเริบรึ?? าุโห้าพลันถาม
"อื่ม.. ไป๋หลานตอบรับ
"แล้วทำไมนางไม่พักผ่อนเล่า เพื่อศิษใหม่สายนอกกลับจะยังมอบรางวัลให้ด้วยมือตัวเอง.... าุโห้ากล่าว
"อาจารย์ตั้งใจไว้แล้วจึงไม่คิดจะกลับคำ
"เหอออ... เช่นนั้นก็นำทั้งสามไปเถอะ... าุโห้าถอนหายใจออกมา