ร้านขายของชำของผมที่ต่างโลก

    บทที่ 116

    มิเรียน่าได้ยิ้ม และหัวเราะไปอย่างขำๆ ก่อนจะบอกแก่พวกเขาทำนองว่ามันค่อนข้างเป็นไปได้ยาก เพราะตัวของเธอเป็นแค่คนดูแลสถานรับเลี้ยงตัวเล็กๆเท่านั้น ไม่มีอำนาจพอที่จะเข้าถึงพวกท่านได้เลย จากนั้นเธอก็พาฌอน และเฟียร์ดูอีกหลายอย่างรวมถึงยังเล่นกับเด็กๆอีกนิดหน่อยโดยที่พวกเขานั้นไม่รู้เรื่องเลยว่าจักรพรรดิ และจักรพรรดินีเล่นกับพวกเขาอยู่ตรงนี้ เวลาผ่านไปฌอน และเฟียร์ก็ขอตัวลาเพื่อไปที่อื่นต่อ พวกเขาทั้งสองยังได้เยี่ยมชมตลาด วิถีชีวิตที่พวกประชาชนต่างก็ต้องปรับเปลี่ยนไป การสร้างห้องน้ำ หอสมุด และโรงเรียน ทั้งหมดเป็นไปอย่างเรียบร้อยดี บางทีก็ไปเจอกับคนที่รู้ว่าพวกเขาเป็นใคร พวกเขาต่างก็ทำความเคารพกันใหญ่โตเลยทีเดียว ฌอนคาดการณ์ว่าสิ่งที่เขาวางแผนสำหรับเมืองนี้จะแล้วเสร็จในสัปดาห์ข้างหน้ายกเว้นทางรถไฟที่ต้องใช้ระยะเวลาอีกหลายเดือนกว่าจะแล้วเสร็จ วันนี้ทั้งวันพวกเขาทั้งสองคนก็เหมือนเดินตรวจงานเสียมากกว่าจะมาท่องเที่ยว ก่อนจะกลับมาที่ปราสาทเมืองดีไวท์ พวกเขาก็ได้แวะที่ร้านขนมหวานของฌอนเพื่อพักผ่อน และได้คุยเรื่องที่ผ่านมาของวันนี้ว่าควรจะทำอะไร แน่นอนว่ามีทั้งคนที่จำพวกเขาได้ และมันก็วุ่นวายพอตัวกว่าจะผ่านสถานการณ์นั้นมาได้  เช้าวันใหม่การเปลี่ยนแปลงก็เริ่มมีให้เห็นเข้ามาบ้างแล้ว ตู้สีแดงขนาดไม่ได้ใหญ่มาก และมันอาจจะเป็นตู้ที่เรียกได้ว่าเป็นตู้ไปรษณีย์ พร้อมกับมีป้ายประกาศอย่างชัดเจนว่ามันเป็นช่องส่งจดหมายถึงราชวงศ์โดยตรง สามารถเขียนร้องเรียน และข้อเสนอความคิดจากประชาชนทุกคนในดินแดน แน่นอนว่าอีกไม่นาน ตู้นี้จะมีตั้งไว้ทุกหัวเมืองในมหาอาณาจักรโอเวอร์ลอร์ด อีกสองวันจะเป็นวันแห่งการเฉลิมฉลองราชวงศ์โอเวอร์ลอร์ด ทำให้ทุกๆฝ่ายต่างก็วุ่นวายกันหมด นอกจากนี้ยังมีงานที่ต้องแก้ไขตามที่ฌอนและเฟียร์ต้องการ เรื่องเบี้ยเลี้ยงสำหรับวัยชรา และคนพิการ สามารถรับเงินได้ที่ธนาคารเป็นจำนวนเดือนละ 1 เหรียญทอง ซึ่งมันเป็นสวัสดิการของอาณาจักร เงื่อนไขนั้นมีสามหัวข้อหลัก หนึ่งต้องมีอายุ 55 ปีขึ้นไปหรือเป็นบุคคลพิการเท่านั้น สองจะต้องเป็นผู้ที่มีบัตรประชาชนของอาณาจักรโอเวอร์ลอร์ดเท่านั้น สามคือจะต้องเป็นผู้มีรายได้ในทางอื่นต่อเดือนไม่เกิน 2 เหรียญทองต่อเดือน ในขณะที่มหาอาณาจักรโอเวอร์ลอร์ดกำลังวุ่นวายในการเปลี่ยนแปลงระบบต่างๆ ก็มีอาณาจักรหนึ่งเช่นกันที่กำลังตกตะลึงกับข่าวจากอาณาจักรโอเวอร์ลอร์ดที่กำลังถูกแจ้งจากคนของโอเวอร์ลอร์ดเองเข้ามาจากถึงท้องพระโรงในตอนนี้ และนั่นก็คืออาณาจักรบิสทาเนีย  “เราคือตัวแทนพระองค์แห่งราชวงศ์โอเวอร์ลอร์ด ท่านมหาจักรพรรดิฌอน คริสเตียน โอเวอร์ลอร์ด ทรงมีรับสั่งให้ผู้คนของท่านทั้งหมด รวมไปถึงพันธมิตรของพระองค์ก็ด้วย ให้ตัดขาดความสัมพันธ์กับอาณาจักรบิสทาเนียในทุกช่องทางนับจากนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีรับสั่งเป็นอย่างอื่น .. นอกจากนี้พระองค์ยังทรงเอ่ยคำเตือนมาถึงท่านที่เป็นผู้ปกครองแห่งบิสทาเนีย เกี่ยวกับสงครามกับมหาอาณาจักรโอเวอร์ลอร์ดของเราในอีกไม่ช้า พระองค์ทรงบอกให้ท่านเตรียมกำลังพลเอาไว้ให้พร้อม และมากพอ เพราะองค์จักรพรรดิของเราจะทำการบุกรุกอย่างเต็มรูปแบบ จบคำประกาศ.. ข้าขอตัว..” ผู้แทนราชวงศ์ที่ได้รับเลือกมาอย่างดีในอาณาจักรโอเวอร์ลอร์ด แน่นอนว่าพวกเขาเหล่านั้นก็เป็นนักฆ่าฝีมือดีที่หาตัวจับได้ยาก และยังได้แนนซี่เป็นผู้ดูแลด้วยตัวเองอีกด้วย ความโหดของคนเหล่านี้ก็คงไม่ต้องพูดถึงเลยด้วยซ้ำ คำประกาศเหล่านี้ก็ถูกส่งมาจากแนนซี่มาโดยตรง เขากล่าวเสร็จแล้วก็หันหลังเดินกลับ “ช้าก่อนท่านผู้แทนพระองศ์แห่งโอเวอร์ลอร์ด.. ข้ามีคำถาม.. ไม่ทราบว่าตัวของข้าทำอะไรให้กับองค์จักรพรรดิของพวกท่านไม่พอพระทัยอย่างนั้นหรือ เท่าที่ข้าจำได้ข้ายังไม่ได้ทำอะไรให้พระองค์ขุ่นเคืองเลยสักครั้ง ของบรรณาการเองข้าก็ส่งให้มากมาย ข้าไม่เข้าใจเลยว่าพระองค์โกรธแค้นอะไรข้า ช่วยชี้แจ้งให้กับข้าได้หรือไม่..”พระราชาอาณาจักรบิสทาเนียกล่าวออกมาอย่างสงสัย แน่นอนว่าเขามึนงงกับเหตุการณ์นี้ ในตอนที่ได้ยินคนสนิทบอกว่าจะมีผู้แทนพระองค์ของโอเวอร์ลอร์ดเข้าเฝ้าเขาเป็นการด่วนเขาคิดว่ามันจะเป็นเรื่องความสัมพันธ์ที่ดีอย่างแน่นอน และไม่คิดว่ามันจะเป็นอย่างนี้เลย  “เห้อ..ข้าจะพูดกับท่านตรงๆในฐานะคนธรรมดาคนหนึ่งก็แล้วกัน จริงๆตัวข้าก็ไม่อยากจะให้มันเป็นอย่างนี้หรอกนะขอรับ ในฐานะคนที่อาศัยอยู่ในอาณาจักรนี้มาได้ระยะหนึ่ง ข้าชื่นชอบที่แห่งนี้มากนะขอรับ และข้าเองก็นับถือการบริหารบ้านเมืองของท่านเช่นกัน..แต่บุตรชายของท่านดันมาดูถูกราชวงศ์อันศักดิ์สิทธิ์ของเรา ไม่พอยังไปมีเรื่องกับท่านองค์จักรพรรดิ และยิ่งแล้วใหญ่ยังพูดให้องค์จักรพรรดินีเสื่อมเกียรติแห่งพระองค์ในทางชู้สาว และนั่นมันจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ราชวงศ์ของท่านต้องถึงจุดจบอย่างนี้..” ผู้แทนถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะกล่าวออกมาอย่างเศร้าๆ ตัวของเขานั้นไม่อยากให้มันเป็นอย่างนี้เลย จริงๆเขาก็มีคนที่เขาอยากจะร่วมชีวิตอยู่ด้วย เธอคนนั้นเป็นลูกสาวของเสนาบดีซ้ายของราชวงศ์นี้ และเมื่อมันเป็นอย่างนี้ แน่นอนว่าเธอน่าจะต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย เขาจึงเศร้าใจเล็กน้อย“เดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะท่านผู้แทนพระองค์แห่งโอเวอร์ลอร์ด .. ข้ามีข้อเสนอให้กับราชวงศ์ของท่านเจ้าค่ะ..” จู่ๆเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้นมาทำลายความเงียบ“ท่านคิดว่าจะมีสิ่งใดสามารถต่อรองได้หรือขอรับองค์หญิงทีน่า .. ถึงท่านจะกล่าวอย่างนั้น แต่ตัวข้าก็ไม่ได้อยู่ในจุดที่องค์จักรพรรดิ ไม่ซิ ต้องกล่าวว่าตัวข้าคงเป็นได้แค่มดปลวกเพียงเท่านั้น ข้าไม่สามารถช่วยเหลืออะไรพวกท่านได้เลยขอรับ..” ผู้แทนคนนั้นกล่าวออกมา“ท่านอย่าเพิ่งกล่าวเช่นนั้น หากข้าได้ยินไม่ผิดคำประกาศของท่านมีจุดหนึ่งที่ข้าสงสัยอยู่..คำว่า ‘จนกว่าจะมีรับสั่งเป็นอย่างอื่น’ นั่นก็หมายความว่าเราราชวงศ์แห่งบิสทาเนียยังสามารถต่อรองกับราชวงศ์แห่งโอเวอร์ลอร์ดได้อยู่ ท่านไม่คิดว่าอย่างนั้นรึ.. แน่นอนว่าข้าเองก็ไม่ได้ให้ท่านทำงานที่ลำบากใจเช่นนี้ฟรีๆ ตัวของเขามีรางวัลให้กับท่าน เพียงแค่ท่านแจ้งเงื่อนไขของเราไปให้ถึงองค์จักรพรรดิ..”องค์หญิงกล่าวตามหลักเหตุผล มันทำให้ผู้แทนถึงกับลูบที่คางเล็กน้อยและคิดตาม ซึ่งมันก็เป็นความจริงตามที่องค์หญิงกล่าวออกมา แต่ก็มาติดที่คำว่ารางวัลนี่แหละที่ทำให้เขาถึงกับต้องขมวดคิ้ว“รางวัลอย่างนั้นรึ สำหรับข้ามันคงจะเรียกว่าสินบนเสียมากกว่า .. แต่ก็ช่างเถอะ ตามที่ท่านกล่าวมานั้นมันก็สามารถเป็นไปได้อยู่ เชิญท่านกล่าวเงื่อนไขของท่านออกมาเถอะ แต่ข้าบอกก่อนเลยว่าข้าสามารถทำได้เท่าที่ทำเท่านั้น..” ผู้แทนกล่าวออกมา และนั่นมันทำให้องค์หญิงถึงกับยิ้มออกมาที่เงื่อนไขแรกของเธอผ่านไปได้ “ข้าจะขอกล่าวถึงรางวัลของท่านก่อน ตัวข้านั้นเห็นว่าท่านรักใคร่ชอบพอกับบุตรของท่านเสนาบดีซ้าย และแน่นอนว่าถ้าทุกอย่างมันเป็นไปได้ด้วยดี ข้าและพระบิดาจะออกหน้าขอบุตรสาวผู้นี้ให้แก่ท่านด้วยตัวเอง ท่านคิดเช่นนั้นหรือไม่ท่านพ่อ ท่านเสนาบดีซ้าย” แน่นอนว่าทั้งสองก็ตอบตกลงอย่างรวดเร็วสำหรับเสนาบดีซ้ายแล้วเขาก็ไม่ได้ติดอะไร ถ้าลูกสาวเขาชอบชายคนนี้ก็ยิ่งดี ตระกูลของเขาก็จะได้มีหน้ามีตามากขึ้นไปอีก ผู้แทนพระองค์ที่ได้ยินอย่างนั้นเขาก็ยังนิ่งฟังอยู่โดยที่ไม่กล่าวอะไรออกมาสักคำเดียว เขาที่เป็นถึงนักฆ่ากลับโดนสืบเสียเอง นับว่าเสียประวัติอย่างแท้จริง แต่ถ้าข้อเสนอนั้นองค์จักรพรรดิทรงชื่นชอบแล้วล่ะก็ตัวของเขาก็นับว่าได้ผลประโยชน์เท่ากับว่าวินๆกันทุกฝ่าย“เชิญกล่าวข้อเสนอของท่านมาเถอะองค์หญิง..” เขากล่าว“ข้อเสนอของเราคือ เราจะยอมถวายตัวเองเป็นสนมขององค์จักรพรรดิแห่งโอเวอร์ลอร์ด.. แลกกับการปล่อยให้ราชวงศ์บิสทาเนียของเราอยู่รอดต่อไป..” องค์หญิงกล่าว... 

    คล้ายกับเรื่องร้านขายของชำของผมที่ต่างโลก ที่คุณอ่าน