ระบบกลืนกินระดับเทพ : เส้นทางวิวัฒนาการของตัวข้าผู้เป็นสัตว์อสูร (อ่อนแอ)

    เล่มที่ 5 บทที่ 142 แส้ทองคำอ่อน ขาดสะบั้น!

            ไป๋ฉางเซิงไม่รู้ว่าโซเฟียทำแบบนั้นได้อย่างไรแต่ที่แน่ๆ คือลูกเล่นนี้ของเธอทำให้เขาตั้งรับไม่ทัน

            ในจังหวะสำคัญที่กำลังชาร์จพลังอัสนีบาตอยู่นั้นปฏิกิริยาของไป๋ฉางเซิงก็ช้าลงกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด

            และโซเฟียก็ฉวยโอกาสจากความล่าช้าเพียงชั่วพริบตานั้นได้อย่างแม่นยำ

            แส้ทองคำอ่อนม้วนพันรอบกายของไป๋ฉางเซิงก่อนจะออกแรงกระชากอย่างกะทันหัน ร่างของโซเฟียพลิกแพลงกลางอากาศพุ่งทะยานเข้าหาไป๋ฉางเซิงในลักษณะดิ่งลงมา

            อุตส่าห์ระวังตัวแทบตายสุดท้ายก็โดนโซเฟียเล่นงานเข้าจนได้

            ใครจะไปคิดว่าแส้ของเธอจะเมินเฉยต่อแรงเฉื่อย แถมยังเปลี่ยนทิศทางได้โดยไม่ต้องเสียเวลาตวัดใหม่ด้วยซ้ำ

            แต่ไป๋ฉางเซิงก็ไม่ได้ตื่นตระหนกอะไรเดิมทีเขาก็ไม่ได้คิดว่าจะซัดโซเฟียลงจากลานประลองได้ง่ายๆ อยู่แล้วตอนนี้ก็แค่มีอุปสรรคแทรกเข้ามานิดหน่อยทำให้ทุกอย่างกลับเข้าสู่ร่องเดิมที่ควรจะเป็น

            พลังอัสนีบาตชาร์จเสร็จแล้วที่เหลือก็แค่ซัดใส่โซเฟียเท่านั้น

            ทางด้านโซเฟียดูเหมือนจะเดาความคิดของไป๋ฉางเซิงออกมือขวาที่ถือแส้กระตุกวูบ แส้ทองคำอ่อนที่พันรอบตัวไป๋ฉางเซิงถูกดึงกลับทว่าพอดึงกลับมาได้ครึ่งทาง ปลายแส้กลับเปลี่ยนทิศทางอีกครั้งสะบัดเข้าใส่เกล็ดมังกรม่วงตรงหน้าผากของไป๋ฉางเซิงอย่างรุนแรง

            ด้วยบทเรียนจากครั้งแรกครั้งนี้ไป๋ฉางเซิงระวังตัวอยู่แล้ว พลังอัสนีบาตจึงถูกปลดปล่อยออกไปอย่างดุดัน

            แส้ทองคำอ่อนไม่อาจต้านทานพลังสายฟ้าได้เลยในวินาทีที่ปะทะกันมันขัดขวางได้แค่ชั่ววูบ ก่อนจะถูกอัสนีบาตซัดจนกระเด็นออกไปจากนั้นมวลสายฟ้าก็ยังคงพุ่งทะยานเข้าหาโซเฟียอย่างไม่ลดละ

            แต่ตอนนี้เท้าทั้งสองข้างของโซเฟียแตะพื้นลานประลองแล้วเมื่อมีจุดให้ยืมแรง เธอก็เปลี่ยนจังหวะการเคลื่อนไหวทันที

            เธอเอียงตัวหลบด้วยท่วงท่าที่พิสดารเกินคาดเดาหลบอัสนีบาตของไป๋ฉางเซิงไปได้อย่างหวุดหวิด

            เปรี้ยง!อัสนีบาตฟาดลงบนลานประลองดังกึกก้อง

            โซเฟียระเบิดพลังจากช่วงเอวโดยไม่คิดจะปรับท่าทางให้มั่นคงพลังเลือดในกายเดือดพล่าน ผลักร่างของเธอให้พุ่งเข้าหาไป๋ฉางเซิงราวกับลูกศร

            การต่อสู้มาถึงขั้นนี้ทั้งไป๋ฉางเซิงและโซเฟียต่างรู้ดีว่าต้องทำยังไงถึงจะชนะ

            ฝ่ายหนึ่งดันทุรังจะเข้าประชิดตัวให้ได้ส่วนอีกฝ่ายก็ทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาระยะห่าง

            ขณะที่ไป๋ฉางเซิงถอยร่นอย่างรวดเร็วเขากำลังจะรวบรวมลูกไฟเพื่อขัดขวางการบุกของโซเฟียอีกครั้งแต่โซเฟียที่คว้าโอกาสนี้ไว้ได้ มีหรือจะยอมปล่อยให้เขาหนีไปง่ายๆ?

            แส้ที่ถูกอัสนีบาตซัดกระเด็นไปเมื่อกี้กลับมาพันรอบตัวไป๋ฉางเซิงอีกครั้งตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้แรงกระชากอย่างรุนแรงทำให้ร่างของมังกรหนุ่มชะงักงันก่อนจะเห็นโซเฟียพุ่งเข้ามาในท่าลูกเตะทะยานฟ้า

            ไม่ใช่สิถึงพลังเลือดของเธอจะสูง แต่ความแข็งแกร่งของฉันก็ไม่ใช่ย่อยๆ นะ

            เอาอะไรมามั่นใจว่าถ้าเดิมพันทุกอย่างเพื่อเข้าประชิดตัวฉันแล้วเธอจะต้องเป็นฝ่ายชนะ?

            “เสี่ยวไป๋!”

            จู่ๆเจียงจืออวี๋ที่อยู่ด้านหลังก็ส่งเสียงเรียกเขา

            ไป๋ฉางเซิงไม่ได้หันกลับไปมองแต่ด้วยใจที่เชื่อมถึงกันแค่เสียงเรียกเดียวเขาก็เข้าใจความหมายของเจียงจืออวี๋ทันที

            ท่ามกลางการบุกประชิดตัวแบบไม่คิดชีวิตของโซเฟียไป๋ฉางเซิงเบนสายตาไปมองแส้ทองคำอ่อนที่พันธนาการร่างของเขาอยู่

            เส้นผมบังภูเขาแท้ๆ

            ก่อนหน้านี้ไป๋ฉางเซิงมุ่งเป้าความสนใจไปที่ตัวโซเฟียทั้งหมดจนแทบไม่ได้สนใจอาวุธของเธอเลย

            แต่หลังจากปะทะกันหลายครั้งเขาก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ และเมื่อได้ยินเสียงเรียกเตือนสติจากเจียงจืออวี๋ไป๋ฉางเซิงก็พบต้นตอของปัญหาในที่สุด

            แส้ทองคำอ่อนเส้นนี้ประสานเป็นหนึ่งเดียวกับโซเฟียได้ดีเกินไป

            ถ้าเปลี่ยนเป็นอาวุธชิ้นอื่นคงไม่สามารถโจมตีได้พิสดารแบบนี้หลายครั้งแน่

            และด้วยการสนับสนุนจากแส้เส้นนี้ทำให้โซเฟียสามารถแสดงค่าพลังเลือดเกือบสองหมื่นแต้มออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

            ในสถานการณ์แบบนี้ไป๋ฉางเซิงย่อมไม่สามารถสร้างความได้เปรียบเหนือโซเฟียได้อย่างเด็ดขาด

            แต่ถ้าเขาสามารถทำลายอาวุธนั้นทิ้งได้ต่อให้โซเฟียจะมีพลังเลือดสูงแค่ไหน พลังต่อสู้ก็ต้องลดลงอย่างแน่นอน

            ลูกไฟและอัสนีบาตถูกสั่งสมพลังพร้อมกันแต่ครั้งนี้โซเฟียกลับสัมผัสไม่ได้ถึงเจตจำนงสังหารจากไป๋ฉางเซิง

            “เอ๊ะ?”

            แววตาของโซเฟียฉายแววสงสัยแต่แค่อึดใจเดียวเธอก็ได้คำตอบ

            ลูกไฟถูกซัดออกไปแต่มันไม่ได้พุ่งเป้าไปที่เธอ มันพุ่งเข้าใส่แส้ทองคำอ่อนในมือของเธอต่างหาก!

            แย่แล้ว!

            โซเฟียใจหายวาบเธอรีบกระตุกแส้หมายจะดึงกลับ แต่กลับพบว่าไป๋ฉางเซิงอ้าปากงับแส้เส้นนั้นไว้แน่น

            ไม่เปิดโอกาสให้เธอดึงกลับได้เลย!

            ลูกไฟพุ่งเข้าปะทะแส้ทองคำอ่อนแต่มันไม่ได้ระเบิดออกทันทีกลับกลายเป็นเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำแผดเผาแส้เส้นนั้นอย่างบ้าคลั่ง

            จากการปะทะกันก่อนหน้านี้ไป๋ฉางเซิงค้นพบปัญหาอย่างหนึ่ง

            แส้ทองคำอ่อนของโซเฟียมีความยืดหยุ่นสูงกว่าอาวุธประเภทแส้ทั่วไปมากแถมยังสามารถยืดขยายความยาวได้ในระดับหนึ่งด้วย

            คุณสมบัติสองอย่างนี้เองที่ทำให้แส้เส้นนี้สามารถเปลี่ยนท่วงท่าการโจมตีได้พิสดารเหลือเชื่อ

            แต่ปัญหาคือโลกนี้เมื่อได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง

            ในเมื่อโซเฟียเลือกความยืดหยุ่นของแส้เธอก็ต้องแลกกับคุณสมบัติอื่นไป

            เช่นความแข็งแกร่ง หรือการทนความร้อนสูง!

            ด้วยพลังจิตของไป๋ฉางเซิงในตอนนี้เมื่อเร่งพลังอย่างเต็มที่อุณหภูมิของเปลวไฟสามารถพุ่งสูงเกินหนึ่งพันองศาได้ในพริบตา

            แค่อุณหภูมิระดับนี้อาจยังไม่พอที่จะหลอมละลายแส้ทองคำอ่อนได้ทั้งหมดแต่ถ้าบวกอัสนีบาตเข้าไปด้วยล่ะ?

            “ตูม!”

            อัสนีบาตที่สะสมอยู่ในเกล็ดมังกรม่วงตรงหน้าผากถูกปลดปล่อยออกมาอย่างรุนแรงพลังทั้งหมดพุ่งเข้าใส่แส้ทองคำอ่อนที่ถูกเผาจนแดงฉาน

            การโจมตีที่สุดขั้วทั้งสองสายก้าวข้ามขีดจำกัดที่แส้ทองคำอ่อนจะรับไหวแส้เส้นนั้นเริ่มยืดตัวออกตามแรงดึงกระชากด้วยความเร็วที่มองเห็นด้วยตาเปล่า

            จนกระทั่ง...มันขาดสะบั้นลงอย่างสิ้นเชิง!

            ไม่มีเสียงหักที่คมชัดแต่หัวใจของโซเฟียกลับดิ่งวูบ เธอหยุดการบุกโดยพลัน

            เธอก้มมองแส้ทองคำอ่อนในมือที่ขาดครึ่งท่อนสีหน้าของโซเฟียดูไม่ออกว่ากำลังดีใจหรือโกรธ

            ส่วนไป๋ฉางเซิงก็สะบัดแส้อีกครึ่งท่อนทิ้งลงจากลานประลองก่อนจะหันกลับมาประจันหน้ากับโซเฟียอีกครั้ง

            เมื่อไม่มีอาวุธความกดดันจากโซเฟียก็ลดฮวบลง ตอนนี้ต่อให้โดนเข้าประชิดตัวไป๋ฉางเซิงก็ไม่ได้ไร้ทางโต้กลับอีกต่อไป

            ตราชั่งแห่งการต่อสู้ครั้งนี้ดูเหมือนจะเริ่มเอียงมาทางฝั่งของเขาแล้ว

            ขณะเดียวกันบนอัฒจันทร์ผู้ชมรอบทิศทางทุกคนที่ได้เห็นท่าคอมโบต่อเนื่องของไป๋ฉางเซิงจนทำลายอาวุธในมือโซเฟียได้ต่างก็อึ้งไปชั่วครู่ ก่อนที่เสียงโห่ร้องยินดีจะดังสนั่นหวั่นไหว

            “ว่าแล้วเชียว! มังกรขาวตัวนี้ดูน่าเกรงขามขนาดนี้ไม่มีทางธรรมดาแน่คอมโบชุดเมื่อกี้ทำเอาฉันเลือดเดือดเลย!”

            “ให้หลี่ฉางหมิงมาดูเป็นตัวอย่างซะบ้าง ว่าการต่อสู้มันต้องทำยังไง!”

            “สมแล้วจริงๆ คนที่ทะลุเข้ารอบชิงได้ไม่มีใครธรรมดาสักคน เสียอาวุธไปแบบนี้ผู้หญิงต่างชาติคนนั้นจะเอาอะไรมาสู้ต่อล่ะ?”

            “จะว่าไป โซเฟียคนนี้ก็งั้นๆ แหละ อาวุธห่วยชะมัดโดนไฟเผานิดเดียวก็ขาดซะแล้ว”

            “ระวังไว้หน่อยก็ดี ต่อให้ไม่มีอาวุธแต่อีกฝ่ายมีค่าพลังเลือดสูงขนาดนั้นก็ยังอันตรายอยู่ อุตส่าห์ได้เปรียบนิดหน่อยอย่าเพิ่งมาพลิกล็อกแพ้ล่ะ”

             

    คล้ายกับเรื่องระบบกลืนกินระดับเทพ : เส้นทางวิวัฒนาการของตัวข้าผู้เป็นสัตว์อสูร (อ่อนแอ) ที่คุณอ่าน