บทที่ 4 เข้าสู่ขั้นที่หนึ่งของการฝึก
ห้องไลฟ์สดเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่ช่องแชตจะไหลรัวแทบะเิอีกครั้ง
[พระเ้า เขาถูกตำรวจจับไปแล้ว!]
[ถึงจะไม่มีภาพให้ดู แต่ฉันว่านี่เื่จริงแน่นอน!]
[ใจเย็นก่อน มองแวบแรกก็เห็นแล้วไหมว่าเป็การแสดง ถ้าเป็โจรที่ตำรวจตามจับอยู่จริง ๆ นั่งอยู่ที่บ้านเฉย ๆ ตำรวจจะบุกมาจับคาไลฟ์เลยงี้เหรอ? จะบังเอิญเกินไปแล้ว]
[นั่นสิ นอกจากจะมีใครแจ้งตำรวจ]
ฉินเหยียนจินยิ้มก่อนจะแปะลิงก์หลักฐานไว้ที่ห้องไลฟ์ให้คนในแชตเข้าไปดู
“ฉันเป็คนโทรแจ้งตำรวจเองค่ะ ถ้ายังไม่เชื่อว่าเป็เื่จริง ลองหาคดีฆาตกรรมเมื่อสิบเจ็ดปีที่แล้วอ่านดูได้นะคะ นี่คือลิงก์ค่ะ...”
ชาวเน็ตคนหนึ่งคอมเมนต์ว่า [จำได้ว่าเธอออกไปจากห้องประมาณครึ่งนาทีได้ ตอนนั้นไปโทรแจ้งตำรวจมางั้นเหรอ?]
ฉินเหยียนจินพยักหน้ารับ
“ใช่ค่ะ ฉันอ่านชะตาของเขาแล้วก็รู้ว่าเขาเป็คนร้าย ก็เลยออกไปโทรแจ้งตำรวจทันที”
เมื่อชาวเน็ตเปิดลิงก์นั้นแล้วพบภาพของหลิวต้าฉีต่างก็พากันตกตะลึงทันที
[เธอจำผิดคนหรือเปล่า นี่มันไม่ใช่หลิวต้าฉีนี่นา]
หลิวต้าฉีในภาพเป็คนผอม เขายังดูน่ามองกว่าผู้ชายในไลฟ์เมื่อครู่ที่หน้าอ้วนท้วนไปด้วยชั้นไขมัน มองแล้วทำให้รู้สึกดูไม่ได้เอาเสียเลย
แต่ถ้าเป็คนเดียวกันจริงก็คงไม่แปลกที่ตำรวจจะจับเขาไม่ได้เป็เวลาหลายปี การเปลี่ยนแปลงระดับนี้ น่ากลัวว่าแม้แต่พ่อแม่ก็อาจจะจำลูกตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ
ฉินเหยียนจินพูดต่อด้วยความมั่นใจอย่างมาก “เขาคือหลิวต้าฉีจริง ๆ ค่ะ เขามีตาสองชั้นและมีรอยสักที่ขอบปาก แต่น้ำหนักเพิ่มขึ้นแปดสิบกิโลกรัม ทำให้ดูต่างไปจากเดิมจนระบุตัวได้ยาก”
[ฉันดูออกนะ ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าเหมือน โดยเฉพาะจมูกนั่น...]
[อาจารย์ฉินคะ ฉันอยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าหลิวต้าฉีไม่ถูกจับ?]
[คนเลวต้องถูกลงโทษแน่นอน คนแบบนี้ยิ่งเวลาผ่านไปก็มีแต่จะต้องตกต่ำ]
ฉินเหยียนจินส่ายหน้า
“ถ้าวันนี้เขาไม่ถูกจับ หลิวต้าฉีจะร่ำรวยในชั่วข้ามคืน และในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเขาจะได้ขับรถหรู แต่งงานกับภรรยาที่สวยมาก เปิดคลับเป็ของตัวเอง แถมทำเงินได้มหาศาลด้วยค่ะ”
[ไม่มีทาง จะโชคดีอะไรเบอร์นั้น]
[ทำไมถึงเป็แบบนั้นไปได้ล่ะ?]
ฉินเหยียนจินอธิบายขึ้น “เขาซื้อลอตเตอรี่ทุกงวด ต่อให้ไม่มีเงินก็ต้องไปยืมมาเพื่อซื้อลอตเตอรี่ จนทำให้ในที่สุดเขาจะถูกรางวัลแจ็กพอตจนได้เงินมาหลายล้านค่ะ”
ชาวเน็ตในห้องไลฟ์ต่างตื่นใ
[คนเน่า ๆ แบบนั้นยังถูกหวยรางวัลใหญ่เหรอเนี่ย?]
[์ไม่มีตาเลยสินะ]
[์อาจจะเห็นใจในความพยายามที่ตามซื้อทุกงวดก็ได้]
ขณะที่ [นายท่านฉี] ถูกจับ ก็มีรัศมีจากศาสตร์ลับแห่ง์แผ่ออกมารอบ ๆ ฉินเหยียนจิน ดูคล้ายกับหมอกสีขาวจาง ๆ รายล้อมอยู่
หมอกสีขาวเหล่านี้คือปราณิญญา
ทันใดนั้นเองเธอก็สะดุ้ง และเข้าใจสิ่งที่อาจารย์้าจะบอกทันที
อาจารย์ไม่ได้โกหกเธอจริง ๆ ด้วย
หญิงสาวตื่นเต้นมากจึงโบกมือให้ผู้ชมชาวเน็ตที่ดูไลฟ์อยู่
“เอาละ วันนี้ฉันจะจบการไลฟ์แค่นี้นะคะ พรุ่งนี้เจอกันใหม่แปดโมงเช้า ั้แ่พรุ่งนี้เป็ต้นไปฉันขอรับห้าร้อยหยวนต่อคนสำหรับทำนายดวงชะตา และรับแค่สามคนต่อวันเท่านั้นนะคะ!”
พูดจบเธอก็รีบปิดไลฟ์ทันที
ฉินเหยียนจินรีบนั่งขัดสมาธิและค่อย ๆ กลั่นกรองปราณิญญาอันเบาบางรอบตัวอย่างช้า ๆ
นี่เป็กระบวนการดูดซับพลังจากปราณิญญา ร่างกายของเธอจะค่อย ๆ ถูกเสริมพลังให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้ายออกไป พลังงานที่เหลือจะเก็บไว้ที่จุดตันเถียน*[1]ของเธอเองและจะค่อย ๆ ถูกขัดเกลาจนบริสุทธิ์
ในอีกด้านหนึ่ง
หลังจากที่ถานเข่อซินคิดอยู่ทั้งคืน ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจอะไรบางอย่างได้
ก่อนจะออกเดินทางเธอได้ส่งข้อความไปบอกเลิกแฟนหนุ่ม ไม่ว่าการทำนายของอาจารย์จะแม่นยำหรือไม่ เธอก็ไม่อยากจะคบกับเขาอีกต่อไปแล้ว
ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากการหลอกลวงมีแต่จะทำให้หวาดระแวงกันไปตลอด
หลังจากจัดการบอกเลิกแล้ว เธอก็เดินทางไปขึ้นเครื่องบิน
สองชั่วโมงต่อมา ถานเข่อซินก็ไปถึงบริษัทแห่งหนึ่งเพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือทางการค้า ระหว่างที่รออยู่ที่เลานจ์ เธอก็บังเอิญเจอใครคนหนึ่งโดยไม่คาดคิด
“เสี้ยวเหิง ?”
เธอตรงเข้าไปหาชายหนุ่มในชุดสูทรองเท้าหนังดูสง่าตรงหน้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“คุณคือเสี้ยวเหิงใช่ไหมคะ?”
ผู้ช่วยของเสี้ยวเหิงขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นแบบนั้น เขารีบแยกเธอให้ถอยออกไป “คุณผู้หญิงช่วยรักษาระยะห่างจากท่านประธานด้วยนะครับ”
“ท่านประธานเหรอคะ?”
ถานเข่อซินแข็งทื่อ หัวใจของเธอพลันตกลงไปที่ตาตุ่ม รีบก้าวถอยหลังด้วยความใ
“เอ่อ…ขอโทษค่ะ ฉันคงจำคนผิดไปเอง ขอโทษที่เสียมารยาท”
ระหว่างที่เธอจะเดินหนีไป เสียงนุ่มทุ้มของชายหนุ่มกลับดังขึ้นมาก่อน “ถานเข่อซิน ผมได้ยินว่าคุณกำลังจะแต่งงาน มันคือเื่จริงรึเปล่า?”
หญิงสาวหันกลับมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาของเธอแดงก่ำ และเอ่ยด้วยความมั่นใจทันที “คุณคือเสี้ยวเหิงใช่ไหม?”
ชายร่างสูงพยักหน้า
“ใช่แล้ว”
“ถ้าอย่างนั้น คนที่ช่วยชีวิตฉันไว้ตอนจมน้ำก็คือคุณ”
“...ใช่”
“แล้วทำไมตอนนั้นถึงไม่ยอมบอกความจริงกับฉันล่ะ?”
“ถ้าบอกไปแล้วจะมีประโยชน์อะไรล่ะ” เสี้ยวเหิงถามกลับ
ครอบครัวของหลิวเทาทั้งร่ำรวยและมีอำนาจ ตอนนั้นเขาเป็แค่นักเรียนธรรมดาฐานะยากจน เพียงแค่หลิวเทาพูดออกมาคำเดียว เขาได้กลายเป็หมาข้างถนนแน่นอน
อีกอย่างที่เขาไม่อยากบอกเธอเพราะเขารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้มีอะไรที่คู่ควรกับผู้หญิงอย่างถานเข่อซินเลยแม้แต่น้อย
หลังจากผ่านไปหลายปี ในที่สุดเขาก็มั่นใจขึ้นมาแล้วว่าตัวเองมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเข้าหาผู้หญิงที่ตัวเองหมายปองมาตลอด แต่เขากลับได้ยินข่าวว่าเธอกำลังจะแต่งงาน
เขาอกหักเสียแล้ว
“ทำไมจะไม่มีประโยชน์ล่ะ ถ้าคุณบอกฉัน ฉันคงไม่...”
ถานเข่อซินหยุดก่อนที่จะพูดจบ แล้วสบตากับเสี้ยวเหิง
“คุณจะไม่ทำอะไร” เสี้ยวเหิงถาม
“ไม่…ไม่มีอะไร”
ถานเข่อซินไม่กล้าพูดต่อว่าถ้าเธอรู้ว่าเป็เขา ก็คงไม่มีทางไปหลงรักหลิวเทา แต่เื่นี้มันนานมากแล้ว เสี้ยวเหิงอาจจะไม่เชื่อเธอก็ได้
เมื่อเห็นว่าเธอไม่ยอมพูด เสี้ยวเหิงก็ไม่ได้พยายามคาดคั้นอะไรต่อ แต่เปลี่ยนเื่คุยกับเธอแทน “ผมได้ยินว่าคุณกำลังจะแต่งงาน ยินดีด้วยนะ”
ถานเข่อซินยิ้มอย่างขมขื่น
“ไม่ต้องยินดีกับฉันหรอก เมื่อวานฉันได้รู้ว่าคุณต่างหากที่ช่วยชีวิตฉันไว้ ฉันเลยขอเลิกกับหลิวเทาแล้ว”
เมื่อเสี้ยวเหิงได้ยินว่าทั้งคู่เลิกกัน ดวงตาของเขาก็พลันเปล่งประกาย หัวใจเต้นแรงเหมือนกลับมามีชีวิตอีกครั้งหลังจากตายด้านไปนาน มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นอย่างไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
ใน่เวลาที่ถานเข่อซินพูดคำว่า ‘เลิกกันเถอะ’ ออกไป ชะตากรรมของเธอ เสี้ยวเหิง และหลิวเทา ก็ได้ถูกเขียนขึ้นใหม่ และการเขียนชะตาขึ้นใหม่นี้ทำให้ฉินเหยียนจินได้รับพลังลับจาก์เช่นกัน
ทีู่เาชิงเฟิง สำนักชิงเหลียน
ฉินเหยียนจินเพิ่งได้ดูดซับปราณจากศาสตร์ลับแห่ง์ที่ได้จากการแก้ไขเื่ของ [นายท่านฉี] เสร็จเรียบร้อย จู่ ๆ ก็มีพลังลับที่ยิ่งใหญ่กว่าส่งมาถึงเธอ
เธอรีบดูดซับและขัดเกลาพลังต่อไปอย่างรวดเร็ว เมื่อหญิงสาวลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ก็พบว่าตนเองเข้าสู่ขั้นแรกของเขตแดนและการฝึกพลังปราณแล้ว
การฝึกพลังปราณขั้นที่หนึ่งนี้ไม่นับว่าเป็เื่ง่าย ๆ ที่จะประมาทได้เลย ในยุคที่เต๋าเสื่อมโทรมแบบนี้ คนที่สามารถฝึกจนไปถึงขั้นที่ห้าได้ก็ต้องนับถือว่าเป็ระดับเทพในใต้หล้า
อีกอย่างเธอใช้เวลาฝึกเพียงครึ่งวันเท่านั้นเอง
ถ้าดูจากเวลาแล้วเรียกได้ว่าความเร็วในการฝึกฝนของเธอนั้นรวดเร็วจนน่ากลัวทีเดียว
หญิงสาวยืนขึ้นยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ในตอนนั้นเองจมูกก็ได้กลิ่นไม่พึงประสงค์ของอะไรบางอย่างขึ้นมา
ฉินเหยียนจินมองหาที่มาของกลิ่นนั้นแล้วก็นิ่งค้างไป
เมื่อร่างกายถูกเพิ่มความแข็งแกร่งขึ้นเป็ครั้งแรก สิ่งสกปรกจำนวนมากจะถูกขับออกมาจากรูขุมขน ราวกับมีชั้นโคลนบาง ๆ เคลือบตัวเธออยู่
ไม่สบายตัวเอาเสียเลย
เธอรีบวิ่งไปที่สระบัวในลานหน้าสำนักอย่างรวดเร็วแล้วะโลงน้ำทันที
แม้ว่าสระนี้จะไม่เรียกว่าสะอาดบริสุทธิ์อะไร แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายสำหรับฉินเหยียนจิน
หญิงสาวล้างสิ่งสกปรกตามตัวออกในสระบัว ก่อนจะขึ้นมาแล้วไปอาบน้ำอีกครั้ง ทั้งเนื้อตัวก็กลับมาสะอาดหมดจด
เมื่อฝึกฝนจนมีฐานพลังที่สูงขึ้น อารมณ์และจิตใจของเธอก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน หญิงสาวในเวลานี้รู้สึกราวกับว่ามีพลังอันบริสุทธิ์ไหลเวียนไปทั่วที่ทำให้เธอเป็คนใหม่ แม้จะเพียงแค่ยืนอยู่เฉย ๆ ก็ตาม
[1]จุดตันเถียน คือศูนย์กลางพลังปราณในร่างกาย มี 3 แห่ง ได้แก่ หัว หน้าอก และหน้าท้อง