ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

เล่มที่ 7 ตอนที่ 181 คลายผนึก : ผังเมืองซานเหอ (2)

        “ท่าน?”

        เสิ่นเสวียนหรี่ตามองเสวียนหลิงเอ่อร์

        แม่นางผู้นี้ไม่ธรรมดาเลยตั้งแต่รู้จักกันมาจนถึงตอนนี้เป็นเวลากว่าครึ่งปีแล้ว เขาเองไม่รู้จักตัวตนของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อยทว่าอีกฝ่ายกลับรู้เรื่องทุกอย่างเกี่ยวกับเขา

        เขารู้สึกดีต่อเสวียนหลิงเอ่อร์แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเชื่อใจนางได้อย่างสมบูรณ์

        “คลายผนึกผังเมืองซานเหอไม่ได้ง่ายดายอย่างที่ท่านคิด”

        เสิ่นเสวียนไม่ได้ปฏิเสธโดยตรงแต่ก็ไม่ได้ยอมรับ

        “อย่างนั้นก็แล้วแต่เจ้าเลยแต่ถ้าต้องการความช่วยเหลือ เจ้ามาหาได้ทุกเมื่อ”

        เสวียนหลิงเอ่อร์ยิ้มให้เสิ่นเสวียนเล็กน้อยจากนั้นก็เหาะไปอยู่ข้างๆ กรงของงูจิ่นเมี่ยน เพื่อสังเกตงูจิ่นเมี่ยนตัวนั้น

        หลังจากงูจิ่นเมี่ยนเห็นเสวียนหลิงเอ่อร์มันหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด ตอนนี้มันขดตัวอยู่อีกข้างหนึ่งไม่กล้าขยับตัวแม้แต่น้อย

        เสิ่นเสวียนเหลือบตามองเสวียนหลิงเอ่อร์จากนั้นก็นั่งลงทำสมาธิ เตรียมคลายผนึกของผังเมืองซานเหอ

        เขาคลายผนึกที่นี่ไม่ได้กังวลว่าเสวียนหลิงเอ่อร์จะทำร้ายเขาก่อนหน้านี้เสวียนหลิงเอ่อร์สาบานด้วยวิญญาณเทพไปแล้วเรื่องนี้พิสูจน์ถึงความจริงใจของนางได้

        ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อใจเสวียนหลิงเอ่อร์เพียงแต่การคลายผนึกผังเมืองซานเหอเกี่ยวข้องกับความลับมากมายของเขาให้คนรู้น้อยมากเท่าไรยิ่งดีมากเท่านั้น

        แม้ตนเองจะคลายผนึกได้ช้าแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้หากมีเวลามากพอ

        ในขณะนี้หยวนก่อกำเนิดภายในตันเถียนกำลังดูดซับพลังและฝึกฝนอย่างบ้าคลั่ง

        ร่างจิตวิญญาณของเสิ่นเสวียนปรากฏตัวขึ้นเหนือทะเลจิตสำนึกเขามองทะเลจิตสำนึกที่กว้างใหญ่ไร้ขอบเขตจากนั้นก็เคลื่อนตัวไปยังทิศทางหนึ่งด้วยความเร็วสูง

        ในทะเลจิตสำนึกของตนเองเขาคือประมุข

        เพียงไม่นานเสิ่นเสวียนก็ปรากฏตัวขึ้นตรงตำแหน่งเก็บซ่อนผังเมืองซานเหอในส่วนลึกของทะเลจิตสำนึก

        ตอนแรกเริ่มผังเมืองซานเหอเป็นเพียงม้วนภาพที่ถูกม้วนเอาไว้ต่อมาเมื่อพลังยุทธ์ของเสิ่นเสวียนเพิ่มขึ้น ม้วนภาพนี้จึงค่อยๆคลายออกมาส่วนหนึ่ง ตรงกลางมีสีขาว และมีพลังมิติแผ่ซ่านออกมา

        ร่างจิตวิญญาณของเสิ่นเสวียนหยุดนิ่งชั่วคราวแล้วเขาก็เดินเข้าไปตรงมิติสีขาว

        ภายในมิติสีขาวเต็มไปด้วยร่องรอยการเปิดทางและเสี่ยวเหยียนกำลังพักผ่อนอยู่ในส่วนลึกสุดของมิติ

        เมื่อเห็นร่างจิตวิญญาณของเสิ่นเสวียนเสี่ยวเหยียนที่นอนหมอบอยู่ที่พื้นก็กระโดดโลดเต้น วิ่งมาวนรอบๆร่างจิตวิญญาณของเสิ่นเสวียน ใช้หัวเล็กๆ ถูไถเสิ่นเสวียนไม่หยุดหากไม่ใช่เพราะร่างจิตวิญญาณเป็นสภาวะว่างเปล่าเสี่ยวเหยียนคงกระโดดเข้าอ้อมอกเสิ่นเสวียนไปแล้ว

        “เสี่ยวเหยียนลำบากเจ้าแล้ว”

        เสิ่นเสวียนนั่งยองๆลงไป และใช้มือเลือนรางของเขาลูบหัวเสี่ยวเหยียนเบาๆ

        เสี่ยวเหยียนนั่งลงที่พื้นอย่างมีความสุขหางสีแดงเพลิงสะบัดไปมา

        หลังจากปลอบประโลมเสี่ยวเหยียนแล้วเสิ่นเสวียนก็ลุกขึ้น

        “ไปดูกัน”

        เสิ่นเสวียนเดินนำเสี่ยวเหยียนไปยังปลายสุดของมิติจากนั้นเขาก็ทาบฝ่ามือลงไปบนมิติสีขาวพลังจิตวิญญาณสั่นสะเทือนออกไปเพื่อสัมผัสถึงความหนาของกำแพงมิติตรวจสอบให้แน่ใจว่าจะเปิดออกได้เมื่อไร

        ดูจากแรงสั่นสะเทือนที่สะท้อนกลับมาอย่างน้อยยังมีระยะทางอีกกว่าสามจั้ง

        สามจั้งในที่นี้เทียบกับขนาดของมิติสีขาวที่ร่างจิตวิญญาณของเสิ่นเสวียนยืนอยู่มีเพียงทะลวงผ่านกำแพงมิติสามจั้งนี้ไปได้จึงจะเรียกได้ว่าผังเมืองซานเหอถูกเปิดออกแล้วมุมหนึ่ง

        “สามจั้ง...”

        เสิ่นเสวียนกล่าวพึมพำเขานับนิ้วไปมา จากนั้นจึงพยักหน้า

        “หากพวกเราพยายามอย่างเต็มที่อย่างน้อยอาจต้องใช้เวลาถึงครึ่งเดือน เสี่ยวเหยียนเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”

        เสิ่นเสวียนถามเสี่ยวเหยียน

        “จี๊ดๆ...”

        เสี่ยวเหยียนส่งเสียงร้องให้เสิ่นเสวียนแล้วพยักหน้าหลายครั้ง

        “ดีในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเรามาพยายามไปด้วยกันเถอะ”

        เสิ่นเสวียนพยักหน้าเขากัดฟันแน่นจากนั้นร่างจิตวิญญาณของเขาก็แตกสลายไปแล้วหลอมรวมขึ้นใหม่กลายเป็นหัวเจาะแล้วหมุนทะลวงฝ่ามิติสีขาวเข้าไป

        ชี่ๆ!!!

        ชี่ๆ!!!

        หัวเจาะหมุนวนแทงเข้าใส่กำแพงมิติก่อให้เกิดเสียงเสียดสีดังก้องทำให้กำแพงมิติถูกแหวกออกอย่างรวดเร็ว

        เสี่ยวเหยียนเห็นอย่างนั้นจึงกระโจนออกไปทันที

        เขาบนหัวของเสี่ยวเหยียนเปล่งประกายแสงสว่างไสวแล้วมันก็หมุนตัวเจาะทะลวงกำแพงมิติเช่นเดียวกัน

        ปลายเล็กแหลมที่หมุนวนทำให้ร่างของเสี่ยวเหยียนหมุนตามไปด้วย

        หากมองจากด้านข้างจะเห็นว่ามีพายุสองลูกกำลังทะลวงผ่านกำแพงมิติเข้าไป

        ทว่าเสวียนหลิงเอ่อร์ที่นั่งอยู่ข้างๆงูจิ่นเมี่ยนกำลังเท้าคางมองเสิ่นเสวียนด้วยความสนใจ

        “คนในดวงใจใช่เจ้าไหม”

        แววตาของนางเปี่ยมไปด้วยความสงสัยคล้ายว่าจะคิดถึงอะไรบางอย่าง นางนึกย้อนไปเมื่อพันปีก่อนถึงความปรารถนาอันยิ่งใหญ่เมื่อปิดผนึกโลงศพสีแดงในตอนนั้น

        หากใครเปิดโลงศพสีแดงได้เป็นคนแรกคนนั้นคือคนในดวงใจของนาง

        คนในดวงใจของนางคือยอดบุรุษที่มีจิตใจเด็ดเดี่ยวแน่วแน่

        นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนางใช้พลังยุทธ์ทั้งชีวิตไปกับความปรารถนาอันแรงกล้าครั้งนี้แล้วเพียงแต่แม้เสิ่นเสวียนจะมีความโดดเด่นในหลายๆ เรื่องแต่ยังห่างจากความต้องการของนางอยู่มาก

        และตอนนี้เสิ่นเสวียนยังไม่รู้ความคิดของเสวียนหลิงเอ่อร์

        เขามีเพียงความคิดเดียวคือทะลวงกำแพงมิติให้ได้โดยเร็วที่สุดเพื่อเปิดผังเมืองซานเหอออกยิ่งคิดว่าอีกครึ่งเดือนก็จะสามารถคลายผนึกศาสตราเทพที่ใฝ่ฝันได้แล้วยิ่งทำให้เสิ่นเสวียนตื่นเต้น

        หลังจากผ่านไปหนึ่งวันร่างของแม่ทัพเทพขั้นจักรพรรดิก็กลับมาเป็นปกติเขายืนตรงอยู่ด้านหน้าเสิ่นเสวียนด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ทว่าดูจากกล้ามเนื้อของเขาแล้ว เขาเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าเกิดภัยคุกคามใดๆต่อเสิ่นเสวียน เขาจะจัดการคลี่คลายอันตรายให้เสิ่นเสวียนได้ทันที

        แต่ในมิติใต้หนองน้ำแห่งนี้เงียบสงบมากไม่มีอันตรายใดๆ เลย

        กาลเวลาผ่านไปเรื่อยๆเสิ่นเสวียนนั่งหลับตาอยู่ตรงนั้น ไม่มีอะไรแตกต่างเลย

        เสวียนหลิงเอ่อร์นั่งอยู่ข้างๆกรงจนเมื่อยแล้ว จึงกลับเข้าไปพักภายในโลงศพสีแดงอีกครั้ง

        หลังจากพักพอแล้วนางก็ออกมาดูเสิ่นเสวียนเมื่อมั่นใจว่าเขาไม่ต้องการความช่วยเหลือจึงกลับเข้าไปพักในโลงศพสีแดงต่อ

        หลายวันที่ผ่านมาเสวียนหลิงเอ่อร์ออกมาทั้งหมดเจ็ดครั้ง แต่แล้วก็กลับเข้าไปในโลง

         

        ภายในสวนตอนนี้กลายเป็นที่ทำงานใหม่ของเฝิงเป่าเป่าไปแล้ว ซึ่งเขากำลังยุ่งมากหลังจากเปิดตลาดแล้ว ยอดขายกระดานหมากเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นกิจการที่ทำกำไรให้ตระกูลเฝิงได้ นอกเหนือไปจากกิจการหลักที่มีอยู่

        ทว่ายังเป็นเพียงการเปิดตลาดภายในเมืองชางฉงที่มีประชากรเพียงไม่กี่สิบล้านคนเท่านั้นหากมันได้รับความนิยมไปทั่วทั้งทวีป คงจินตนาการได้ว่าผลกำไรต้องมหาศาลมากขนาดไหน

        ทว่าตอนนี้พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับปัญหาเช่นกัน

        หลังจากเกิดเรื่องขึ้นครั้งก่อนเสิ่นเสี่ยวเม่ย เสิ่นเลี่ยน และเริ่นเสี้ยวเทียนไม่ได้ออกไปจากสวนอีกเลยพวกเขาซ่อนตัวอยู่ที่นี่ตลอดเพื่อหลบเลี่ยงการไล่ล่าของอู๋หมิงส่วนเส้นทางส่งออกทั้งหลายที่เฝิงเป่าเป่าเปิดทางไว้ถูกทำลายไปทั้งหมดโดยไม่รู้สาเหตุ

        เฝิงเป่าเป่าและคนอื่นๆรู้ดีว่านี่ต้องเป็นฝีมือของอู๋หมิงอย่างแน่นอนแต่ตอนนี้พวกเขายังแข็งแกร่งไม่พอจึงทำอะไรไม่ได้

        จะไปหาท่านพ่อท่านแม่ให้พวกเขาออกมายับยั้งอู๋หมิง คงไม่ได้ผลอะไรมากนักอย่างมากก็แค่กล่าวตักเตือนอู๋หมิงเท่านั้นหากเฝิงเทียนอยู่ด้วยและช่วยไกล่เกลี่ยให้ ก็ยิ่งไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย

        เสิ่นเสี่ยวเม่ยเสิ่นเลี่ยน และเริ่นเสี้ยวเทียนในตอนนี้ นอกจากช่วยเฝิงเป่าเป่าจัดการปัญหาต่างๆแล้ว ยังฝึกฝนอย่างสุดความสามารถเพื่อให้เลื่อนขั้นโดยเร็วที่สุด

         

        ครึ่งเดือนต่อมา

        ภายในมิติใต้หนองน้ำเสิ่นเสวียนยังคงนั่งอยู่ที่เดิม แม่ทัพเทพขั้นจักรพรรดิยืนอยู่ข้างๆกวาดตามองไปรอบๆ

        ร่างของเสวียนหลิงเอ่อร์ปรากฏขึ้นข้างกรงของงูจิ่นเมี่ยน

        นางยกมือเท้าคางเล็กน้อยขณะที่มองเสิ่นเสวียนอีกครั้งแววตากลับเปลี่ยนแปลงไป

        เมื่อครึ่งเดือนก่อนนางมองเสิ่นเสวียนด้วยความสงสัย

        ทว่าตอนนี้กลับมองด้วยความชื่นชม

        “เจ้าอาจเป็นคนในดวงใจคนนั้นจริงๆ”เสวียนหลิงเอ่อร์มองอีกฝ่ายพลางกล่าวพึมพำ

        ทว่าเสิ่นเสวียนกลับไม่รับรู้เรื่องราวภายนอกเลย

        ตอนนี้เขาอยู่สุดปลายทางของมิติแล้วกำลังทะลวงกำแพงไปอย่างบ้าคลั่งเขาและเสี่ยวเหยียนกลายเป็นหัวเจาะสองอันที่กำลังมองเห็นแสงสว่างอยู่สุดปลายอุโมงค์แล้ว

        แกร๊ก!

        ทันใดนั้นเองกำแพงมิติเบื้องหน้าพวกเขาพลันเกิดเสียงดังขึ้น

        กำแพงมิติถูกทำลายแล้วเมื่อผ่านกำแพงนั้นไปก็จะพบกับโลกใบใหม่

คล้ายกับเรื่องก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ] ที่คุณอ่าน