[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว

    57 มานาบูส

     “ยิง~!”


    คำสั่งยิงปืนดึงดูดความสนใจให้มอนสเตอร์ไปอีกทาง ทำให้เกิดเสียงปืนดังสนั่นไปทั่วค่าย  มอนสเตอร์กลับไม่สนใจถาโถมการโจมตีเข้าใส่กำแพงค่ายอย่างดุเดือด ครูฝึกที่ยืนดักอยู่หน้าค่ายจึงพุ่งตัวเข้าไปปะทะกับมอนสเตอร์จนทำให้เกิดเสียงต่อสู้ดังกระหึ่มออกไปไกล ไม่ใช่แค่ทางค่ายที่ 7 เท่านั้นที่เกิดการระเบิดเสียงดัง ทางฝั่งค่ายที่ 8 และค่ายที่ 3 ที่อยู่ใกล้ทั้งสองฝั่งล้วนเกิดการระเบิดขึ้นเช่นเดียวกัน 


    ถึงอย่างนั้นครูฝึกกลับไม่ได้สนใจค่ายรอบข้าง พวกเขาสนเพียงแค่ว่าจะฆ่ามอนสเตอร์เหล่านี้ด้วยวิธีไหนถึงจะรวดเร็วที่สุด   ด้วยพลังของชุดเกราะมาร์คเซเว่นที่ทรงพลังเท่ามอนสเตอร์ 6 ดาว มันแข็งแกร่งพอที่จะให้พวกเขาฆ่าเพียงแต่ว่าจำนวนมอนสเตอร์เยอะเกินไป หากมอนสเตอร์สักตัวหลุดไปได้จะต้องอันตรายกับนักเรียนแน่นอน


    ขณะครูฝึกต่อสู้นี้เองแอชเชอร์ได้แอบดูดซับฟอสเอนเนอร์จี้ เขาต้องการพลังในการสำรองเพื่อรักษาตัวเองรวมไปถึงซื้ออาวุธระดับ 5 ดาว  ที่เป็นอาวุธสูงสุดเท่าที่เขาจะหาซื้อได้จากทางระบบในตอนนี้ หากเขาล่าด้วยมือเปล่าจะเป็นฝ่ายเขาที่ต้องตายถ้ามอนสเตอร์ตัวใหญ่เกินไป  สำหรับมอนสเตอร์ตัวเล็กไม่ใหญ่ไปมากกว่าเขานัก การสู้มือเปล่าสำหรับแอชเชอร์ไม่ถือว่ายาก 


    ถึงเขาจะไม่สามารถใช้กำปั้นยัดหน้าของมันให้ตายได้ก็ตาม เขาสามารถยืมชิ้นส่วนร่างกายของพวกมันที่เต็มไปด้วยกรงเล็บแหลมคมฆ่าพวกมันได้  แต่เพื่อให้การฆ่าง่ายขึ้นเขาจึงต้องมีอาวุธเอาไว้ใช้งาน อาวุธดาบและมีดที่เขาได้จากกล่องนั้นเป็นเพียงอาวุธ 1 ดาว หากนำไปฟันมอนสเตอร์ 3 ดาวก็ไม่ต่างจากเศษเหล็กที่พร้อมจะแตกละเอียดได้ทุกเมื่อ


    “อย่าออกมา รักษาระยะห่างของตัวเองเอาไว้~!”


    “อย่าทำตัวให้โดดเด่น มอนสเตอร์มันจะไปหาแก~!”


    เสียงร้องจากครูฝึกบอกให้เหล่านักเรียนที่อยู่ในชุดเกราะยืนให้นิ่งและอยู่ให้ไกลจากการต่อสู้ การขยับตัวจะทำให้มอนสเตอร์สนใจจนวิ่งเข้าไปโจมตี ตอนนี้พวกเขาไม่ต่างจากลูกไก่ต่อให้จะสวมใส่ชุดเกราะมาร์คทูก็ตาม มันไม่ต่างจากเสื้อผ้าธรรมดาเมื่ออยู่ต่อหน้ามอนสเตอร์เหล่านี้


    “ใครก็ได้ แบ่งครึ่งแล้วออกไปจัดการกับคอนโทรลเลอร์หน่อย”


    “ฉันเอง”


    “ฉันไปเอง”


    ครูฝึกเริ่มเปลี่ยนรูปแบบการต่อสู้ การรับมือกับมอนสเตอร์สามารถทำได้ด้วยพลังของชุดเกราะในตอนนี้ เพียงแต่ว่ามอนสเตอร์ที่มีจำนวนมากกลับถูกควบคุม การที่มอนสเตอร์ถูกควบคุมหมายความว่าพวกมันสามารถโจมตีให้เป็นรูปแบบได้ เพื่อหยุดรูปแบบของมอนสเตอร์ที่พยายามจะวิ่งอ้อมพวกเขาเข้าไปจัดการกับนักเรียน จึงต้องแบ่งกลุ่มกันไปล่อความสนใจคอนโทรลเลอร์อย่างน้อยๆขอเพียงแค่ก่อกวนให้มันควบคุมมอนสเตอร์ได้ไม่เต็มที่ก็เพียงพอสำหรับพวกเขา ที่จะจัดการมอนสเตอร์รอบๆให้หมดแล้วค่อยใช้กำลังทั้งหมดสู้กับคอนโทรลเลอร์รอกองทัพมาช่วยเหลือ


    “พวกนั่นจะวิ่งไปไหน”


    แอชเชอร์ที่กำลังแอบดูดซับพลังของฟอสเอนเนอร์จี้ได้มองไปยังเพื่อนราว 5 คนกำลังวิ่งออกไปจากกลุ่มเพื่อไปยังส่วนต่างๆของค่ายแห่งนี้ เขารู้สึกสงสัยกับการกระทำของพวกมันว่ากำลังจะลงมือทำอะไร แต่เมื่อพวกมันวิ่งไปถึงจุดที่ต่างกันออกไป ชุดเกราะมาร์คทูของพวกมันก็ถูกใช้ขุดดินเพื่อหาบางอย่าง ด้วยการขุดนี้เองทำให้แอชเชอร์ต้องหันไปถามหัวหน้าค่ายเพื่อขอคำตอบว่าฝังอะไรเอาไว้ในตอนที่เขาไม่อยู่


    “ได้ฝังอะไรเอาไว้ไหม”


    “ไม่เลยแอชเชอร์ พวกเราไม่มีอาวุธอะไรที่ใช้ฝังดิน ในกล่องไม่มีระเบิดให้เลยด้วยซ้ำ”


    “แล้วพวกมันทั้ง 5 กำลังขุดอะไร”


    ปีเตอร์ที่ใช้ช่วงชุลมุนนำชุดเกราะมาร์คทูมาสวมใส่หันมองไปยังจุดทั้ง 5 ด้วยความสนใจ มันรู้สึกคุ้นตากับจำนวนจุดทั้ง 5 ที่กำลังถูกขุด ทันใดนั้นมันก็เบิกตากว้างหลังจากรู้ว่าจุดเหล่านี้เป็นจุดที่มันขุดเพื่อฝังหมุดสัญญาณ


    ฉึก~!


    การขุดของทั้ง 5 หยุดลงในเวลาไล่เลี่ยกันหลังจากมือของพวกเขากระทบบางอย่างที่ฝังอยู่ใต้ดิน ทันทีที่มือของทั้ง 5 คนยกสิ่งที่อยู่ใต้ดินขึ้นมา แอชเชอร์ก็เริ่มย่นคิ้วมองด้วยความสงสัยว่าชายทั้ง 5 กำลังจะยัดอะไรใส่เข้าไปกลางหน้าอกของชุดเกราะ


    วิ๊ง~!


    แถบพลังงานสีแดงวิ่งไปตามชุดเกราะ จากเดิมชุดเกราะมาร์คทูมีแถบพลังงานสีฟ้าจากแกนพลังมานา ตอนนี้ชายทั้ง 5 กลับมีแกนพลังงานสีแดงต่างจากชุดเกราะมาร์คทูทั่วไป แอชเชอร์ที่เคยเห็นสิ่งนี้มาบ่อยครั้งในชีวิตก่อน เขาก็เข้าใจได้ในทันที


    “มานาบูส! ทำไมถึงมีของแบบนี้กัน”


    มานาบูสคือสิ่งที่ใช้รีดประสิทธิภาพของพลังงานในชุดเกราะให้สูงขึ้นไปอีก 1 ระดับ แต่ต้องแลกมากับการทิ้งชุดเกราะที่ใช้งานมานาบูสเพื่อแลกกับพลังที่ได้มาในช่วงสั้นๆ ตอนนี้พลังมานาในชุดเกราะมาร์คทูของชายทั้ง 5 คนคงจะเท่าชุดเกราะมาร์คธรี   ทันทีที่พวกมันทั้ง 5 ปลดปล่อยพลังที่เหนือกกว่าออกมาจากชุดเกราะ ร่างของพวกมันก็ได้พุ่งเข้ามายืนล้อมแอชเชอร์เอาไว้


    “นี่พวกนาย ศัตรูของเราอยู่ตรงนั้น ไปจัดการมันไม่ใช่มาจัดการพวกเดียวกัน”


    หัวหน้าค่ายร้องตะโกนชี้นิ้วบอกตำแหน่งที่ชายทั้ง 5 ควรจะเดินทางไปสู้ แต่เขากลับไม่ได้ยินเสียงตอบใดๆเลย


    “ใครส่งพวกแกมา”


    คำถามส่งออกมาจากชุดเกราะแอชเชอร์เพื่อถามชายทั้ง 5 การที่พวกมันหันอาวุธเข้าใส่เขาที่เป็นระดับ S มีทั้งการเตรียมมานาบูสเข้ามา จะต้องมีคนหนุนหลังอย่างแน่นอน เนื่องจากอุโมงที่พวกเขาเดินทางผ่านเข้ามาในเขตนี้เพื่อทำการทดสอบ มีการติดตั้งเครื่องดักจับเทคโนโลยีเอาไว้ จะไม่มีใครนำเทคโนโลยีอะไรเข้ามาได้เลยนอกจากกองทัพที่เข้ามาจัดสถานที่แห่งนี้ แต่จากรอยขุดใน 5 จุดที่เขาเห็นเมื่อกี้ แอชเชอร์คิดว่าคงมีนักเรียนไปเก็บมันมาอีกทอดหนึ่งเพื่อมาฝังในค่ายจากรอยฝังกลบที่ยังคงใหม่


    พรึ่บ~!


    ไม่มีการตอบคำถาม คนทั้ง 5 ที่คิดจะจัดกับแอชเชอร์ได้เปิดใช้งานพลังของชุดเกราะพุ่งเข้ามาหาแอชเชอร์ด้วยรูปแบบโจมตีและพลังที่เหนือกว่า แต่แอชเชอร์กลับเพียงแค่เอียงตัวหลบเล็กน้อยการโจมตีของทั้ง 5 ก็พุ่งเฉียดเขาไปสร้างความตกใจให้คนที่โจมตี ทันทีที่การโจมตีของพวกมันพลาด รูปแบบการต่อสู้ก็เริ่มเปลี่ยนใหม่เพื่อเข้ามาล้อมแอชเชอร์ทุกๆทาง 


    มันดูเชี่ยวชาญมากไม่ต่างจากนักเรียนที่ผ่านค่ายฝึกพิเศษมา ทั้งๆที่พวกเขาเป็นนักเรียนในค่ายฝึกธรรมดาเท่านั้น แอชเชอร์จึงคิดว่าพวกมันน่าจะได้รับการฝึกมาอย่างดี ก่อนจะถูกส่งเข้ามาเป็นนักเรียน เขาไม่รู้ว่าคนที่คิดจะลงมือกับเขาวางแผนอะไรเอาไว้ จึงหลบหลีกพวกมันพลางคิดหาวิธีที่จะเปิดเผยใบหน้า ว่าพวกมันเป็นนักเรียนในรุ่นของเขา หรือว่าเป็นคนอื่นที่แอบลอบเข้ามา


    ภายใต้การต่อสู้ที่เกิดขึ้นในค่ายฝึกทำเอาครูฝึกย่นคิ้วเมื่อเห็นสีพลังงานของชุดเกราะนักเรียนเปลี่ยนไป ด้วยสิ่งๆนี้มีเพียงแค่พวกผิดกฎหมายใช้ ดังนั้นพวกเขาจึงส่งครูฝึกหนึ่งคนมาระงับเหตุเพราะมีใครบางคนคิดจะจัดการกับระดับ S ที่อยู่ในช่วงอ่อนแอที่สุดเนื่องจากว่าเขาสวมใส่เพียงแค่ชุดเกราะมาร์คทูเท่านั้น


    “คงต้องใช้วิธีนี้ก่อนสินะ”


    แอชเชอร์ตัดสินใจใช้ไม้อ่อนที่สุด หากเขาใช้ไม้แข็งด้วยการหยุดการเคลื่อนไหวของพวกมันด้วยการสร้างบาดแผล  อาจมีเหตุการณ์กินยาฆ่าตัวตาย  เขาที่อยากเห็นใบหน้าของพวกมันว่าเป็นใคร เป็นคนนอกหรือว่าเป็นเพื่อนจึงคิดจะเปิดหมวกเกราะดูก่อน ด้วยพลังของเขาในตอนนี้ไม่มีอะไรยากเลยหากเขาจะฆ่ามัน หลังจากที่คิดได้แอชเชอร์ก็พุ่งตัวเข้าหาหนึ่งในห้าที่พยายามจะโจมตีเขาให้ได้ 


    ทันทีที่แอชเชอร์เปิดใช้งานสกิลเคลื่อนตัวเข้าใกล้เขาได้ใช้มือซ้ายจับไปยังหัวไหล่มือขวาจับไปยังใบหน้าของชุดเกราะ พริบตาที่แอชเชอร์พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วที่เกินจะตามทันแม้พวกมันจะใช้มานาบูส มือของเขาก็ได้กดไปหัวไหล่และดึงหมวกเกราะออกจนเผยให้เห็นใบหน้าของคนที่อยู่ด้านใน


    เพล้ง~!


    “ใครส่งแกมา”


    ปึง ฉั๊วะ~!


    มือข้างที่ดึงหมวกทิ้งไปได้คว้าจับไปยังมานาบูสแล้วควักมันออกมาจนทำให้ชุดเกราะกลับมาเป็นปกติอีกครั้งหนึ่ง แอชเชอร์จึงทะลวงแกนมานาชุดเกราะเดิมออกมาอีกเพื่อไม่ให้มันระเบิดฆ่าตัวตายหนีจากเขา ระหว่างที่ถามชายอีก 4 ก็พุ่งเข้ามาหาแอชเชอร์จึงใช้วิธีเดิมจัดการกับพวกมันอีก 4 ตัวด้วยความรวดเร็วที่มากกว่า จนใบหน้าของพวกมันทั้ง 5 เปิดเผยให้เพื่อนที่อยู่รอบข้างเห็น


    “เป็นเขา ~!”


    เหล่าคนที่จำหน้าตาคนทั้ง 5 ได้ล้วนพูดออกมาด้วยความตกใจ ทั้งที่ฝึกด้วยกันมาหลายเดือน วันนี้กลับกลายเป็นตัวหมากให้กับคนอื่น กล้าใช้แม้กระทั่งของผิดกฎหมายอย่างมานาบูสเพื่อที่จะฆ่าเพื่อนด้วยกัน หากการฆ่าเป็นเพียงระดับ B หรือต่ำกว่านั้น มันจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่นี่เป็นความต้องการฆ่าระดับ S ทางกองทัพที่ 7 จะต้องไม่อยู่เฉยอย่างแน่นอน


    “เกิดอะไรขึ้น!”


    ครูฝึกพุ่งเข้ามาถึงจุดเกิดเหตุ พลางมองไปยังชายทั้ง 5 ที่นอนอยู่บนพื้นไม่สามารถขยับตัวได้เพราะพลังงานของชุดเกราะถูกถอดออกไป ทำให้น้ำหนักของชุดเกราะที่ไม่มีมานาพยุงหนักเป็นอย่างมาก แอชเชอร์ที่รอคำตอบจากพวกมันว่าใครสั่งมาเขาก็เห็นสีหน้าเรียบเฉยจากคนที่มีอายุไม่ต่างจากเขา แววตานี้เขาเห็นมาบ่อยมากในสนามรบ มันเป็นแววตาของคนไม่กลัวตาย


    “งั้นเราก็มาตายพร้อมกัน แอชเชอร์”


    คิ้วของแอชเชอร์ขมวดเข้าหากันหลังจากคนทั้ง 5 พูดอย่างพร้อมเพรียง ทันใดนั้นชุดเกราะของพวกมันก็เริ่มปลดปล่อยความร้อน ทำให้เขารู้ว่าพวกมันกำลังจะระเบิดตัว ดูเหมือนว่าการลงมือของพวกมันทั้ง 5 จะมีการเตรียมการมาก่อนแล้ว ชุดเกราะที่สวมใส่แม้จะถูกตัดพลังงานไปยังสามารถใช้ระเบิดได้อีกดูท่าพวกมันจะปรับแต่งให้ชุดเกราะใช้ฟังก์ชันการระเบิดได้โดยที่ไม่ต้องขึ้นตรงกับพลังงานหลัก


    “ชิ~!”


    ครูฝึกตื่นตกใจกับการระเบิดตัวเอง หากชุดเกราะทั้ง 5 ระเบิดพร้อมกันจะต้องสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับนักเรียนที่อยู่ที่นี่อย่างแน่นอน คนที่อยู่ในชุดเกราะไม่น่าเป็นห่วง แต่นักเรียนที่ไม่มีชุดเกราะจะต้องมีคนตายแน่ ถึงจะหลบลงไปในหลุมแล้วก็ตามแรงระเบิดที่เกิดขึ้นสามารถฆ่าพวกเขาได้ง่ายๆ ถึงอย่างนั้นครูฝึกกลับไม่ได้ตื่นตกใจจนขาดสติ เขาได้คว้าร่างของหนึ่งในชายทั้ง 5 ที่คิดจะระเบิดตัวแล้วใช้พละกำลังของชุดเกราะมาร์คเซเว่นโยนร่างมันออกจากค่ายด้วยความรวดเร็ว แอชเชอร์ที่ตอบสนองได้ทันก็ช่วยอาจารย์โยนร่างของพวกมันออกไป 2 ร่าง ก่อนที่จะเกิดระเบิด 5 ครั้งติดต่อกันนอกค่ายจากชายทั้ง 5 ที่ถูกโยนออกไป


    “ฉันจะมาจัดการเรื่องนี้ในภายหลัง ใครที่ไม่เกี่ยวข้องให้หลบไปอยู่ในที่ปลอดภัย”


    ครูฝึกชี้หน้าบอกนักเรียนทุกๆคนก่อนจะพุ่งตัวจากไป ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาตัดสินความถูกผิดเพราะมอนสเตอร์มันทำลายรั้วเข้ามาแล้วเขาจึงจำเป็นต้องเข้าไปหยุดพวกมันก่อน



    คล้ายกับเรื่อง[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว ที่คุณอ่าน