สารานุกรมสกิลเกิดการเปลี่ยนแปลงจริงๆ!
ทันทีที่สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวในห้วงความคิด หัวใจของสืออวี่ก็เต้นรัวแรง
“คัดลอกสกิลข่มขวัญสำเร็จแล้ว”
‘ตามกฎแล้ว... ถ้าฉันหาสัตว์อสูรที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเจอ ฉันก็น่าจะสอนสกิลนี้ให้พวกมันได้ทันทีเลยไม่ใช่เหรอ?’
สกิลข่มขวัญ... คืออำนาจที่จ่าฝูงใช้ปกครองบริวาร ถ้าเขาสอนสกิลนี้ให้หมาป่าหิมะตัวลูกกระจ๊อก งั้นก็เท่ากับเขาสามารถปั๊มจ่าฝูงออกมาได้แบบแมสโปรดักชัน (Mass Production) เลยน่ะสิ?
แล้วถ้าเอาไปสอนให้สัตว์อสูรเผ่าอื่น เขาก็สร้างจ่าฝูงของเผ่านั้นๆ ขึ้นมาได้เหมือนกัน?
คิดดูดีๆ แล้ว... นี่มันสูตรโกงชัดๆ!
แต่ก็นะ ชีวิตต้องมีสูตรโกงถึงจะสนุก สมกับเป็ฉันจริงๆ ที่มีความสามารถระดับเทพทรูแบบนี้ติดตัวมา
สืออวี่ยืนยิ้มแก้มปริอยู่คนเดียว จนกระทั่งรู้สึกตัวว่าเ้าจ่าฝูงกำลังจ้องมองเขาด้วยแววตาสงสัย
“โฮก—”
จ่าฝูงคำรามต่ำๆ ในลำคอ คิ้วของมันขมวดมุ่น
สืออวี่ฟังออกทันที อีกฝ่ายคงเห็นเขายืนยิ้มคนเดียวเลยสงสัยว่า ‘ไอ้มนุษย์นี่มันป่วยหรือเปล่า…’
สงสัยก็สงสัยไป สืออวี่ไม่ถือสาหรอก
ความสุขของเขา หมาป่าหิมะไม่มีวันเข้าใจหรอก ความสุขของคนกับหมามันอยู่คนละคลื่นความถี่กัน
เมื่อกี้เพิ่งจะเอาเปรียบมันมาฟรีๆ ตอนนี้สืออวี่เลยมองาาหมาป่าหิมะด้วยสายตาเอ็นดูเป็พิเศษ
สกิลข่มขวัญของนายดูเจ๋งดีนะ... แต่ตอนนี้มันเสร็จฉันแล้ว
จ่าฝูงหมาป่าหิมะยังไม่รู้ตัวว่าสกิลหากินของตัวเองโดนคัดลอกไปเรียบร้อย พอเห็นว่าสืออวี่ไม่ได้สติแตกเพราะโดนขู่ มันก็เลิกสนใจแล้วหันกลับไปก้มหน้าก้มตากินเนื้อต่อ
รอจนจ่าฝูงกินจนอิ่มหนำสำราญแล้ว หมาป่าหิมะตัวอื่นๆ ถึงจะกล้าเข้ามารุมทึ้งส่วนที่เหลือ
คงเป็เพราะจ่าฝูงทิ้งกลิ่นเอาไว้ ถึงแม้มันจะเดินจากไปแล้ว แต่ฝูงหมาป่าที่เหลือก็ไม่ได้แสดงท่าทีดุร้ายใส่สืออวี่เหมือนตอนแรก
เป็ไปตามที่รุ่นพี่บอกจริงๆ ว่าพวกมันเชื่องลงมาก ทำให้ขั้นตอนการให้อาหารราบรื่นขึ้นเยอะ
“สอนได้จริงๆ ด้วยแฮะ” หลังจากเคลียร์งานให้อาหารเสร็จ สืออวี่ก็อดตื่นเต้นไม่ได้
เมื่อกี้ตอนที่มีหมาป่าหิมะอยู่ในสายตา ข้อมูลในหน้าแรกของสารานุกรมสกิลก็เปลี่ยนไปทันที
สถานะของสกิลเปลี่ยนจาก ‘ไม่มีเป้าหมายที่สอนได้’ กลายเป็ ‘พร้อมสอน’
หมายความว่า เขาสามารถสอนสกิลข่มขวัญให้กับหมาป่าหิมะทุกตัวที่เพิ่งให้อาหารไปเมื่อกี้ได้เลย!
ปั๊มจ่าฝูงด้วยมือเปล่าของแท้!
แน่นอนว่าถึงในทฤษฎีจะทำได้ แต่สืออวี่ก็ไม่กล้าใช้ความสามารถนี้สุ่มสี่สุ่มห้า
ไม่ต้องพูดถึงว่าการสอนต้องใช้พละกำลังแค่ไหน ขืนไปอุตริทำให้หมาป่าหิมะของศูนย์เพาะเลี้ยงมีสกิลข่มขวัญขึ้นมา มีหวังความแตกและเกิดเื่ใหญ่แน่...
ทำงานต่อดีกว่า—
สืออวี่ทุ่มเทกับงานจนเสร็จเรียบร้อย แต่สิ่งที่น่าเสียดายคือ ระหว่างให้อาหาร เขาไม่ได้คัดลอกสกิลอื่นๆ ของพวกหมาป่าหิมะมาเพิ่มเลย
ก็แน่ล่ะ นอกจากจ่าฝูงที่ต้องเบ่งพลังข่มลูกน้องแล้ว หมาป่าตัวอื่นใครมันจะบ้าใช้สกิลตอนกินข้าวกันล่ะ
ไม่ได้ก็ช่างมัน สืออวี่ไม่ใช่คนโลภมาก แค่ได้สกิลข่มขวัญที่เป็ระดับสูงมาอย่างเดียว งานนี้ก็กำไรระดับมหาศาลแล้ว
......
หลังจากจบภารกิจให้อาหารหมาป่า สืออวี่ก็ไปลุยงานอื่นต่อ
ภายในอาณาเขตศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์อสูร สืออวี่มองเห็นเหยี่ยวหลังเขียวบินโฉบลาดตระเวนอยู่บนท้องฟ้า
พอล็อกเป้าหมายด้วยสายตา แม้จะอยู่ไกลลิบ แต่สถานะของสกิลข่มขวัญในสารานุกรมหินก็เด้งเปลี่ยนจาก ‘ไม่พบเป้าหมายที่สอนได้’ เป็สถานะ ‘พร้อมสอน’ อีกครั้ง
ดูสิ... ไม่ใช่แค่ปั้นจ่าฝูงหมาป่า แต่ปั้นจ้าวเวหาได้ด้วย!
สืออวี่คันไม้คันมืออยากลองของจริงๆ
แต่เขาต้องก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป
ชีวิตเด็กฝึกงานมันรันทด งานที่หนักที่สุดและเหนื่อยที่สุดมักจะตกเป็หน้าที่พวกเขา แถมยังเป็งานใช้แรงงานที่ไม่ต้องใช้เทคนิคอะไรเลย
ช่วยไม่ได้ ก็พวกเขายังอยู่ใน่เรียนรู้งานนี่นา
จะให้สืออวี่ไปทำงานยากๆ อย่างการฝึกสัตว์อสูร ก็ต้องมีความสามารถให้ถึงก่อน
เหมือนอย่างฝูงหมาป่าหิมะเมื่อกี้ ถ้าไม่มีจ่าฝูงคอยคุม การจะฝึกพวกมันก็ไม่ใช่เื่ง่ายเลย
การฝึกสอนหมาป่าหิมะให้เชื่องจนพร้อมไปกับการทำสัญญากับมนุษย์ เป็หน้าที่ของเ้าหน้าที่ฝึกสอนตัวจริง
เด็กฝึกงานอย่างสืออวี่ก็ทำได้แค่เป็เบ๊งานพื้นฐาน
แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อดี นอกจากงานจับกังแล้ว จะมีผู้ดูแลสัตว์อสูรตัวจริงมาพาเด็กฝึกงานอย่างพวกสืออวี่ไปเรียนรู้งานอื่นเป็ระยะ ซึ่งทำให้เขาได้เปิดหูเปิดตาเยอะเหมือนกัน
‘ยังเหลือเวลาฝึกงานอีกตั้งสามเดือน ตั้งใจกอบโกยความรู้ไปก่อนดีกว่า’
เ้าของร่างเดิมฝันอยากเป็ผู้ฝึกอสูรมาตลอด และวางแผนไว้เยอะมาก อาชีพผู้ดูแลสัตว์อสูรนี้ก็เป็บันไดขั้นแรกที่เขาเตรียมไว้
ถึงจะได้พร์สุดโกงมาครองแล้ว แต่สืออวี่ประเมินดูแล้ว ความรู้เกี่ยวกับผู้ฝึกอสูรของเขายังมีจำกัด ข้อมูลในความทรงจำเดิมก็ยังไม่ครอบคลุม ตอนนี้ขอเพลย์เซฟ (Play Safe) ไปก่อนดีกว่า
สารานุกรมสกิลเล่มนี้เกิดมาเพื่อผู้ฝึกอสูรชัดๆ ถ้าไม่ได้เป็คงเสียของแย่ แต่ตอนนี้เขายังไม่มีทุนรอนอะไร นอกจากความสามารถในการสอนสกิลผ่านสารานุกรม
ดังนั้นสืออวี่เลยตัดสินใจว่าจะตั้งใจทำงานเก็บเลเวลที่นี่ไปก่อน ถือโอกาสทำความเข้าใจระบบของสารานุกรมและโลกใบนี้ให้ลึกซึ้ง แล้วค่อยวางแผนขั้นต่อไป
แถมเขายังต้องใช้ใบรับรองการฝึกงานครั้งนี้ เพื่อไปรับลูกสัตว์อสูรที่จองไว้กับศูนย์เพาะพันธุ์ไผ่เหล็กในเขตผิงเฉิงเมืองปิงหยวนด้วย
ทางศูนย์ไผ่เหล็กเคยประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของสืออวี่แล้ว สรุปว่าตอนนี้เขายังไม่มีสิทธิ์รับสัตว์อสูรตัวนั้น แต่ถ้าฝึกงานจบและได้ใบรับรองการเป็ผู้ดูแลสัตว์อสูรเมื่อไหร่ เขาถึงจะมีเครดิตพอจะกู้สินเชื่อได้
เพราะงั้นการฝึกงานครั้งนี้ สืออวี่จะทำเล่นๆ ไม่ได้เด็ดขาด
ถ้าแผนการของสืออวี่เป็ไปอย่างราบรื่น การจะได้เป็ผู้ฝึกอสูรคงไม่ใช่ฝัน แต่หลังจากนั้นคงเป็การใช้หนี้ยาวๆ... การเป็ผู้ฝึกอสูรอาจจะทำให้เขารุ่งโรจน์ หรืออาจจะลากเขาลงเหวแห่งหนี้สินก็ได้... เพราะวงการนี้มันผลาญทรัพยากรเยอะจริงๆ
อสูรกินเหล็ก!
นั่นคือชื่อสัตว์อสูรที่สืออวี่จองไว้
อสูรกินเหล็ก... เอาจริงๆ มันก็คือแพนด้าั์นั่นแหละ
สืออวี่เองก็คาดไม่ถึงว่าแพนด้าในโลกนี้จะวิวัฒนาการกลายเป็อสูรกินเหล็กไปเสียได้
สำหรับสัตว์อสูรตัวแรกที่เ้าของร่างเดิมเลือกไว้ สืออวี่ค่อนข้างพอใจ
หน้าตาระดับสมบัติแห่งชาติบวกกับความหายาก เอาคะแนนไปเลยเต็มสิบ!
ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เขาคงไม่เปลี่ยนใจแล้ว เพราะจ่ายมัดจำไปแล้วด้วย (ประเด็นสำคัญ)
เพียงแต่ว่า... สมบัติแห่งชาติจากโลกเก่า พอมาอยู่โลกนี้กลับตกอับน่าดู
ทั้งที่ถ้าเอาแพนด้าธรรมดาไปซัดกับหมาป่า แพนด้าั์น่าจะตบหมาป่าร่วงได้ในฝ่ามือเดียว
แต่อสูรกินเหล็กดันมีระดับเผ่าพันธุ์ต่ำกว่าหมาป่าหิมะอยู่หนึ่งขั้น!
สืออวี่รู้ดีว่าเื่นี้เกี่ยวกับสกิลเผ่าพันธุ์
เทียบกับหมาป่าหิมะที่มีตั้ง 4 สกิล (เขี้ยวบดน้ำแข็ง, กรงเล็บผ่าน้ำแข็ง, ลมหายใจเหมันต์, หิมะพรางกาย)... อสูรกินเหล็กดันมีสกิลเผ่าพันธุ์แค่อย่างเดียว
สมชื่ออสูรกินเหล็ก แพนด้าในโลกนี้หลังวิวัฒนาการจะกินแร่โลหะเพื่อทำให้ร่างกายแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า
สกิลกายาเหล็กนี้ขีดจำกัดไม่สูง แถมยังทำได้แค่ต่อสู้ระยะประชิด จัดเป็สกิลระดับต่ำ เทียบไม่ได้เลยกับหมาป่าหิมะที่ออปชันครบเครื่องเหมือนลูกรักพระเ้า
มีสกิลระดับต่ำ แต่ได้ร่างกายที่แข็งแกร่งถึกทนมาทดแทน พอถัวเฉลี่ยแล้ว ระดับเผ่าพันธุ์ของอสูรกินเหล็กเลยอยู่ระดับกลาง จริงๆ ก็ไม่ถือว่าต่ำหรอก แต่มันน่าเสียดาย
ในตำนานโลกเดิมอุตส่าห์เป็ถึงสัตว์ขี่ของเทพาชือโหยว พอเปลี่ยนโลกปุ๊บ หมดราศีเลยแฮะ... กลายเป็ตัวประกอบธรรมดาไปซะงั้น
สืออวี่สงสัยว่าเป็เพราะแพนด้ามันี้เีเกินไป วันๆ เอาแต่กินไผ่กับนอนอืด แถมยังนิสัยเชื่องช้า เลยทำให้พวกมันวิวัฒนาการช้าตามไปด้วย
ถ้ามีเืนักสู้สักหน่อย... สภาพคงไม่น่ารันทดขนาดนี้ไหม?!
แต่แบบนี้ก็ดี ไม่งั้นสืออวี่คงไม่มีปัญญาซื้ออสูรกินเหล็กหรอก
ที่พอจะเอื้อมถึงก็เพราะเขามีทะเบียนบ้านอยู่เขตผิงเฉิง จึงได้ส่วนลดคนท้องถิ่น ไม่งั้นคงได้แต่มองตาปริบๆ
“จริงๆ อสูรกินเหล็กก็ไม่เลว...”
“สกิลกายาเหล็กที่เปลี่ยนร่างเป็เหล็กกล้า รุกรับได้หมด ถือว่าใช้งานได้จริง”
ถ้าเขาเดาไม่ผิด อสูรกินเหล็กน่าจะเรียนสกิลข่มขวัญที่เพิ่งคัดลอกมาได้แน่นอน ความเข้ากันได้ไม่น่ามีปัญหา
เขามีสารานุกรมสกิลอยู่ เดี๋ยวต้องจัดให้มันสักคอร์ส
สกิลข่มขวัญที่แสดงถึง ‘คุณสมบัติแห่งาา’ สามารถลดเจตจำนงในการต่อสู้ของศัตรู และเพิ่มความฮึกเหิมให้ตัวเอง!
ส่วนสกิลกายาเหล็กช่วยเพิ่มพลังป้องกันและพลังโจมตี ครบเครื่องทั้งรุกและรับ!
สองสกิลนี้พอมาอยู่ด้วยกัน ทำให้สืออวี่คิดอะไรแผลงๆ ออก
“ถ้างั้น... ก็ขาดแค่สกิลเพิ่มความเร็วอีกสักอย่างไหม?”
ถ้าคัดลอกสกิลแนวๆ นี้มาเสริมได้...
ถึงตอนนั้นอสูรกินเหล็กคงต้องเปลี่ยนชื่อเป็าาแพนด้าแล้วล่ะ!
การจัดเซ็ตสกิลแบบนี้ คงไม่มีผู้ฝึกอสูรหน้าไหนเคยลองทำแน่...
ยิ่งคิด สืออวี่ก็ยิ่งรู้สึกคันไม้คันมือ อยากลองวิชาชะมัด...
การทำงานที่ศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์อสูรต่อ ไม่ใช่แค่เพื่อเรียนรู้ แต่สภาพแวดล้อมที่นี่ดูจะเป็บุฟเฟต์ให้เขาเก็บสะสมสกิลหายากได้อีกเพียบ
สะสมตุนไว้เยอะๆ ก่อน วันข้างหน้าขณะที่ผู้ฝึกอสูรคนอื่นกำลังปวดหัวกับการหาวิธีสอนสกิลให้สัตว์อสูร เขาจะจัดคอมโบสกิลเทพๆ ให้สัตว์อสูรตัวเองได้แบบชิลๆ!