ตอนที่140 ซ้อมจนกว่าจะยอมจำนน
ม้ายักษ์ร่างสูงใหญ่ทั้งตัวเป็นสีดำเหมือนท้องฟ้ายามราตรีกล้ามเนื้อของมันแข็งแกร่งเหมือนโลหะ ผิวหนังมันวาวดุดัน ลมหายใจส่งเสียงราวกับลมผ่านช่องเขาแววตาเต็มไปด้วยหยิ่งทะนง แต่ก็ให้ความรู้สึกอิสระ สง่างามด้วยเช่นกัน
มันยืนอยู่หลังลูกม้ามองไปที่เวสลี่ด้วยสายตาดุดันเวสลี่รู้สึกได้ถึงความน่ากลัวของมัน เพราะมันคือม้ายักษ์ระดับ 4 จ่าฝูงของฝูงม้านับพันนี้
ทุกคนระวังตัวกันอย่างเต็มที่ แต่ไนเรลกลับต่างออกไปจ่าฝูงม้ายักษ์ตัวนี้ไม่ได้อยู่ในสายตาของไนเรลเลยแม้แต่น้อย ถ้ามันเป็นระดับ 5 ไนเรลคงจะกังวลขึ้นมาบ้างว่ามันอาจจะฆ่าเวสลี่ได้
แต่ด้วยระยะแค่นี้ไนเรลสามารถฆ่ามันโดยไม่ต้องขยับแม้แต่ก้าวเดียวยังได้เลย
ขณะที่เวสลี่กำลังยืนนิ่งด้วยความกดดันจ่าฝูงตัวนี้ก็ทำสิ่งที่ไม่น่าเชื่อมันก้มหน้ากินใบไม้คริสตัลอย่างรวดเร็วเหมือนกับว่ามันกลัวจะโดนเจ้าลูกม้าตัวเล็กแย่งกิน
แต่ไม่เพียงแค่หลังจากแย่งของได้แล้วมันกลับทำนิสัยเกเรหันไปข่มขู่ลูกม้าเหมือนจะพูดว่าข้าแข่งกินแล้วจะทำไม หรือเจ้ากล้าไม่ให้ข้ากิน ม้าตัวเล็กมองมันด้วยความกลัวแต่เมื่อสังเกตดี ๆ จะเห็นความไม่ยินยอมอยู่ภายใน
หลังจากข่มขู่ม้าเด็กเสร็จมันก็รู้สึกว่าอยากกินใบไม้คริสตัลอีกเพราะเมื่อคู่ใบไม้คริสตัลมันน้อยเกินไปจนรสชาติที่มันสำผัสได้ถูกกลืนลงไปอย่างรวดเร็ว
ม้ายักษเข้ามาดมรอบ ๆ ตัวของเวสลี่และมองเธอด้วยสายตาดุดันด้วยความกลัวเวสลี่จึงหยบใบไม้คริสตัลที่มีอยู่ด้วยจำนวนน้อยนิดส่งให้กับมัน
ไนเรลมองดูม้ายักษ์จ่าฝูงและเขาก็คิดว่าคงต้องเปลี่ยนแผนซะแล้วจากตอนแรกที่ค่อยๆ ดึงม้าออกมา ตอนนี้จับตัวจ่าฝูงเลยดีกว่า ขอแค่จ่าฝูงยอมจำนน ตัวอื่น ๆ ก็ล่ายแล้ว
ไนเรลก้าวออกมาจากที่ซ่อนอย่างเปิดเผย ม้ายักษ์จ่าฝูงเห็นดังนั้นก็แสดงท่าทีระวังส่วนตัวอื่น ๆ พากันถอยหลังด้วย
จ่าฝูงมองไปที่ไนเรลมันรู้สึกว่าไนเรลอันตรายแต่ก็ไม่ชัดเจนมากนัก นั้นทำให้มันสับสนและจากสับสนก็เปลี่ยนเป็นฮึดสู้มันเป็นจ่าฝูงของม้านับพันจะปล่อยให้มีสิ่งมีชีวิตในระดับเดียวกับมันมาข่มขวัญมันได้อย่างไร
ม้ายักษ์จ่าฝูงแสดงออกชัดเจนว่าไม่พอใจไนเรล
“ถามมัน ถ้ายอมกลับไปกับพวกเราจะมีของใบไม้คริสตัลอร่อยๆ แบบนั้นให้กินอีกมาก และยังมีอาหารอย่างอื่นอีกมากมันยอมกลับไปกับพวกเราไหม”
เวสลี่หันไปถามม้ายักษ์จ่าฝูงด้วยคำพูดของไนเรลแต่ทันทีที่ม้ายักษ์ได้ยินมันก็ตอบกลับมาทำเอาเวสลี่สีหน้าอึ้งไปในทันที
“มันพูดว่าอะไร” ไนเรลสังเกตุสีหน้าของเวสลี่ก็ถามออกไป
“เออ...คือมันเป็นสัตว์ระดับ 4 ไม่รู้ว่าความสามารถของฉันสามารถสื่อสารกับมันรู้เรื่องหรือเปล่า...มัน...”
“ไม่เป็นไรพูดมาเลย”
“มันบอก ไอ้งั่งนี่เป็นใครกัน แค่เอาของกินเล็ก ๆ น้อย ๆมาหลอกล่อมัน คิดว่ามันเป็นเด็กน้อยหรือไง แล้วก็มันบอกว่าให้กลับไปกินนมม้าตัวเมียซะ”
เวสลี่พูดออกมารวดเดียวทั้งยังใส่น้ำเสียงให้ข้อความดูมีอารมณ์มากขึ้นม้าจ่าฝูงก็แสดงท่าทีตามคำพูดของเธอไปด้วยราวกับว่าเธอคอยพากเสียงให้มัน จากนั้นม้าจ่าฝูงมันก็สะบัดก้นหันหลังเดินกลับไปในฝูง
ว่ากันว่าสัตว์นั้นฉลาดโดยเฉพาะสัตว์ที่ฝึกได้และแน่นอนว่าม้าก็ฉลาดมากเช่นกัน แต่ใครจะไปคิดว่ามันจะพูดแบบนี้กับไนเรล
ไนเรลได้ฟังดังนั้นก็อึ้งไปสักพัก แต่ก็รู้สึกเดือดและหมั่นไส้กับท่าทีเดินกลับไปในฝูงอย่างผู้ชนะของม้าจ่าฝูงที่ด่าเสร็จก็เดินหนีของมัน
“บอกมัน ให้โอกาสอีกครั้งถ้ามันไม่ยอมจะต้องเสียใจ”ไนเรลจ้องไปที่ม้ายักษ์ด้วยท่าทีดุดัน
จนม้าจ่าฝูงก็รู้สึกได้ถึงความหน้ากลัวของไนเรลแต่มันเป็นจ่าฝูงต้องรักษาหน้าตาเพราะตอนนี้มีม้านับพันมองท่าทีของมันอยู่
ม้าจ่าฝูงได้ฝังคำพูดจากเวสลี่ก็เชิดหน้ามองไนเรลด้วยสายตาที่อยู่เหนือกว่าแต่มันก็อยู่สูงกว่าไนเรลจริง ๆ เพราะมันสูงตั้ง 4 เมตรจากนั้นมันก็พูดออกมาในภาษาม้า
เวสลี่รีบแปลข้อความไปให้ไนเรลทันที “มันบอกว่า ทำไมมันต้องไปด้วยหรือเจ้าคือม้าตัวเมีย แต่ไม่น่าใช่ ข้าไม่นิยมขี่เพศเดียวกัน”
สิ้นเสียงของเวสลี่ทุกคนก็เงียบกันหมด ทุกคนได้ยินกันหมดเพราะเครื่องมือสื่อสารที่เธอเปิดอยู่
พวกเขาไม่คิดว่าม้ายักษ์จ่าฝูงจะปอกจัดเข้าใจเปรียบเทียบแบบนี้
แต่ก่อนที่ม้าจ่าฝูงจะได้ลอยหน้าลอยตาด้วยความหญิ่งทะนงอยู่นั้นอยู่ๆ ร่างสูงใหญ่ของมันก็ล้มลง หัวของมันโดนเหยีบด้วยเท้าอยู่มันคือเท้าของไนเรล
“หึ ไอ้ม้าปากหมา กวนประสาทนักจะยอมไม่ยอม”ไนเรลรัวหมัดเข้าไปที่ตัวของมันไม่ยั้งเสียงดังปัก ๆ ด้วยเพราะเนื้อที่แน่นของมัน
ม้ายักษ์จ่าฝูงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดแต่ปากของมันก็ยังด่าไนเรลไม่หยุดส่วนม้าที่รวมฝูงกันอยู่เมื่อเห็นว่าจ่าฝูงของมันโดนซ้อมปางตายก็พากันตกใจวิ่งหนีไปหาที่ซ่อนแต่ถึงจะกลัวพวกมันก็ไม่ได้วิ่งไปไกล เพยีงแค่มองอยู่ห่าง ๆ อย่างกลัว ๆ
แต่มีม้าตัวหนึ่งที่รู่สึกสะใจมันคือม้าเด็กตัวนั้นที่โดนม้าจ่าฝูงแกล้งในตอนแรก
เหล่าผู้พิทักษ์สมาพันธ์นักล่าก็กระจายตัวกันออกเพื่อคุมฝูงม้า
“ถามมัน...มันยอมจำนนหรือยัง”
“มันบอก ไปตายซะไอ้ตัวผู้”
ไนเรลได้ยินดังนั้นก็อัดมันอีกรอบปต่เพราะกลัวมันตายเขาจึงจับปากที่ใหญ่ของมันอ้าออกหยอดโลหิตแห่งชีวิตเข้าไปเล็กน้อยม้าจ่าฝูงดูจะตกใจมากที่อยู่ ๆ ร่างกายของมันที่สะบักสะบอมก็ฟืนกลับมาแข็งแรง
มันไม่ได้โง่ต้องเกี่ยวข้องกับของเหลวที่มันโดนจับกรอกเมื้อกี้อย่างแน่นอนแต่แล้วความรู้สึกที่โดนซ้อมก็เกิดขึ้นอีกครั้ง
ไนเรลเลือกจะต่อยไปตามข้อต่อเพื่อให้มันเจ็บปวดที่สุดเลือดซึมออกมาจากตัวของม้ายักษ์จ่าฝูงเล็กน้อยตามหมัดที่ไนเรลต่อยไปเขาแค่จะซ้อมให้มันยอมจำนนไม่ได้ฆ่ามัน ดังนั้นชายหนุ่มจึงออมแรงไว้เล็กน้อย
หลังจากผ่านไปสักพักม้ายักษ์ก็เหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง
“มันบอกว่ายอมแล้ว” เวสลี่รีบแปลคำพูดของม้ายักษ์ทันที
ม้ายักษ์มองด้วยสายตาที่หวั่นใจมันไม่คิดว่ามนุษย์คนนี้จะหน้ากลัวขนาดนี้
ไนเรลหยุดมือลุกขึ้นจากตัวของม้าจ่าฝูง“ต้องให้ใช้กำลัง”
ยังไม่ทันสิ้นเสียงของไนเรลม้ายักษ์จ่าฝูงด้วยความที่มันเจ้าเลห์อยู่แล้วเมื่อเห็นว่าไนเรลประมาทหันหลังให้มัน ก็ลุกขึ้นวิ่งหนีด้วยความเร็วราวกับสายลม
พวกมันคือม้าความเร็วคือพรสวรรค์ของเผ่าพันธุ์พวกมัน วิ่งวิ่งเร็วจนเกิดภาพติดตาเป็นเงาสีดำ
เวนดี้ที่คอยคุมเชิงอยู่ก็ถึงกับตะโกนออกมาว่า“มันหนีไปแล้ว”
ม้ายักษ์จ่าฝูงคิดในใจว่าถึงมนุษย์คนนี้จะน่ากลัว แต่สมองมันมีปัญหาแน่นอนแค่บอกว่ายอมแพ้ก็ปล่อยมันอย่างง่ายดาย
มันหันกลับไปมองข้างหลัง แต่ก็ต้องตกใจเพราะกลับเห็นแค่หญิงสาวที่มีใบไม้คริสตัลยืนอยู่คนเดียวแล้วไอ้คนที่ซ้อมมันไปอยู่ไหน
“หาฉันอยู่หรือไง”
ทันทีที่ได้ยินเสียงชายหนุ่มมันก็ตกใจจนแทบจะสะดุดล้มเพราะเสียงที่ดังมามันมาจากหลังของมัน
ไนเรลรู้อยู่แล้วว่าม้าจ่าฝูงจะหนีถึงมันจะดูหยิ่งทะนงปากสุนัขสักแค่ไหน แต่ก็ต้องไม่ลืมว่ามันฉลาดมากดังนั้นตอนมันหนีเขาจึงใช้ความสามารถ [จิตเคลื่อนย้าย A] มาโผล่อยู่บนหลังของมัน
ยังไม่ทันที่ม้ายักษ์จ่าฝูงจะได้หายตกใจไนเรลก็กระทืบไปที่หัวของมันจมดินอีกครั้งและคนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างชัดเจนก็คือนิเรียผู้มีสายตาที่จับการเคลื่อนไหวได้ทั้งหมด
เธอเห็นแม้กระทั้งไนเรลหายตัวไปได้ยังไงด้วยซ้ำแต่เพราะรู้ว่าพี่ชายของเธอจัดการได้จึงไม่ได้ลงมือยิ่งม้าจ่าฝูงเพราะยังต้องใช้มันอยู่
ทุกคนรีบวิ่งตามไปจุดที่ไนเรลกระทืบม้าจ่าฝูงอีกครั้ง
ในครั้งนี้ไนเรลลงมือแบบไม่ออมแรงเลยแม้ แต่น้อยพร้อมกับถ้อยคำที่ว่า “ถ้าไม่ยอม ก็ขอกินแกไม่ให้เหลือแม้แต่กระดูกเลย”
ไนเรลพูดจบก็อ้าปากจะกินมัน
ม้ายักษ์เห็นดังนั้นก็ถึงกับตาเหลือกลนลานแม้ฟังภาษาของมนุษย์ไม่รู้เรื่องแต่มันจะไม่รู้ได้ยังไงว่าตอนนี้มันกำลังจะโดนกินแล้วถ้ามันยังไม่ยอมมันรู้ว่ามนุษย์ที่มันเรียกว่าไอ้งั่งจะต้องเชือดกินจริง ๆ แน่ไม่สิดูจากท่าทีแล้วมันคงโดนกินทั้งเป็นอย่างแน่นอน
ไม่ได้มันพึ่งจะเป็นจ่าฝูงผู้สูงส่งได้ไม่นานไม่ยอมตายอย่างแน่นอนเมื่อคิดได้ดังนั้นมันจึงยอมจำนนในทันทีส่งสายตาเว้าวอนขอร้องไปหาหญิงสาวที่คุยกับมันรู้เรื่องบอกให้ชายคนนี้หยุดกระทืบมันทีมันยอมแล้วไม่งั้นมันคงตายแน่นอน
แต่ถึงเวสลี่จะบอกว่ามันยอมจำนนแล้ว แต่ไนเรลไม่ได้หยุดกลับกันเขากัดไปที่หลังของมันไปหนึ่งทีแต่ยังไม่ทันที่จะได้ฉีกเนื้อมันออกมา ม้ายักษ์จ่าฝูงก็ถึงกับตกใจกลัวสลบไป
บางที่ก่อนสลบมันคงคิดว่าอย่างน้อยก็ขอตายโดยไม่รู้สึกตัวดีกว่า
ไนเรลคิดไม่ถึงว่าม้าจ่าฝูงจะเป็นลมไปเพราะความกลัวจริงๆ เขาจึงลุกจากจากตัวมัน หันไปสั่งคนอื่น ๆ ให้ต้อนม้าตัวอื่น ๆ มารวมกันไว้จากนั้นก็ให้คนกรอกโลหิตแห่งชีวิตรักษาบาดแผลให้ม้าจ่าฝูงเพื่อที่มันจะได้ฟื้นขึ้นมาโดยเร็วจะได้เดินทางกลับ
หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ที่ไนเรลคิดจะกินมันก็ได้กลายเป็นแผลฝั่งลึกในใจของม้าจ่าฝูงตัวนี้เวลาเจอหน้าไนเรลทีไรมันจะต้องสั่นกลัวจนถึงนอนฝันร้ายไปหลายวันแม้แต่ภายหลังมันจะได้เจ้านายที่ชอบใส่ผ้าปิดตามันก็ยังไม่กลัวเท่ากับไนเรล