ตอนที่เจ็ดสิบเก้า บทนำเล่มที่สอง Path of Sorcery
เอ้ก อี้เอ้ก เอ้ก
หลังจากที่พวกอาจารย์คงและลูกน้องผมเมาหลับฉลองเมื่อคืน ผมก็เป็นคนดูแลโดยการสั่งให้ลูกน้องที่มีหลายคนทำความสะอาดต่างๆ
ลูกชายกำนันไม่ต้องทำความสะอาดด้วยตนเองแค่ชี้ไม้ชี้มือสั่งการชาวบ้าน
ทุกคนก็คิดว่าเราขยันและทำงานทำการแล้ว
สูด
ปล่อย
ผมตั้งสติสูดลมหายใจก่อนออกจากบ้านและจะก้าวเท้าออกไปตามที่จมูกแต่ละข้างบอก
จนต่อไปนี้ผมคิดว่าผมจะเริ่มดัดแปลงร่างกายให้จมูกคล่องทั้งสองข้างไม่เป็นโรคทางเดินหายใจติดขัดต่างๆล่ะ
แต่นี่ก็คือขั้นตอนสำคัญ
ในเรื่อง Warhammer บอกว่าเราต้องระวังนิสัยของตนเอง
นิสัยเล็กน้อยที่ไม่รู้ตัวอย่างการเลียริมฝีปากในตอนที่ใช้คาถาอาคม
อาจจะกลายเป็นความอยากกินเลือดเนื้อมนุษย์ไปได้โดยเราไม่รู้ตัว
และหากเราเอาแนวคิดเรื่องผีฟ้าปอบหรือเสือสมิง
ที่กินเลือดกินเนื้อชาวบ้านหลังจากฝึกวิชาผิดพลาดกลายเป็นผีปอบ
ผมคิดว่านักเวทย์ใน Warhammer ก็คงไม่ได้คิดผิดมากนัก
ในการที่เราต้องตั้งสติตลอดเวลาหากเรายุ่งเกี่ยวกับเวทย์ขึ้นมาเพราะการเสียสติของขึ้น นั้นเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง
ผมจึงไม่ได้มองว่าการหายใจเข้าออกก่อนออกจากบ้านนั้นเป็นจุดอ่อนที่ผูกมัดผม
แต่ผมมองว่ามันคือเกราะป้องกันผมต่างหากที่จะเบรกไม่ให้ผมกลายเป็นปอบที่กินเลือดกินเนื้อหากฝึกวิชาผิดพลาด
พระผู้ใหญ่เกจิอาจารย์ชื่อดังนั้นที่จริงเป็นแบบพระเอกโชวเน็น
ที่ก่อนจะเป็นผู้ใช้พลังวิญญาณที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาลนั้น
พวกเขาก็เป็นอันดับหนึ่งของนักเลงแถวบ้านมาก่อนแล้ว
หลายท่านนั้นเป็นนักเวทย์ชื่อดังในท้องถิ่นมาก่อนที่จะมาบวช
บางท่านตอนเด็กก็มีฌานมองเห็นต่างๆตั้งแต่เด็กเพ่งจนจิ้งจกตกลงมาได้แบบโวลเดอมอร์
แต่กระนั้นพวกท่านก็ยังต้องเข้าคอร์สฝึกพลังจิตสมาธิด้วยธรรมะเพื่อทะลวงระดับให้เหนือขึ้นไปอีกขั้น
กระทั่งเกจิอาจารย์ชื่อดังที่เพ่งจนจิ้งจกตกลงมาตายได้ตั้งแต่เด็ก“ก่อน” ที่จะบวชเป็นพระยังมองว่าการฝึกสมาธิคือเรื่องสำคัญผมก็ไม่กล้าชักช้าในการทำตามพวกท่าน
“ฮู้ว ฮ้า”
ผมสูดลมหายใจเข้าและปล่อยออกไปตามตะวันขึ้นยามเช้าเพื่อฝึกสมาธิของตนเอง