ราชาไร้บัลลังก์

    บทที่50:การยืนยันภารกิจ

    มิคาเอลที่ได้แผงคอมาจากสิงโตหยกมันก็ออกมาหาเป้าหมายต่อไปของมันทันทีแต่รอบนี้เมื่อมันเจอเป้าหมายมิคาเอลกลับค่อยๆลอยตัวลงมาหยุดอยู่ที่หน้าสัตว์อสูรตัวนั้น
    ''ข้ารู้เรื่องที่เกิดทั้งหมดแล้ว และไม่ต้องแปลกใจไปที่ข้ารู้ได้เพราะพวกข้าทั้ง10ตัวสามารถพูดคุยกันผ่านความคิดได้ ว่าแต่เจ้าเถอะอายุยังน้อยแต่ระดับพลังของเจ้ามันเยอะจริงๆแถมออร่ารอบๆตัวของเจ้าเองก็ออกจะผิดพวกมนุษย์ไปหน่อย''หมูป่าวายุพูดออกมาขณะเดินไปรอบๆตัวมิคาเอล โดยนิสัยของหมูป่าวายุตัวนี้ค่อนข้างชอบสังเกตุเป็นอย่างมาก
    ''อ่า...ถ้าข้าบอกว่าข้าคือพระเจ้าล่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า''มิคาเอลพลางพูดเล่นไปโดยไม่คิดอะไรอยู่แล้วแต่กับหมูป่าวายุมันไม่ใช่เพราะมันมีอีกนิสัยคือเชื่อคนง่าย
    ''อะไรนะ! ขออภัยที่ข้าล่วงเกินท่านพระเจ้า ข้าไม่รู้ว่าเป็นท่าน''หมูป่าวายุพูดพลางงอขาหน้าทั้ง2ข้างลงนี่เป็นการแสดงความเคารพของมัน
    ''เอิ่ม...ข้าแค่พูดเล่นข้าก็คนธรรมดานี่แหละ''มิคาเอลถึงกับไปไม่เป็นเมื่อเจอกับสัตว์อสูรแบบนี้เข้า
    ''เจ้าบ้า เจ้าทำข้าเกือบตกใจตายไปแล้ว รับนี่ไปนี่คือเขี้ยวของข้า''หมูป่าวายุปล่อยเขี้ยวของมันออกมาเหมือนเดิมเขี้ยวอันนั้นลอยเข้าไปในกล่องทันทีที่สัตว์อสูรเหล่านี้ไม่เสียดายชิ้นส่วนในร่างกายของพวกมันอยู่แล้วเพราะว่ามันงอกใหม่ได้ตลอดเวลา
    ''ฮ่า ฮ่า ฮ่า ขอบใจท่านมากงั้นข้าขอตัวก่อน เอาไว้ข้าจะมาหาอีก''มิคาเอลลอยหายวับไปในพริบตาที่พูดจบ
    ''ช่างเป็นเด็กที่แปลกประหลาดจริงๆที่ไม่มีความเกรงกลัวพวกเราเลย''
    มิคาเอลยังคงหาเป้าหมายต่อไปโดยบางครั้งมันก็ไปผิดที่และที่เป็นแบบนี้เพราะมันลืมถามที่อยู่จากสัตว์อสูรตัวอื่น แต่แล้วมันก็คิดว่าไหนๆก็มาแล้วงั้นไปเจอให้ครบทุกตัวเลยก็แล้วกันจนเหลือแค่แร้งทองคำเป็นตัวสุดท้ายและตัวนี้ก็เป็นเป้าหมายในภารกิจของมิคาเอลด้วยแต่เมื่อมิคาเอลลอยลงมากลับต้องแปลกใจเพราะมันเห็นชายแก่ที่เคยขายป้ายระดับสูงของสำนักหมื่นพิษให้กำลังนอนอยู่บนตัวของแร้งทองคำ และสิ่งที่ทำให้มิคาเอลไม่เข้าใจคือทำไมพลังของชายแก่จึงลดลงจากเดิมมีพลังอยู่ที่ระดับ10ต้านแรงดึงดูดแต่ตอนนี้กลับเหลือเพียงระดับ5ต้านแรงดึงดูดเพียงเท่านั้น
    ''เฮ้ เฮ้ ตาแก่ข้าว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันหน่อยแล้ว''มิคาเอลพูดขณะลอยลงมาและเมื่อชายแก่คนนั้นเห็นมันกลับตกใจสุดขีดเพราะเด็กคนนี้คือคนที่มันขายป้ายระดับสูงให้
    ''นี่...เจ้าคือเด็กคนนั้นแล้วเจ้ามีพลังถึงขนาดนี้? ที่เจ้ามาที่นี่นอกจากจะมาทำภารกิจแล้วคงได้รู้เรื่องมาบ้างแล้วใช่มั้ย''ชายแก่พูดออกมาขณะปากของมันสั่นระริกและพยายามควบคุมอารมณ์ของตนเอง
    ''เรื่องอะไรข้าไม่รู้ ข้าแค่มาทำภารกิจว่าแต่ท่านเถอะทำไมพลังถึงลดลงไปมากนักหรือว่าโดษพิษมา''มิคาเอลถามคำถามที่คาใจของมันออกมา
    ''ใช่ข้าโดนพิษมา ข้าจะเล่าให้ฟังโดยตัวข้านั้นเกิดช่วงเดียวกับราชาแห่งแสงแต่ด้วยที่ข้าชื่นชอบพิษจึงเรียนรู้เรื่องนี้มาตลอดแต่คนรอบข้างเกิดกลัวข้า ข้าจึงได้มาที่ทวีปแห่งนี้และก่อตั้งสำนักขึ้นหลังจากนั้น3,000ปีข้าก็ให้คนอื่นขึ้นเป็นเจ้าสำนักแทนและตัวข้าก็ได้ลงไปตรวจสอบที่เหวหลังสำนักแต่แล้วข้าก็พบว่าที่นั่นอันตรายมากเต็มไปด้วยพิษที่ข้าไม่รู้จักแต่ข้าก็สามารถแก้พิษได้ จนข้าเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆแล้วติดพิษที่ไม่สามารถแก้ได้กลับมาข้าจึงต้องใช้พลังกดดันมันมาตลอดจนพลังของข้าระดับ1นิวเคลียร์ลดลงมาเหลือเพียงเท่านี้แล้วเมื่อมันลดลงไปจนหมดเมื่อไหร่เมื่อนั้นข้าก็คงตาย''ชายแก่เล่าเรื่องให้มิคาเอลฟังแบบยาวเหยียดจนมิคาเอลอดคิดไม่ได้ว่าตาแก่นี่คงจะเหงามากน่าดู
    ''แท้จริงแล้วท่านก็คือผู้ก่อตั้งสำนักหมื่นพิษ แบบนี้ก็ดีเรื่องคงง่ายขึ้นเยอะ ท่านช่วยสอนข้าทีข้าอยากเรียนรู้เรื่องพิษเพราะในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นบ้างก็ไม่รู้''มิคาเอลพลางดีใจที่มาเจอคนเชี่ยวชาญด้านพิษแบบนี้แต่คำพูดของอีกฝ่ายกลับทำให้มันหมดหวัง
    ''ข้าสอนเจ้าได้แต่คงได้ไม่ทั้งหมด ความทรงจำเกี่ยวกับเรื่องพิษบางส่วนของข้าถูกทำลายไปแล้วแต่ข้ามีบันทึกเกี่ยวกับมันอยู่เพียงแต่ว่ามันอยู่ในสำนัก เจ้าต้องหาทางไปเอาเอง''ชายแก่ไม่ได้หวงความรู้ที่ตัวเองมีเพราะอย่างน้อยก่อนตายมันก็ยังอยากให้คนมีความรู้เรื่องพิษเพิ่มขึ้นอีกซีกคนก็ยังดี
    ''ข้าสามารถใช้ป้ายที่ท่านขายให้ข้าไปขอตำราเหล่านั้นมาได้หรือไม่''มิคาเอลพลางถามหากจะให้มันใช้กำลังบังคับมาเอาโดยไรเหตุผลตัวมันเองก็คงไม่ต่างจากโจร
    ''เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่มั่นใจเพราะข้าไม่ได้มีส่วนในสำนักมานานแล้วไม่รู้ว่าขอบเขตของการขอมีอยู่แค่ไหน''มิคาเอลเข้าใจความรู้สึกของชายแก่นี้ดี พลังถดถอยลงไปหากยังอยู่ในสำนักตัวมันจะโดนอะไรบ้างก็ไม่รู้และตอนนี้ชีวิตของชายแก่ก็คงเหลือไม่เยอะ
    ''งั้นท่านช่วยสอนข้าเท่าที่จะสอนได้ก็แล้วกัน แล้วข้ารับปากจะช่วยท่าน1เรื่อง''มิคาเอลตัดสินใจพูดออกไปอย่างน้อยก่อนชายแก่จะตายมิคาเอลจะทำเรื่องที่ค้างคาให้ชายแก่1เรื่อง
    ''ได้สิ เรื่องที่จะให้เจ้าช่วยนั้นไม่ยากช่วยข้าดูแลสัตว์อสูรทั้ง10ตัวต่อจากข้าหลังข้าตายไป''เดิมทีสัตว์อสูรทั้ง10นี้ชายแก่เป็นคนรวบรวมและเลี้ยงดูมันมาตั้งแต่ยังเด็ก พวกมันเปรียบได้กับเพื่อนของชายแก่คนนี้
    ''ไม่มีปัญหาข้ารับปากท่าน ข้ามิคาเอลแล้วท่านชื่ออะไร''
    ''ข้าไม่มีชื่อแต่เมื่อ4,000ปีก่อนผู้คนมักเรียกข้าว่าอสูรหมื่นพิษ เรื่องนั้นช่างมันเถอะ มาเริ่มกันเลยเวลาของข้าเหลือไม่มากแล้ว''อสูรหมื่นพิษเริ่มสอนมิคาเอลทันทีโดยการสอนของอสูรหมื่นพิษไม่ยากมีทั้งการพูดให้ฟังและบางครั้งยังนำสมุนไพรต่างๆออกมาเพื่อให้มิคาเอลลองทำยาพิษ
    ขณะเดียวกันในสำนักหมื่นพิษครูซกำลังถูกคนอื่นดูถูกหนักยิ่งกว่าเก่า เพราะข่าวที่มันรับศิษย์สายตรงครูซได้แต่ก้มหน้าอดทนและรวบรวมตำราพร้อมทั้งสมุนไพรพิษต่างๆเท่าที่จะหาได้เอาไว้ให้มิคาเอลจนเวลาล่วงเลยผ่านไป1เดือนกว่าๆมิคาเอลก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับมาที่สำนักครูซเริ่มจะหวาดวิตกเพราะสัตว์อสูรที่อยู่ในภารกิจทั้งแข็งแกร่งและเต็มไปด้วยพิษมันคิดว่ามิคาเอลอาจจะพลาดท่าแต่มันก็ยังไม่ละทิ้งความหวัง โดยตลอดเวลาทุกวันมันจะมานั่งรอมิคาเอลที่ทางเข้าสำนักและวันนี้อยู่ๆที่ทางเข้าสำนักมิคาเอลก็ปรากฎตัวขึ้นมันยังคงไม่ได้ใส่เสื้อ ตามตัวมีแต่รอยเขียวของพิษตลอดเวลาการเรียนรู้ของมิคาเอลรวดเร็วมากจนกระทั่งช่วงหลังของการสอนมิคาเอลถูกวางยาพิษนับไม่ถ้วนเพื่อให้เกิดความเคยชินและมีภูมิต้านทานโดยมีอสูรหมื่นพิษคอยดูแลอยู่ตลอดเวลา มิคาเอลเดินมาหยุดอยู่ด้านหน้าของครูซแล้วจึงพูดขึ้น
    ''ไปที่ศาลากับข้าเพื่อยืนยันภารกิจ''มิคาเอลพูดออกมาขณะที่รอบๆตัวของมันเต็มไปด้วยกลิ่นพิษร้ายแรงครูซที่อยู่ห่างออกไปยังอดรู้สึกหวาดกลัวไม่ได้
    ''ได้ ไปกันเถอะ''ครูซเดินตามไปอย่างว่าง่ายตลอดทางเดินผู้คนที่พบเจอมิคาเอลต่างหลีกทางให้เป็นเพราะกลิ่นพิษที่ลอยมาตามลมทำให้มันไม่กล้าเข้าใกล้มิคาเอล จนมิคาเอลเดินเข้ามาในศาลาและพบเจออาจารย์คนที่เคยพนันกันไว้ ปัง! มิคาเอลวางกล่องไม้ที่ใช้เก็บชิ้นส่วนของสัตว์อสูรลง
    ''ข้ามายืนยันภารกิจและข้ามารับแต้มที่พนันเอาไว้กับเจ้า โปรดตรวจสอบของด้านใน''อาจารย์คนนั้นมองหน้ามิคาเอลโดยไม่สนใจกลิ่นพิษที่ติดอยู่บนตัวมิคาเอลขณะเริ่มหัวเราะเสียงดังจนทำให้ศิษย์ต่างๆที่อยู่โดยรอบเริ่มจะหัวเราะตาม
    ''ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าไปเอาอะไรมาเล่น หากเจ้าไม่กล้าไปทำภารกิจเจ้าก็แค่บอกมาตรงๆไม่จำเป็นต้องนำของอย่างอื่นมาหลอกข้า''อาจารย์คนนั้นไม่มีทางเชื่อที่มิคาเอลพูดใครจะไปทำภารกิจแบบนี้ได้สำเร็จแม้แต่อาจารย์เรร่ายังไม่กล้ารับภารกิจแบบนี้ให้ลูกศิษย์ของนางเลยแต่มิคาเอลไม่ได้สนใจอีกฝั่งมันเปิดกล่องไม้แล้วหยิบของในนั้นออกมาทีละชิ้น เนื่องจากมิคาเอลในตอนนี้เรียนรู้เรื่องพิษและมีภูมิต้านทานอยู่มากมายจึงสามารถจับต้องชิ้นส่วนเหล่านี้ได้
    ''หุบปากแล้วตรวจสอบซะว่าชิ้นส่วนพวกนี้ใช่ของจริงหรือไม่''เมื่ออาจารย์คนนั้นได้ยินที่มิคาเอลพูดมันจึงก้มลงไปมิงชิ้นส่วนของสัตว์อสูรเหล่านั้นจากนั้นมันก็ต้องตกตะลึงและเกิดความหวาดกลัว
    ''นะ...นี่ ชิ้นส่วนเหล่านี้ถูกต้อง เจ้าทำได้ยังไง...แล้วเจ้าสามารถจับพวกมันได้?''
    ''เรื่องนี้ข้าไม่จำเป็นต้องบอกเจ้า ส่งแต้มทั้งหมดและสมุนไพรของข้าคืนมาซะ''มิคาเอลพูดขณะวางมือบนโต๊ะจากนั้นจึงยกนิ้วชี้ขึ้นแล้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
    ''นี่...เรื่องแต้มข้าส่งให้ได้ ตะ...แต่สมุนไพรของเจ้าถูกคนอื่นเอาไปแล้ว''มันพูดขณะที่ความกลัวเริ่มก่อตัวต้องทำยังไงถึงได้ชิ้นส่วนเหล่านี้มา ในที่สุดมันก็รู้แล้วว่าทำไมมิคาเอลถึงได้รับภารกิจแบบนี้โดยไม่คิดเพราะภารกิจแบบนี้สำหรับมิคาเอลมันง่ายจนไม่ต้องคิดต่างหาก และเมื่อมิคาเอลได้ยินสิ่งที่อาจารย์พูดมันจึงหยุดเคาะโต๊ะแล้วหันไปพูดกับครูซ
    ''ครูซกรณีแบบนี้ข้าสามารถฆ่ามันทิ้งได้มั้ย ในเมื่อมันนำของของข้าไปโดยไม่ได้รับอณุญาติ''
    ''ได้ เพราะนี่ถือเป็นการละเมิดสัญญาที่ตกลงกันไว้และถึงมันตายไปเราก็ได้รับแต้มมาอยู่ดีเพราะจะมีคนมาทำหน้าที่แทนมัน''มิคาเอลที่ฟังจนจบหลังจากนั้นก็หันกลับไปมองอาจารย์คนนั้นที่กำลังอยู่ในอาการหวาดกลัวก่อนจะยกมือขึ้นแล้วใช้นิ้วชี้จิ้มลงไปที่ไหล่ของมันอย่างรวดเร็ว

    จนอีกฝ่ายไม่สามารถหลบได้