ตอนที่151 สถานการณ์พลิกผัน
เอวาและกองกำลังผู้พิทักษ์ที่ถอยกลับมาหลังสุดปีนขึ้นมาจากกองหินและซากกำแพงที่ตาเดียวใช้ปกป้องทุกคนจากการโจมตีของลูกบอลน้ำขนาดใหญ่
ลูกบอลน้ำที่โจมตีทุกคนเหมือนกับกระสุนปืนใหญ่ที่ร่วงหล่นลงมาและคนที่สามารถสร้างมันขึ้นมาโจมตีพวกเขาได้คงเปรียบเหมือนปืนใหญ่ทุกคนจึงเกิดความกลัว
แต่ถึงจะกลัวพวกเขาก็ไม่ได้ขี้ขลาดทุกคนต่างช่วยกันพาคนที่บาดเจ็บถอยกลับไปด้านในส่วนคนที่สู้ไหวก็มองหามนุษย์ชั้นสูงระดับสีน้ำเงินที่โจมตีพวกเขาพร้อมคิดวิธีในการรับมือไปด้วย
และแล้วคนที่ลงมือกับกองกำลังผู้พิทักษ์ก็เผยตัวออกมา
สายตาของทุกคนมองผ่านกองกำลังทหารไปจนถึงฟรินทันและชายลึกลับข้างๆ ที่ยืนอยู่สองคน ทั้งสองสวมชุดคลุมปิดหน้าจนมิดไม่สามารถมองออกได้ ๆ ว่าเป็นใครแต่ที่น่าแปลกสายฝนกลับไม่ตกในบริเวณรอบ ๆแต่กลับรวมอยู่รอบตัวของชายลึกลับหนึ่งในสองคน
ชายคนนั้นก้าวเดินออกมามองข้ามผ่านสะพานไปที่ตาเดียวที่ตอนนี้นอนสลบไม่ได้สติอยู่ไม่รู้เพราะอะไรชายคนนั้นถึงคิดอยากจะฆ่าตาเดียวบางที่อาจจะเพราะกลัวความสามารถของตาเดียวก็ได้
ตาเดียวที่ตอนนี้นอนสลบ ร่างแข็งเป็นหินต้องบอกว่าเป็นหินจริง ๆ เพราะร่างของเขาหลอมเข้าไปในหินบางส่วนแล้ว
ผู้พิทักษ์สมาพันธ์สองคนที่อยู่ใกล้โยนโล่ทิ้งจากนั้นก็ช่วยกันโยนหินที่ทับร่างและกำลังรวมกับตาเดียวทิ้งออกไปห่างๆ นั้นจึงหยุดการหลอมรวมได้ชั่วคราว บางทีอาจจะต้องให้ตาเดียวตื่นขึ้นมาไม่งั้นเขาอาจจะกลายเป็นรูปปั้นหินไปจริง ๆ
เอวาหยิบของบางอย่างออกมาจากตัวมันคือโลหิตแห่งชีวิตขวดหนึ่ง เธอส่งให้กับผู้พิทักษ์คนหนึ่งที่ช่วยตาเดียวอยู่
“พาคนเจ็บถอยกลับไปก่อนใครที่พอสู้ไหวรักษาแนวรบไว้จนกว่ากองกำลังทั้งสามจะกลับมา”เอวาพูดจบคนที่ยังพอสู้ไหวอีกร้อยกว่าคนก็หยิบยกโล่กระแทกที่พื้นดินเบื้องหน้าสร้างเป็นแนวกำแพงโล่เพราะตอนนี้กำแพงของเมืองซานติเกียของหลังของพวกเขาพังถล่มลงมาแล้ว
ทกคนหลบอยู่หลังกำแพงมองไปที่สะพานข้ามแม่น้ำด้วยสีหน้าเข้มขึง กองทัพทหารและมนุษย์ชั้นสูงของหน่วยดาบและโล่ฝั่งตรงข้ามกำลังเดินหน้าข้ามสะพานมาอย่างง่ายดายเพราะไม่มีใครขัดขวาง
ฝั่งของเอวาก็จับอาวุธบีบเค้นพลังของตัวเองเตรียมรับศึกเต็มที่สายตาของทุกคนต่างมองฝั่งตรงข้ามของกันและกันเลือดที่ไหลผ่านบาดแผลตามร่างกายผสมไปกับน้ำและสายฝนที่กลับมาตกเหมือนเดิมแล้ว
ขณะที่สถานการณ์กำลังตึกเครียดอยู่ ๆก็มีเสียงดัง แป๊ะ!!! เหมือนกับสายอะไรบางอย่างขาดเสียงที่เหมือนอะไรขาก็คือเสียงเหล็กที่ยึดตามสะพานขาดออกจากกันจากนั้นก็ตามมาด้วยเสียง คลื่น!!! ของสะพานที่ถล่มลงมา
ทุกคนที่อยู่บนสะพานพากันถอยออกมาจากระยะถล่มสะพานช่วง 20 เมตรสุดท้ายขาดออกไม่สามารถไปต่อได้นั้นจึงทำให้คนของกองกำลังผู้พิทักษ์ผ่อนคลายเล็กน้อย แต่ก็ไม่ใช้ทั้งหมด
“ถ้าชายคนนั้นลงมืออีกครั้งฉันจะคอยต้านพวกมันเองส่วนพวกนายก็จัดการคนอื่นๆ ” เอวามองไปที่ชายลึกลับที่มีกระสุนน้ำหมุนวนรอบกายตอนนี้ชายคนนั้นก้าวเดินออกมาที่สะพานตามหลังทหารและหน่วยของรัฐบาลไทกีล่ามาติดๆ
“รองประธานคุณคิดว่าพวกผมจะปล่อยให้คุณสู้คนเดียวหรือไง”
“ใช่ ถ้าทำแบบนั้นท่านประธานฆ่าพวกเราแน่นอนอีกอย่างพวกเราไม่ต้องสู้ตายกับพวกมัน แค่ถ่วงเวลาไว้สักพักก็พอ”
ผู้พิทักษ์สมาพันธุ์ที่ตอนนี้มีพลังระดับสีเขียวต่างก้าวเดินขึ้นมาข้างหน้าถึงจะมีแค่ไม่กี่สิบ แต่ก็สร้างแรงกดดันให้กับศัตรูได้อย่างแน่นอนเอวาที่เห็นว่าห้ามพวกเขาไปก็เท่านั้น จึงพยักหน้ารับอย่างขอบคุณ
และก็นึกถึงคำพูดเมื่อกี้จริงอย่างที่ผู้พิทักษ์สมาพันธ์บอก ไม่จำเป็นต้องสู้ตาย แค่ถ่วงเวลาจากกำหนดการไนเรลน่าจะมาถึงภายในเย็นวันนี้ มันก็แค่ 6 ชั่วโมง พวกเขาต้องต้านไว้6 ชั่วโมงไม่รู้เพราะอะไรเธอเชื่อว่าไนเรลสามารถจัดการพวกนี้ได้อย่างแน่นอนขอแค่เขาอยู่ที่นี่
เอวากำลังคิดถึงประธานของเธออยู่ เสียงดังตูม!!! ก็ดังขึ้นมามันมาจากปืนใหญ่ที่ยิงพวกเขาทุกคนหลบอยู่หลังโล่สีดำคอยยันไว้ไม่ถอย
“หลีกไปให้หมด”เสียงของชายคนหนึ่งดังก้องไปทั่วบริเวณแม้แต่เสียงปืนใหญ่ก็ไม่สามารถกลบเสียงของชายคนนี้ได้แต่น่าแปลกกว่านั้นคือมันดันไม่ใช่ภาษาไทกีล่า แต่เป็นภาษาจีนาสมนุษย์ชั้นสูงคนนี้คือชาวจีนาส
ถึงพวกเขาจะฟังไม่ค่อยเข้าใจแต่ก็ยังหลบทางให้ตามสัญชาตญาณ
ชายคนนั้นยืนอยู่ที่หน้าสะพานที่ขาดมองดูคนของสมาพันธ์นักล่าที่น่าสมเพชที่หลบอยู่หลังโล่เก่าๆ พัง ๆ ที่เสียหายจากปืนใหญ่พลังงาน E2ตอนนี้ทุกคนยังคงไม่เปิดฉากยิงแต่พอจะรู้ผลลับได้ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเมืองซานติเกียก็จบแค่นี้
ในตอนนั้นเองเอวาก็เดินออกมาจากหลังโล่ยืนประจันหน้ากับชายลึกลับชาวจีนาสอยู่อีกฝั่งของสะพาน
“นายไม่ใช่ชาวไทกีล่าทำไมถึงมายุ่งเรื่องของพวกเรา”เอวาพูดด้วยภาษาจีนาสสร้างความแปลกใจให้กับชายลึกลับชาวจีนาสอย่างมาก แต่ก็ไม่แปลกเพราะเธอเคยเรียนภาษาจีนาสมาระยะหนึ่งจึงพอพูดได้บ้าง
“เธอพูดภาษาจีนาสได้ ฉันชักจะสนใจเธอแล้วสิว่าไง! มาเข้าร่วมกับพวกฉันไหมถ้าเธอยอมฉันจะไว้ชีวิตพวกที่เหลือด้านหลังก็ได้นะนี่เป็นโอกาสที่ดีนะโลกใบนี้นะมันกำลังจะตายแล้ว พวกเราต้องหนีไปจากที่นี่”ชายลึกลับชาวจีนาสยังคงพูดด้วยภาษาจีนาส
“เพราะอะไรถึงช่วยกองทัพไทกีล่า ตอบมา”เอวายังคงพูดด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง ไม่หวั่นไหวกับคำชักชวนของชายลึกลับ
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ กองทัพไทกีล่า น่าขันพวกมันก็มีเพียงแค่ชื่อเท่านั้นเอาเป็นว่าเธอไม่ต้องรู้หรอก ฮ่า ๆ ๆ ๆ”
เอวาได้ยินดังนั้นก็ตกใจ แต่ยังรักษาท่าทีไว้ได้เกิดอะไรขึ้นมันหมายความว่ายังไงในคำพูดนี้ที่ว่ากองทัพไทกีล่าก็เป็นแค่ชื่อเท่านั้นเอวาเลิกสนใจคำพูดของศัตรูบางที่มันอาจจะเป็นแค่คำพูดปั่นหัวเธอก็ได้‘ปัญหานี้ยกให้นายตัดสินใจแก้เอาเองก็แล้วกัน’ และคนที่เอวาพูดถึงก็คือไนเรล
“ว่ายังไง...”แต่ก่อนจะพูดจบประโยคเอวาก็ลงมือจู่โจมอย่างฉับพลัน ฉึบ! ฉึบ! ฉึบ! ฉึบ! ฉึบ!
ใบมีดสายลมห้าสายบินออกจากตัวของเอวาตรงเข้าหาชายลึกลับคนนั้น
“หึ”เสียงเยาะเย้ยจากในลำคอดังออกมาพร้อมกับที่ลูกบอลน้ำขนาดหนึ่งเมตรรอบตัวของชายลึกลับชาวจีนาสกว่าสิบลูกก็ปะทะเข้ากับใบมีดสายลมระเบิดออกหายไปด้วยกันทั้งคู่
แต่เอวายังไม่จบแค่นั้นเธอหยิบมือพกเรียวกันยิงอย่างต่อเนื่องแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรชายลึกลับได้เลย พลังมันต่างเกินไปเพียงสะบัดมือลูกบอลน้ำก็พุ่งเหมือนกระสุนระเบิดอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งกระแทกใส่เอวาอย่างแรกเธอกระอักเลือดกระเด็นถอยไป
เมื่อทั้งสองเปิดฉากสู้กันคนอื่น ๆ ก็เช่นกัน
ชายลึกลับรู้สึกเสียอารมณ์อย่างมากกับการที่เอวาปฏิเสธมันจึงคิดจะฆ่าทุกคนทิ้งสายฝนโดยรอบหลอมรวมกันเป็นกระสุนลูกบอลน้ำขนาดใหญ่อีกครั้งแต่ในตอนนั้นเองยังไม่ทันจะได้ลงมือ ชายลึกลับก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่ง
ปัง!!!
สิ้นเสียงบอลน้ำเหนือหัวก็ระเบิดออกจากนั้นก็มีนัดที่สองยิงมาชายลึกลับรีบรวบรวมลูกบอลน้ำเป็นเหมือนกระสุนน้ำยิ่งไปทางทิศที่มาของกระสุนปืนเมื่อสักครู่
ใช่แล้วมันคือกระสุนและนัดที่สองก็ยิงเข้าปะทะกับกระสุนบอลน้ำของชายลึกลับช้าเกิดชายลึกลับตอบสนองช้าไปอีกแม้เพียงเสี้ยววินาที หัวของเขาคงแตกกระจายไปแล้ว
กระสุนปืนเรียวกันที่ถูกหยุดโดยกระสุนน้ำของชายลึกลับหล่นลงตรงหน้าของมัน“ใคร ออกมาสิวะ” ชายลึกลับตะโกนด้วยความกลัวนี่เป็นครั้งแรกที่มันกลัวจริง ๆใครกันที่มีความสามารถลอบสังหารโดยที่มันสัมผัสไม่ถึงตัวตน
แต่ก่อนที่จะได้พุดอีกเสียงปืนก็ดังอีกนัดชายลึกลับรีบใช้วิธีการเดิมอีกครั้งแต่ครั้งนี้มันกลับไม่สามารถหยุดกระสุนได้กระสุนเข้าที่ไหลของมันแต่ไม่รุนแรงมากนักเพราะได้ปะทะกับกระสุนน้ำของชายลึกลับแต่ก็ยังสร้างความเจ็บปวดให้กับมันมาก
“อ๊ากกก บัดชับเอ๊ย” ชายลึกลับร้อยด้วยความเจ็บมองดูรูเล็กๆ ที่ไหล่ซ้าย พร้อมกับรีบหาที่หลบ และยังคงตะโกนเป็นภาษาจีนาสด่าทอไปด้วย
ปัง!!! ปัง!!! ปัง!!! ปัง!!!
เสียงปืนดังขึ้นกันติด ๆแต่ไม่ได้ยิงชายลึกลับอีก แต่กับไล่ยิงกองกำลังทหารบนสะพานแทนหนึ่งนัดต่อหนึ่งชีวิตร่างไร้วิญญาณร่วงหลุนลงพื้นอยู่ตลอดเวลา
เริ่มจาก 1 เป็น 10 จาก 10 เป็น 20 และก็ 30ศพในเวลาไม่ถึงนาทีกองทัพไทกีล่าพากันหนีตายมาอีกฝั่งของสะพานไปหลบอยู่ตามอาคารที่พังเสียหายเพราะที่สะพานไม่มีที่กำบังเหลือทิ้งไว้แค่ชายลึกลับชาวจีนาสที่แอบอยู่หลังเสาเหล็กโครงสะพาน
ไม่ใช่เพราะมันไม่อยากหนีแต่มันหนีไม่ได้แค่จะโผล่หัวออกไปก็โดนยิงสวนมาแล้ว
ต้องบอกว่าความสามารถของมันคือความสามารถประเภทพลังธาตุ[ปืนใหญ่วารี S] สามารถควบแน่นหยดน้ำและยิงออกไปเป็นกระสุนวารีได้ไม่ว่าจะทิศทางใดก็ตามแต่มันจะยิงได้อย่างไรในเมื่อไม่สามารถระบุตำแหน่งของคนที่ลอบยิงมันได้
และปืนอะไรถึงยิงได้ไกลขนาดนี้มันเชื่อว่าอีกฝั่งต้องเป็นระดับ 5 อย่างแน่นอนถ้าไม่ใช่ความสามารถลึกลับก็ต้องเป็นพวกสนับสนุน อย่างพวกการมองระยะไกลอย่างแน่นอน
ถ้านิเรียได้ยินความคิดของชายลึกลับชาวจีนาสจะต้องตกใจแน่นอนเพราะมันเดาได้ถูกต้อง
เพราะคนที่ลงมือก็คือ นิเรียที่พึ่งมาถึงเธอก็ใช้ปืนสไนเปอร์เรียวกันระบบรางคู่ยิงจากระยะสามพันเมตรด้วยพลังสูงสุดจึงสามารถสร้างความเสียหายได้มากขนาดนี้
ขณะที่คนอื่น ๆก็กระจายตัวออกไปหาทางส่งข้าวให้กับทางเมืองซานติเกียด้านข้างเธอจึงมีแค่เจคอบที่คอยคุ้มกันเท่านั้น
“เปลี่ยนที่”นิเรียกล่าวขณะที่หยิบปืนขึ้นถอยหนีไปจากจุดเดิม
เจคอบก็พานิเรียถอยออกมาจากจุดนั้นทันทีแต่นิเรียถอยไปได้ไม่เกินสองวินาทีกระสุนน้ำขนาดสิบเมตรก็กระแทกบริเวณนั้นจนแหลกไม่มีชิ้นดีพร้อมกับเสียงพูดภาษาจีนาสดังขึ้น
“เจอตัวแล้ว”ชายลึกลับชาวจีนาสจับทิศทางของนิเรียได้แล้วก็ใช้กระสุนน้ำที่ลอยเหนือพื้นดินทิ้งใช่นิเรียอย่างต่อเนื่อง
แม้ระยะห่างกันเกือบสามกิโลเมตรแต่ทั้งสองก็ผลัดกันโจมตีอย่างต่อเนื่อง
ความอันตรายของชายลึกลับชาวจีนาสคือกระสุนน้ำที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าจำนวนนับร้อยๆ ลูกร่วงหล่นใส่นิเรียอย่างต่อเนื่องแต่ความอันตรายของนิเรียคือความแม่นยำและการสังเกต
นิเรียจัดการลอบยิงชายลึกลับชาวจีนาสแต่ก็ยังสามารถหันไปสนใจยิงทหารที่โผล่หน้าออกมาจากที่ซ่อนได้เป็นบางครั้ง
นั้นสร้างความไม่พอใจให้กับชายลึกลับชาวจีนาสมากมันไม่สนใจทางฝั่งของสมาพันธ์นักล่าอีกแล้วเพราะอย่างไรพวกนั้นมันก็เป็นแค่หนูในไหไปไหนไม่ได้ ขอแค่ฆ่ามนุษย์ชั้นสูงคนนี้ได้พวกนั้นมันแค่ใช้กระสุนลูกบอลน้ำถล่มสักสิบยี่สิบลูกก็ราบทั้งเมืองซานติเกียแล้ว
ชายลึกลับวิ่งจากสะพานอาศัยจังหวะนิเรียยิงหทารไทกีล่าตายมาที่อีกฝั่งได้สำเร็จ แม้จะบาดเจ็บมันรู้ว่าถ้ายังอยู่ห่างจากนิเรียแบบนี้ก็จะเสียเปรียบอย่างแน่นอนจะต้องลดระยะห่างของมันและนิเรียก่อนจากนั้นมันจึงจะ แต่ต้องไม่มากเกินไปจากนั้นมันจะใช้พลังทั้งหมดทำลายพื้นที่ข้างหน้าไปพร้อมกับนิเรีย
เจคอบพานิเรียมาหลบที่อาคารที่ซึ่งเต็มไปด้วยรากไม้ด้วยความเหนื่อยหอบพลังของเด็กหนุ่มถูกใช้ในระนะเวลาสั่นอย่างต่อเนื่องใบหน้าจึงซีดเซียว
“นายนั่งพักก่อนที่เหลือฉันจัดการเอง”นิเรียพูดจบก็วิ่งขึ้นไปตามแนวต้นไม้อันที่จริงแล้วมนุษย์ชั้นสูงที่วิวัฒนาการจนถึงระดับสีน้ำเงินร่างกายของพวกเขาก็แข็งแกร่งขึ้นมากเหมือนกับที่ไนเรลเองก็ร่างกายพัฒนาขึ้นในทุก ๆ ด้านเมื่อเลื่อนเป็นระดับสีน้ำเงินเช่นเดียวกับชายลึกลับที่โดนยิงไหล่แต่ก็ยังยืนหยัดจนถึงตอนนี้ได้
นิเรียเองก็เช่นกันแต่ที่เธอเลือกจะให้เจคอบช่วยพาเธอย้ายตำแหน่งเพราะเธอต้องการประหยัดพลังงานไว้ใช้ปะทะกับมนุษย์ชั้นสูงคนนั้นที่ฝั่งนี้
ทางด้านของฟรินทันเองก็หาที่หลบเช่นกันตัวมันที่แต่งกายเต็มยศด้วยฐานะนายทหารระดับสูง เป็นเป้าหมายสังหารอย่างแน่นอน
“พาหุ่นยนต์สี่ขากลับมาเล็งปืนใหญ่ไปที่มนุษย์ชั้นสูงคนนั้นที่อยู่ด้านหลังของเรา”
“ท่านพลตรีครับ เราไม่รู้ตำแหน่งที่แน่นอนครับถ้าจะยิงคงทำได้แค่สุ่มยิงเท่านั้น”
“ไม่เป็นไรแค่นั้นก็พอแล้วใช้ปืนใหญ่ยิงช่วยบอน”
“ครับ”
บอนที่พลตรีฟรินทันพูดถึงก็คือชายลึกลับชาวจีนาสที่นิเรียกำลังสู้อยู่
“นายเองก็ต้องลงมือด้วย”ฟรินทันหันไปกล่าวกับชายลึกลับอีกคน
“ไม่”
“เพราะอะไร? อย่าลืมนายรับปากกับพวกเราแล้วว่าจะช่วย”
“ผิดแล้วที่ฉันรับปากคือ จะจัดการกับไนเรลฉันรอการประลองกับมันเพื่อที่จะได้เป็นมนุษย์ชั้นสูงที่แข็งแกร่งที่สุดในครั้งนี้มันไม่สามรถหนีไปได้อย่างแน่นอน”ชายคนนี้พูดออกมาด้วยความโกรธที่สามารถสัมผัสได้ภายในน้ำเสียงอย่างชัดเจน
พื้นดินรอบ ๆก็สั่นไหวเล็กน้อยเหมือนกับมันสัมผัสได้ถึงความโกรธของชายคนนั้น