ตงฉินยึดอำนาจ

    ตงฉินยึดอำนาจ_46_ยืมมีดฆ่าคน

    หลังจากที่เมิ่งฮวนได้ฟังคำพูดของหลิวซิงหยู่เขาก็ตกตะลึงไปชั่วครู่จากนั้นใบหน้าของเขาก็หม่นหมองลงทันที


    ในฐานะเลขาธิการฝ่ายตรวจสอบวินัยและข้าราชการชั้นสอง แม้ภายนอกดูเหมือนเขาจะก็ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับกวนซาน และไม่ได้รับผลประโยชน์ใดๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไร้ความสามารถ ในทางตรงกันข้าม ก่อนจะเข้าสู่เส้นทางนี้เขาเป็นคนเปิดเผย ตรงไปตรงมา แต่หลังจากเข้าสู่เส้นทางการเมือง และได้เห็นมรสุมทุกรูปแบบ เขาก็เริ่มเข้าใจเกี่ยวกับเส้นทางการเมืองและรู้วิธีเอาตัวรอด มันจึงไม่ได้หมายความว่าเขาจะขาดคุณธรรมทนต่อเรื่องเลวทรามที่เกิดขึ้น ในครั้งที่หลิวชิงหยู่จัดการกับหานกั๋วชิง แม้เมิ่งฮวนจะไม่ได้พูดอะไร แต่เขาก็ชื่นชมหลิวชิงหยู่จากจริงใจ เขาเองก็เพิ่งจะรู้ว่า หานกั๋วชิงถูกปล่อยออกมา มันทำให้ความโกรธในใจของเขาปะทุขึ้นมาอีกครั้ง


    เมิ่งฮวนทุบโต๊ะพร้อมกัดฟันพูดว่า “นายกหลิว ถ้าสิ่งที่คุณพูดเป็นความจริงผมยินดีเอาตำแหน่งเป็นเดิมพัน ผมจะช่วยคุณจัดการกับหานกั๋วชิง ผมไม่เชื่อว่าในเทศมณฑลจิงหลินของเรา จะมีคนที่สามารถทำตัวอยู่เหนือกฎหมายได้ คุณต้องการเอกสารเกี่ยวกับหานกั๋วชิงใช่ไหม ผมจะนำมาให้!” เมิ่งฮวนพูดจบก็หยิบกุญแจออกมา แล้วเปิดตู้เอกสารหยิบแฟ้มจำนวนร้อยหน้าให้หลิวชิงหยู่แล้วพูดว่า “นายกหลิว นี่คือหลักฐานที่ผมรวบรวมได้ในปีสองปีที่ผ่านมา เป็นเรื่องที่ผู้คนรายงานเกี่ยวกับหานกั๋วชิงในระหว่างที่เขายังดำรงตำแหน่งในฐานะนายตำรวจ เขาไม่เพียงฆ่าลูกชายของจ้าวเอ้อหยา แต่ยังเคยขืนใจสะใภ้คนหนึ่งของชาวบ้าน จนเธอต้องดื่มยาฆ่าแมลงฆ่าตัวตาย และยังมีแม่ม่ายคนหนึ่งที่เขาคอยดูแล หานกั๋วชิงได้ใช้งบของทางการในการช่วยแม่ม่ายคนนั้นเปิดร้านอาหารในกวนซาน แล้วเขายังสมรู้ร่วมคิดกับพวกอันธพาลในตำบล เพื่อกีดกันและบีบให้คนที่กล้าแข็งข้อต่อเขาย้ายออกจากตำบลไป”


    หลิวชิงหยู่พลิกเอกสารสองสามหน้าแล้วพูดด้วยความโกรธว่า “เลขาธิการเมิ่ง คุณมีเอกสารขนาดนี้อยู่ในมือแล้ว ทำไมคุณที่เป็นเลขาธิการฝ่ายตรวจสอบวินัย ถึงไม่ลงมือจัดการกับหานกั๋วชิงเองล่ะ?”


    เมิ่งฮวนยิ้มอย่างขมขื่นแล้วกล่าวว่า “ท่านนายกหลิว ไม่ใช่ว่าผมไม่ต้องการจัดการกับเขา แต่ผมได้ส่งเอกสารนี้ให้คณะกรรมาธิการประจำเทศมณฑลตรวจสอบแล้ว แต่จนถึงป่านนี้ทางเทศมณฑลก็ยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ กับเขา หานกั๋วชิงที่เป็นผู้กำกับสถานีตำรวจ ตำแหน่งเขาอยู่ในระดับเดียวกับผม เขาจะถูกย้ายได้ก็ต่อเมื่อคณะกรรมาธิการตรวจสอบวินัยระดับที่สูงกว่าสั่งการลงมาเท่านั้น ผมไม่มีอำนาจเพียงพอที่จะดำเนินการเองจึงเก็บเอกสารเหล่านี้เอาไว้และรอคอยโอกาสใช้มัน” พูดถึงตรงนี้เมิ่งฮวนก็หยุดพัก และถอนหายใจ “นายกหลิว แม้ว่าผมจะให้เอกสารนี้กับคุณแต่มันก็คงใช้ประโยชน์ไม่ได้มากนักเพราะ หนิวเจี้ยนกั๋วฝ่ายตรวจสอบวินัยเทศมณฑล ขึ้นตรงกับเสวี่ยเหวินหลง นอกจากนี้ดูเหมือนจะสนิทกับ หานกั๋วชิงด้วย ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากมากที่จะจัดการกับ หานกั๋วชิง ไม่งั้นผมคงดำเนินการไปนานแล้ว”


    สีหน้า หลิวชิงหยู่ เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม หลังจากได้ยินเมิ่งฮวนพูด เขารู้ดีว่าเขามาหาเมิ่งฮวน เพื่อเคลื่อนไหวในก้าวแรก แต่แล้วเขาก็ได้รับรู้ความสัมพันธ์ที่อยู่เบื้องหลังของ หานกั๋วชิง ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ตกใจ เพราะไม่ว่ายังไงเขาจะต้องจัดการกับหานกั๋วชิงให้ได้ ถ้าเขาทำไม่ได้ คนกวนซานย่อมผิดหวัง และสูญสิ้นความเชื่อมั่นต่อคำสัญญาที่เขาเคยได้ประกาศเอาไว้


    นึกถึงจุดนี้หลิวชิงหยู่ก็หยิบเอกสารเหล่านั้นแล้วพูดกับเมิ่งฮวนว่า “ผมขอยืมเอกสารนี้ไปให้หงซานจินไปถ่ายสำเนาคัดลอกและจะนำต้นฉบับกลับมาคืนให้ คุณฝากเรื่องหานกั๋วชิงไว้ที่ผมได้เลย นอกจากนี้ผมหวังว่าคุณจะให้ความร่วมมือ”


    เมิ่งฮวน ตอบกลับอย่างไม่ลังเล “แน่นอนนายกหลิว ผมจะให้ความร่วมมืออย่างสุดกำลัง แม้คุณจะไม่ขอ ผมก็อยากจะกำจัดขยะแบบหานกั๋วชิงมานานแล้ว”


    ด้วยเอกสารที่ได้มา หลิวชิงหยู่จึงไปหาหงซานจินอีกครั้งและขอให้เขาคัดลอกสำเนาเอกสารชุดนี้ ก่อนจะส่งต้นฉบับคืนให้เมิ่งฮวน ต่อมาหลิวชิงหยู่ก็นั่งรถที่หงซานจินจัดเตรียมไว้ ตรงไปยังเทศมณฑล


    หลิวชิงหยู่ที่อยู่ในรถ เขาก็กำลังคิดอยู่ ตอนนี้เขาต้องวางแผนอย่างรอบคอบ


    เขารู้ดีว่าด้วยอำนาจของเขาที่มีตอนนี้การจะไปจัดการโดยไร้ซึ่งแผนการคงเป็นสิ่งที่โง่เง่า แต่เขามีแต่ต้องพึ่งตัวเองอย่างเดียว เพราะหานกั๋วชิงมีเครือข่ายผู้มีอิทธิพลหนุนหลังอยู่ ดูเหมือนเสวี่ยเหวินหลงเองก็จะใหญ่คับเทศมณฑลจิงหลิน ถ้าต้องการจัดการกับอีกฝ่าย เขาจะต้องปะทะกับเสวี่ยเหวินหลงอย่างแน่นอน และเสวี่ยเหวินหลงก็มีผู้สนับสนุนไม่น้อย มันย่อมไม่เป็นผลดีต่อตัวเขาถ้าเขาวางแผนไม่รอบคอบ ในเวลานี้หลิวชิงหยู่ที่คุ้นเคยกับ ตำราพิชิตชัย 36 กลยุทธ์ และเขาก็นึกถึงกลยุทธ์ยืมมีดฆ่าคน ที่มีข้อความดั้งเดิมว่า เมื่อข้าศึกยังเข้มแข็ง กำลังของฝ่ายเรายังมิแกร่งกล้า ควรอาศัยกำลังของพันธมิตรโจมตีข้าศึก หลีกเลี่ยงความสูญเสียของฝ่ายเราด้วยนานาวิธี


    ตอนนี้ หลิวชิงหยู่ ก็ได้ตั้งคำถามขึ้นมา เขาจะยืมมีดได้หรือไม่ แล้วใครที่จะให้เขายืมมีด และใครที่เต็มใจจะให้เขายืม


    แต่หลิวชิงหยู่ก็ไม่ได้กังวลมากนักเพราะเขาเลือกคนคนหนึ่งไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ แล้ว คนคนนั้นก็คือเซี่ยเจิ้งเต๋อเลขาธิการหัวหน้าพรรคประจำเทศมณฑล


    หลิวชิงหยู่จำได้ว่า เซี่ยเจิ้งเต๋อกล้าที่ตำหนิเสวี่ยเหวินลงในครั้งล่าสุด เขาจึงเริ่มให้ความสำคัญกับเซี่ยเจิ้งเต๋อ หลังจากศึกษาข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับเซี่ยเจิ้งเต๋อ เขาก็ต้องประหลาดใจ เพราะเลขาธิการคนนี้ไม่ใช่คนไร้ความสามารถ ทุกๆ อย่างที่เขาทำอาจดูเหมือนจะไม่มีความสำคัญจนราวกับว่าเขาถูกเสวี่ยเหวินหลงสะกดไว้โดยสมบูรณ์ แต่ถ้าเป็นคนที่กระทำสิ่งต่างๆ ร่วมกับเขา หรือคิดในทางเดียวกันกับเขา ก็จะพบว่าทุกสิ่งที่เซี่ยเจิ้งเต๋อทำไม่มีข้อบกพร่องแม้แต่นิดเดียว และถ้าเซี่ยเจิ้งเต๋อสบโอกาสสั่งสมอำนาจบารมีเขาก็จะทำมัน สิ่งที่เขาทำมาเหล่านี้จะช่วยให้เขารวบรวมอิทธิพลอำนาจในระยะเวลาสั้นๆ จากการวิเคราะห์ของหลิวชิงหยู่เขาคิดว่าเซี่ยเจิ้งเต๋อเป็นคนที่อ่านเกมเก่งและรู้ว่าควรใช้กลยุทธ์ใดในสถานการณ์แบบไหน


    แม้เซี่ยเจิ้งเต๋อจะแสดงความอ่อนแอออกมา แต่อำนาจของเขาก็เพิ่มจากเดิมอยู่บ้าง ดังนั้นในจิงหลินจึงมีแค่เซี่ยเจิ้งเต๋อเท่านั้นที่สามารถเป็นมีดให้เขาได้ ตราบใดที่เขาสามารถหาชิ้นส่วนและหลักฐานได้เพียงพอเซี่ยเจิ้งเต๋อก็พร้อมที่จะเป็นมีดฟาดฟัน ดังนั้นหลิวชิงหยู่เชื่อว่า เซี่ยเจิ้งเต๋อจะสามารถจัดการเรื่องหานกั๋วชิงให้เขาได้อย่างแน่นอน เพราะเขาต้องใช้โอกาสนี้สร้างรากฐานใหม่หรือบางทีอาจใช้โอกาสเปลี่ยนบุคลากรในจิงหลิน เพราะก่อนหน้านี้ที่กวนซานส่งหลักฐานของหานกั๋วชิงไป มันเป็นแค่คดีโทษร้ายแรงแต่ยังไม่ถึงขั้นประหารชีวิต แต่ก็มีสิทธิ์ถูกจำคุกตลอดชีวิต และการที่เขาสามารถพ้นความผิดหลุดคดีออกมาได้ เห็นชัดว่าสำนักงานฝ่ายอัยการมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีหานกั๋วชิง หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปหน่วยงานนี้จะต้องมีผู้รับผิดชอบและถูกปลด ส่วนเจ้าหน้าที่ใหม่ เซี่ยเจิ้งเต๋อ สามารถใช้ประโยชน์จากตรงนี้วางคนของตัวเองได้ ถึงตอนนั้นแม้แต่ฝ่ายตุลาการหรือฝ่ายอัยการก็จะเอื้อประโยชน์ต่อเซี่ยเจิ้งเต๋อมากขึ้น ด้วยผลประโยชน์มากมายเช่นนี้หลิวชิงหยู่มั่นใจว่าเซี่ยเจิ้งเต๋อจะต้องฮุบเหยื่อแน่นอน


    โลกที่กำลังขับเคลื่อนพัฒนาก้าวหน้า ทุกคนต่างทำเพื่อแสวงผลกำไร หลิวชิงหยู่เชี่ยวชาญเรื่องธรรมชาติของมนุษย์จึงเข้าใจเป็นอย่างดี


    ระหว่างทางหลิวชิงหยู่ก็ได้โทรหา เซี่ยเจิ้งเต๋อ เพื่อขอนัดพบ เซี่ยเจิ้งเต๋อที่กำลังตรวจสอบเอกสารในห้องทำงาน ขณะนี้ถึงกับผงะไป เมื่อหลิวซิงหยู่บอกว่าเขามีเรื่องจะมารายงาน เซี่ยเจิ้งเต๋อเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่าง ซึ่งฝนยังคงตกแม้ว่าฝนจะเริ่มซาแล้ว แต่ตอนที่หลิวชิงหยู่ออกมาฝนคงตกหนักไม่น้อย มันคือธุระสำคัญอะไรกันแน่ ถึงทำให้หลิวชิงหยู่รีบมุ่งหน้ามายังเทศมณฑลเพื่อรายงาน แม้จะเกิดความสงสัยใคร่รู้ แต่เขาก็ตอบรับมันตรงๆ “ได้สิ มาที่สำนักงานได้เลย ผมจะรอคุณอยู่”


    ในตอนนั้นรถของหลิวชิงหยู่ก็ดิ่งตรงไปที่สำนักงานของเซี่ยเจิ้งเต๋อ


    เมื่อเข้ามาในอาคารพรรคของเทศมณฑล คนที่ขับรถให้หลิวชิงหยู่ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นโทรหา ซือเจิ้นเฉียง “เลขาธิการซือครับ นายกหลิว ได้โทรหาเลขาธิการเซี่ยบอกว่ามีเรื่องจะรายงานเลขาธิการเซี่ยด้วยตัวเองครับ”


    ซือเจิ้นเฉียงขมวดคิ้วขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ “ธุระแบบไหนกันที่หลิวชิงหยู่ฝ่าฝนไปรายงานเซี่ยเจิ้งเต๋อ มันเกี่ยวข้องกับกวนซานหรือเปล่า” ในขณะนี้ซือเจิ้นเฉียงกำลังสงสัยว่าหลิวชิงหยู่ทำอะไรกันแน่ ถึงแม้จะไม่รู้เหตุผล แต่เขาก็ได้โทรรายงานการเดินทางมาครั้งนี้ของหลิวชิงหยู่ ให้แก่ เสวี่ยเหวินหลง ทราบ


    พอเสวี่ยเหวินหลงได้ยินเรื่องนี้เขาก็ขมวดคิ้วแน่น หลังจากวางสายลงเขาก็เริ่มไตร่ตรองทันที “ทำไมหลิวชิงหยู่ถึงมาเทศมณฑล?”


    ในตอนนี้ หลิวชิงหยู่ ก็ได้มาถึงสำนักงานของเซี่ยเจิ้งเต๋อ


    เซี่ยเจิ้งเต๋อ รีบลุกขึ้นและจับมือทักทาย หลิวซิงหยู่ ตามด้วยรอยยิ้มและพูดว่า "เสี่ยวหลิว มีธุระอะไรก็สามารถโทรรายงานผมได้ ทำไมถึงต้องลำบากฝ่าฝนมาด้วยตัวเองล่ะ”


    หลิวชิงหยู่พูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “เลขาเซี่ยผมมีเรื่องรายงานให้คุณทราบ” หลิวชิงหยู่ พูดพร้อมกับหยิบเอกสารรายงานเรื่องหานกั๋วชิงที่ได้รับจาก เมิ่งฮวน ยื่นให้กับอีกฝ่าย