
ตอนที่168 ดินสามก้อนสามสี
"บัดซบ..ข้าจะแพ้มันผู้นี้ได้ยังไง..ตระกูลเรายากจนอย่างนั้นรึ..ของแค่นี้ไม่มีเงินซื้อก็ไม่น่ามาจากภาคเหนือ เพื่อเสนอราคาประมูลให้อับอายขายหน้า กรอดดดด! "
พ่อบ้านก้มหน้านิ่งไม่อาจกล่าวสิ่งหนึ่งสิ่งใดอีกต่อไป เพราะเขารู้ดีว่านายของตนแห่งตระกูลซิน เสือหิว ซินซุนเป็นผู้ที่ดื้อรั้นเอาแต่ใจตัวเองที่สุด โชคดีที่ชายหนุ่มได้รับการสร้างสรรค์ปั้นแต่งตั้งแต่อยู่ในไข่ จนมีกายอสูรราชันย์ขั้นที่หนึ่ง ด้วยทรัพยากรอันมากมาย ของเขตภาคเหนือทำให้คนผู้นี้ไม่ยอมคน อะไรที่เขาต้องได้ไม่มีใครอาจขวาง
"ข้าให้เม็ดละ หนึ่งร้อย ล้านดอร์ เจ้ามีปัญญาแข่งกับข้าหรือไม่..."
เสียงของซินซุนก้องกังวานอย่างเดือดดาลสือหงษ์ หันไปมองกริชเพชรเขายกยิ้มที่มุมปาก นางเริ่มหน้าเสียเพราะรู้ดีว่าถ้า
กริชเพชรประมูลได้เขาไม่มีเงินจ่าย นั่นเท่ากลับว่าชายหนุ่มขายโอสถหงส์ไฟไม่ได้ต้องเก็บไปใช้เองและต้องเสียค่าธรรมเนียมอีกสามสิบ เปอร์เซ็นต์นั่นเท่ากับว่าเงินห้าร้อยล้านดอร์ที่ชายหนุ่มมีอยู่ต้องถูกตระกูลสือลิบเป็นค่าธรรมเนียม
เท่ากับชายหนุ่มซื้อยาตัวเองในราคา ห้าร้อยล้านดอร์ มันเป็นอะไรที่โง่บัดซบสิ้นดี ไม่เสนอขายในงานประมูลก็ยังดีกว่าทำเช่นนี้ ยังไม่ทันสิ้นสุดความคิดของสือหงษ์ กริชเพชรก็ยืดตัวลุกขึ้นยิ้ม หญิงสาวใจหายวูบ
คิดว่าเขาต้องเสนอราคาขึ้นไปอีก นั่นเท่ากับว่าเขาต้องควักเงินที่เตรียมมาประมูลของอย่างอื่น กลับต้องมาซื้อยาของตัวเองอีกชั้นหนึ่ง นางอยากส่ายหน้าให้เขาหยุดลงแต่ไม่อาจทำได้ เพราะนางเป็น ตัวกลางในการประมูลครั้งนี้ไม่อาจทำสิ่งใดเพื่อเป็นการเข้าข้างผู้ประมูลคนใดคนหนึ่งในห้องแห่งนี้ ชายหนุ่มยืดตัวผายมือออกชูกำปั้นยกนิ้วโป้งให้เสือหิวซินซุน
"นับว่าท่านยอดเยี่ยม ข้าไม่ประมูลสู้ท่านแล้ว.."
ทุกคนต่างตะลึงงันกับคำพูดของชายหนุ่ม อยู่ดีๆ เขาก็ยอมแพ้เอาดื้อๆ ไม่มีแววของผู้อยากแข่งขันในการประมูลเลยแม้แต่น้อย พูดจบเขาก็นั่งลง
'เฮ้อๆ ..ข้ารู้ดีว่าเจ้าไม่พอใจข้า ถลึงตาใส่ตั้งแต่ยังไม่ได้รู้จักกัน เจ้าไม่กินเส้นข้ารึ..นี่นับว่าเจ้าซวยจัดที่มาไม่พอใจคนอย่างข้า....เจอพ่อปั่นราคาเข้าไป..เป็นไง..เสียเงินหูอื้อเลย..ไอ้อสูรสมองน้อย..เอิ๊กๆ '
ชายหนุ่มยกยิ้มนิดๆ ที่มุมปากให้คุณชายซินซุน ชายร่างใหญ่ ที่ยืนงงกับการกระทำของกริชเพชร เขาต้องเสียเงินในการซื้อเม็ดโอสถนี้ไป หนึ่งร้อยเท่า ด้วยอารมณ์วู่วามที่ไม่ชอบหน้า เพราะรู้สึกว่าสือหงษ์ที่เขาหลงรักมาเอาใจใส่ดูแลเด็กหน้าขาวนี้ จนชายหนุ่มหมั่นไส้ขึ้นมา
"เจ้าทำข้าแสบยิ่งนักสามสิบเม็ดต้องจ่ายสามพันล้านดอร์ แพงกว่าลูกกุญแจเปิดกล่องสมบัติของราชันย์เทพอุดรมันน่าเจ็บใจยิ่งนัก ทำไมข้าถึงเผลอตัว ประมูลซื้อไปได้..อ๋อยย.."
คุณชายซินซุนทรุดนั่งลงบนเก้าอี้อย่างลืมตัวคำนวณไปคำนวณมาเสียเงินไปแบบไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร ถึงสามพันล้านดอร์ ทำให้เขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันมองกริชเพชรอย่างหมั่นไส้เดือดดาล
'คอยดูเถอะข้าจะจัดเจ้าให้เจ็บหนัก..แม้แต่กระดูกจะไม่ให้เหลือซาก..'
แววตาของซินซุนดุจเปลวเพลิงเขม้นมองกริชเพชรเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ การประมูลดำเนินต่อไปโอสถของทุกคนต่าง
ขายได้ราคาดี สาวน้อยเสี้ยวนาบีได้เงินมาเป็นกอบเป็นกำ กริชเพชรก็จำหน่ายยาแกงอสูรวานร ได้เงินหลายพันดอร์ รวมกันแล้วก็เฉียดหมื่นล้านขาดเพียงไม่กี่ร้อยดอร์
"ต่อไปเป็นการประมูลแผนที่ ไปดินแดนสุสานนางฟ้า แผนที่นี้ มีอัญมณีที่ใช้เปิดประตูสุสานด้วยราคาของมันเริ่มต้นที่ ห้าร้อยล้านดอร์เชิญท่านผู้มีเกียรติใครต้องการเชิญประมูลได้..."
สือหงษ์กล่าวเปิดการขายประมูลเสียงดัง
"ข้าให้แปดร้อยล้านดอร์...."
องค์ชายใหญ่หยางลู่กล่าวประมูลขึ้นก่อนเป็นคนแรก
"ข้าให้หนึ่งพันล้านดอร์..."
คุณชายมินจูให้ราคาขึ้นอีกส่วน หญิงสาวเล็กตันกลับเงียบกริบเพราะนางได้สิ่งของที่ต้องการแล้วจึงไม่คิดประมูลสิ่งอื่นใดต่อ
ข้าให้หนึ่งพันห้าร้อยล้านดอร์ คุณชายซินซุน ชายร่างใหญ่สักลายเต็มหน้าอกเสนอราคาขึ้นอีกนิดหน่อย เพราะเขารู้ดีว่าการประมูลครั้งนี้ต้องสู้กันอย่างถึงพริกถึงขิงแน่
เพราะว่าทุกคนต่างรู้ว่า การเข้าไปในสุสานนางฟ้าที่มีกำหนดเปิดอีกไม่กี่วันข้างหน้า มันมีทรัพยากรที่สำคัญซ่อนอยู่ในนั้นมากมาย และแผนที่ประมูลในวันนี้ก็เป็นกุญแจเดียวที่จะสามารถไขเข้าไปส่วนที่ลึกสุด ที่คาดว่าของมีค่าสำคัญอยู่ในนั้น
กริชเพชรลุกขึ้นบิดขี้เกียจทุกคนหันมามองเขาคนผู้นี้คิดจะทำอะไรอีก เขาจะปั่นราคาอย่างนั้นรึ หลายคนกระซิบกระซาบกัน คนผู้นี้เป็นตัวป่วนของแท้ในงานประมูลครั้งนี้ เขาแทบจะประมูลของไปได้ไม่กี่ชิ้น แต่กลับทำให้คนตระกูลสือได้กำไรจากการเป็นคนกลาง ในการซื้อขายครั้งนี้อย่างมากเหลือ จนทำให้สือหงษ์ยิ้มแก้มแทบปริอย่างภาคภูมิใจ
"ข้าให้ หนึ่งพันหกร้อยดอร์ ..."
กริชเพชรกล่าวขึ้นสั้นๆ ก่อนที่จะทรุดตัวลงนั่งอย่างสบายใจ
'มันมาอีกแล้วไอ้ตัวแสบนี่เราจะหลงกลมันอีกไม่ได้ ขืนปล่อยให้มันปั่นราคาแบบนี้..ต่อไปเราคงจะต้องเสียเงินจนหมดตัว..'
สามตระกูลใหญ่ต่างคิดในแนวทางเดียวกับคุณชายซินซุน
"ข้าให้หนึ่งพันแปดร้อยล้านดอร์..."
เสียงมินจูกล่าวขึ้นเช่นกัน เขามั่นใจว่ากริชเพชรไม่กล้าประมูลแผนที่นี้ออกไป เพราะนั่นเท่ากับว่ากริชเพชรตั้งตัวเป็นศัตรูกับสามตระกูลใหญ่และคนของจอมกษัตริย์อสูรพฤกษา
"ข้าให้สองพันล้านดอร์.."
กริชเพชรกล่าวขึ้นแบบไม่แยแส สายตาแทบจะไม่ชำเลืองดูแผนที่หนังสัตว์และอัญมณีสีแดงสดนั้นแม้แต่น้อยเหมือนกับเขาไม่ใส่ใจมันเสียด้วยซ้ำ แต่ที่จริงแล้วใจของชายหนุ่มเต้นตึ๊กๆ อยากได้มันเหลือกำลัง เพราะการที่เขาเดินทางมาที่นครอสูรพฤกษา ก็เพื่อต้องการเข้าไปในสุสานนางฟ้า หาต้นไม้ธิดาแห่งสวรรค์มาช่วยสองสาวหลงไป๋และองค์หญิงเจ้าเฟิงให้ได้
แต่ตอนนี้รักษาฟอร์มไว้ก่อนพวกตระกูลใหญ่เกิดบ้าคลั่งไม่ยอมคิดหน้าคิดหลังให้ราคาสูงจนเขาอาจจะอดได้แผนที่ กริชเพชรต้องการอัญมณีสีแดงนั้น เพื่อเข้าไปให้ถึงส่วนลึกสุดของสุสาน เป็นการการันตีว่าเขาจะได้ต้นไม้ธิดาแห่งสวรรค์ มาสร้างชีวิตให้สองสาว
"องค์ชายอย่าหลงกลมันนะ..ไอ้คนนี้มันกำลังปั่นราคาเพื่อให้คนตระกูลสือได้กำไรจากการค้าขาย..ข้ารู้ว่าเขาสองคนสนิทสนมกัน.."
ขันทีกล่าวเตือนองค์ชายใหญ่หย่างลู่ เขาพยักหน้าเห็นด้วย ทั้งพ่อบ้านและคนของคุณชายมินจูต่างก็คิดเช่นเดียวกัน รีบเตือนเจ้านายของตัวเองเป็นจ้าละหวั่นดังนั้นการประมูลจึงเริ่มขึ้นทีละน้อยจนไปติดอยู่ที่สองพันห้าร้อยล้านดอร์ โดยมีคุณชายมินจูเป็นผู้ประมูลคนสุดท้าย
"สองพันห้าร้อยล้านดอร์ครั้งที่หนึ่ง.."
เสียงของสือหงษ์กล่าวดังฟังชัดเหมือนว่าราคานี้สูงสุดสำหรับแผนที่เข้าสุสานแล้ว ทุกคนต่างรู้ดีว่าสุสานเมื่อเปิดออกสามารถเข้าไปในนั้นได้
เพื่อค้นหาทรัพยากรของวิเศษตามความสามารถ เพียงแต่เปิดประตูชั้นสุดท้ายของสุสานนางฟ้าต้องใช้อัญมณี ดังนั้นราคามันไม่น่าจะแพงถึงสองพันห้าร้อยล้านดอร์
เพราะถ้าแผนที่นี้ไม่ตกอยู่ในมือของสามตระกูลใหญ่ ที่มีกำลังรบเหลือเฟือพอจะคุ้มครองต้านสำนักอื่นได้ นอกนั้นก็ถือว่าเป็นไข่ที่เอาไปกระทบหิน ถ้าขืนประมูลอัญมณีและแผนที่นี้เท่ากับหาเหาใส่หัวดีไม่ดีอาจถึงตาย
'ชายผู้นี้ปั่นราคาแค่นั้น สุดท้ายก็ไม่ประมูลแผนที่และอัญมณีสำคัญอีกตามเคย'
ทุกคนต่างมองกริชเพชรคิดด่าว่าในใจอย่างเหยียดหยาม
"สามพันล้านดอร์..."
เสียงของกริชเพชรดังขึ้นอีกครั้ง ผู้เข้าประมูลทั้งหลายต่างตะลึงงัน
'นี่เขาจงใจจะทำให้สามตระกูลใหญ่ที่แย่งกันซื้อแผนที่นี้เสียเงินมากขึ้นกว่าเก่าถึงร้อยเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว'
คุณชายมินจูนิ่งอึ้งลงทันที องค์ชายหยางลู่ก็เช่นเดียวกัน
"ไอ้เวรเอ้ย..บังอาจปั่นราคาขนาดนี้เชียวรึ..สามพันล้านดอร์..เจ้าคิดว่าข้าจะเสี่ยท่าอีกครั้งกระนั้นหรือ..ไม่มีทาง..ข้าไม่ประมูลออกไปเจ้าจะมีปัญญาทำอะไรข้าได้หรือไม่..ถ้าเจ้ามีปัญญาจ่ายเจ้ามีปัญญาออกจากเมืองนี้หรือเปล่า..สองตระกูลนั้นอาจไม่ทำอะไร..แต่ข้านี่แหละจะเด็ดหัวเจ้า..ไม่ให้ก้าวพ้นจากนครอสูรพฤกษาไปได้แม้แต่ก้าวเดียว..หึๆ ..."
คุณชายซินซุนจ้องมองกริชเพชรหน้าตาบิดเบี้ยวกล่าวกับพ่อบ้านของตัวเองแบบฉุนเฉียวเดือดดาลอย่างเหลืออด
ดังนั้นสามตระกูลใหญ่ก็มีแนวคิดเดียวกันคาดว่าชายหนุ่มจะปั่นราคาดังนั้นจึงยอมให้กริชเพชรประมูลไปแล้ว พวกเขาจะปล้นชายหนุ่มทีหลังให้มันรู้แล้วรู้รอด แม้แต่นักรบตระกูลเดียวกริชเพชรก็ไม่อาจจะต่อต้านพวกเขาได้ นี่คือความคิดของเสือหิวซินซุน
"องค์ชายใหญ่ไม่ต้องประมูลให้มันประมูลแผนที่นี้ออกไป ข้าเชื่อว่าคนอีกสองตระกูลต้องจัดการมันแน่ๆ พวกเราค่อยชุบมือเปิบทีหลังก็ยังไม่สาย..."
ขันทีชราผู้หลักแหลมกล่าวกับองค์ชายหยางลู่ เขาพยักหน้าเห็นด้วย
'เจ้าประมูลออกไปเถอะ..ให้เจ้าเสียเงินมากๆ ซะ..แล้วข้าจะบดขยี้เจ้าและเอาแผนที่ไปใช้แทนเอง..'
คุณชายมินจูเหม่อมองกริชเพชรด้วยแววตาอาฆาตแค้นอย่างสุดจะเหลืออด กัดฟันกอดๆ หมายมั่นปั้นมือจะเด็ดชีวิตเขาเป็นคนแรก ถ้าชายหนุ่มก้าวออกจากกำแพงนครอสูรพฤกษาแห่งนี้
"สามพันล้านดอครั้งที่หนึ่ง.."
เสียงสือหงษ์กล่าวขึ้นทบทวนราคาและย้ำว่าราคาประมูลสูงถึงสามพันล้านดอร์แล้ว นางมองไปรอบๆ เหมือนจะดูไปที่สามตระกูลใหญ่และคนขององค์กษัตริย์พวกเขาต่างนิ่งเงียบ
สร้างความงงงวยให้กับหญิงสาว นางคาดคิดว่าชายหนุ่มจะปั่นราคาให้สูงแค่นั้นเอง กลับคาดไม่ถึงว่าคนของ สามตระกูลใหญ่และคนขององค์กษัตริย์กลับไม่หลงกลอีก ดังนั้นเมื่อถึงกำหนดเวลาขาลครั้งที่ สองนางหันหน้าไปมองกริชเพชรอย่างสงสัยอยากรู้ว่าเขาจะแก้ไขสถานการณ์แบบนี้ยังไง
ชายหนุ่มยกยิ้มอย่างสบายอารมณ์เงินค่ายา สามพันล้านดอร์ที่ได้มา ถ้าเขาใช้ซื้อแผนที่นี้ก็นับว่าคุ้มค่าเหลือเกิน ถ้าพวกสามตระกูลใหญ่บ้าเลือดเพิ่มเงินแข่งขันในการประมูลครั้งนี้ เขาคงจะต้องสูญเงินหมดตัวแน่ดีที่พวกมันเงียบ
" สามพันล้านดอร์ครั้งที่สอง.."
สือหงส์กัดฟันขานราคาอีกครั้งใจของนางเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เศษกระดาษแผ่นเดียวกับอัญมณีมันจะคุ้มค่ากับการที่จะซื้อไปเปิดในสุสานหรือเปล่าก็ไม่อาจรู้ได้ ในนั้นมีของวิเศษใดก็ไม่มีใครกล้าการันตีเพียงแต่รู้ว่าเป็นที่อยู่ของจอมราชันย์คนที่ห้าพวกเขาแค่คาดคิดว่าผู้อาวุโสคงจะทิ้ง ของวิเศษบางสิ่งบางอย่างไว้บ้าง แต่มันก็ไม่แน่ชัดสักเท่าไหร่
"สามพันล้านดอร์ครั้งที่สาม...."
หญิงสาวลากเสียงยาวหวังว่าจะมีใครสักคนเสนอราคาประมูลแต่ก็กลับเงียบกริบ สุดท้ายนางก็ต้องตัดสินใจเคาะราคาให้กริชเพชรไป
"แผนที่เข้าสุสานนางฟ้าเป็นของคุณชายโจวก๋วยในราคา สามพันล้านดอร์.."
เสียงของหญิงสาวอ่อนลงคาดไม่ถึงเลยว่าการที่ชายหนุ่มปั่นราคาสูงขนาดนี้ ต้องกลับเสียเงินซื้อเองแม้จะรู้ดีว่า เขามีเงินมากพอที่จะซื้อของแค่นี้แต่ก็รู้สึกเสียดายในความไม่คุ้มค่า
การประมูลดำเนินต่อไปมีของที่ล้ำค่าทั้งอาวุธและคาถาราคาสูง ต่างมีคนหยิบยื่นประมูลกันไปอย่างไม่ขาดสาย กริชเพชรไม่ได้ประมูลอะไรอีก แม้แต่สามตระกูลใหญ่ก็ไม่ค่อยใส่ใจการประมูลครั้งนี้ด้วยเช่นกัน
เพราะเป้าหมายสินค้าสำคัญสองอย่างก็ประมูลเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกุญแจเปิดกล่องจอมราชันย์เทพอุดร และแผนที่เข้าสุสานต่างก็มีเจ้าของไปสิ้น
"ของชิ้นนี้ได้รับมาจากดินแดน รกร้างในแดนสนธยาที่ห่างไกลใจกลางทวีปที่เจ็ด มันเป็นดิน สามก้อนจากที่นั่น บรรจุไว้ในกล่องขั้นเทพ แล้วก็มีคาถาอีกหนึ่งบท แต่พวกเราหาทราบลายลักษณ์อักษรบนแท่งผนึกจาลึกนี้ไม่ พวกเราตรวจสอบแล้ว
ไม่สามารถอ่านออกได้ ถือว่าเป็นของโบราณหายาก แม้ว่าไม่รู้จักที่มา แต่เมื่อบรรจุ ในกล่องเทพในแดนสนธยาก็นับว่ามีค่า พวกเราตระกูลสือตั้งราคาอยู่ที่ร้อยล้านดอร์"
เสียงของสือหงษ์กล่าวขึ้น ทุกคนต่างนิ่งเงียบเขม่นมองไปที่กล่องสีทองเล็กๆ บนมือของนาง ข้อมูลที่หญิงสาวให้มา แม้ว่ามันจะมาจากแหล่งทรัพยากรที่มีคุณค่ามากล้นของทวีปที่เจ็ด แต่มันก็เป็นปริศนาไม่รู้ที่มาที่ไป
ดังนั้นทุกคนจึงไม่กล้าประมูลของชิ้นนี้ ถ้ามันไม่มีคุณค่าจริงๆ ก็เท่ากับว่าซื้อก้อนดิน ในราคาล้านดอร์ มันอาจจะเป็นการซื้อขายที่ช่างไร้ประโยชน์ก็ได้
กริชเพชรก็ไม่ได้สนใจกล่องนั้นเช่นกันเขารู้สึกเบื่อๆ แต่งานประมูลก็ยังไม่จบเขาอยู่ในที่นั่ง VIP ไม่อาจลุกขึ้นออกไป เพราะมันเป็นการเสียมารยาทต่อหน้าคนขององค์กษัตริย์
ตื๊ดๆ!!
"อุ๊ย?! .."
กริชเพชรสะดุ้งโหยง..ถุงมือของเขาสั่นสะท้านขึ้นเหมือนมันมีชีวิต คล้ายๆ กับมือถือตั้งระบบสั่นไว้ เมื่อกล่องทองเปิดออกเห็นก้อนดิน สามก้อนวางเรียงรายกันสามสี เขียว แดง เหลือง คล้ายกับว่าดินสามก้อนนั้นมีความสัมพันธ์กับถุงมือที่ได้มาจากอาณาจักรอมนุษย์ ของกริชเพชร
..........................................................................................................................................................