ชุมชนเก่าแก่ในยามค่ำคืนเงียบสงัดมีเพียงไฟส่องสว่างข้างถนนสองดวงกะพริบแสงสีเหลืองริบหรี่
ทั้งบริเวณไม่มีแม้แต่เงาของผู้คน
ครั้งล่าสุดที่ผมกับลุงอวี๋มาที่นี่ก็เพื่อหลบหนีการตามล่าของจางเฉียงที่กลายเป็นผีจมน้ำและเกือบเอาชีวิตไม่รอดจากห้องอาถรรพ์
ครั้งนี้ผมกับลุงอวี๋ต้องร่วมมือกันเผชิญหน้ากับยายเฒ่าในห้องอาถรรพ์
ไม่เพียงแต่จะนำโทรศัพท์ของลุงอวี๋กลับคืนมายังต้องสั่งสมพรจากวิญญาณเฒ่านั่นด้วย
ผมยืนรออยู่หน้าทางเข้าเป็นเวลากว่าครึ่งชั่วโมง
ไม่นานนักลุงอวี๋ก็ขี่รถจักรยานไฟฟ้ามาถึง
“ลุงอวี๋!” ผมก้าวไปทักทาย
ลุงอวี๋ตอบรับสั้นๆก่อนจะจอดรถตรงหน้าทางเข้า
ครั้งนี้เขาหยิบกุญแจออกมาล็อกรถไว้แน่นหนา เพราะครั้งที่แล้วรถจักรยานไฟฟ้าของเขาถูกขโมยไป
ผมมองดูรถของลุงอวี๋แล้วอดถามไม่ได้
“ลุงอวี๋ซื้อคันใหม่เหรอ”
ลุงอวี๋ล็อกรถเสร็จก่อนส่ายหน้า
“ของของลุง ใครคิดขโมยก็อย่าหวังว่าจะได้ใช้เมื่อคืนไอ้หนุ่มหัวทองที่ขโมยรถลุงไปโดนอัดซะเละเช้านี้ก็เลยรีบนำมาคืนให้อย่างว่าง่าย ยังไม่พอมันยังจ่ายค่าชดเชยให้ลุงอีกตั้งสองพันหยวน” ลุงอวี๋พูดด้วยท่าทางภาคภูมิใจ
ได้ยินเช่นนั้น ผมอดแปลกใจไม่ได้“ลุงอวี๋นี่ลุงรู้จักคนในวงการใต้ดินเหรอ”
ถ้าไม่มีเส้นสายที่ไหนใครกันจะยอมเอารถที่ขโมยไปมาคืนให้แบบนี้
ลุงอวี๋หัวเราะเสียงดัง“ฮ่าๆ” สองครั้ง ก่อนพูดขึ้น
“เมื่อคืนลุงทำอาหารเซ่นผีไปสองจาน เชิญพวกพ้องเก่าที่ล่วงลับไปแล้วมาร่วมวง พวกเขากินอาหารของลุงแล้วก็เลยช่วยจัดการเรื่องนี้ให้ทั้งคืน
“รุ่งเช้ารถก็กลับมาทันที เร็วดีใช่ไหมล่ะ!”
หลังจากฟังคำพูดของลุงอวี๋ผมถึงกับเบิกตากว้าง
นี่มันรวดเร็วยิ่งกว่าการส่งพัสดุเสียอีก!
ลุงอวี๋ทำอาหารเซ่นผีเพื่อเรียกพวกพ้องที่ตายไปแล้วให้มาช่วยงาน...
คิดถึงจุดนี้ผมอดไม่ได้ที่จะครุ่นคิดต่อไป
ถ้าลุงอวี๋สามารถทำอาหารแล้วเรียก‘พวกพ้อง’จากโลกหลังความตายมาได้จริงๆ...
ถ้าอย่างนั้นเราจะใช้การเซ่นไหว้เพื่อเรียกวิญญาณร้ายที่แข็งแกร่งมาช่วยเราจัดการผีในห้องอาถรรพ์ได้ไหม
เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้นในหัวสุดท้ายก็อดถามออกไปไม่ได้
“ลุงอวี๋ถ้าพูดแบบนี้ แสดงว่าลุงสามารถใช้อาหารคนตายเพื่อให้พวกนั้นช่วยงานได้สินะ ถ้าอย่างนั้น ทำไมเราไม่เรียกผีที่แข็งแกร่งสักตัวมา แล้วพวกเราก็ไปที่ห้อง 7-3 พร้อมกันแบบนั้นคงปลอดภัยกว่ามาก?”
ลุงอวี๋ถือกล่องอาหารไว้ในมือมองผมแวบหนึ่งก่อนหัวเราะเบาๆ
“ฮ่าๆเจ้าหนูนี่ไม่เลวเลยนะ รู้จักคิดเชื่อมโยงเรื่องต่างๆได้ดี ตามทฤษฎีแล้วไม่มีปัญหาอะไรเลยลุงเป็นพ่อครัวคนตาย ตราบใดที่อาหารอร่อยพอ แน่นอนว่าย่อมเรียกวิญญาณร้ายที่แข็งแกร่งมาได้ แต่ดูเหมือนว่านายจะยังสัมผัสกับพวกเขาน้อยเกินไป จึงยังไม่เข้าใจดีพอ การทำข้อตกลงกับผีน่ะมักเต็มไปด้วยอันตราย โดยเฉพาะการติดต่อกับวิญญาณร้ายที่แข็งแกร่งกว่าตัวเองยิ่งอันตรายขึ้นไปอีก
“พวกเขาจะเป็นวิญญาณร้ายหรือเป็นมิตรล้วนขึ้นอยู่กับจังหวะและสถานการณ์ ไม่สามารถควบคุมพวกเขาได้แน่นอนหากกะจังหวะผิดพลาด อาจย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองได้”
หลังจากฟังคำอธิบายของลุงอวี๋ผมก็เข้าใจเหตุผล
ลุงอวี๋สามารถเรียกวิญญาณร้ายที่แข็งแกร่งมาได้แต่การควบคุมให้พวกมันทำตามคำสั่งนั้นยากเย็นนัก
นอกจากนี้ลุงอวี๋เป็นเพียงพ่อครัวคนตาย ไม่ได้มีพลังต่อสู้แข็งแกร่งนัก
การรับมือกับวิญญาณทั่วไปยังพอทำได้แต่หากเป็นวิญญาณร้ายที่มีพลังมหาศาล พวกมันอาจมองข้ามลุงอวี๋ไปหรือแย่กว่านั้นอาจถึงขั้นย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง
อย่างไรก็ตามหากใช้ความสามารถนี้เพียงเพื่อเรียกวิญญาณเร่ร่อนธรรมดาเช่นการเรียก ‘พี่ใหญ่’ จากโลกวิญญาณอย่างที่ลุงอวี๋ทำเมื่อคืนขอเพียงให้ค่าตอบแทนเป็นเครื่องเซ่นไหว้หรืออาหารคนตาย ก็สามารถทำข้อตกลงร่วมกันได้ง่ายดาย
บรรดาผีที่เคยมีชีวิตอยู่ในโลกของอาชญากรรมอาศัยเครือข่ายเดิมที่มีอยู่ช่วยลุงอวี๋ตามหารถจักรยานไฟฟ้ากลับมาได้อย่างรวดเร็ว
ดังนั้นการใช้เครื่องเซ่นไหว้เพื่อเรียกวิญญาณนั้นมีความเสี่ยงสูงมาก
โดยเฉพาะหากเผชิญกับวิญญาณร้ายที่แข็งแกร่งมันอาจนำมาซึ่งผลเสียมากกว่าผลดี
เมื่อเข้าใจเรื่องนี้ผมก็พยักหน้าเล็กน้อยและตอบรับเสียงเบา “อ้อ...”
ผมเหลือบมองกล่องอาหารในมือของลุงอวี๋ก่อนถามขึ้น
“ลุงอวี๋คืนนี้ลุงเตรียมอะไรมาน่ะ”
ลุงอวี๋เหลือบมองกล่องอาหารในมือแล้วหัวเราะเบาๆ
“นี่คืออาหารคนตายยายเฒ่านั่นชอบกินนัก ก่อนหน้านี้ลุงมาส่งอาหารให้เธอทุกเดือน ใช้อาหารคนตายนี้กดทับความอาฆาตของเธอเอาไว้”
ขณะเดินไปข้างหน้าลุงอวี๋ก็อธิบายแผนที่เขาเตรียมไว้
เขาบอกว่าผียายเฒ่ากินอาหารคนตายของเขามานานถึงสามเดือนแล้ว ทำให้ความอาฆาตของเธอลดลงมาก
ผมมีกระบี่กระดูกปลาอยู่ในมือเราสองคนร่วมมือกันคงจะจัดการเธอได้ไม่ยาก
ไม่มีความจำเป็นต้องทำอะไรซับซ้อน
รออีกสักพักเราจะขึ้นไปเคาะประตูห้อง จากนั้นลุงอวี๋จะใช้อาหารคนตายล่อให้เธอเปิดประตู และทันทีที่เธอเปิดเราไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง ลงมือทันทีได้เลย
ยายเฒ่านั่นเคยฆ่าคนมาก่อนจึงเต็มไปด้วยพลังอาฆาตหากจะส่งเธอไปตามพิธีคงทำไม่ได้
ดังนั้นฆ่าทิ้งเสียเลยจะง่ายกว่า ป้องกันไม่ให้เธอก่อเรื่องอีก
เมื่อถึงตอนนั้นเราสองคนจะได้บุญกุศลไปด้วย
ผมฟังแผนของลุงอวี๋อย่างตั้งใจและให้คำมั่นว่าเมื่อเข้าไปแล้วจะไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว
ขณะที่เรากำลังพูดคุยกันเราก็มาถึงหน้าห้องอาถรรพ์
ผมเงยหน้าขึ้นมองห้อง 7-3 ยังคงถูกปิดตายด้วยแผ่นไม้แน่นหนา ไม่ปล่อยให้แม้แต่สายลมลอดผ่าน
ลุงอวี๋เล่าว่าสมัยที่ยายเฒ่ายังมีชีวิต เธอเป็นหญิงชราที่โดดเดี่ยว
ตอนแรกเพื่อนบ้านรอบๆก็ดูแลเธอเป็นอย่างดี
ทุกปีเมื่อถึงวันสำคัญทางชุมชนก็มักจะนำข้าวสารน้ำมันมาให้เธออยู่เสมอ
แต่ยายเฒ่านี่มือไม่สะอาดนอกจากจะขี้ขโมยแล้ว ยังเป็นคนใจร้าย
ก่อนตายเธอเคยหลอกเด็กตัวเล็กๆ ไปที่หลังชุมชน ก่อนจะผลักเด็กคนนั้นลงไปในบ่อซีเมนต์ของไซต์ก่อสร้าง
โชคดีที่มีคนพบเด็กทันเวลาไม่อย่างนั้นคงจบไม่สวย
ตอนนั้นยายเฒ่าคนนี้ยังแสร้งทำเป็นคนดีช่วยออกตามหาเด็กแถมยังชี้นำไปผิดทางอยู่หลายครั้ง
จนเมื่อเปิดกล้องวงจรปิดตรวจสอบถึงได้เจอตัวเด็กในที่สุด
แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังไม่ยอมรับผิด เอาแต่แผดเสียงโวยวายว่าถูกใส่ร้าย
จนกระทั่งมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดจึงยอมรับเสียงเรียบเฉย
เธอกล่าวหาว่าเด็กคนนั้นไม่มีมารยาทไม่รู้จักเคารพผู้ใหญ่
เหตุเพียงเพราะเด็กไม่ยอมยื่นขวดน้ำเปล่าให้เธอจึงคิดจะสั่งสอน
พ่อแม่ของเด็กไม่มีทางยอมความ แม้ว่ายายเฒ่าจะอายุมากแล้วแต่เธอก็ต้องเผชิญกับโทษทางกฎหมาย
เธอเริ่มแสดงละครร้องไห้อาละวาด และขู่ฆ่าตัวตาย
สุดท้ายเธอเลือกแขวนคอตัวเองกับพัดลมเพดานในห้อง
ที่น่าตกใจคือมีเพื่อนบ้านยืนดูเหตุการณ์อยู่กันเป็นสิบเป็นร้อย แต่กลับไม่มีใครเข้าไปช่วยเลย
และแล้วยายเฒ่าคนนั้นก็จบชีวิตลงในห้องของตัวเอง
ความตายของเธอสร้างความสะใจให้คนในชุมชน ทุกคนต่างคิดว่าตัวปัญหาถูกกำจัดไปเสียที
แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าแม้เธอจะตายไปแล้วก็ยังไม่ยอมรับผิด
วิญญาณของเธอจึงเต็มไปด้วยความคั่งแค้นและกลายเป็นผีร้ายสิงอยู่ในห้อง
เธอฆ่าไปสามศพในเวลาสามเดือน
ผู้คนในชุมชนจึงหวาดกลัวจนต้องปิดตายห้องนั้นซ้ำตอนกลางวันยังมีคนคอยเฝ้าดูไม่ให้ใครเข้าใกล้ คนที่ได้รับมอบหมายก็ล้วนเป็นผู้ที่มีดวงแข็ง
พอตกกลางคืนทุกคนต่างขังตัวเองอยู่แต่ในห้อง ไม่กล้าออกมา
เหมือนกับตอนนี้ที่รอบบริเวณเงียบสนิทไร้แม้แต่เงาคน
เพราะลุงอวี๋อาศัยอยู่ใกล้ชุมชนนี้และมีคนรู้ว่าเขาทำอาหารคนตายได้ จึงถูกว่าจ้างให้ทำอาหารเซ่นไหว้สองครั้ง
เนื่องจากคนที่มีพลังจัดการเรื่องนี้ได้ต่างพากันย้ายออกไปหมดแล้ว คนที่เหลืออยู่ก็ทำได้แค่หวังให้ผียายเฒ่าสงบลงเสียที
ลุงอวี๋เคยมาที่นี่และเข้าใจสถานการณ์ดี
แต่ด้วยพลังที่จำกัดเขาไม่สามารถส่งผียายเฒ่าไปได้ในคราวเดียว และก็ไม่กล้าหน้าด้านไปขอให้ซ่งเต๋อไฉช่วย
เขาทำได้เพียงใช้วิธีของตัวเองค่อยๆ กดพลังอาฆาตของเธอลงด้วยอาหารคนตาย
ตามแผนของเขาหากทำต่อไปอีกสองสามปีก็อาจทำให้พลังอาฆาตของเธอสลายไป
แม้จะส่งไปไม่ได้อย่างน้อยก็คงไม่มีใครต้องตายเพิ่มอีก
แต่แล้วไม่กี่วันก่อนลุงอวี๋พาผมมาหลบภัยที่นี่ และฟันยายเฒ่าไปหนึ่งครั้ง
แผนการเซ่นไหว้ของเขาจึงจบลง
แถมโทรศัพท์ราคาแพงของเขาก็ตกอยู่ในห้องอาถรรพ์ บวกกับตอนนี้ผมได้ก้าวเข้าสู่วงการมีกระบี่กระดูกปลาอยู่ในมือ ลุงอวี๋จึงชวนผมมาเป็นผู้ช่วย
เขาเชื่อว่าถ้าเราสองคนร่วมมือกันมีทั้งกระบี่กระดูกปลาและมีดหัวมังกรเป็นอาวุธ
การจัดการผียายเฒ่าคงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป…