สัตย์สาบานแห่งดวงดาว

    ตอนที่ 82 ข้าต้องการพลัง!

    ทุกคนหลับตาลง ก่อนใช้สัมผัสวิญญาณตรวจสอบกระแสพลังทั้งสองอย่างละเอียด


    เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง พวกเขาก็ยังไม่สามารถอธิบายได้ว่าเหตุใดพลังของยูรันจึงให้ความรู้สึกแตกต่างจากไอมารของพวกตน


    กระทั่งผู้อาวุโสคนหนึ่งเริ่มสังเกตเห็นบางอย่าง


    “มันแตกต่างกันจริง ๆ ข้าลองตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว”


    คนข้างกายรีบหันไปถาม


    “แตกต่างอย่างไร?”


    “เจ้าโง่เอ๊ย ดูให้ดีสิ!”


    ผู้อาวุโสคนนั้นชี้ไปยังไอมารซึ่งทุกคนปลดปล่อยออกมา


    “พลังของพวกเราขุ่นมัวและไร้ระเบียบ เปรียบเสมือนน้ำในสระที่ถูกกวนจนตะกอนและโคลนฟุ้งกระจาย มองเข้าไปก็ไม่อาจมองเห็นสิ่งใดได้ชัดเจน”


    จากนั้นเขาก็หันไปมองไอสีดำและสีขาวของยูรัน


    “แต่พลังของคุณชายแตกต่างออกไป ต่อให้เป็นสีดำหรือสีขาว เนื้อแท้ของมันกลับใสสะอาดราวกับสระน้ำที่ไร้ฝุ่นโคลนปนเปื้อน”


    “ไม่ว่าจะมองจากทิศทางใดก็ไม่มีสิ่งเจือปนแม้แต่น้อย มันบริสุทธิ์และใสกระจ่างอย่างถึงที่สุด!”


    เมื่อได้ยินคำอธิบายนั้น ทุกคนก็รีบเพ่งมองกระแสพลังทั้งสองอย่างละเอียดอีกครั้ง


    ไม่นานนัก พวกเขาก็เริ่มสังเกตเห็นความแตกต่างเช่นเดียวกัน


    “จริงด้วย...”


    “ไอมารของพวกเราเต็มไปด้วยสิ่งเจือปน แต่พลังของคุณชายกลับบริสุทธิ์อย่างสมบูรณ์”


    “แม้สีจะแตกต่างกัน แต่เนื้อแท้ของไอสีดำและไอสีขาวกลับใสสะอาดไม่ต่างกันเลย”


    ทุกคนหันกลับไปมองยูรันด้วยความสงสัย


    “เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น?”


    ยูรันครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนถามขึ้น


    “พวกท่านเข้าร่วมพรรคมารด้วยเหตุผลใดกัน?”


    เขาหันไปทางเซี่ยชางหมิงกับเซี่ยเยว่หลี


    “หากเป็นตาแก่เจ้าสำนักกับเยว่หลี เหตุผลก็คงเกี่ยวข้องกับความแค้น แล้วพวกท่านที่เหลือเล่า?”


    ผู้คนภายในห้องอาหารเงียบลงไปชั่วขณะ


    ผู้อาวุโสคนหนึ่งเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน


    “ข้าเกิดมาพร้อมรากวิญญาณที่ตระกูลมองว่าไร้ค่า บิดาจึงขับไล่ข้าออกจากบ้าน ส่วนมารดาที่พยายามปกป้องข้าก็ถูกลงโทษจนตาย”


    ชายวัยกลางคนอีกคนกำหมัดแน่น


    “ตระกูลของข้าถูกสังหารเพราะครอบครองเหมืองหินวิญญาณ สำนักฝ่ายธรรมะแห่งหนึ่งต้องการยึดเหมือง จึงกล่าวหาว่าพวกเราสมคบคิดกับพรรคมาร ก่อนลงมือฆ่าทุกคนโดยอ้างว่ากำจัดความชั่ว”


    ผู้อาวุโสอีกคนหัวเราะอย่างขมขื่น


    “ข้าถูกพี่น้องร่วมสาบานทรยศ เขาวางยาข้า ชิงวิชาและทรัพย์สมบัติทั้งหมดไป จากนั้นยังใส่ร้ายว่าข้าเป็นผู้สังหารอาจารย์”


    หญิงชราผู้หนึ่งกล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา


    “บุตรสาวของข้ามีร่างกายเหมาะแก่การเป็นเตาหลอม ศิษย์เอกจากสำนักใหญ่จึงจับตัวนางไป ข้าไปคุกเข่าอ้อนวอนอยู่หน้าสำนักสามวันสามคืน สุดท้ายสิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงร่างไร้วิญญาณของนาง”


    ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ


    ศิษย์หญิงคนหนึ่งก้มมองรอยแผลบนข้อมือของตน


    “ข้าเคยเป็นทาสโอสถ พวกเขาบังคับให้ข้าทดลองยาพิษมาตั้งแต่เด็ก เพื่อนที่ถูกขังอยู่ด้วยกันตายไปทีละคน สุดท้ายเหลือเพียงข้าที่หนีออกมาได้”


    ชายหนุ่มซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกลกล่าวต่อ


    “หมู่บ้านของข้าถูกใช้เป็นเครื่องสังเวยสำหรับค่ายกลของสำนักแห่งหนึ่ง คนกว่าพันชีวิตถูกฆ่าตายในคืนเดียว แต่เพราะผู้ลงมือเป็นผู้อาวุโสฝ่ายธรรมะ เรื่องทั้งหมดจึงถูกปิดเงียบ”


    อีกคนยิ้มออกมาอย่างว่างเปล่า


    “ภรรยาของข้าถูกสังหารเพราะบังเอิญพบสมบัติชิ้นหนึ่ง ข้าไปขอความยุติธรรม แต่ผู้ที่ลงมือเป็นบุตรชายของผู้อาวุโสใหญ่ สุดท้ายข้ากลับกลายเป็นคนผิดและถูกตามล่าเสียเอง”


    ศิษย์รูปร่างผอมบางกำชายเสื้อของตนแน่น


    “ครอบครัวขายข้าให้พ่อค้าทาสเพื่อนำเงินไปรักษาพี่ชาย ข้าไม่เคยโกรธพวกเขาที่เลือกช่วยพี่ แต่หลังจากพี่ชายหายดี พวกเขากลับไม่เคยตามหาข้าเลย”


    ชายชราตาบอดข้างหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง


    “ข้าเคยเป็นผู้รักษา ภรรยาป่วยหนัก แต่ข้าไม่มีเงินซื้อโอสถจากหอโอสถ ข้าคุกเข่าขอร้องพวกเขาจนศีรษะแตก สุดท้ายนางก็ตายในอ้อมแขนของข้า ขณะที่โอสถซึ่งช่วยนางได้วางอยู่ห่างออกไปเพียงประตูบานเดียว”


    ศิษย์อีกคนสูดหายใจเข้าลึก


    “ข้าเกิดมามีสายเลือดอสูรเพียงเล็กน้อย มารดาจึงถูกกล่าวหาว่าสมสู่กับสัตว์อสูร นางถูกเผาทั้งเป็นต่อหน้าข้า ส่วนข้าถูกตามล่ามาตั้งแต่อายุเจ็ดขวบ”


    หญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านหลังกล่าวด้วยดวงตาแดงก่ำ


    “น้องชายของข้าถูกเกณฑ์เข้าสงครามทั้งที่ยังจับกระบี่ไม่เป็น พวกขุนนางสัญญาว่าจะดูแลครอบครัวของทหาร แต่หลังเขาตาย พวกมันกลับยึดบ้านของเราเพราะไม่มีเงินจ่ายภาษี”


    คนสุดท้ายเงียบอยู่นาน ก่อนกล่าวออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ


    “ข้าเข้าร่วมพรรคมารเพราะไม่มีที่ใดเหลือให้กลับไปแล้ว ทุกคนที่ข้ารักตายหมด ส่วนผู้ที่ทำลายชีวิตข้ายังคงได้รับการยกย่องว่าเป็นวีรบุรุษฝ่ายธรรมะ”


    เมื่อคำบอกเล่าทั้งหมดสิ้นสุดลง บรรยากาศภายในห้องอาหารก็หนักอึ้ง


    แทบทุกคนล้วนมาถึงพรรคมารอัสดงเพราะเคยสูญเสีย ถูกทอดทิ้ง ถูกหักหลัง หรือถูกโลกซึ่งอ้างตนว่าชอบธรรมผลักไสออกมา


    ท้ายที่สุด สิ่งเดียวที่ยังยึดเหนี่ยวพวกเขาเอาไว้จึงเหลือเพียงความเจ็บปวดและความแค้น


    ยูรันเงียบฟังอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันไปทางเหล่าสาวใช้ซึ่งยืนอยู่ด้านหลัง


    “แล้วพวกเจ้าล่ะ?”


    เหล่าสาวใช้สะดุ้งเล็กน้อย


    “เหตุใดจึงมาเป็นสาวใช้อยู่ในพรรคมาร?”


    พวกนางมองหน้ากันอย่างลังเล ก่อนแอบเหลือบมองเซี่ยเยว่หลี


    เซี่ยเยว่หลีขมวดคิ้ว


    “เขาถามก็ตอบไปสิ มองข้าทำไม?”


    หัวหน้าสาวใช้จึงรวบรวมความกล้าแล้วก้าวออกมา


    “บ่าวถูกบิดาขายให้หอนางโลมตั้งแต่อายุสิบสองเจ้าค่ะ ระหว่างถูกพาตัวไป บังเอิญพบคนของพรรคมารอัสดง พวกเขาจึงช่วยบ่าวออกมา”


    สาวใช้อีกคนกล่าวตาม


    “หมู่บ้านของบ่าวประสบภัยแล้ง บิดามารดาอดอาหารจนเสียชีวิต ญาติที่เหลือไม่มีผู้ใดยอมรับเลี้ยง พรรคมารจึงรับบ่าวกับน้องสาวเข้ามาอยู่ด้วยเจ้าค่ะ”


    หญิงสาวซึ่งมีรอยแผลเป็นตรงลำคอก้มหน้าลง


    “บ่าวเคยเป็นสาวใช้ของตระกูลใหญ่ คุณชายของตระกูลพยายามข่มเหงบ่าว เมื่อบ่าวขัดขืน เขาจึงกล่าวหาว่าบ่าวขโมยทรัพย์สินและสั่งโบยจนเกือบตาย หลังถูกโยนทิ้งนอกเมือง คนของพรรคมารเป็นผู้ช่วยบ่าวเอาไว้”


    สาวใช้อีกคนกำชายเสื้อแน่น


    “ครอบครัวต้องการบังคับให้บ่าวแต่งงานกับชายชราเพื่อแลกกับสินสอด บ่าวหนีออกมา แต่ถูกส่งคนตามล่า สุดท้ายท่านเจ้าสำนักอนุญาตให้บ่าวหลบซ่อนอยู่ที่นี่เจ้าค่ะ”


    หญิงสาวรูปร่างเล็กกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ


    “บ่าวไม่มีรากวิญญาณ บิดาจึงมองว่าเลี้ยงไปก็ไร้ประโยชน์ เขาทิ้งบ่าวเอาไว้ในป่าตั้งแต่ยังเด็ก หากผู้อาวุโสของพรรคไม่พบเข้า บ่าวคงถูกสัตว์ป่ากินไปนานแล้ว”


    อีกคนกล่าวต่อ


    “บ่าวเกิดและเติบโตอยู่ที่นี่ มารดาของบ่าวเองก็เคยเป็นสาวใช้ของพรรค นางเสียชีวิตเพราะป่วยหนัก พรรคมารอัสดงจึงเลี้ยงดูบ่าวต่อมาเจ้าค่ะ”


    ไม่นานนัก สาวใช้คนอื่น ๆ ก็เริ่มเล่าเรื่องของตนเองออกมาทีละคน


    บางคนเป็นเด็กกำพร้าจากสงคราม บางคนถูกครอบครัวขายเพราะความยากจน บางคนหนีจากนายเก่าที่ทุบตีทำร้าย และบางคนไม่มีสถานที่อื่นใดยอมรับพวกนาง


    แม้เหตุผลจะแตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งกลับเหมือนกัน


    สำหรับโลกภายนอก พวกนางเป็นเพียงคนไร้ค่า สามารถซื้อขายหรือกำจัดทิ้งได้ทุกเมื่อ


    แต่พรรคมารอัสดงกลับเป็นสถานที่เพียงแห่งเดียวที่ยอมมอบที่พัก อาหาร และโอกาสให้พวกนางมีชีวิตอยู่ต่อไป


    ยูรันมองทุกคน ก่อนถามว่าถึงตอนนี้พวกเขายังคงกล่าวโทษโชคชะตาอยู่หรือไม่


    คำถามนั้นทำให้ทุกคนภายในห้องอาหารเงียบลงไปชั่วขณะ


    ไม่นานนัก ผู้อาวุโสคนหนึ่งก็เป็นฝ่ายตอบขึ้น


    “ใช่ ข้ายังคงกล่าวโทษโชคชะตา”


    เขากำหมัดแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความคับแค้น


    “หากโลกใบนี้ไม่โหดร้ายกับข้า ภรรยาและบุตรของข้าคงไม่ต้องตาย จนถึงวันนี้ ข้ายังคงฝึกฝนอย่างหนักเพื่อรอวันที่จะได้ล้างแค้นให้พวกเขา”


    คนอื่น ๆ เริ่มเอ่ยตอบตามมา


    “ข้าเองก็ยังแค้น ผู้ที่ทำลายตระกูลของข้ายังคงมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย ตราบใดที่พวกมันยังไม่ตาย ข้าก็ไม่มีวันปล่อยวาง”


    “ข้ายังโกรธผู้ที่ทอดทิ้งข้า และอยากกลับไปพิสูจน์ให้พวกมันเห็นว่าคนที่เคยถูกมองว่าไร้ค่าแข็งแกร่งกว่าพวกมันทั้งหมด”


    “ข้าต้องการพลัง พลังมากพอที่จะทำให้ผู้ที่เคยทรมานข้าชดใช้ทุกสิ่งที่ทำลงไป”


    สาวใช้คนหนึ่งกำชายเสื้อแน่น ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ


    “บ่าวเองก็ยังเกลียดคนที่ขายบ่าวเจ้าค่ะ บ่าวเคยคิดอยู่เสมอว่า หากวันหนึ่งมีพลังมากพอ จะกลับไปถามพวกเขาว่าเหตุใดจึงทำกับบ่าวเช่นนั้น”


    หญิงสาวที่มีรอยแผลตรงลำคอยกมือสัมผัสบาดแผลของตน


    “ข้ายังฝันถึงวันที่จะได้กลับไปสังหารนายเก่าด้วยมือของตัวเอง”


    แม้แต่เหล่าศิษย์รุ่นเยาว์ก็พากันตอบด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว


    “พวกเราเข้าร่วมพรรคมารก็เพื่อแสวงหาพลัง!”


    “ตราบใดที่ความแค้นยังไม่ได้รับการชำระ พวกเราจะหยุดได้อย่างไร?”


    “หากไม่มีความแค้นนี้ ข้าก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองจะมีชีวิตต่อไปเพื่ออะไร!”


    เสียงตอบดังขึ้นจากทั่วทั้งห้องอาหาร


    บางคนโกรธแค้นผู้ที่พรากครอบครัวไป บางคนต้องการเอาคืนผู้ที่ทรยศตน และบางคนยึดการล้างแค้นเป็นเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวของชีวิต


    แม้เวลาจะผ่านมานานเพียงใด ความเจ็บปวดเหล่านั้นก็ไม่เคยจางหาย


    กลับกัน มันยิ่งหยั่งรากลึกลงในจิตใจ และผลักดันให้พวกเขาแสวงหาพลังอย่างไม่สิ้นสุด

    คล้ายกับเรื่องสัตย์สาบานแห่งดวงดาว ที่คุณอ่าน

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    627K 658
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    คุณพ่อยอดพระกาฬ

    คุณพ่อยอดพระกาฬ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    848K 1761
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912