อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    เล่มที่ 2 บทที่ 37 ชีพจรลมปราณเทพเจ้า

            ที่เซียวเช่อกล่าวทุกคำพูดชายหนุ่มมิได้กล่าวออกมาเพียงเพื่อปลอบใจเซียวเล่ยและเซียวหลิงซีเพียงเท่านั้นทว่าเขากล่าวออกมาด้วยความตั้งใจมุ่งมั่นอย่างแท้จริง มันเป็นการตัดใจอย่างเด็ดเดี่ยวทั้งยังถือเป็นคำสัตย์ปฏิญาณที่ต้องทำให้สำเร็จไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

            วาจาของเซียวเช่อสะท้อนก้องในหูของเซียวเล่ยและเซียวหลิงซีเป็นเวลานาน ทว่า ทันใดนั้นเอง เซียวหลิงซีพลันสั่นศีรษะอย่างรวดเร็วพร้อมใช้สายตาที่พร่ามัวด้วยม่านน้ำตาจับจ้องไปยังเซียวเช่อ “เช่อน้อยเจ้าไม่ต้องทำเช่นนั้น ข้าเพียงต้องการให้เจ้ามีชีวิตอยู่อย่างสุขสงบเพียงเท่านั้นไม่ว่าจะเป็นอย่างไรขอเพียงเจ้าสามารถอยู่อย่างปลอดภัยไร้อันตราย…เมื่อถึงเวลาที่ข้าพ้นโทษข้าจะไปหาเจ้าเอง…ไม่ว่าอย่างไรไม่ว่าจะเกิดอะไรก็ตาม ห้ามเจ้าทำเรื่องโง่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้ามเสี่ยงอันตรายเด็ดขาด”

            ในสายตาของนางชายหนุ่มยังคงเป็นเพียงเด็กชายที่ต้องการการปกป้องคุ้มครองเมื่อได้ฟังคำประกาศของชายหนุ่ม…เพียงความจริงที่ว่าเซียวเช่อคิดเพื่อพวกนางสองพ่อลูกถึงเพียงนี้ล้วนนับว่าเพียงพอแล้ว นางจะยอมให้เซียวเช่อต้องมาเสี่ยงอันตราย หรือกระทั่งเสี่ยงชีวิตเพื่อพวกนางสองพ่อลูกได้อย่างไร?

            “อย่ากังวลไปเลยข้าจะดูแลตัวเองเป็นอย่างดี” เซียวเช่อแย้มรอยยิ้มและจ้องมองไปยังเซียวหลิงซี“เพราะทั้งท่านปู่และอาหญิงเล็กรอคอยข้าอยู่ที่นี่ เพราะว่า…ข้ายังมิได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับอาหญิงเล็ก”

            “สัญญา?” ดวงตาสุกใสของเซียวหลิงซีสะท้อนประกายงุนงงสงสัยเมื่อนางมองมายังเซียวเช่อ

            เซียวเช่อมิได้ตอบคำชายหนุ่มก้าวเดินไปเบื้องหน้าของเซียวเล่ย คุกเข่าลงทั้งสองข้างพร้อมทั้งโขกศีรษะอย่างแรง “ท่านปู่ข้าคือหลานชายของท่าน เซียวเล่ยข้าอยู่ภายใต้การเลี้ยงดูของท่านมากว่าสิบหกปี ทว่า ตอนนี้ถึงเวลาที่ข้าต้องกางปีกโผบินด้วยตนเองท่านเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่หลานชายของท่านเองย่อมมิอาจทำให้ท่านเสื่อมเสียโดยการเป็นคนไร้ค่าตลอดชีวิต…รอข้าข้าจะกลับมา ระหว่างที่อยู่ที่นี่ ขอให้ท่านรักษาตัวด้วย”

            “ดีมาก…ดีมาก!” เซียวเล่ยผงกศีรษะอย่างช้าๆน้ำเสียงของชายชราสั่นสะท้าน สองตาเต็มไปด้วยประกายน้ำตาชายชราก้าวไปเบื้องหน้าเพื่อพยุงเซียวเช่อขึ้นสองมือหยิบจับแผ่นป้ายทำจากไม้พร้อมพู่ห้อยสีขาวออกมาจากตัวและวางลงบนฝ่ามือของเซียวเช่อ “ลูกเช่อ ตระกูลเซียวขับไล่ไสส่งเจ้าในเมืองเมฆาล่องนี้นับว่าไม่มีที่ใดสำหรับเจ้า ชีพจรของเจ้าถูกทำลายทั้งยังไม่เคยเดินทางออกจากเมืองแม้สักครึ่งก้าวแม้ข้าจะกังวลใจอย่างยิ่ง…แต่แววตาของเจ้ากลับทำให้ข้าผ่อนคลายและวางใจได้ส่วนหนึ่งหากเจ้ายังคงไม่มีจุดหมายในการเดินทาง เช่นนั้นจงพกพาแผ่นป้ายนี้ไปด้วยและจงเดินทางไปยังเมือง ‘จันทราใหม่’ จงไปตามหาบุคคลที่เรียกว่า ซีคงหาน”

            “ซีคงหานเคยมายังเมืองเมฆาล่องเมื่อหลายปีก่อนเนื่องด้วยเกิดเรื่องราวบางอย่าง บุคคลผู้นี้นับว่าติดหนี้ข้าอยู่ดังนั้นจึงได้ให้แผ่นป้ายนี้แก่ข้า เมื่อเจ้าตามหามันพบแล้ว จงแสดงแผ่นป้ายนี้ต่อมันและบอกมันว่าเจ้าคือหลานชายของข้าอาจบางทีมันสามารถหาที่อยู่ให้เจ้าได้”

            แม้จะกล่าวว่าตนเอง “ผ่อนคลาย” และ“วางใจ” เซียวเล่ยยังคงไม่อาจเก็บซ่อนความวิตกกังวลภายในแววตาและสีหน้าของตนได้อยู่ดีหลานชายผู้ซึ่งแทบไม่มีพลังยุทธ์เลยแม้แต่น้อย ทั้งยังไม่เคยออกจากเมืองเมฆาล่องแม้สักครึ่งก้าวกลับจำต้องจากไปยังโลกภายนอกนับจากนี้ไป ชายชราจะผ่อนคลายสบายใจได้หรือไร? จะไม่ให้เซียวเล่ยต้องเจ็บปวดใจได้อย่างไร?

            เซียวเช่อหยิบจับแผ่นป้ายไม้เก่าคร่ำคร่าภายในฝ่ามือของตนแนบแน่นพร้อมทั้งผงกศีรษะรับจากนั้นชายหนุ่มกล่าวว่า “ก่อนข้าจะไป ข้าอยากจะไปทำความเคารพ…ท่านลุงเซียว”

            “อืม” เซียวเล่ยผงกศีรษะด้วยความพึงพอใจ

            “เช่อน้อย!”ชั่วขณะที่เซียวเช่อหันหลังกลับเซียวหลิงซียึดจับชายหนุ่มไว้อย่างแนบแน่นด้วยสองมือน้อยๆ อีกครั้ง สายตาของนางซึ่งเต็มไปด้วยแววตาอาลัยอาวรณ์ต่อการจากลาหลอมละลายจิตใจของเซียวเช่อจนอ่อนยวบ

            เซียวเช่อภาวนาอย่างแรงกล้าให้ตนเองมีความสามารถเพียงพอที่จะนำพาทั้งเซียวหลิงซีและเซียวเล่ยจากไปพร้อมกัน…ทว่าเพียงความตั้งใจมุ่งมั่นภายในใจนั้นไม่เพียงพอ มันทั้งไร้ความสามารถทั้งไร้ซึ่งคุณสมบัติใดที่จะกระทำการได้…อย่างน้อยในสถานที่มืดทึบไร้ซึ่งแสงสว่างนี้ทั้งสองยังสามารถนับว่ามีความปลอดภัยในระดับหนึ่ง

            “อาหญิงเล็ก” เซียวเช่อยึดกุมมือของเซียวหลิงซีอย่างอ่อนโยนพร้อมทั้งจ้องมองไปยังดวงตาของนาง “ข้าไม่อยากจากท่านไป ยิ่งกว่าที่ท่านไม่อยากจากข้าเสียอีก..ดังนั้นข้าจะกลับมาให้เร็วที่สุด…ข้าสัญญาข้าจะทำตามคำมั่นที่เคยให้ไว้ในคืนนั้น…คำมั่นสัญญาที่ข้าเคยบอกกับท่าน…”

            เซียวหลิงซีค่อยๆ คลายการรัดกุมของนางออกจากมือของเซียวเช่อชายหนุ่มเองคลายมือออกจากหญิงสาวอย่างอ่อนโยน…จากนั้น เซียวเช่อกลับหลังหันพร้อมทั้งก้าวเดินไปเบื้องหน้าด้วยฝีเท้าอันเชื่องช้าโดยไม่หันกลับมาแม้แต่น้อย…เนื่องจากชายหนุ่มเกรงว่าหากเขาหันกลับมาเขาอาจไม่สามารถจากไปได้…ยิ่งหวาดกลัวว่าหากหันกลับมาทั้งสองจะมองเห็นหยาดน้ำตาสองสายที่หลั่งไหลออกจากสองตาของมันอย่างไม่อาจควบคุมได้

            ท่านปู่…อาหญิงเล็ก…ภายในสามปีข้าจะกลับมา…รอข้านะ!! รอข้า!!

            คำสัญญา…คำสัญญา…

            เซียวหลิงซีมองตามเงาร่างของเซียวเช่อที่ห่างไกลออกไปทุกทีด้วยดวงตาพร่ามัวพร้อมทั้งพึมพำทบทวนประโยคนี้ภายในใจของตน..ทันใดนั้นเอง คำพูดของเซียวเช่อในคืนนั้นพลันหวนกลับเข้ามา…

            “หากท่านไม่ใช่อาหญิงเล็กของข้าข้าจะแต่งกับท่านอย่างแน่นอน!”

            เซียวหลิงซีพลันยกสองมือขึ้นปิดปากในทันทีหญิงสาวพยายามอย่างที่สุดที่จะสะกดกลั้นน้ำตาที่ทะลักหลั่งออกมาประดุจสายน้ำหลาก

             

            ——————————————

             

            สุสานตระกูลเซียว

            เมื่อยืนอยู่เบื้องหน้าหลุมฝังศพของเซียวยิง สายตาของเซียวเช่อจับจ้องอย่างแน่วแน่ไปยังป้ายหลุมศพเป็นเวลานานจากนั้นชายหนุ่มคุกเข่าลงเบื้องหน้าพร้อมทั้งโขกศีรษะคารวะสามครั้งคราสองตากลับกลายเป็นมุ่งมั่นเมื่อเงยหน้าขึ้น…

            “ท่านลุงเซียวพระคุณยิ่งใหญ่ที่ท่านได้ทำต่อตระกูลหยุนเราทั้งครอบครัวนี้ ข้า…หยุนเช่อไม่มีวันลืมเลือน หากข้าพบว่าบิดามารดาที่แท้จริงยังมีชีวิตอยู่ข้าจะตามหาพวกท่านอย่างสุดกำลัง รวมทั้งทารกผู้นั้น…บุตรชายของท่านในวันที่ข้ามีพลังเหนือผู้ใด ข้าจะตามหาฆาตกรมือสังหารผู้นั้น แก้แค้นให้แก่ท่านแก้แค้นให้แก่ท่านปู่!”

            เซียวเช่อลั่นคำสัตย์สาบานต่อหน้าหลุมศพของเซียวยิงชายหนุ่มโขกศีรษะอีกครั้งก่อนลุกขึ้นยืนพร้อมเดินจากไปด้วยฝีเท้าหนักอึ้ง

            “จากนี้ไป ข้ามิใช่เซียวเช่ออีกต่อไป…ชื่อของข้าคือหยุนเช่อ!”

             

            ——————————————

             

            ข่าวการถูกทำร้ายของเซียวยู่หลงสั่นสะเทือนทั่วทั้งตระกูลเซียวสร้างความปั่นป่วนไปทั่วทั้งตระกูลตลอดค่ำคืนนั้น เซียวหยุนไห่หมดสติไปเป็นเวลานานเนื่องด้วยความคั่งแค้นจู่โจมจิตใจหลังจากมันฟื้นตื่นขึ้นมา มันออกคำสั่งตามหาตัวผู้ก่อการอย่างบ้าคลั่งอย่างไรก็ตาม หลังจากการควานหามาตลอดค่ำคืน กลับไม่พบแม้แต่เงาหรือร่องรอยใดๆ ของคนร้าย

            คำอธิบายที่ดีที่สุดคือนี่เป็นการกระทำของผู้หนึ่งผู้ใดภายในตระกูลเซียว!

            เซียวกวงหยุนเองล้วนคั่งแค้นทว่ามันเพียงรู้สึกโกรธแค้นอยู่ชั่วครู่เนื่องจากมันเพียงรู้สึกสูญเสียต่อทาสผู้ซื่อสัตย์เชื่อฟัง และมีความสามารถไปหนึ่งคนเท่านั้นมันสามารถหาทาสเช่นนี้ได้อีกมากมายหากมันต้องการ อย่างไรก็ตามเมื่อมันไม่สามารถนำตัวเซียวยู่หลงผู้มีสภาพครึ่งคนครึ่งปีศาจกลับไปได้แน่นอนว่าตัวเลือกของมันล้วนไปตกอยู่ที่ผู้ที่ได้อันดับสองในการประเมินเมื่อวานนี้

            …คือหลานชายของเซียวเจ๋อผู้อาวุโสที่สาม เซียวเฉิงจือนั่นเอง

            เมื่อเรื่องนี้เกิดขึ้น แน่นอนว่าเซียวเจ๋อและเซียวเฉิงจือย่อมเบิกบานใจอย่างใหญ่หลวงทว่าสายตาของทุกผู้คนในตระกูลเซียวที่จับจ้องไปยังเซียวเจ๋อล้วนแปรเปลี่ยนไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เซียวหยุนไห่และเซียวหลี่ ผู้ซึ่งจับจ้องมองไปยังเซียวเจ๋อพร้อมทั้งซุกซ่อนแววตาอำมหิตอย่างลึกซึ้งอยู่ภายใน

            หากเป็นบุคคลภายในตระกูลเซียวที่ทำร้ายเซียวยู่หลงพิการจริงๆเช่นนั้น เซียวเจ๋อสมควรเป็นผู้ต้องสงสัยที่มีความเป็นไปได้ที่สุด

            ทว่า เหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องใดกับเซียวกวงหยุนมันล้วนไม่กังวลสนใจอันใด ในเวลาบ่าย คณะผู้แทนจากพรรคตระกูลเซียวล้วนถูกห้อมล้อมแห่แหนนำส่งออกจากเมืองเมฆาล่องพร้อมนำตัวเซียวเฉิงจือไปด้วยอันที่จริง ด้วยคุณสมบัติของพรรคตระกูลเซียวพวกมันล้วนสามารถส่งสัตว์อสูรลมปราณที่สามารถบินบนท้องฟ้าเพื่อใช้เดินทางได้หลายตัวทว่า ในครั้งนี้ ภายใต้การสั่งการของผู้นำพรรคตระกูลเซียว เซียวกวงหยุนและพวกล้วนไม่อาจนำสัตว์อสูรลมปราณมาด้วยได้ทั้งหมดเพื่อการสะสมประสบการณ์ของเซียวกวงหยุน

             

            ………………………………………

             

            หลังจากเซียวกวงหยุนจากไปฉู่เยว่หลี่เองล้วนเตรียมพร้อมนำตัวเซี่ยชิงเยว่กลับสู่แดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาเยือกแข็งเช่นกัน

            “ท่านอาจารย์”หลังจากร่ำลาบิดาและน้องชาย เซี่ยชิงเยว่กลับมายังข้างกายฉู่เยว่หลี่

            ฉู่เยว่หลี่ผินใบหน้ากลับมา ดวงหน้าขาวราวหิมะทั้งเย็นยะเยียบทั้งสูงส่งสง่า“ระยะทางจากแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาเยือกแข็งมาที่นี่ค่อนข้างไกลหลังจากที่เจ้ากลับสู่แดนศักดิ์สิทธิ์เจ้าอาจไม่สามารถรู้ได้ว่าเมื่อไรจึงจะได้กลับมาที่นี่จงอย่าได้ทิ้งห่วงสิ่งใดไว้เบื้องหลังที่จะทำให้เจ้ากังวลใจ” ขอท่านอาจารย์โปรดวางใจชิงเยว่ได้เตรียมการทุกอย่างไว้อย่างพรั่งพร้อมและเหมาะสมศิษย์สามารถติดตามท่านอาจารย์ไปได้ทุกเมื่อ แม้ว่าท่านพ่อจะรู้สึกอาลัยอยู่บ้างทว่าท่านพ่อล้วนรู้สึกยินดีที่ชิงเยว่ได้เข้าสู่แดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาเยือกแข็ง”

            ฉู่เยว่หลี่ผงกศีรษะรับ “เมื่อเป็นเช่นนั้นพวกเราสามารถออกเดินทางได้ทันทีท่านหญิงล้วนรอคอยในการพบพานเจ้ามาเป็นเวลานานหลายปีตั้งแต่ที่ข้าได้บอกเล่าเรื่องราวของเจ้าแก่นาง ข้าเชื่อว่าเมื่อนางพบเจ้านางต้องชื่นชอบเจ้าอย่างแน่นอน”

            “ท่านพ่อได้จัดเตรียมสัตว์อสูรม้าลมปราณไว้ให้แก่พวกเราขอเชิญท่านอาจารย์ไปยังคอกม้า” เซียวชิงเยว่กล่าวด้วยความเคารพ

            “ไม่จำเป็น” ฉู่เยว่หลี่สั่นศีรษะปฏิเสธ“สัตว์อสูรม้าลมปราณเชื่องช้าเกินไป ข้าจะพาเจ้ากลับไปด้วยเคล็ดวิชาเหาะ ทั้งนี้เจ้าควรใส่ใจสัมผัสความเปลี่ยนแปลงของพลังลมปราณในร่างกายข้าระหว่างที่ข้าใช้เคล็ดวิชานี้นี่ล้วนจะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลต่อเจ้าในภายหน้า…ไปกันเถอะ ส่งมือเจ้ามาให้ข้า”

            เซี่ยชิงเยว่ยื่นเหยียดมือขวาที่ขาวเนียนละเอียดอ่อนออกไปอย่างปราศจากความลังเลใจใดๆแน่นอนว่าฉู่เยว่หลี่ย่อมใช้เคล็ดวิชาเหาะของนางเพื่อชักนำนางเดินทางไปบนท้องฟ้าความคิดนี้ล้วนสร้างความตื่นเต้นและคาดหวังขึ้นภายในจิตใจของหญิงสาว

            ฉู่เยว่หลี่ยื่นเหยียดฝ่ามืออันเย็นเยียบออกมาเพื่อยึดกุมมือของเซี่ยชิงเยว่ เพียงพริบตาคลื่นความเย็นในกายของนางพลันก่อเกิดเคล็ดวิชาเมฆาเยือกแข็งอันยอดเยี่ยมโคจรอย่างรวดเร็ว…ทว่า ทันใดนั้นเอง ทั่วทั้งร่างของฉู่เยว่หลี่พลันสั่นสะท้านเคล็ดวิชาเมฆาเยือกแข็งที่เพิ่งเริ่มโคจรล้วนถูกระงับยับยั้งลงโดยไร้วี่แววนางหันกายกลับมาเผชิญหน้ากับเซี่ยชิงเยว่ดวงตางดงามทั้งสองข้างทอประกายเป็นระลอกยามจับจ้องมองไปยังเซี่ยชิงเยว่…เห็นได้ชัดเจนถึงคลื่นแห่งความประหลาดใจเป็นล้นพ้นสะท้อนอยู่ในแววตาของนางประดุจดังการเผชิญพบกับเรื่องเหลือเชื่อที่สุดในโลกหล้า

            “ท่านอาจารย์? เกิดเรื่องอันใด?” เซี่ยชิงเยว่ถามด้วยความตื่นตัวเนื่องจากสีหน้าอันตระหนกตกใจและเหนือความคาดหมายของฉู่เยว่หลี่”เป็นไปไม่ได้..นี่ล้วนไม่มีทางเป็นไปได้อย่างเด็ดขาด!!”

            ฉู่เยว่หลี่โพล่งออกมาอย่างไร้สติพร้อมทั้งยื่นเหยียดมืออีกข้างของนางออกมาอย่างกะทันหันเมื่อทั้งสองมือของนางยึดกุมข้อมือของเซี่ยชิงเยว่ พลังความเย็นในกายนางแผ่ขยายออกดวงตาของฉู่เยว่หลี่เบิกกว้างอีกครั้งร่างกายของนางสั่นสะท้านอย่างรุนแรงยิ่งกว่าก่อนหน้านี้ ใบหน้าของนางแปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าแววตาอันตื่นตระหนกสุดบรรยาย…รวมทั้งความยินดีอย่างสุดแสน!นางฉวยข้อมือของเซี่ยชิงเยว่พร้อมทั้งจ้องมองหญิงสาวฉู่เยว่หลี่พลันกลับกลายเป็นใบ้ไปชั่วขณะเนื่องจากอารมณ์ความรู้สึกอันพลุ่งพล่านอยู่ภายใน

            การแสดงออกของฉู่เยว่หลี่ยิ่งสร้างความตื่นตัวให้แก่เซี่ยชิงเยว่มากยิ่งขึ้น“ท่านอาจารย์..ท่าน…มีเรื่องอันใด?”

            “ชิงเยว่!!” ฉู่เยว่หลี่พลันรับรู้ได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจอันถี่รัวด้วยความตื่นเต้นตระหนกที่นางไม่สามารถควบคุมได้เมื่อฝึกเคล็ดวิชาเมฆาเยือกแข็งจิตใจของผู้ฝึกล้วนมุ่งไปในทางเยือกเย็นและเงียบสงบทีละเล็กทีละน้อยการถูกรบกวนอารมณ์ความรู้สึกจนพลุ่งพล่านล้วนเป็นเรื่องราวอันยากลำบากไม่ทราบนานเท่าไรแล้ว ที่นางไม่เคยมีความพลุ่งพล่านถึงระดับนี้มาก่อน“บอกอาจารย์มา ช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ เจ้าได้พบเจอเรื่องใดมาบ้าง? เจ้าได้พบกับบุคคลพิเศษใดหรือไม่? หรือว่าเจ้าได้รับยาวิเศษอันใดที่มีสรรพคุณเหนือโลก!”

            “…ศิษย์…” เซี่ยชิงเยว่จ้องไปเบื้องหน้าอยู่ครู่หนึ่ง “ผู้คนเพียงสามารถมีจุดชีพจรลมปราณทั้งหมดห้าสิบสี่ช่องบุคคลธรรมดาสามารถเปิดเส้นชีพจรได้ประมาณสิบช่องทางได้เมื่อแรกเกิดบุคคลผู้เปี่ยมพรสวรรค์ล้วนสามารถเปิดได้สิบห้าช่องทางแต่กำเนิดครั้งแรกที่ข้าพบเจ้า ข้าพบว่าเจ้ามีจุดชีพจรลมปราณที่เปิดเองโดยธรรมชาติอยู่ยี่สิบเอ็ดจุดพรสวรรค์ที่สามารถพบเห็นได้เพียงหนึ่งในล้าน!!หากผู้คนยิ่งมีจุดชีพจรเปิดออกมาเท่าไรความสามารถและความเร็วในการฝึกฝนพลังยุทธ์ยิ่งรวดเร็วขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าอย่างไรบุคคลผู้ซึ่งมีจุดชีพจรลมปราณเปิดได้ถึงยี่สิบจุดนั้น ความสามารถและความเร็วในการฝึกฝนล้วนก้าวหน้าเร็วกว่าผู้อื่นร่วมสองเท่าเมื่อเปรียบเทียบกับผู้คนธรรมดาทั่วไป”

            “การเปิดจุดเส้นชีพจรลมปราณนั้นล้วนเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญเช่นนายหญิงของแดนศักดิ์สิทธิ์เรายังต้องใช้เวลากว่าหนึ่งศตวรรษในการเปิดจุดเส้นชีพจรเพียงเจ็ดจุดและบรรลุถึงขั้นสามารถเปิดจุดสามสิบชีพจรลมปราณได้ทั่วทั้งอาณาจักรวายุคราม บุคคลที่สามารถเปิดชีพจรลมปราณได้ถึงสามสิบจุดมีไม่ถึงห้าคน! สาเหตุที่ผงชีพจรลมปราณที่พรรคตระกูลเซียวนำส่งมายังตระกูลเซียวเมืองเมฆาล่องสามารถเร่งเร้าขั้นตอนการฝึกฝนพลังยุทธ์เนื่องจากมันสามารถช่วยเปิดจุดชีพจรได้ชั่วคราวสามถึงสี่จุดในช่วงระยะเวลาหนึ่งอย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงประสิทธิผลชั่วคราว…แม้จะเป็นเช่นนั้นผงชีพจรลมปราณยังถูกจัดเป็นตัวยาสูงค่าของพรรคตระกูลเซียว”

            “ทว่า ชิงเยว่ เจ้า…” ฉู่เยว่หลี่ยึดจับสองไหล่ของเซี่ยชิงเยว่แนบแน่น สองตาของนางจับจ้องแน่วนิ่งไปยังเซี่ยชิงเยว่“จุดเส้นชีพจรทั้งห้าสิบสี่ของเจ้าล้วนถูกเปิดออก!ทั้งหมดล้วนเป็นการเปิดอย่างถาวร…เจ้ารู้มั้ยว่านี่หมายความว่าอย่างไร? นี่หมายความว่าการฝึกฝนและความรวดเร็วในการฝึกยุทธ์ของเจ้าล้วนรวดเร็วกว่าท่านหญิงถึงสองเท่า!ซึ่งนับว่ารวดเร็วว่าผู้อื่นถึงห้าเท่า ความสามารถในการฝึกฝนเคล็ดวิชาต่างๆ ของเจ้าจะไร้ข้อจำกัดเมื่อพลังยุทธ์ของเจ้าเกิดการทะลุทะลวงสู่ขอบเขตที่สูงขึ้นเจ้าจะไม่มีทางเผชิญพบกับ ‘การติดขัด’ก่อนการทะลุทะลวงใดๆ!”

            “เมื่อจุดเส้นชีพจรทั้งห้าสิบสี่ล้วนถูกเปิดออกอย่างสมบูรณ์นี่เป็นสิ่งที่ตำนานเรียกขานว่า ‘ชีพจรลมปราณเทพเจ้า’มีเพียงเทพเจ้าในตำนานเท่านั้นจึงสามารถมีเส้นชีพจรเยี่ยงนี้ได้!เหล่านี้ล้วนไม่เคยปรากฏมาก่อนในจักรวรรดิวายุครามนี้! ชิงเยว่…ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เจ้าได้เผชิญพบกับประสบการณ์เยี่ยงไรมากันแน่!”

    คล้ายกับเรื่องอสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods ) ที่คุณอ่าน