สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 105 ปิ่นแมลงปอทับทิมของเสวี่ยเหมยไต้

            นี่เป็นยุคที่น่ารังเกียจที่สุดและเป็นยุคที่มีคนน่ารังเกียจมากที่สุด

     

            อันเจิงมีคำถามหนักอึ้งในใจ ตอนที่เขาอยู่จักรวรรดิต้าซีก็เคยเจอเรื่องราวมากมายแต่สิ่งที่เขาเจอและได้ยินในแคว้นเยี่ยน กลับไม่เคยเกิดขึ้นในจักรวรรดิต้าซีเลยสักครั้งจักรวรรดิต้าซีสงบสุขมาก องค์จักรพรรดิมีอำนาจยิ่งใหญ่ ทั้งจักรวรรดิก็มั่นคงเหมือนเครื่องจักรที่สงบนิ่งไม่มีการเปลี่ยนแปลงใหญ่โต

     

            แต่กับแคว้นเยี่ยน เรื่องราวทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างคาดการณ์ไม่ได้

     

            เขาไม่สามารถแยกแยะออกได้เลยว่า ขุนนางคนไหนเป็นคนดีและขุนนางคนไหนเป็นคนเลวเพราะสิ่งที่ขุนนางทุกคนทำ ต่างก็ส่งผลเสียต่อแคว้นทั้งนั้น

     

            จูเก๋อเหยียนขุนนางที่อยู่คู่ราชสำนักมาสามสมัยเป็นคนวางแผนทั้งหมดนี้และเริ่มแผนการโดยให้ตัวเองตายเป็นคนแรก

     

            ระหว่างทางที่อันเจิงเดินกลับสำนักเขาคิดมาตลอดทางว่าจะบอกซางโหยวเรื่องนี้อย่างไรดี นางหวังว่าเขาจะช่วยนางหาศัตรูจนเจอแต่อันเจิงกลับพบว่าที่จริงแล้วไม่มีศัตรูซ่อนอยู่ จูเก๋อเหยียนฆ่าตัวตายเช่นเดียวกับที่ซางไห่จิงทำ

     

            เมื่อรู้ความจริง อันเจิงจึงเข้าใจแล้วว่าทำไมมู่ฉางเยียนจึงแบกโลงศพของจูเก๋อเหยียนด้วยตนเอง ทำไมตอนที่ห่าวผิงอันตายเขาถึงไม่ออกจากจวนเสนาบดีเป็นเวลาถึงสามวันและเพราะอะไรเมื่อซางไห่จิงตาย เขาต้องตรวจสอบเรื่องนี้เองกับมือ...จัดฉากตั้งแต่แรกมันก็เป็นเพียงการจัดฉากขึ้นมาทั้งนั้น เพราะมู่ฉางเยียนรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าจูเก๋อเหยียนต้องตายและก็รู้อยู่แล้วว่าซางไห่จิงก็ต้องตายเหมือนกัน

     

            ทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนอยู่ในสายตาของเหล่าขุนนางแคว้นเยี่ยนทั้งนั้นการกระทำเช่นนี้สามารถเรียกคะแนนจากเหล่าขุนนางได้ไม่น้อยเมื่ออันเจิงตั้งสติแล้วคิดทบทวนอย่างละเอียด เขาจึงคาดเดาได้ทันทีว่ามู่ฉางเยียนจะทำอะไรเป็นเรื่องต่อไป

     

            ไทเฮาซูชิงนวนเป็นคนของแคว้นจ้าวหากความสัมพันธ์ระหว่างสองแคว้นเริ่มเปลี่ยนไปในทางที่เลวร้าย ความรู้สึกดี ๆ ที่คนแคว้นเยี่ยนมีต่อคนแคว้นจ้าวก็คงต้องหยุดลง

     

            ในคืนที่เงียบสงัด อันเจิงค่อย ๆเดินกลับสำนักวรยุทธ์เบิกสวรรค์ คืนนี้ราวกับเป็นค่ำคืนที่แสนยาวนาน

     

            เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น มีชายคนหนึ่งยืนรออยู่หน้าประตูสำนักวรยุทธ์เบิกสวรรค์เขาคนนั้นแบกกระเป๋าผ้าใบไม่ใหญ่มาก ท่าทางดูขัดสนยากจน

     

            ร่างของเขาใหญ่กำยำและมีกลิ่นอายของคนในชนเผ่าโยวมู่บนร่างสวมชุดที่ทำมาจากหนังสัตว์ ช่วงนี้เป็นฤดูร้อนเขาจึงมีเหงื่อไหลเต็มใบหน้า

     

            เมื่อตอนที่ผู้เฒ่าฮั่วเปิดประตูออกชายคนนั้นโค้งตัวลงเล็กน้อย มือขวาวางไว้ที่หน้าอก “สหายที่เคารพ ข้าเป็นคนรู้จักก่อนเก่าที่เดินทางมาจากแดนไกลหลังจากข้าได้รับพลังความกล้าจากสวรรค์ จึงอดทนเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาในที่สุดข้าก็หาที่นี่จนเจอ”

     

            ผู้เฒ่าฮั่วชะงัก “เจ้าคือใคร?”

     

            ชายกำยำเงยหน้าขึ้น “ตามมารยาทแล้วควรเชิญข้าเข้าไปดื่มชาก่อนไม่ใช่รึ?”

     

            ผู้เฒ่าฮั่วลังเลเล็กน้อยเขาหันกลับไปมองด้านหลัง เห็นว่าชายกำยำในบ้านต่างตื่นมาออกกำลังกายกันแล้ว น่าจะสะดวกให้เข้ามาได้“เข้ามาสิ”

     

            ชายร่างกำยำโค้งตัวอีกครั้ง “ขอบคุณท่านสหายที่เคารพ”

     

            ผู้เฒ่าฮั่วเดินนำเข้าไปในบ้านผ่านไปไม่นานอันเจิงก็ออกมาพบชายกำยำคนนี้

     

            เมื่อชายคนนั้นเห็นอันเจิง เขาคุกเข่าลงหนึ่งข้างทันที“ในที่สุดก็หาท่านจนเจอ ในดินแดนทุ่งหญ้าที่ได้รับพลังจากฟ้าข้าแบกความหวังของคนนับล้านมาที่นี่หากท่านยินยอมเดินทางกลับไปเป็นหัวหน้าเผ่าคนใหม่แล้วละก็ธงประจำเผ่าทั้งหมดก็จะเปลี่ยนเป็นชื่อของท่าน”

     

            ตู้โซ่วโซ่วชะงักไป “ความหมายของเจ้าคืออันเจิงจะเป็นผู้สืบทอดชนเผ่าอย่างงั้นรึ?”

     

            ชายร่างกำยำตอบกลับอย่างจริงจัง “ท่านยอดนักรบความหมายที่ท่านพูดก็ถูกเหมือนกัน”

     

            ตู้โซ่วโซ่วถาม “ทรัพย์สินเยอะหรือไม่?”

     

            “ทุ่งหญ้ากว้างนับหมื่นกิโลเมตรที่มีประชาชนนับล้านแล้วยังมีฝูงแกะฝูงวัวนับไม่ถ้วน และแน่นอนว่าต้องมีทหารที่ทรงพลังและหญิงงามมากมาย”

     

            ตู้โซ่วโซ่วมองไปที่อันเจิง“ข้าไม่เห็นจะจำได้ว่าบิดามารดาเจ้าเคยไปดินแดนลึกลับนั่นเลย...ตอนนั้นเจ้าก็ไม่เห็นจะเหมือนคนเลี้ยงวัวเลี้ยงควายเลยด้วย”

     

            อันเจิงไม่อยากพูดอะไรมากจึงเดินตรงไปจับหัวของชายกำยำผู้นั้นแล้วดึงหนวดออก“บอกให้ตั้งใจฝึกฝนหน่อย นี่เจ้าไม่ตั้งใจเลยสักนิด ถูกคนอื่นจับได้หมดแล้ว”

     

            ชายกำยำร้องครางด้วยความเจ็บ “เบาหน่อยได้หรือไม่ข้าเจ็บ ให้ข้าลงมือเองไม่ได้หรือ?”

     

            เขายืนขึ้นถอดเสื้อผ้าแล้วยกมือขึ้นแกะหนวดที่หน้าออกทั้งหมด ใบหน้าที่แท้จริงของเขาจึงเผยให้เห็นทันที

     

            ตู้โซ่วโซ่วเบิกตาโต “จง...จงจิ่วเกอนี่?”

     

            จงจิ่วเกอถอนหายใจยาว “สวรรค์ ข้าร้อนจะตายอยู่แล้วเจ้าอ้วนตู้โซ่วโซ่ว...นึกไม่ถึงว่าเจ้ายังจำข้าได้ ดูไปแล้วเจ้าตัวกำยำขึ้นเยอะเลยนะแต่ก่อนเป็นหมูอ้วน ส่วนตอนนี้เป็นหมูที่หุ่นดีขึ้นมาหน่อยแล้ว”

     

            ตู้โซ่วโซ่วกำหมัด “เดี๋ยวเถอะ ข้าจะอัดเจ้าให้น่วมเลย”

     

            จงจิ่วเกอดื่มน้ำก่อนจะพูดขึ้น“แบบนี้ไม่สนุกเลย ไม่สนุกเลยสักนิด”

     

            อันเจิงยื่นผ้าขนหนูให้ “มาตั้งแต่เมื่อไหร่?”

     

            “ข้ามาถึงเมืองฟางกู้สองวันแล้วแต่ไม่กล้าตรงเข้ามาหาเจ้าทันทีเลยอำพรางตัวรออยู่ข้างนอกข้าถึงได้เห็นว่านอกสำนักของเจ้ามีเรื่องสนุก ๆ ไม่น้อย มีคนมากมายจับตาดูคนในสำนักนี้อยู่ข้ารู้ว่าสำนักวรยุทธ์เบิกสวรรค์ไม่ขาดคนที่มีพลังวัตรแต่ยังขาดคนช่วยสังเกตการณ์ฉะนั้นข้าจึงไม่ได้รีบมาเจอเจ้า”

     

            เขาเช็ดเหงื่อบนใบหน้าแล้วนิ่งมองอันเจิง“ข้าหาที่ตั้งหลักที่น่าสนใจได้แล้ว เดี๋ยวยังต้องกลับไปที่นั่นอีก ส่วนตอนนี้ขอคุยกับเจ้าเป็นการส่วนตัวหน่อยได้หรือไม่?”

     

            อันเจิงพยักหน้าจากนั้นก็เดินนำหน้าออกไป

     

            จงจิ่วเกอเดินตามอันเจิงพลางหันกลับมาหัวเราะให้ตู้โซ่วโซ่ว“อีกประเดี๋ยวข้าจะมาหาเจ้านะเพื่อนยาก ได้ยินว่าตอนเจ้าอยู่ชายแดนมีมรกตเยอะเลยนี่รวมไปถึงคอกหมูกับแม่หมูอีกหลายสิบตัว...”

     

            ตู้โซ่วโซ่ววิ่งตามไปเตะบั้นท้ายจงจิ่วเกอเขาจึงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

     

            ตู้โซ่วโซ่วกัดฟันพูด “ไม่เจอกันมาหลายปีเจ้าก็ยังชั่วเหมือนเดิมเลยนะ”

     

            เมื่อทั้งสองอยู่ในศาลาด้านนอก จงจิ่วเกอจึงพูดขึ้น“เรื่องที่เจ้ามอบหมายให้ข้าไปทำ ข้าหาวิธีทำจนสำเร็จแล้วนะ แต่ถึงอย่างนั้นตอนนี้ตำหนักเทียนห่าวกงก็ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก ราวกับถูกราชสำนักต้าซีตีตัวออกหากฉะนั้นไม่ว่าลูกศิษย์ของเทียนห่าวกงจะอยู่ที่ไหน ก็จะกลับมารวมตัวที่ตำหนักกันหมด แต่เดิมสำนักมากมายในจักรวรรดิต้าซีได้เชิญคนของเทียนห่าวกงมาเป็นอาจารย์ฝึกสอนในสำนักแต่หลังจากที่ข้าไปที่นั่นได้ไม่นาน ผู้ฝึกพลังวัตรหญิงทั้งหลายต่างก็ทยอยเดินทางกลับเทียนห่าวกงกันหมดแล้ว”

     

           “ตอนนั้นข้าเดาว่าคนในเทียนห่าวกงต้องทำอะไรบางอย่างให้ราชสำนักต้าซีไม่พอใจแน่นอนราชสำนักต้าซีถึงคิดจะกำจัดทิ้งเสีย แต่เมื่อตรวจสอบไปไม่นานจึงพบว่า ราชสำนักต้าซีไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้นนอกจากให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องตัดขาดความสัมพันธ์กับเทียนห่าวกงให้หมดเท่านั้นเอง”

     

            อันเจิงขมวดคิ้ว “เสวี่ยเหมยไต้คงจะรู้อะไรบางอย่างแล้วกระมัง”

     

            จงจิ่วเกออดใจไม่ได้จึงถามอันเจิง“อันเจิง เจ้ากับเสวี่ยเหมยไต้เป็นอะไรกันแน่ เจ้าเป็นแค่เด็กธรรมดาที่อยู่ในเทือกเขาชางหมานแต่เสวี่ยเหมยไต้เป็นดั่งนางฟ้าที่สูงส่ง ไม่เพียงแค่ตำแหน่งที่ต่างกันแต่เจ้าทั้งสองก็อยู่ห่างกันหลายหมื่นกิโลเมตร เจ้าไปรู้จักนางได้อย่างไร?”

     

            อันเจิงนิ่งไปครู่หนึ่ง “เคยมีคนขอร้องข้า...หลายปีก่อนเพื่อนคนหนึ่งของเสวี่ยเหมยไต้ได้รับบาดเจ็บในเทือกเขาชางหมานแล้วเขาก็เจอกับข้าพอดี ตอนนั้นเขากำลังจะขาดใจตาย เพราะไม่มีวิธีอื่นจึงขอร้องให้ข้านำคำพูดนี้ไปบอกเสวี่ยเหมยไต้”

     

            จงจิ่วเกอมองไปที่ดวงตาของอันเจิง “คนคนนั้นเป็นผู้ดูแลกรมตุลาการแห่งราชสำนักต้าซีหรือไม่?”

     

            อันเจิงพยักหน้า “ใช่”

     

            จงจิ่วเกอถอนหายใจยาว“เขาเป็นคนที่สำคัญขนาดนั้น ตายแล้วจริง ๆ หรือ”

     

            อันเจิงถามขึ้น “ทำไมคนที่จักรวรรดิต้าซีคิดว่าเขายังไม่ตาย?”

     

           จงจิ่วเกอพูดด้วยเสียงที่โกรธเคืองเล็กน้อย “จักรพรรดิแห่งจักรวรรดิต้าซีเรียกเขาว่า...กบฏ....เขากุมความลับมากมายและหนีไปตอนนี้ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นหรือตาย”

     

            สีหน้าอันเจิงเปลี่ยนไปทันที ในแววตาเต็มไปด้วยรังสีสังหาร

     

            จงจิ่วเกอพูดต่อ“เรื่องเล่าของเขาคนนั้นยังคงพูดกันจนถึงวันนี้ได้ยินมาว่าเขาร่วมมือกับขุนนางในราชสำนักวางแผนปลงพระชนม์องค์จักรพรรดิ แล้วสนับสนุนให้องค์ชายอีกองค์ขึ้นครองราชย์เมื่อถูกจับได้เขาจึงหนีอย่างหัวซุกหัวซุน เหล่ายอดฝีมือมากมายของจักรวรรดิต้าซีออกตามล่าเขาแต่จนถึงตอนนี้ก็ยังหาตัวไม่เจอ ว่ากันว่าคนคนนี้หนีไปยังดินแดนทางตะวันตกฉะนั้นคนที่เกี่ยวข้องกับเขาต่างก็ไปสืบหากันอย่างลับ ๆ แต่ก็ยังไม่มีวี่แววใครจะไปคิดว่าเขาจะมาตายที่ดินแดนทางเหนืออย่างเทือกเขาชางหมาน”

     

            ราวกับมีมีดปักเข้าไปในอกของอันเจิง

     

            ตัวเขาเองกลายเป็นเหยื่อเขากลายเป็นเหยื่ออย่างเต็มตัว

     

           จดหมายที่สั่งให้เขาไปแคว้นเยี่ยนในตอนนั้นเป็นจดหมายโดยตรงจากองค์จักรพรรดิตอนที่เจอหน้ากันก็มีเพียงเขาทั้งสองที่รู้เรื่องนี้ฉะนั้นคนที่รู้ว่าเขามาแคว้นเยี่ยนก็คงมีไม่มากแล้วหากเรื่องเล่าเหล่านี้ออกมาจากปากของจักรพรรดิ จะมีใครกล้าสงสัยล่ะ?กว่าสี่ปีผ่านมาแล้ว ไม่มีใครมาแคว้นเยี่ยนเพื่อสืบเรื่องนี้เลยเพราะทั้งเพื่อนและศัตรูเขาต่างมุ่งไปที่ดินแดนตะวันตกนั่นเอง

     

            “ทางด้านเทียนห่าวกงเดิมทีมีมากกว่าเก้าคนที่ไปดินแดนตะวันตกเพื่อสืบเรื่องนี้ แม้กระทั่งเสวี่ยเหมยไต้ก็ไปด้วยตัวเองเหมือนกันข้าไปจักรวรรดิต้าซีกว่าครึ่งปีถึงมีโอกาสได้เจอนาง ข้าบอกนางให้ระวังราชสำนักต้าซีนางจึงถามข้าว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เพราะข้าก็ไม่ได้รู้เรื่องราวเบื้องหลังฉะนั้นจึงไม่ได้อธิบายอะไรไปมากมาย ข้าเดาว่า...นางต้องแอบติดตามข้ามาด้วยอย่างแน่นอน”

     

            ทันใดนั้นก็มีเสียงเย็นยะเยือกดังขึ้นมา“เจ้าเดาไม่ผิด”

     

            หญิงสาวสวมชุดกระโปรงสีขาวที่งดงามมากถึงมากที่สุดปรากฏตัวขึ้นนางดูสง่างามราวกับเทพธิดา ความเย็นชาที่ดูหยิ่งทะนงของนางราวกับความคมของดาบ ในโลกใบนี้ไม่มีชายคนไหนที่คู่ควรกับนางเลยแม้แต่น้อยความงามที่นางมีทำให้ใต้หล้าดูหม่นหมองไปหมด

     

            งดงามอย่างไร้ที่ติ

     

            “เจ้าเคยเจอเขามาก่อนจริงหรือ?” หญิงสาวเดินมาหยุดตรงหน้าอันเจิง จากนั้นก็ถามด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

     

            ในใจอันเจิงตอนนี้ราวกับคนใกล้ตายที่ดิ้นทุรนทุราย

     

            นางก็คือเสวี่ยเหมยไต้ เสวี่ยเหมยไต้ที่มีเพียงหนึ่งเดียวในใต้หล้าสาวงามที่ชายทั้งจักรวรรดิต้าซีหลงใหล แต่นางกลับใส่ใจเพียงชายคนเดียวเท่านั้น ถึงแม้จักรพรรดิแห่งจักรวรรดิต้าซีจะมีใจให้แต่นางก็ไม่เคยมีท่าทีสนใจเลยสักนิด ชายที่ตามทุ่มเทให้นางมีตั้งแต่ตำแหน่งสูงส่งไปจนถึงผู้ที่มีพลังวัตรแข็งแกร่งเลยทีเดียว

     

            อันเจิงพยายามทำให้ตัวเองสงบลง เพราะเขารู้ว่าตัวเองต้องช่วยให้เสวี่ยเหมยไต้หลุดพ้นจากสถานการณ์เลวร้ายนี้

     

            “ใช่ ข้าเคยเจอเขามาก่อน”

     

            อันเจิงถอนหายใจยาว ๆ จากนั้นก็ถามขึ้น“เจ้าเป็นองค์หญิงของตำหนักเทียนห่าวกงรึ?”

     

            เสวี่ยเหมยไต้สูงประมาณหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตรเตี้ยกว่าอันเจิงเพียงนิดเดียวเท่านั้น นางมีใบหน้าที่งดงามอย่างที่สุด แม้กระทั่งจิตรกรที่เก่งกาจก็ไม่สามารถวาดภาพสตรีที่มีโฉมงามอย่างนี้ได้เพราะความงามของนางพิเศษและไม่เหมือนใคร สาวงามทุกคน เมื่อได้เจอนางต่างก็รู้สึกว่าตัวเองขี้ริ้วขี้เหร่ในทันที

     

            มีเพียงนางที่เรียกได้ว่างดงามอย่างแท้จริง

     

            เสวี่ยเหมยไต้ไม่ได้ตอบคำถามของอันเจิงแต่กลับถามต่อ “เขาตายแล้วหรือ?”

     

            อันเจิงส่ายหน้า “ยังไม่ตายแต่ข้าจำเป็นต้องบอกว่าเขาตายแล้ว”

     

            สีหน้าของเสวี่ยเหมยไต้เปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่องนางก้าวมาข้างหน้า ไหล่ของนางสั่นเทาตลอดเวลา “เขาอยู่ที่ไหน?”

     

            อันเจิงนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วกลั้นใจตอบกลับ“เขาไปแล้ว...เขาถูกเหล่ายอดฝีมือลอบโจมตีในเทือกเขาชางหมาน การต่อสู้ดุเดือดมากแม้เขาจะฆ่าคนพวกนั้นไปได้หลายคน แต่ทว่าตัวเองก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส ฉะนั้นสภาพก็ไม่ต่างจากตายไปแล้วแต่ข้ารู้ว่าคนแข็งแกร่งอย่างเขาต้องไม่ตายแน่ ๆ คนอย่างเขาจะตายง่าย ๆ แบบนั้นได้อย่างไร”

     

            เสวี่ยเหมยไต้ก้าวมาข้างหน้าอีกก้าวแล้วจับไหล่อันเจิงเอาไว้“เขาไปไหนกันแน่?”

     

            อันเจิงส่ายหน้า “ข้าไม่รู้เขาบอกว่าต้องไปหลบซ่อนในที่ที่ปลอดภัย”

     

            เสวี่ยเหมยไต้ถอยหลังไปหนึ่งก้าว นางมองอันเจิงด้วยแววตาที่สับสน“เจ้าเจอเขาจริง ๆ หรือ?”

     

            อันเจิงหยิบปิ่นแมลงปอทับทิมในกระเป๋าออกมาจากนั้นก็ยื่นให้นาง “เขาบอกว่าหากข้ามีโอกาสได้เจอเจ้า ให้ข้ามอบของชิ้นนี้ให้แก่เจ้าด้วยตัวเอง...ตอนนี้โอกาสนั้นก็มาถึงแล้ว”

     

            ทันใดนั้น ร่างของเสวี่ยเหมยไต้ก็สั่นเทาจนแทบจะล้มทั้งยืน

    คล้ายกับเรื่องสำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    เทพกระบี่เงาสังหาร

    เทพกระบี่เงาสังหาร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    717K 554
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.85M 1165
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139