"เซฟพลังงานไว้หน่อย ยัยเน!" ฉันปาดน้ำตาออกจากหน้า สูดลมหายใจลึกเรียกสติตัวเองกลับมา พยายามพูดปลอบตัวเองให้มีแรงสู้ต่อ แม้ว่าความมืดที่หนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ จะเริ่มบั่นทอนกำลังใจและสติทุกวินาที
"กรี๊ด! ใครก็ได้ ช่วยด้วย!" จู่ ๆ ไฟเก่า ๆ ที่เป็ความหวังเดียวก็ดับลงในทันที สติกระเจิงไปหมด ฉันหันไปทุบประตูแรงกว่าเดิมอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้
ความกลัวเมื่อวัยเด็กที่พยายามรักษามาตลอดเริ่มกลับมาอีกครั้ง มันคือความรู้สึกที่ไม่อยากจะเจออีก ฉันไม่อยากให้ทุกอย่างต้องเริ่มต้นใหม่ เพราะความกลัวที่ต้องอยู่ในความมืดคนเดียวนั้นยากเกินจะรับไหวอีกแล้ว
"ฮือ~ ปล่อยหนูออกไป หนูผิดไปแล้ว"
"ป๊าได้ยินไหม หนูผิดไปแล้ว จะไม่เล่นกับเด็กคนนั้นอีกแล้ว ปล่อยหนูออกไปเถอะนะ"
"ปล่อยหนูออกไปที หนูหายใจไม่ออก ใครก็ได้ กรี๊ด!" มือสองข้างจิกเข้าที่เส้นผมตัวเองจนมันยุ่งเหยิง ความมืดทำให้ภาพที่เห็นผ่านม่านน้ำตาคือเงาว่างเปล่าไร้ที่สิ้นสุด
"มีคนอยู่ข้างในหรือครับ?!" สติที่กระจัดกระจายกลับมาเข้าที่เมื่อได้ยินเสียงผู้ชายะโเข้ามาจากด้านนอก
"มะ...มีค่ะ มีคนติดอยู่ค่ะ!" ความหวังที่ริบหรี่กลับมาแล้ว ฉันรีบะโและทุบประตูแรง ๆ เพื่อให้เขารู้ตำแหน่งของตัวเอง
"รอแป๊บนะหนู ลุงจะไปเอากรรไกรตัดเหล็กมาก่อน ใครมันเอาโซ่มาล็อกไว้เนี่ย!"
"ไม่นะ! อย่าทิ้งหนูไว้ ช่วยหนูก่อน!" ฉันทุบประตูแรงขึ้นตามความร้อนรนของตัวเอง เสียงะโของลุงคนนั้นดังขึ้นมาอีกครั้งเพื่อปลอบ
"รอก่อนหนู แป๊บเดียว ลุงสัญญา" เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ค่อย ๆ ห่างออกไปเรื่อย ๆ ฉันนั่งทรุดลงอีกครั้ง พยายามข่มใจไม่ให้สติแตก แต่เมื่อลุงคนนั้นหายเงียบไป ความกลัวในใจก็กลับมาอีก
"ฮึก...ฮึก..." ฉันบีบแขนตัวเองแน่น พยายามข่มกลั้นความกลัวที่ล้นทะลักออกมาจากทุกอณูในความมืด
"ยัยหนู เป็ยังไงบ้าง ยังอยู่ดีใช่ไหมลูก?!" เสียงเป็ห่วงจากด้านนอกดังขึ้นทำให้ฉันค่อย ๆ เงยหน้าจากอ้อมแขนที่บีบแน่น สายตาที่ยังพร่ามัวมองไปทางประตู ได้ยินเสียงโซ่กระทบกันดังเป็จังหวะ
"หนูกลัวค่ะลุง มันมืดมาก ๆ" ความมืดและเสียงโซ่ที่กระทบกันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกำลังย้อนกลับไปในอดีต วันที่เผลอไปเห็นการทรมานคนทรยศ เสียงร้องและเสียงโซ่ในวันนั้นติดอยู่ในหัวจนลืมไม่ลง
"ตายห่า! ทำไมสภาพถึงหนักอย่างนี้?!" ทันทีที่ประตูไม้ถูกเปิดออก ฉันก็กระโจนออกไปอย่างหมดแรง คุณลุงยามประจำมหาลัยที่ยืนอยู่ทำหน้าใสุดขีดเมื่อเห็นสภาพของฉัน
"..." และเมื่อไฟฉายส่องมาที่ตัวเองก็ทำให้ฉันเห็นภาพของตัวเองในตอนนี้
ตามซอกเล็บมีเืซึมออกมาจนแดงเต็มไปหมด ความใกดดันให้ฉันพุ่งตัวไปข้างทาง ก่อนจะปล่อยอาหารที่เคยกินออกมาทั้งหมด
วันต่อมา
่เวลาแปดโมงครึ่ง
มหา'ลัยพอลลักซ์
หลังอาคารสาขาการเงิน
หลังจากเื่วุ่นวายเมื่อวาน ลุงยามคงเอาเื่ไปรายงานฝ่ายบริหาร จนทำให้เช้านี้ฉันถูกเรียกตัวเข้าพบเพื่ออธิบายเื่ที่เกิดขึ้น ฉันเล่าไปตามความจริง ส่วนอาจารย์หมวยเองก็ถูกเรียกมาด้วย และเฉลยว่าไม่ได้เป็คนเรียกฉันให้ไปพบในวันนั้น แถมกล้องวงจรปิดก็ดันเสียพอดีอีก
ตอนแรกฉันไม่รู้ว่าเหตุผลของการกลั่นแกล้งนี้คืออะไร เพราะที่ผ่านมาฉันไม่ได้สุงสิงกับใครมานานแล้ว แต่พอได้เห็นข่าวฉาวในเพจมหา'ลัย ทุกอย่างก็กระจ่างทันทีเมื่อเนื้อหาโพสต์และรูปอ้างอิงถูกโพสต์ลงในเพจเมื่อสิบห้าชั่วโมงก่อน
ดูเหมือนว่าผู้หญิงที่ก่อเหตุกับเพื่อนจะถูกพักการเรียนแล้ว แต่เื่กลับเงียบหายเพราะครอบครัวของเธอมีชื่อเสียง...
น่าเจ็บใจจริง ๆ แต่ฉันก็ไม่อยากใส่ใจมากนัก เพราะตอนนี้มีเื่ให้ต้องกังวลมากกว่า นั่นก็คือศัตรูใหม่ที่น่าจะเพิ่มขึ้นอีกเยอะ
แม้ภาพจะเบลอหน้าไว้ แต่แคปชั่นดันบรรยายชัดเจนว่า
‘อดีตหวานใจของอดีตเดือนการตลาดดูเหมือนกำลังพบรักใหม่กับไอดอลหนุ่มกลางสวนลับ หรือว่านี่จะเป็คู่รักคนดังคู่ใหม่ของมอกันนะ?’
แค่คำว่า อดีตเดือนการตลาด ก็ทำให้ทุกคนรู้แล้วว่าหมายถึงใคร -*-
"มีอะไรก็รีบพูดมา" เสียงเ็าจากด้านหลังทำให้ฉันสะดุ้งออกจากภวังค์ เมื่อหันกลับไปก็เจอพี่คลิโอยืนมองมาด้วยใบหน้าที่ดูแข็งกระด้างกว่าที่เคย
เข้าใจดีว่าอะไรทำให้ความสัมพันธ์เราสองคนจากที่เคยสนิทสนมกลับตึงยิ่งกว่าเชือกที่ถูกยึดไว้ แต่พอเห็นว่าเขายังสะพายกระเป๋าที่มีเ้ากีตาร์ตัวโปรดอยู่ ฉันก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาหน่อย...
ไม่สิ ฉันไม่ได้มาหาเขาเพราะเื่นี้ แค่การส่งข้อความไปหาก่อนมันก็แปลกพอแล้ว แต่เื่ที่ตั้งใจจะพูดกลับทำให้ลังเลไปอีก
"พี่เห็นข่าวแล้วใช่ไหม" ฉันเอ่ยขึ้นอย่างลังเล ดวงตาเ็าของเขาทำให้ฉันรู้สึกหดหู่จนไม่กล้าพูดอะไรต่อ
"แล้วไง?" เขาตอบกลับมาอย่างไม่ใส่ใจ แตกต่างจากฉันที่รู้สึกอึดอัดในใจ
"เมื่อวาน...คือ เนโดนแฟนคลับพี่ขังไว้ในห้องอาจารย์หมวย" ฉันก้มหน้างุดลง มือที่มีพลาสเตอร์ติดไว้เต็มไปหมดเผลอเกี่ยวกันไปมา ก่อนที่เสียงหัวเราะของเขาจะดังขึ้น จนบรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปในทันที
“แน่ใจเหรอว่าแฟนคลับทำ ไม่ใช่ว่าเธอแค่อยากหาเื่มาเจอผมหรอกเหรอ?” น้ำเสียงห่างเหินของเขาทำให้ฉันรู้สึกสะอึก แต่ก็ไม่ใช่เื่แปลกที่จะเกิดกับคนที่มายุ่งกับของรักของเขา
ที่ไม่เข้าใจคือ ทั้งที่ข่าวออกมาให้เห็นชัดขนาดนั้นแต่ทำไม...เขาถึงพูดเหมือนฉันเป็ฝ่ายเรียกร้องหาเื่เจอเอง ถึงแม้ข่าวเื่ที่ฉันโดนกลั่นแกล้งจะไม่ได้หลุดไป แต่เขาก็น่าจะรู้บ้างสิ ว่ายังไงฉันก็ต้องโดน
“เนพูดจริง ๆ นะ” ฉันย้ำเสียงหนักแน่น ถ้าอีกฝั่งไม่ปิดข่าวเสียหายของลูกตัวเองไว้ ฉันคงไม่ต้องมานั่งอธิบายให้เปลื้องน้ำลายหรอก
“เข้าใจผิดไปเองหรือเปล่า? ใคร ๆ ก็รู้ว่าพื้นที่ตรงนั้นลมแรง อีกอย่าง ใครจะไปขังเธอได้ในเมื่อคนข้างในปลดล็อกลูกบิดเองได้” เขาพูดพลางทำหน้าไม่เชื่อ ทำเหมือนทุกอย่างที่ฉันบอกคือข้ออ้างไร้สาระ
ฉันสูดหายใจลึก พยายามควบคุมอารมณ์ที่เดือดปุด
“ช่างเถอะ! พี่จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็เื่ของพี่ แต่ช่วยไปแก้ข่าวให้หน่อยว่ามันเป็เื่เข้าใจผิด” ฉันถอนหายใจยาวอย่างหมดแรง จะอธิบายไปก็คงเสียเวลาเปล่า หลักฐานก็ไม่มี
ฉันไม่รู้หรอกว่าใครเป็คนถ่าย แต่ที่แน่ ๆ คนคนนั้นต้องตามฉันมานานพอสมควร ถึงได้ตามมาเก็บภาพในวันนั้นได้พอดี เพราะพื้นที่สวนนั้นไม่มีใครมาใช้ ต้องเป็คนที่จ้องจับผิดอย่างตั้งใจเท่านั้นถึงจะรู้
หรือต่อให้มีใครบังเอิญผ่านมาเจอ ฉันก็ต้องได้ยินเสียงฝีเท้าก่อนอยู่แล้ว แม้ตอนนั้นจะเผลอเสียสมาธิเพราะจูบนุ่ม ๆ ตรงหน้า แต่สัญชาตญาณระวังตัวของฉันก็ไม่ได้หายไปไหนง่าย ๆ ซะหน่อย
“กลัวไอ้แซมมันเข้าใจผิดเหรอ?” เสียงเขาเอ่ยขึ้นอย่างดูถูก เห็นไหม...ขนาดคนที่ไม่ค่อยจะมามอยังรู้เลยว่าในข่าวหมายถึงใคร แต่เขาคงลืมไปแล้วสินะ ว่าไอ้แซมมันเคยทำอะไรกับฉันบ้างถึงได้ถามแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่เขาเองนั่นแหละที่เสนอให้ฉันแก้แค้นมันกลับเอง
“เกี่ยวไรกัน! บ้าหรือไง ที่หมายถึงคือเื่ข่าวบ้านั้นมันจะทำให้เนใช้ชีวิตลำบากต่างหาก!” ฉันเริ่มจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ดูสีหน้าของเขาสิ มองฉันหัวจรดเท้าเหมือนผิดหวัง ที่ฉันใช้ข้ออ้างไร้สาระเพื่อมาเจอเขายังไงยังงั้น
คนคนนี้ยังคงหลงตัวเองเหมือนเดิมเลยจริง ๆ
“ทีหลังหาข้ออ้างที่ดีกว่านี้หน่อยนะ แบบนี้มันดูออกหมด” เขาพูดพลางเลิกคิ้วขึ้นอย่างมีชัย ฉันได้แต่กำหมัดแน่น อยากเดินเอาหัวไปโขกเสาให้รู้แล้วรู้รอดจริง ๆ!
“อีกอย่าง...ในภาพก็เบลอซะขนาดนั้น ใครจะดูออกว่าเป็เธอ? ถ้าจะมีใครโวยวาย ก็ควรเป็ผมมากกว่ามั้ง แต่เห็นผมไปยุ่งกับคุณไหมล่ะ? ก็ไม่ ถูกต้องไหม?” เขาเลิกคิ้วอย่างคนเหนือกว่า ทำให้ฉันแทบจะปรี๊ดแตกอีกครั้ง
คุยต่อไปคงไม่มีอะไรดีขึ้น แถมอาจทำให้อีตานั่นยิ่งคิดว่าฉันหมกมุ่นกับเขาอีก
ช่างมันเถอะ จัดการเองก็ได้วะ!
“จะไปไหน?” ยังเดินได้ไม่กี่ก้าว ก็ถูกมืออุ่น ๆ คว้าไว้ด้วยแรงที่ไม่มากแต่ก็มากพอให้รู้สึกถึงระยะห่างที่หายไป กลิ่นหอมคุ้นเคยจากตัวเขาลอยมาแตะจมูก ความรู้สึกบางอย่างในอกด้านซ้ายสั่นกระตุกขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
“ปล่อย!” ฉันพยายามบิดข้อมือออกจากการจับกุมของเขา แต่ยิ่งดิ้น เขาก็ยิ่งรั้งไว้ไม่ปล่อย
“ถ้าจะมาเพราะอยากขอโทษ ก็พูดแค่ว่าขอโทษสิ ไม่ต้องเอาเื่ข่าวมาอ้างให้เสียเวลา” เขาพูดเยาะเย้ย
นั่นไงล่ะ! ว่าแล้วเชียวว่าเขาจะต้องคิดแบบนี้
“ขอโทษ? เหอะ! ฝันไปเถอะ” คราวนี้ฉันสะบัดมือเขาหลุดได้สำเร็จ ก็รีบเดินดุ่ม ๆ ไปอีกทางทันที ไม่เหลียวกลับไปมอง
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
นิยาย Set 'AREA' มีทั้งหมด 4 เื่ได้แก่...
เื่ที่ 1 เขตลงทัณฑ์ของนายทารัส [จบแล้ว / มี EBOOK] ✅
เื่ที่ 2 เขตลงทัณฑ์ของนายไนซัส [จบแล้ว / มี EBOOK] ✅
เื่ที่ 3 เขตลงทัณฑ์ของนายคลิโอ [รายตอนยังไม่จบค่ะ / EBOOK รอก่อนนะคะ] ✅
เื่ที่ 4 เขตลงทัณฑ์ของนายลาสเตอร์ [~ Coming Soon ~] ❌
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
ปล.หากอ่านแล้วชอบหยกรบกวนนักอ่านที่น่ารักช่วย กดถูกใจ กดเพิ่มเข้าชั้น และพิมพ์คอมเมนต์ ส่งเข้ามาเป็กำลังให้หยกหน่อยนะคะ
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
ฝากกดติดตามกันด้วยน้า : เพจ Sunisayok - นักเขียนนิยาย
(https://www.facebook.com/SunisayokWriter)
—————— ༻・ॐ・༺ ——————