ตอนที่ 93 ใครขวางฆ่าให้หมด
โดยไม่ปล่อยให้ตั้งตัวรถสีดำคันนั้นพลันพุ่งชนเต็มแรงกระแทกเข้าด้านข้างรถคันที่มอร์อยู่จนทั้งคันยกเอียงมอร์สบถดังลั่น ก่อนรถจะหมุนคว้างแล้วพลิกคว่ำในทันที
โลกทั้งใบกลับหัวกลับหางเสียงกระจกแตกและเหล็กบิดงอ ตามมาด้วยเสียงเนื้อกระแทกดังปะปนกันไปหมดรถไถลไปบนถนนเป็นทางยาว ก่อนจะหยุดนิ่งในสภาพคว่ำอยู่ข้างซากฟุตบาท
ด้านนอกมีรถอีกสองคันของฝ่ายพันธมิตรราชารีบพุ่งเข้ามาเหมือนจะช่วยคนของตัวเองแต่สุดท้ายก็สายไปแล้ว เพราะทางเข้าออกทั้งหมดถูกดักไว้ก่อนหน้าทหารมืดของออสก้าพุ่งออกมาจากด้านข้างทันทีหนึ่งคันโดนดาบเสียบทะลุกระจกหน้ารถจนคนขับตายคาที่ส่วนอีกคันถูกดาบฟันเข้าที่ยางจนระเบิดเสียหลักชนซากรถบรรทุกดังสนั่น
ไม่มีคันไหนฝ่าออกไปได้ออสก้ายืนมองภาพนั้นอย่างเย็นชา แล้วเดินเข้าไปปิดศึกด้วยตัวเอง
“ใครที่ยังยกอาวุธขึ้นสู้ ฆ่าทันที”
“ส่วนคนที่ยอมแพ้ ทิ้งปืนแล้วคุกเข่าลง” เสียงตะโกนดังขึ้นคนที่ยังมีชีวิตอยู่เริ่มลังเล แต่พอเห็นว่าใครที่ทิ้งอาวุธช้าโดนฆ่าทันทีผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ พากันทิ้งอาวุธในมือคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัวส่วนใหญ่เป็นพวกที่บาดเจ็บหรือสู้ไม่ได้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
พอเห็นว่าพวกของตัวเองตายอนาถแค่ไหนก็กลัวจนหัวหดยอมแพ้กันจนหมด
ทหารมืดที่ตามมาก็เข้าจับกุมอย่างรวดเร็วจัดการมัดมือมัดเท้าและลากไปรวมกันข้างถนน
ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเสียงต่อสู้ก็ค่อยๆ เงียบลง ก่อนจะเหลือเพียงเสียงครางของคนเจ็บกับเสียงรองเท้าเหยียบผ่านเลือด
โฮมเดินผ่านซากรถคว่ำก่อนจะไปหยุดอยู่ตรงร่างหนึ่งที่นอนพิงกำแพงอยู่ไม่ไกล
มอร์อยู่ในสภาพใกล้ตายลมหายใจแผ่วจนแทบขาดชุดเกราะแตก เลือดชุ่มไปครึ่งตัว แต่ดวงตายังมีสติอยู่พยายามมองอย่างอ้อนวอนขอให้ช่วยชีวิต
ออสก้าหรี่ตาแล้วพูดขึ้นทันที“แกเป็นหัวหน้าสินะคนนี้อย่าเพิ่งฆ่า”
โฮมที่โผล่มาหลังจากควบคุมทุกอย่างได้แล้วก่อนจะเดินเข้ามาหาออสก้าและเห็นมอร์
“คนนี้เป็นคนสำคัญเห็นพวกนั้นบอกชื่อมอร์” โฮมจำได้ตอนที่แอบดูคนพวกนี้โดยเฉพาะตอนที่มอร์สั่งให้เปิดพวกกล่องลังดู แถมตอนเกิดเรื่องก็เป็นคนที่ตอบสนองและเข้าใจสถานการณ์เร็วที่สุดด้วย
ในฐานะที่เป็นทหารที่ปรึกษาเขารู้ว่านี่คือนักวางแผนและกลยุทธ์ของศัตรูแน่นอนแต่ว่าสำคัญแค่ไหนต้องไปสอบปากคำพวกที่รอดดู
“มันจะรอดไหม” ออสก้าถาม
“ไม่แน่ใจ” โฮมกล่าว
“งั้นลากมาดูก่อน ตายแล้วก็ค่อยว่ากัน” โฮมเป็นคนสอบปากคำเองเขาไม่ได้ใช้ความรุนแรงมากนัก แต่ใช้จิตวิทยาในการควบคุมความคิดความหวาดกลัวของอีกฝ่าย แล้วก็เล่นงานที่จุดอ่อนสุดท้ายก็ยอมคายทุกอย่างออกมา
ไม่นานก็ได้ข้อมูลและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด
ลูก้าพาคนที่ยังสู้ไหวไปแล้วส่วนที่ถูกทิ้งไว้ในย่านการเงินนี้ ทหารพันธมิตรราชาครึ่งหนึ่งบาดเจ็บส่วนอีกครึ่งหนึ่งสภาพเหนื่อยล้าแทบยกอาวุธไม่ขึ้น
โฮมกล่าวต่ออย่างเป็นระบบ“นายท่านสั่งไว้แล้วว่าคนเจ็บยังมีค่าเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่สำคัญ ถ้ายังไม่ตายให้จับกลับไป”
ออสก้ากวาดสายตามองสนามรบ
“แล้วมอร์?”
“สอบถามมาแล้วเป็นคนสำคัญระดับมือซ้ายของลอร์ดแกนนอน ก็ไม่คิดว่าจะมาเจอที่นี่เหมือนกัน” เขาหันไปมองรถที่คว่ำอยู่ “แต่เหมือนมีความผิดถึงได้ถูกส่งออกมาถึงแนวหน้า” โฮมหยุดเล็กน้อยก่อนพูดต่อ
“แต่คงไม่รอดแล้วถึงอย่างนั้นศพก็ต้องเอากลับไป”
“ได้ ไม่มีปัญหา” ออสก้าพยักหน้า
“ศพผู้มีพลังด้วย นายท่านต้องการทั้งหมด” โฮมมองไปที่ศพรอบๆ
“ส่วนศพคนธรรมดา?” ออสก้ามองถนนที่เต็มไปด้วยศพ
“หาที่เผาเถอะพวกนี้นอกจากไปเป็นอาหารก็ไม่มีประโยชน์ แต่ว่าตอนนี้เราไม่มีเวลาขนกลับไปยังต้องไปทำอย่างอื่นอีก”
ศพเหล่านี้ถ้าทิ้งไว้จะดึงดูดซอมบี้เข้ามาพวกเขายังต้องเตรียมจัดการกับลูก้าอีกด้วย
...
หลังจากจัดการขนย้ายศพผู้มีพลังขึ้นไปบนหลังรถและย้ายศพคนธรรมดาไปเผ่าทิ้งแล้วโฮมก็ติดต่อกลับไปที่ค่ายเพื่อรายงานสถานการณ์
ตอนนั้นเสียงการสู้รบยังคงดังวุ่นวายอยู่ทำให้ต้องรอไปอีกสักพักกระทั่งเวลาเที่ยงลิชติดต่อกลับมาหาโฮมใหม่อีกครั้งหนึ่ง
เสียงดังผ่านวิทยุสื่อสารโฮมฟังอย่างตั้งใจ
“เข้าใจแล้วครับ ผมจะไม่ทำให้ผิดหวัง” เสียงจากวิทยุหายไปโฮมกลับมามีสีหน้าที่ผ่อนคลายลงเล็กน้อยตอนนั้นออสก้าเดินเข้ามาที่ข้างรถเอ่ยถามโฮมที่นั่งอยู่ในรถ
“เป็นยังไงบ้าง”
“นายท่านทำการยกระดับค่ายเสร็จแล้วตอนนี้กำลังเก็บกวาดรอบค่ายและรวบรวมกำลัง” โฮมพูดออกมาราวกับว่ามันเป็นเรื่องปกติที่นายท่านย่อมทำสำเร็จอยู่แล้วในการยกระดับค่ายเพราะทหารมืดอย่างพวกเขาเชื่อว่าไม่ว่าอะไรกัสก็ทำได้ทั้งนั้น
“พวกนั้นคงไม่เกินมือนายท่านมีคำสั่งใหม่มาหรือยัง”
โฮมพูดต่อ“มีมาแล้วคำสั่งคือให้เตรียมสู้กับลูก้า ถ้าเป็นไปได้ให้กำจัดทิ้งทันทีแต่ถ้าไม่ได้ให้ยื้อไว้ให้นานที่สุด”
“ฉันจะไปเตรียมตัว” ออสก้ากล่าวและหันหลังเตรียมไปสั่งการ
“มีอีกเรื่องท่านลิชบอกว่านายท่านกำชับมาห้ามตายเด็ดขาด”
ออสก้าชะงักเล็กน้อยในใจเต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจ
“ฉันจะไม่ทำให้นายท่านผิดหวัง”
...
ลูก้าออกไปไล่ล่าทหารพันธมิตรที่หนีรอดไปยังไงก็ต้องย้อนกลับมาที่ย่านการเงินอย่างแน่นอนแต่ว่าพวกที่ไปกับออสก้าคือทหารที่ยังมีกำลังพร้อมรบสามร้อยนาย แถมตัวลูก้ายังเป็นทหารชั้นยอดที่แข็งแกร่งอย่างมากด้วย
จากในข้อมูลทั้งที่สอบปากคำของพวกเชลยและข้อมูลที่นายท่านเคยกล่าวถึงซึ่งโฮมเชื่อทางข้อมูลของนายท่านมากกว่าลูก้าน่าจะมีพลังในระดับขั้นสูงเป็นอย่างน้อยและอาจจะอยู่ไม่ไกลจากขั้นสูงสุดแล้ว
พอมีข้อมูลโฮมก็พอจะคาดเดาได้ว่าแผนการฆ่าลูก้านั้นพวกเขามีโอกาสไม่มากจึงได้เน้นไปที่แผนการยื้อให้ลูก้าอยู่ที่ย่านการเงินจนกว่ากำลังเสริมจะมาถึงแทน
...
กัสมาที่ค่ายแกนนอนกัสไม่ได้กลับเข้าไปที่ห้องบัญชาการเพราะมันเสียเวลาแถมแผนการทั้งหมดก็ถูกวางไว้แล้ว เพื่อไม่ให้เห็นการเสียเวลาโต๊ะแผนที่จึงถูกยกออกมาวางอยู่กลางลานกว้างด้านหน้าอาคารแทน
ทหารมืดที่บาดเจ็บแม้ไม่ตาย แต่ก็ต้องแยกพวกที่ออกไปรบไม่เต็มร้อย เช่นแขนขาหักกระดูกแตกร้าวพวกทหารมืดไม่กลัวเจ็บ แต่การเคลื่อนไหวและการต่อสู้ย่อมมีประสิทธิภาพลดลง
“ทิ้งทหารมืดที่บาดเจ็บไว้ที่นี่ให้นำทหารมืดที่พร้อมรบมารวมตัวกันให้เร็วที่สุด”
“ขอรับนายท่าน” ทุกคนขานรับพร้อมกัน
กัสมองพวกเขาไปรวบรวมทหารมืดในหน่วยของตัวเองส่วนเขาก็กำลังทบทวนความคิดของตัวเอง เพื่อไม่ให้มีอะไรตกหล่นไปตอนนี้คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะจัดการทุกฝ่าย
อย่างแรกพันธมิตรราชาและพันธมิตรผู้แก้แค้นเสียหายอย่างหนักโดยเฉพาะพันธมิตรผู้แก้แค้นกัสไม่เคยไว้ใจพวกนี้และเขายังต้องเอาคืนเรื่องที่พันธมิตรผู้แก้แค้นคิดจะปล้นของเขาในการแลกเปลี่ยน
แม้ว่ามันจะเป็นเหมือนกับการขุดหลุมให้พวกนี้กระโดดลงไปแต่ถ้าพวกนี้ไม่กระโดดลงไปกัสก็พร้อมจะทำตามที่ตกลงขายอาวุธให้และยังจะร่วมมือกันจัดการค่ายแกนนอนกับพันธมิตรราชาให้ด้วยแต่ในเมื่อไม่เห็นโอกาสที่ยื่นให้กัสก็พร้อมจะทำลายไปพร้อมกัน
“ตอนแรกคิดว่าจะทำลายค่ายแกนนอนแล้วค่อยขึ้นไปยังหอคอยชั้นสอง แต่ในเมื่อโอกาสอยู่ตรงหน้าแล้วก็จัดการให้หมดทีเดียวเลยแล้วกัน”
กัสคิดไว้แล้วว่าเขตดัลลัสควรโดนชะล้างไปเลยทีเดียวก็ดีเหมือนแล้วกันแล้วให้ค่ายระดับต่ำได้กลับมามีบทบาทบ้างเหมือนกับเขตอื่นๆ
ที่จริงไม่ใช่ว่ากัสใจดีต่อผู้เล่นลอร์ดคนอื่นนั้นแค่ส่วนหนึ่ง แต่ที่สำคัญกว่านั้นคืออำนาจแห่งลอร์ดยิ่งรวบรวมได้มากก็ยิ่งได้เปรียบในช่วงแรกที่ขึ้นไปยังชั้นสองมากเท่านั้น
ไม่นานหลังจากนั้นแอรีสลิชและบารอนก็รวบรวมทหารหลักเรียบร้อยแล้วกองกำลังหลักอย่างแอรีสมีทหารมืดทั้งหมดห้าร้อยนายแต่ว่าในการสู้ครั้งนี้เสียทหารมืดไปยี่สิบ นายและบาดเจ็บจนไม่สามารถรบได้อีกสามสิบนายจึงเหลือทหารมืดพร้อมรบสี่ร้อยห้าสิบนาย
ลิชควบคุมทหารคุ้มกันในช่วงแรกก่อนจะร่วมมือกับบารอนในการออกล่าซอมบี้จอมบงการ จนกระทั่งพวกซอมบี้เผยตัวออกมาซึ่งทหารคุ้มกันเสียหายไปสิบนายและบาดเจ็บจนสู้ไม่ได้ยี่สิบนาย เหลือหนึ่งร้อยยี่สิบนาย
บารอนควบคุมหน่วยพลปืนด้วยความต่างชั้นของอาวุธทำให้สามารถจัดการซอมบี้ได้ง่ายๆจึงไม่เสียพลปืนไปแม้แต่นายเดียว
ส่วนทหารองครักษ์พวกเขาแข็งแกร่งมากและเป็นทหารมืดขั้นกลางทั้งนั้นจึงไม่มีใครตาย ยิ่งช่วงท้ายที่ติดตามกัสออกไปสู้กับบอสซอมบี้กล้ามเนื้อระดับฝันร้ายก็เป็นกัสที่ลุยเดี่ยวพวกทหารองครักษ์จึงยังอยู่รอดปลอดภัยอยู่
“แอรีสและลิชรับคำสั่ง”
“ผมอยู่นี่นายท่าน”
“ลิชอยู่นี่นายท่าน”
แอรีสและลิชขานรับพร้อมรอรับคำสั่งในทันทีตอนนี้พวกเขารู้ว่าถึงเวลาที่ค่ายมิดไนท์กำลังเอาจริงแล้ว
“พาทหารของพวกนายไปที่ค่ายอสูรจัดการทำลายค่ายยึดเอาตราประทับดินแดนมาให้ได้ แล้วจากนั้นค่อยไปทำลายแนวรบของพันธมิตรทั้งสองฝ่ายใครกล้าขวางฆ่าให้หมด”
“รับทราบนายท่านผมจะฆ่าให้หมด” แอรีสกล่าวอย่างตื่นเต้นในแววตาเต็มไปด้วยความกระหายและคาดหวังต่อการต่อสู้ที่กำลังจะมาถึง
“จะไม่ทำให้นายท่านผิดหวัง” ลิชตอบรับอย่างสงบกว่าแต่ก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำภารกิจที่กัสมอบหมายให้มา
“บารอนนำพลปืนไปกำจัดลูก้าให้ได้แล้วตรงไปยังค่ายแกนนอนทำลายค่ายนั้นอย่าให้เหลือเอาตราประทับดินแดนมาให้ได้ส่วนลอร์ดแกนนอนเอาหัวมันกลับมา”
“ขอรับนายท่าน” บารอนขานรับอย่างหนักแน่น
เขาเป็นพวกที่ถูกนายท่านสร้างขึ้นมาในภายหลังสุดย่อมต้องการพิสูจน์ตัวเองและตอนนี้โอกาสอยู่ตรงหน้าแล้ว
“หลังจากจบศึกนี้พวกเราจะไปยังดินแดนที่สูงขึ้น” กัสกล่าวเสริมทหารทุกนายต่างก็เต็มไปด้วยความคาดหวังที่จะได้ติดตามนายท่านของตัวเองไปต่อสู้ในอนาคต
กัสกล่าวด้วยเสียงเด็ดขาด“ไปได้”
“ขอรับนายท่านพวกเราจะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง” ทุกคนกล่าวพร้อมกันทหารด้านหลังพวกเขาก็ด้วย ก่อนจะพากันขึ้นรถลำเลียงมุ่งหน้าไปยังจุดหมายของตัวเองทั้งสองเส้นทาง