ข่าวลือเื่ที่เจียวเยว่เวยไม่สบาย พอฟื้นขึ้นมานางก็มีอาการคล้ายกับคนเสียสติ พูดจากับใครก็ไม่รู้เื่ ทั้งบางครั้งยังจำสิ่งที่ตนเองเคยทำไว้ไม่ได้ นอกจากนั้นยังมีข่าวลือว่านางช่างเป็สะใภ้ที่ร้ายกาจและอกตัญญูเป็อย่างยิ่ง ทุกเช้าไม่เคยตื่นขึ้นมายกน้ำชาคารวะแม่สามี กว่าจะลุกจากที่นอนได้ก็เลยมื้อเที่ยงไปแล้ว
ผู้คนในเมืองหลวงต่างรู้กันดีว่าก่อนที่รองเ้ากรมอาญาเสิ่นมู่จะแต่งฮูหยินเอกเจียงเยว่เวยเข้าจวน เขาได้แต่งฮูหยินรองหนึ่งคน และยังรับอนุเข้าจวนแล้วถึงสองคน เจียงเยว่เวยแม้จะเป็ฮูหยินเอกแต่อย่างไรนางก็มาทีหลัง ด้วยความที่คิดว่าตนเองเป็ถึงบุตรสาวคนโตที่เกิดจากภรรยาเอกของราชเลขาธิการเจียงถังแห่งสำนักราชเลขาธิการ
เจียงเยว่เวยจึงใช้อำนาจของฮูหยินใหญ่กลั่นแกล้งฮูหยินรองและอนุทั้งสองของสามีอยู่ทุกวัน ไม่เว้นแม้กระทั่งบุตรที่เกิดจากฮูหยินรองและบุตรที่เกิดจากอนุทั้งสองก็ยังถูกนางทรมานอยู่ทุกวันเช่นกัน ด้วยความร้ายกาจของฮูหยินใหญ่เจียงเยว่เวย แม้แต่บุตรชายและบุตรสาวฝาแฝดที่เกิดจากนางยังเกลียดที่พวกเขามีมารดาเป็คนใจร้าย ไม่ว่าจะเป็สามีและบุตรต่างก็ตีตัวออกหากและไม่ยุ่งเกี่ยวกับนาง ข่าวลือบางกระแสยังพูดถึงขั้นที่ว่ารองเ้ากรมอาญาเสิ่นมู่เตรียมที่จะหย่าขาดกับนาง รวมถึงบุตรทั้งสองคนของนางยังเตรียมที่จะรับฮูหยินรองเป็มารดาด้วยซ้ำ
ข่าวลือด้านนอกทำให้ทุกโรงน้ำชาครึกครื้นกับหัวข้อสนทนานี้เป็อย่างมาก แม้แต่นักเล่านิทานยังหยิบเื่นี้ขึ้นมาเล่าอย่างออกรสออกชาติ และไม่ว่าจะเป็การใส่สีตีไข่เพื่อให้เกิดความสนุกหรือเื่ทั้งหมดเป็ความจริง แต่ภาพจำของชาวเมืองที่มีต่อเจียงเยว่เวยทำให้ทุกคนเชื่อข่าวลือที่เกิดขึ้นอย่างสนิทใจ
นอกจวนพูดถึงเื่ของเจียงเยว่เวยกันอย่างครึกครื้น ส่วนภายในจวนลูกหลานก็กำลังทะเลาะกันอย่างดุเดือด ถึงขั้นที่จะลงไม้ลงมือกันแล้วด้วยซ้ำ
เสิ่นเลี่ยงหวงมองเสิ่นลู่หลินอย่างไม่พอใจ “ท่านแม่ของเ้าเป็ผู้หญิงเลว เ้าดูว่าเป็เพราะการกระทำของนางทำให้ผู้คนต่างชี้หน้าด่าทอและยังหัวเราะเยาะคนในจวนของเรา”
เสิ่นเลี่ยงหรู “พี่ชายของข้าพูดถูก ป้าสะใภ้เป็ผู้หญิงเลวที่ทำให้ชื่อเสียงของจวนสกุลเสิ่นเสียหาย ปีนี้ข้าอายุสิบสองปีแล้ว อีกไม่กี่ปีก็จะถึงวัยปักปิ่นและจะถึงวัยที่จะมีคนมาทาบทามดูตัว ด้วยชื่อเสียงของป้าสะใภ้ ต่อไปยังจะมีใครกล้ามาดูตัวข้ากัน”
เสิ่นเลี่ยงหวงกับเสิ่นเลี่ยงหรูเป็บุตรชายและบุตรสาวของนายท่านรองเสิ่นหรือเสิ่นเจา แต่ไหนแต่ไรสองพี่น้องจากบ้านสายรองก็อิจฉาบ้านสายหลักเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อทั้งคู่แอบได้ยินท่านย่ากับท่านพ่อคุยกันว่าจะขับไล่ท่านลุงกับป้าสะใภ้ออกจากจวน แล้วยิ่งได้ยินข่าวลือเสียหายของป้าสะใภ้ เสิ่นเลี่ยงหวงกับเสิ่นเลี่ยงหรูจึงไม่ปล่อยโอกาสดีนี้ไปง่ายๆ ทั้งคู่บุกเข้ามาถึงอาณาเขตของบ้านสายหลักแล้วเริ่มต่อว่าเจียงเยว่เวยโดยไม่สนใจความเป็าุโแต่อย่างใด
ถึงแม้ว่าเจียงเยว่เวยกับภรรยาอีกสามคนของเสิ่นมู่จะมีความสัมพันธ์ไม่ค่อยดีนัก แต่คุณชายกับคุณหนูทั้งห้ากลับรักและสามัคคีกันเป็อย่างมาก เมื่อพวกเขาได้ยินคนมาต่อว่าท่านแม่ของพี่ชายใหญ่กับพี่หญิงใหญ่ถึงอาณาเขตของตน พวกเขาก็รวมตัวกันแล้วโต้กลับสองพี่น้องจากบ้านสายรองทันที
เสิ่นลู่เจ๋อ “เสิ่นเลี่ยงหวง เสิ่นเลี่ยงหรู คนที่พวกเ้ากำลังต่อว่าอยู่นั้นคือท่านป้าสะใภ้ใหญ่ของพวกเ้านะ พวกเ้าไม่นึกถึงลำดับาุโอย่างนี้ หากท่านพ่อของข้ามาได้ยิน พวกเ้าไม่กลัวว่าท่านพ่อของข้าจะลงโทษพวกเ้าหรือ?”
เสิ่นเลี่ยงหวงทำท่าทางถือดี “เสิ่นลู่เจ๋อ เ้าเป็เพียงบุตรที่เกิดจากอนุภรรยาแซ่หลูที่แสนต่ำต้อย เ้ามีสิทธิ์อะไรมานั่งสอนข้า”
เสิ่นลู่คงได้ยินก็โมโหแทนพี่ชาย “เ้ามันไม่รู้จักดีชั่ว อย่างไรท่านแม่ของพี่ลู่เจ๋อก็อายุมากกว่าเ้า ตำรับตำราที่เ้าอ่านไม่มีสอนไว้หรืออย่างไรว่าไม่ให้เ้าพูดจาลบหลู่ผู้ใหญ่”
เสิ่นเลี่ยงหวงชี้หน้าเสิ่นลู่คง “เ้าก็เป็แค่ลูกของอนุซูที่มีชาติกำเนิดต่ำต้อยเช่นกัน ข้าพูดถึงมารดาของเขาแล้วอย่างไร ข้ายังจะเรียกมารดาของเ้าว่าอนุผู้ต่ำต้อยด้วย เ้าจะทำอะไรข้าได้”
เสิ่นชิงฮวาเห็นสถานการณ์ไม่ดีก็เริ่มร้องไห้ “พี่เลี่ยงหวง อย่างไรพวกเราก็เป็คนสกุลเสิ่นเหมือนกัน เหตุใดท่านถึงได้พูดจาหยาบคายกับพี่น้องเช่นนี้เ้าคะ”
เสิ่นเลี่ยงหวงแสยะยิ้ม “เสิ่นชิงฮวาหนอเสิ่นชิงฮวาเ้าคงถือว่าเ้าเป็บุตรสาวที่เกิดจากฮูหยินรองของท่านลุงกระมังเ้าลืมไปแล้วหรือว่าแม้มารดาของเ้าจะเป็ฮูหยินรอง แต่ฮูหยินรองก็เป็เพียงคำพูดสวยหรูเพราะอย่างไรสถานะของนางก็คืออนุภรรยาอยู่ดีเ้าอย่ามาเสแสร้งทำท่าทางเป็คุณหนูอยู่เลย”
เสิ่นเถียนอวี้เดินเข้าไปปลอบน้องสาว “ชิงฮวา เ้าร้องไห้เพราะเสียใจที่พี่น้องของบ้านสายหลักของเราถูกเสิ่นเลี่ยงหวงต่อว่าใช้หรือไม่ แล้วพี่หญิงจะต้องทำอย่างไรให้เ้าหายเสียใจกันเล่า เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ ข้าจะให้พี่ใหญ่ทำให้เ้าหายเศร้าเอง”
เสิ่นเถียนอวี้บอกให้เสิ่นชิงฮวาไปยืนอยู่ข้างเสิ่นลู่เจ๋อกับเสิ่นลู่คง จากนั้นนางก็เดินไปหยุดอยู่ข้างกายเสิ่นลู่หลินผู้เป็พี่ชายฝาแฝดของตน “พี่ใหญ่ ทำอย่างไรดี น้องชายกับน้องสาวของเราเสียใจที่ถูกคนปากไม่ดีมาต่อว่า ท่านในฐานะพี่ชายคนโตของบ้านสายหลักไม่คิดที่จะปกป้องน้องๆ หน่อยหรือเ้าคะ”
ท่าทางที่ไม่ยอมคนของเสิ่นเถียนอวี้ช่างคล้ายกับมารดาผู้ให้กำเนิดอย่างเจียงเยว่เวยนัก แม้แต่เสิ่นลู่หลินพี่ชายฝาแฝดที่กำลังจ้องไปยังสองพี่น้องจากบ้านสายรองด้วยสายตาดุดัน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสายตานี้เขาก็ได้มาจากเจียงเยว่เวยเช่นกัน
เสิ่นลู่หลินได้ยินคำพูดของน้องสาวฝาแฝด และเมื่อมองไปที่น้องชายกับน้องสาวอีกสามคนที่เพิ่งถูกเสิ่นเลี่ยงหวงพูดจาไม่ดีใส่ เขาจ้องเสิ่นเลี่ยงหวงกับเสิ่นเลี่ยงหรูด้วยท่าทางน่ากลัว
เสิ่นเลี่ยงหวงเห็นสายตาน่ากลัวนั้นก็เริ่มใจคอไม่ดี “เ้า...เ้ามองข้าทำไม อยาก...อยากใช้อำนาจของคุณชายใหญ่มาข่มเหงข้าหรือ ข้าบอกไว้ก่อนเลยนะว่าถ้าพวกเ้ากล้ามาทำร้ายข้า ข้าจะไปฟ้องท่านย่าให้ท่านย่ามาจัดการพวกเ้า”
“ใช่! หากเ้าทำร้ายพี่ชายของข้า ข้าจะไปบอกให้ท่านย่าจัดการเ้า” เสิ่นเลี่ยงหรูเข้ามายืนอยู่ข้างพี่ชาย “เ้าอย่าเข้ามานะ”
เสิ่นลู่หลินไม่ได้กลัวคำขู่นั้นเลยสักนิด ต่อให้เขาจะทุบตีเสิ่นเลี่ยวหวงจนปางตาย และแม้ว่าความสัมพันธ์ของเขากับมารดาจะไม่ดีสักเท่าไหร่ แต่เขาเชื่อว่าหากครั้งนี้เื่ไปถึงท่านย่าจริงๆ ท่านแม่ก็ต้องออกหน้าช่วยเขาอยู่แล้ว มีใครไม่รู้บ้างว่าท่านแม่กับท่านย่าเป็ไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด สุดท้ายคนที่ชนะก็เป็ท่านแม่ของเขาอยู่ดี ส่วนท่านย่าน่ะหรือ นางจะเอาอะไรมาสู้ท่านแม่ของเขาได้
เสิ่นลู่หลินเดินเข้าไปหาเสิ่นเลี่ยงหวง จากนั้นเขาก็ยกเท้าขึ้นถีบเสิ่นเลี่ยงหวงจนเสิ่นเลี่ยงหวงกระเด็นไปไกล ก่อนจะอธิบายอย่างยียวน “ที่ข้าถีบเ้าครั้งนี้ก็เพื่อเป็การสั่งสอน เ้าเคยได้ยินหรือไม่คำว่าพี่ชายคนโตก็เหมือนบิดา ข้าเห็นว่าเ้าไร้การศึกษาและขาดการอบรม แม้แต่ผู้าุโเ้ายังพูดถึงพวกเขาอย่างไม่เกรงใจ ข้าที่เป็พี่ชายกลัวว่าถ้าปล่อยให้เ้าไปพูดจาเหลวไหลเช่นนี้ข้างนอก จวนสกุลเสิ่นของเราคงถูกคนหัวเราะเยาะเป็แน่ และคนที่จะถูกผู้คนต่อว่ามากที่สุดคงหนีไม่พ้นท่านอารองกับท่านอาสะใภ้รองที่ไม่มีปัญญาอบรมสั่งสอนบุตรของตนเอง ที่ข้าทำก็เพราะหวังดีกับเ้าจริงๆ นะ”
“เสิ่นลู่หลิน! ข้าจะไปฟ้องท่านย่า” เสิ่นเลี่ยงหวงเจ็บตัวจนอย่างร้องไห้ แต่ที่สำคัญคือเขาเสียหน้า ยิ่งเห็นรอยยิ้มบนหน้าของเสิ่นลู่เจ๋อ เสิ่นลู่คง และเสิ่นชิงฮวา เขาก็ยิ่งโมโหจนอยากจะร้องไห้เสียให้ได้ “พวกเ้าอาศัยว่าเป็บ้านสายหลักแล้วมารังแกข้าใช่ไหม”
“พี่ใหญ่ เราไปหาท่านย่ากันเถอะเ้าค่ะ เราต้องให้ท่านย่าช่วยจัดการให้เรา” เสิ่นเลี่ยงหรูรีบพยุงพี่ชายไปที่เรือนของฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นโดยไม่สนใจที่จะยืนอยู่ตรงนั้นต่อแล้ว
เสิ่นชิงฮวาเดินเข้าไปหาพี่ชายกับพี่สาวด้วยท่าทางกังวล “พี่ชายใหญ่ พี่หญิงใหญ่ ปกติท่านย่าก็ไม่ชอบบ้านสายหลักของเราอยู่แล้ว คราวนี้พวกเราคงถูกท่านย่าลงโทษแน่ๆ เลยเ้าค่ะ”
เสิ่นลู่เจ๋อพูดอย่างรู้สึกผิด “เป็เพราะข้าที่ไปพูดยั่วโมโหเขาแน่ๆ เลยขอรับ”
เสิ่นลู่หลินยิ้มให้น้องชาย “เสิ่นเลี่ยงหวงพูดจาดูิ่ท่านแม่ของข้าที่เป็ท่านป้าสะใภ้ของเขา ที่เ้าพูดไปก็เพราะ้าเตือนให้เขาระวังคำพูด แล้วเ้าไปยั่วโมโหเขาตรงไหน”
เสิ่นลู่คงพูดขึ้น “หรือว่าจะเป็เพราะคำพูดของข้าขอรับ เสิ่นเลี่ยงหวงไม่พอใจคำพูดของข้าหรือเปล่า”
“อย่างที่พี่ชายใหญ่บอก เสิ่นเลี่ยงหวงเอาแต่บอกว่าเขาอ่านตำราขงจื๊อจนจำได้ขึ้นใจ แต่เขากลับพูดถึงผู้าุโอย่างไม่ให้เกียรติ เ้าแค่พูดเตือนสติเขาเท่านั้น หากเขาไม่พอใจเื่นี้ก็นับว่าเขาไม่มีเหตุผลแล้ว” เสิ่นเถียนอวี้ยกมือขึ้นลูบผมน้องชายคนเล็ก “ตอนนี้พวกเรามาเตรียมตัวกันก่อนดีกว่า อีกสักพักคนของท่านย่าคงมาเรียกพวกเราไปพบแล้ว”
“แล้วท่านแม่ของพวกเราจะถูกเรียกตัวไปด้วยหรือไม่เ้าคะ” เสิ่นชิงฮวากังวลขึ้นอีกหลายเท่า “ข้ากลัวว่าท่านแม่จะถูกท่านย่าต่อว่าอีก ข้าไม่อยากเห็นนางกลับไปร้องไห้อีกแล้วเ้าค่ะ”
เสิ่นชิงฮวาพูดถึงมารดาแล้วก็อยากร้องไห้ มารดาของนางเป็บุตรที่เกิดจากอนุของใต้เท้าเสิ่นหยางที่ทำงานอยู่ที่กองอารักษ์ มารดาเคยเล่าให้นางฟังว่าตอนที่มารดายังไม่แต่งกับบิดา ชีวิตความเป็อยู่ในจวนสกุลเวินก็ไม่ได้ดีสักเท่าไหร่ เป็เพราะมารดาถือกำเนิดมาจากอนุบ่าว พอมารดาแต่งมาเป็อนุของบิดา แม้มารดาจะไม่ลำบากเื่อาหารการกินเหมือนตอนยังอยู่ที่จวนสกุลเวิน แต่คำพูดเหยียดหยามของท่านย่าก็ทำให้มารดาร้องไห้ได้ทุกวัน
“เ้าอย่าเพิ่งคิดมากสิ มีข้าอยู่ทั้งคน รับรองว่าข้าไม่ยอมให้ใครมาว่าท่านแม่ของเ้าได้หรอก” เสิ่นเถียนอวี้ปลอบน้องสาว
เจียงเยว่เวยกับเสิ่นมู่ที่ยืนมองลูกๆ อยู่อีกมุมหนึ่งก็ยิ้มอย่างพอใจ “ลูกๆ ของเรารักใคร่และห่วงใยกันดีนะเ้าคะ”
เสิ่นมู่ยิ้ม “อืม...พวกเขายังดูแลกันดีมากๆ ด้วย”
“ท่านพี่เ้าคะ ยังไม่พูดถึงคนที่ปล่อยข่าวลือเสียหายเพื่อทำลายชื่อเสียงของข้า” เจียงเยว่เวยหันไปมองสามี “หากวันนี้ท่านแม่คิดจะลงโทษลูกๆ ของเรา ท่านจะยอมให้ข้าปกป้องพวกเขาตามวิธีของข้าหรือไม่เ้าคะ”
“เ้าเป็แม่ใหญ่ของพวกเขา เ้าปกป้องพวกเขาก็สมควรแล้วไม่ใช่หรือ ส่วนวิธีการก็แล้วแต่เ้าเลย”
“แต่วิธีการของข้าอาจทำให้ท่านแม่โมโหจนล้มป่วยไปอีก ท่านจะไม่โทษข้าใช่หรือไม่เ้าคะ”
เสิ่นมู่ยิ้ม “วันนี้ไม่ใช่วันแรกที่เ้าทำให้นางโมโหเสียหน่อย เอาเป็ว่าเ้าอยากทำอะไรก็ทำ ข้าจะไม่เข้าไปยุ่งก็แล้วกัน”
เจียงเยว่เวยทำท่าคิด “อย่างไรชื่อเสียงของข้าก็ไม่ดีอยู่แล้ว แต่กับท่านไม่เหมือนกัน ตอนนี้ท่านรีบออกไปทำงานของท่านเถิดเ้าค่ะ เื่ในจวนปล่อยให้ข้าเป็คนจัดการเอง”
“เ้าจะจัดการกับท่านแม่หนักกว่าทุกครั้งหรือ” เสิ่นมู่ถามอย่างสนใจ “ข้าไม่ไปทำงานแล้วได้หรือไม่ ข้าอยากดูเ้าอยู่ที่นี่”
“ท่านไปรอข้าที่กรมอาญาเถิดเ้าค่ะ นอกจากจะจัดการกับท่านแม่แล้ว ต่อจากนั้นข้ายังจะจัดการกับคนที่ปล่อยข่าวลือด้วย”