“ข้าจะไม่ถอนหมั้นกับเยว่เอ๋อร์”
สองวันให้หลังท่านแม่ทัพก็มาพบเหอซือซือที่เรือนเหม่ยเจียง เขามองจ้องนางพักหนึ่งแล้วผินหน้ามองทางอื่นราวกับทนมองสภาพน่าอนาถของนางไม่ได้
...สภาพที่เหมือนโดนรุมข่มขืน แต่เกิดจากการกระทำของเขา
คนเดียว
“ท่านหมายความเช่นไร” เหอซือซือถามใบหน้าเรียบนิ่ง แต่ใจกลับเต้นรัว
“เยว่เอ๋อร์คือสตรีที่ข้ารัก กว่าจะหมั้นหมายกับนางได้ ไม่ใช่เื่ง่าย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าก็จะแต่งนางเป็ฮูหยินจวนแม่ทัพซ่ง” ซ่งเทียนเหิงกล่าวน้ำเสียงเ็า “แต่ข้าเป็ชายชาติทหาร กล้าทำกล้ารับ ข้าจะรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเองแน่นอน”
แม่ทัพหนุ่มหันมามอง เห็นใบหน้างามที่ล่อลวงจิตใจผู้คนเต็มไปด้วยร่องรอยจากฝีมือตนก็หันหนีอีกครั้ง
“ท่านจะรับผิดชอบอย่างไร ท่านกล่าวว่าอย่างไรก็ไม่ถอนหมั้นกับคุณหนูไป๋ แต่ก็กล่าวว่าจะรับผิดชอบข้า ท่านจะรับผิดชอบเช่นไรหรือ ให้เงิน?” เหอซือซือถามเสียงต่ำรู้สึกเหมือนกำลังฟังสิ่งเหลวไหลอยู่
ชายหนุ่มเงียบไป ในที่สุดก็หันมามองหญิงสาวได้เต็มตา
“ท่านพ่อกับท่านลุงหลิวมีความสัมพันธ์อันดี ข้าไม่อยากให้เกิดรอยร้าวระหว่างทั้งคู่ อีกอย่าง...” ซ่งเทียนเหิงกระแอมหนึ่งครั้ง “เ้าตกเป็ภรรยาของข้าแล้ว ข้า...จะแต่งเ้าเข้าจวน”
เหอซือซือไม่เข้าใจ “ในฐานะใด”
ซ่งเทียนเหิงตอบ “ภรรยารอง”
“...”
เหอซือซือค่อนข้างผิดหวัง ไม่สิ ผิดหวังกับคำตอบที่ได้รับมากทีเดียว
“จะดีกว่าหรือไม่หากท่านไม่ต้องรับผิดชอบข้า...”
ซ่งเทียนเหิงขมวดคิ้วเอ่ยเสียงแข็งกร้าว “จะเป็ไปได้อย่างไรแม่นางเหอ สตรีที่เสียหายไปแล้วไม่อาจแก้ไข หากข้าไม่รับผิดชอบ วันหน้าเ้ายังจะแต่งงานได้อีกหรือ เป็สตรีต้องมีสามีปกป้องดูแล วันหน้ามีลูก แฮ่ม! ก็ได้พึ่งพิง”
“เหตุใดข้าจะแต่งงานไม่ได้” ได้ยินว่าในยุทธภพพึงใจผู้ใดก็อยู่กินเป็สามีภรรยา ต่อให้แต่งกันแล้วก็หย่าและไปแต่งงานใหม่ได้
จะหย่าจะแต่งกี่ครั้งก็ไม่มีปัญหา
ผู้คนในเมืองไม่ได้เป็เช่นเดียวกันหรอกหรือ
ซ่งเทียนเหิงมองสตรีตรงหน้าเขม็ง “สตรีที่ไม่บริสุทธิ์แล้วยังแต่งงานให้ผู้อื่นได้ด้วยหรือ เ้า...ไม่สงสารชายผู้นั้นหรืออย่างไร”
ความหมายของเขาคือ หากสตรีที่มีตำหนิเช่นนางไปแต่งกับชายอื่นจะเป็การหลอกลวงคนผู้นั้นรึ!
คำพูดเช่นนี้ออกจากปากเขา ช่าง...
“ความหมายของท่านคือ เพื่อรักษาความสัมพันธ์ของบิดาของเราจึงต้องแต่งข้าเข้าจวน และต่อให้ข้าไม่แต่งกับท่าน ต่อไปข้าก็จะแต่งกับผู้อื่นไม่ได้อีก?”
เหอซือซือไม่คาดคิดว่าเขาจะพยักหน้า และถอนหายใจยาว...ราวกับในที่สุดนางก็รู้เื่เสียที
“แม่นางเหอไม่ต้องกังวล ตอนนี้อารมณ์ทุกฝ่ายยังคุกรุ่น รอให้เวลาผ่านไปสักสองสามปี ถึงเวลานั้นหากเ้ายังไม่มีบุตร หรือต่อให้มีแล้วก็ตาม ถ้าแม่นางเหออยู่ที่จวนแม่ทัพแล้วไม่มีความสุข จะจากไปก็ได้ แน่นอนว่าข้าเตรียมทุกอย่างไว้แล้ว”
กล่าวจบ ซ่งเทียนเหิงวางกระดาษสองแผ่นลงบนโต๊ะ แล้วกล่าวต่ออย่างชัดเจน
“ใบหย่าสองแผ่นนี้ ไม่ได้ระบุวันเวลา แม่นางเหอพร้อมจากไปเมื่อใด ก็ลงนามแล้วทิ้งไว้ให้ข้าหนึ่งแผ่น ให้ดีควรบอกกล่าวสักหน่อย ข้าจะได้เตรียมทรัพย์สินให้ติดตัวไป”
ถึงกับเตรียมใบหย่าไว้แล้ว?
เหอซือซือหยิบขึ้นมาดู นางจ้องตราประทับตรงตำแหน่งสามีอยู่นาน รอยยิ้มหยันเหยียดออกเล็ก ๆ แววตาเ็าลงหลายส่วน นางพับเก็บใบหย่าทั้งสองแผ่นไว้อย่างเรียบร้อย
“ข้าเข้าใจแล้ว ท่านกั๋วกงกับฮูหยินต่างดีกับข้ามาก อีกทั้งบิดาบุญธรรมก็อายุมากแล้ว สมควรปักหลักอาศัยคนดูแลอยู่ในเมืองหลวง ใต้การคุ้มครองจวนกั๋วกงชีวิตบั้นปลายของเขาคงสุขสงบ ท่านแม่ทัพวางใจเถอะ ข้ารู้ตัวและเจียมตนดี เมื่อใดที่ท่าน้าให้ข้าจากไป ก็บอกมาตามตรง”
ซ่งเทียนเหิงถูกสะกดด้วยแววตาเด็ดเดี่ยวจริงจัง และเจืออารมณ์บางอย่างที่เขาไม่รู้ ทำให้ไม่กล้าพูดตอบ ใบหน้างดงามที่เขาไม่ค่อยจะกล้ามอง และยังมีดวงตาที่ดูเศร้าแต่ดุดันจับจ้องเช่นนี้ เขารู้สึกเหมือนทำอะไรผิดไปจึงได้แต่เสหลบไปมองทางอื่น
เหอซือซือยังคงจ้องอยู่อย่างนั้นอย่างพิจารณาคนตรงหน้า จนกระทั่งเห็นเม็ดเหงื่อผุดตามกรอบหน้าคมเข้ม นางจึงคลี่ยิ้มบาง
“ระหว่างนั้น ข้าหวังว่าท่านจะปฏิบัติต่อข้า เช่นสามีภรรยา ข้าก็เป็เช่นสตรีทั่วไปที่อยากจะได้รับความรักจากผู้เป็สามี...”
ซ่งเทียนเหิงเอ่ยแทรกทันควัน “ข้ารักมั่นต่อเยว่เอ๋อร์เท่านั้น”
“แต่ท่านก็มีอนุภรรยาอีกหลายนาง”
“สตรีเ่าั้จะเทียบเยว่เอ๋อร์ได้อย่างไร ผู้ที่ข้ายกย่องและจะร่วมฝัง คือนาง บุรุษมีความ้า มีสตรีช่วยผ่อนคลายเป็เื่ปกติ ส่วนสตรีในดวงใจมีไว้รักถนอม เปรียบเทียบกันไม่ได้หรอก” ซ่งเทียนเหิงส่งเสียงขึ้นจมูก
เหอซือซือไม่รู้ว่าเขาจงใจหรือไม่ แต่การกระทำเช่นนั้น เหมือนกำลังดูแคลนภรรยาคนอื่น ๆ ทุกคนที่ไม่ใช่คนที่ตนเองรักอยู่
แน่นอนว่าคงรวมนางเข้าไปด้วย
สุดท้ายแล้ว เหอซือซือก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกไป แม่ทัพหนุ่มกลับเป็คนที่ทนอึดอัดไม่ไหวเสียเอง เหอซือซือส่งแขก รอยยิ้มที่มีค่อย ๆ จางหาย
นางก็อยากรู้เหมือนกันว่า เขาจะมีใจรักมั่นคงต่อคุณหนูไป๋เพียงใด
ระหว่างที่นางอยู่ในจวนแม่ทัพก็เป็โอกาสของนางเช่นกัน
เกี้ยวพาสามีตนเองคงไม่ผิดกระมัง
ข่าวการสู่ขอบุตรีบุญธรรมของอดีตหมอหลวงหลิวซงจากจวนกั๋วกง แพร่กระจายในเวลาไม่นาน ตอนแรกผู้คนคิดว่าคงสู่ขอให้กับคุณชายรองของจวนจึงไม่แปลกใจอันใด เพราะซ่งกั๋วกงกับท่านหมอหลิวนับถือกันเป็พี่น้อง คงหมายสานสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นผ่านการแต่งงาน
แต่กลับเป็ว่าผู้ที่จะแต่ง คือแม่ทัพซ่งที่เป็คุณชายใหญ่
ที่ผู้คนตกตะลึง เพราะสงสัยว่าเหตุใดจึงสู่ขอให้แม่ทัพหนุ่ม ไม่ใช่ว่าแม่ทัพซ่งเองมีสัญญาหมั้นหมายกับคุณหนูรองสกุลไป๋อยู่แล้วหรอกหรือ
แล้วเช่นนั้นจะแต่งบุตรีบุญธรรมหลิวซงในฐานะใด
หรือยกเลิกการหมั้น
“บัดซบ! เ้าลูกเต่านั่นยังเป็ลูกผู้ชายอยู่หรือไม่ บุตรสาวข้าไม่ใช่ของเล่นให้ใคร ครั้งก่อนบอกจะแต่งเ้าเป็ภรรยารอง ข้าก็โมโหจนเส้นเืในสมองจะแตกอยู่แล้ว ต่อมากลับคำ บอกจะแต่งเ้าเป็อนุ นี่หมายความเช่นไร ไม่เห็นผมหงอกบนหัวข้าแล้วใช่หรือไม่!”
หลิวซงด่าซ่งเทียนเหิงอย่างหยาบคายที่สุด ซ่งเหว่ยหนานกับฮูหยินใหญ่ไม่กล้าสู้หน้าเลย ถูกด่าอย่างไรก็ได้แต่ก้มรับ
ไม่รู้สตรีแซ่ไป๋เกลี้ยกล่อมอย่างไร ไปเจอหน้าครั้งเดียวบุตรชายก็เดินอาด ๆ กลับมายืนยันว่า จะแต่งเหอซือซือเป็อนุลำดับที่สี่แทน
ตำแหน่งภรรยารองกับอนุแตกต่างกันมากทีเดียว แคว้นเหลียน ขุนนางแต่งภรรยารองได้ จะกี่คนก็ตามศักดิ์ฐานะ เช่นจวนซ่งกั๋วกงแห่งนี้มีภรรยาลำดับรองลงไปนอกจากฮูหยินใหญ่ได้ถึงสามคน ซ่งเหว่ยหนานมีครบทั้งตำแหน่งฮูหยินใหญ่ ฮูหยินรอง ฮูหยินสามและสี่ อนุอีกสี่นาง
แต่จวนแม่ทัพ เพิ่งมีอนุเพียงสาม แต่งภรรยารองเข้าไปก็ไม่มีปัญหาอะไร
ซ่งเทียนเหิงถูกบิดามารดากดดันมากเข้าก็ยอมพูด เขาบอกว่าไป๋เยว่ซื่อรู้สึกกังวลหากในจวนมีฮูหยินรองก่อนนางจะแต่งเข้าไป เกรงฐานะของตนจะไม่มั่นคง และยิ่งฮูหยินรองมีบุตรชายให้ก่อนอาจเป็ปัญหาภายภาคหน้าได้ อย่างไรให้แต่งเหอซือซือเป็อนุก่อน เมื่อนางได้เป็ฮูหยินแล้วค่อยยกฐานะขึ้นเป็ภรรยารอง
ซ่งเทียนเหิงเห็นนางในดวงใจเศร้าระทมด้วยความหวาดกลัวก็ใจอ่อนยวบ ปลอบว่าไม่ต้องกังวล สำหรับเขาไม่มีสตรีนางใดเทียบอีกฝ่ายได้
แต่ไป๋เยว่ซื่อยังหว่านล้อมต่อ ไม่ใช่ว่าตนไม่เชื่อในตัวเขา นางเป็สะใภ้ที่พ่อแม่สามีไม่้า ก่อนจะหมั้นหมายถูกคัดค้านอย่างหนัก แต่งเข้าไปหวังพึ่งความรักจากเขาและลูก ต้องมีอำนาจของฮูหยินใหญ่และบุตรที่กำเนิดจากภรรยาเอกเท่านั้น นางจึงจะอยู่อย่างสุขสงบ
ทำเอาทั้งคู่พูดไม่ออก เจตนาชัดเจนถึงเพียงนี้บุตรชายยังไตร่ตรองไม่กระจ่าง
ค่อยยกฐานะทีหลัง?
เลื่อนฐานะจากอนุทีหลังเทียบกับการแต่งเข้าไปในฐานะฮูหยินรองั้แ่แรกได้ที่ไหน ยังไม่ต้องคำนึงถึงหน้าตาของหลิวซง
ชื่อเสียงของเหอซือซือถูกกดต่ำจนติดพื้นแล้ว
เกรงว่าฮูหยินรองจะให้กำเนิดบุตรก่อน?
กลัวว่าบุตรชายคนโตจะไม่ใช่บุตรที่ตนให้กำเนิดมากกว่ากระมัง บุตรชายที่เกิดจากอนุ ศักดิ์ฐานะต่ำต้อยมาก แทบจะไม่มีสิทธิ์รับสืบทอดตระกูล ต่อให้มารดาได้เลื่อนเป็ฮูหยินรองหรือแม้กระทั่งฮูหยินเอกในภายหลัง แต่เขาก็จะยังถูกจดจำในฐานะบุตรชายที่ถือกำเนิดจากครรภ์อนุ!
ร้ายกาจ
เป็สตรีที่ร้ายกาจยิ่งนัก!
ซ่งเหว่ยหนานโมโหจนทนมองหน้าบุตรชายไม่ไหว เขาสบตากับฮูหยินเอกของตนครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกเดินหนีไป ซึ่งนางก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ
ผู้เป็มารดากล่าวกับบุตรชายของตนว่า “เทียนเหิง พ่อกับแม่เคารพการตัดสินใจของเ้า เ้าเองก็โตแล้ว มีตำแหน่งใหญ่โตเป็ถึงแม่ทัพพิทักษ์แดนเหนือ พวกเราจะไม่ก้าวก่ายสิ่งใดอีกแล้ว แม้การกระทำของเ้าจะทำให้เกิดเขตแดนความขุ่นเคืองระหว่างพี่ใหญ่หลิว แต่นี่ก็เป็ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเรา ข้ากับบิดาเ้าจะรับไว้เอง”
เหยียนกุ้ยอิงกล่าวต่ออย่างอ่อนใจ “แต่เ้าจงพึงระลึกไว้ นี่เป็สิ่งที่เ้าเลือกเอง ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น หวังว่าเ้าจะไม่นึกเสียใจ”
ซ่งเทียนเหิงไม่เข้าใจ หลังจากนี้อีกหลายปีเขาถึงจะนึกคำกล่าวของมารดา และเข้าใจ ทว่ายามนี้เขามีแต่ความมั่นใจในตนเอง
ยืนยันจะแต่งเหอซือซือเป็อนุตามที่คนรักขอร้อง