ร่างของต้าเจิงก่อรูปขึ้น เขายืนและเดินอย่างโยกโคลน แสดงให้เห็นชัดว่า สภาพของเขาไม่ดีนัก
ฟิว
ดวงตาของต้าเจิงเบิกกว้าง แม้เขาจะอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่ แต่สัญชาตญาณแห่งผู้วิเศษอาณาจักรแห่งวิญญาณของเขายังคงอยู่ เขาสัมผัสได้ถึงอันตรายอันยิ่งยวด
หอกสีทองพุ่งผ่านร่างต้าเจิง พร้อมนำพาร่างที่อ่อนแอของต้าเจิง ไปปักตรึงกับต้นไม้สีเลือด ที่สร้างด้วยมนุษย์เพศหญิง
"!อ๊ก"
ปากของต้าเจิงอ้างกว้าง เขารู้สึกเจ็บ เจ็บอย่างแท้จริง อมนุษย์ไม่ควรมีความรู้สึกเจ็บและทรมานแบบนี้ไม่ใช่เหรอ ดวงตาของต้าเจิงก้มมองไปที่หอกสีทอง ที่ตอนนี้ปักตรึงร่างของตัวเขา
และต้าเจิงก็พบว่าหอกอันนี้ไม่ใช่หอกสีทอง แต่เป็นหอกที่ทำด้วยเหล็กแข็งธรรมดา แต่ริ้วสีทองของมันที่ปรากฏเมื่อมันพุ่งแหวกอากาศ เกิดจากร่องรอยของอักขระและวงจรเวทมนตร์อันลึกลับ ที่ให้ความรู้สึกบรรพกาลและเก่าแก่อย่างยิ่งยวด นี่มันอะไร...อะไรกัน...
ต้าเจิงยังไม่เข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เสียงดังไกลที่ชราเสียงหนึ่งก็ปรากฏ
ต้าเจิงทั้งรู้สึกคุ้นเคยและไม่คุ้นเคยกันเสียงนี้
"อมนุษย์ผู้ไม่ตายนั้นจะว่าเป็นอมตะก็ใช่ จะว่าไม่เป็นอมตะก็ใช่ นั่นเพราะพวกมันสามารถตายได้บนเงื่อนไขสองประการ หนึ่งดวงวิญญาณสลาย ตายเพราะถูกทำลายดวงวิญญาณ"
"สองฆ่าอมนุษย์ผู้นั้นด้วยการแผดเผาพลังชีวิตของพวกมันให้หมด เมื่อกายไร้พลังชีวิตพวกมันก็จะตาย แต่นี่คือวิธีที่ดูเหมือนจะทำยากที่สุดสำหรับคนทั่วไป ร่างกายของอมนุษย์ช่างน่าขยะแขยง แม้เราจะฟันมัน จะระเบิดมันให้เป็นจุณด้วยพลังเวทย์ใดๆ เผาไหม้ด้วยไฟ ตัดมันด้วยดาบ หรือหั่นมันจนเป็นเนื้อบดละเอียดเล็กๆ แต่ถ้าพลังชีวิตของพวกมันยังมีอยู่ พวกมันก็จะไม่ตาย"
"คำถามคือ... ทำไมอมนุษย์ถึงดูเหมือนจะมีพลังชีวิตไร้ที่สิ้นสุด ทำไมเหล่าอมนุษย์จึงแสวงหาพิธีกรรมและความเป็นเทพอยู่อีกละ ในเมื่อพวกเขาไม่มีวันตาย คิกคิกคิก... ข้าหาคำตอบเหล่าอยู่เนิ่นนาน"
เคอซวนเดินฉากออกมาจากเงามืด
ดวงตาของต้าเจิงเบิกกว้าง "จะ...เจ้า... เจ้าคือ... เคอซวน..."
"ใช่แล้วต้าเจิงเป็นข้าเอง ยี่สิบปี ยี่สิบปีที่พวกเราไม่ได้พบกันนับจากวันนั้น"
ดวงตาของต้าเจิงหรี่เล็ก แม้เขาจะเป็นอมนุษย์และเป็นผู้วิเศษแท้จริงอาณาจักรแห่งวิญญาณ แต่ภายในหัวใจของต้าเจิงส่วนลึกๆ ก็ยังแอบหวาดกลัวเคอซวน มวลความทรงจำมากมายที่ต้าเจิงอยากจะลืมเลือนปรากฏอีกครั้ง ภาพของชายหนุ่มที่เป็นอัจฉริยะ ร่างวิญญาณที่มาพร้อมกับความสามารถบรรจุคุณลักษณ์ของรูนทักษะได้ถึง '7 รูปแบบ'
สติปัญญาเลื่องลือกว่าใครในยุคสมัยเดียวกัน อัจฉริยะผู้ก้าวข้ามอัจฉริยะด้วยกัน
"เป็นเจ้า... เป็นเจ้าจริงๆ เคอซวน แต่... ฮะฮาฮ่า สภาพเจ้าตอนนี้ ฮะฮาฮ่า" ตอนนี้แทนที่ต้าเจิงจะหวาดกลัว แต่เมื่อเขามองไปที่เคอซวนเขากลับหัวเราะ ความชราภาพของเคอซวนทำชายผู้เป็นอมนุษย์ผู้นี้มีความสุขอย่างที่สุด
ต้าเจิงร่างสั่นระริกเบาๆ เขาเดินก้าวช้าๆ พยายามที่จะขยับตัวออกจากหอกที่ลงอาคมนี้เอาไว้
จริงๆ มันทั้งเจ็บและทรมานมาก แต่ต้าเจิงพยายามแสดงออกว่าเขาไม่เป็นอะไร นอกจากนั้น...
'ข้าต้องดึงเวลาให้มากที่สุดและรีบหนีออกไปจากที่นี่ให้ได้' ดวงตาสองสีของต้าเจิงปรากฏวงเวทย์
และเขาก็พบว่าพลังโอน่าในร่างของเคอซวนนั้นอัดแน่น แต่มันก็ไม่ใช่พลังวิเศษในปริมาณที่ทำให้เขาต้องหวาดกลัว หากเขาอยู่ในสถานการณ์ปกติ
แต่ตอนนี้แม้พลังวิเศษในร่างเคอซวนสำหรับต้าเจิงจะน้อยนิดราวกับพลังชีวิตของแมลง ต้าเจิงก็จำต้องหวาดกลัว นั่นเพราะเขารู้จักเคอซวนดีเกินไป
"ยินดีที่เจ้าได้ก้าวสู่อาณาจักรแห่งสัมผัสของโลกผู้วิเศษที่แท้จริงสหายข้า ไม่น่าเชื่อในเมื่อตอนนั้นเจ้าได้ทำลายร่างวิญญาณของตัวเองไป เพื่อถวายสัตย์สาบานต่อองค์เทพในวิหารศักดิ์สิทธิ์ว่า ตัวเจ้าไม่ได้เป็นหนึ่งในผู้ขายวิญญาณให้ปีศาจ แต่เจ้ากลับสามารถกลายเป็นผู้วิเศษแท้จริงได้อีก เจ้าช่าง... อึก..." ร่างของต้าเจิงเดินหลุดจากหอกลงอาคมได้ เขาแสยะยิ้ม มองและสังเกตเคอซวนอย่างละเอียด
ต้าเจิงไม่กล้าพุ่งตัวและหนีไปจากที่นี่ในทันที นั่นเพราะทุกอย่างดูน่าสงสัย ทำไมเคอซวนถึงยืนเฉยๆ ไม่ทำอะไร
หากจะมีใครสักคนที่เคอซวนอยากฆ่ามากที่สุด ต้าเจิงรู้ดีว่าต้องเป็นตัวเขาอย่างแน่นอน
"ข้า... ได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง และข้าก็โชคดีพอที่ได้พบบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ข้าเคยคิดว่าตัวข้าได้ตายไปแล้ว แต่ข้าก็มีชีวิตอยู่ต่อด้วยความฝันเล็กๆ หนึ่งอย่าง"
เคอซวนพูดถึงตรงนี้เขาถอนหายใจ แต่ต้าเจิงกับหัวเราะและยิ้ม พร้อมพูดขัดขึ้น "มันคือการมีชีวิตอยู่เพื่อฆ่าข้าใช่ไหม"
ดวงตาเคอซวนอยู่ๆ ก็คล้ายเลื่อนลอย ภาพในห้วงสำนึกของเขา ปรากฏภาพชายคนหนึ่งที่เป็นทั้งสหายและพี่ชาย พวกเขาสนับสนุนกันโดยมีสัญญาร่วมกันว่า พวกเราจะกลายเป็นผู้วิเศษที่ยิ่งใหญ่และมีเกียรติไปด้วยกัน
"หึหึ..." เคอซวนหัวเราะเบาๆ มือของเขาค่อยๆ เสยผม ใบหน้าของเขาส่ายไปมาช้าๆ การแสดงออกของเคอซวนดูไม่ปกติ แต่มันก็ยากที่จะอ่านความคิดในใจที่แท้จริงของเคอซวนได้
ไม่ช้าเขาก็พูดบางอย่าง "ข้าขอเรียกมันว่า 'การแก้แค้น' ที่แท้จริงดีกว่า หากสิ่งที่เจ้ามีส่วนร่วมมันเป็นเพียงแค่... " ปากของเคอซวนสั่น "ทำให้ลูกสาวสองคนของข้าตาย อย่างไม่ตั้งใจ ข้า..."
"!เคอซวนเจ้า เจ้าจะบอกว่า เจ้าจะให้อภัยข้าอย่างงั้นรึ หากข้าไม่ได้ตั้งใจทำ... ทั้งๆ ที่ในวันนั้น..." ต้าเจิงเดินตีวง
ที่แห่งนี้มีทางออกลับ มันเป็นวงเวทย์ที่ใช้ส่งตัวให้หนีออกไปจากที่นี่ไกลแสนไกล แต่มันซ่อนอยู่ใต้บึงน้ำสีเลือด มันมีระยะไกลอยู่เหมือนกัน นอกจากนั้นเขายังต้องแอบกระตุ้นวงเวทย์นี้ให้ทำงานก่อนมันจึงจะใช้งานได้
ปัญหาคือเขาจะทำอย่างไรเพื่อกระตุ้นวงเวทย์ใต้บึงน้ำสีเลือด โดยเคอซวนไม่สังเกต หรือต่อให้สังเกตแต่เขาอยู่ในสภาวะถูกดึงความสนใจโดยสมบูรณ์
ใต้เท้าของต้าเจิงเส้นใยสีเลือดตอนนี้มันราวกับเป็นรากไม้ มันชอนไช้อย่างไร้เสียง ต้าเจิงหยุดเดิน เขาจำเป็นต้องอยู่กับที่
ตอนนี้เขาแสร้งหัวเราะ หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
"วันนั้นเจ้าก็ได้เห็นฮะฮาฮา ว่าข้านั้นเป็นผู้กินนาง ลูกของเจ้าอาราและลีอา ด้วยตัวข้า เลือดของนางช่างหวานชุ่ม ตอนนั้นข้าจำได้ว่าเขาเห็นใบหน้าที่บิดเบี้ยวและแทบบ้าของเจ้าด้วยฮะฮาฮา"
"ใช่..." เคอซวนก้าวเท้าเข้าหาต้าเจิง พร้อมในมือของเขาปรากฏหอก จากนั้นตัวหอกค่อยๆ สว่างขึ้น ปรากฏเป็นแสงสีทองรอบตัวหอกส่องสว่าง
ต้าเจิงสังเกตเห็น แม้ตัวเขารู้ว่าตัวเองจะไม่ตายแน่ หากถูกหอกนั่นปักร่างอีกครั้ง หรืออีกสองสามครั้งก็ตาม แต่สภาพของเขาตอนนี้ไม่ดี และเขายังต้องกระตุ้นวงจรเวทย์มนตร์ที่อยู่ใต้สระเลือดอีก
เขาจึงคิดที่จะทำอะไรบางอย่าง เพื่อดึงเวลาของเคอซวนต่อไปอีก โดยที่ตัวเขายังกระตุ้นวงเวทย์ในสระเลือดใต้น้ำได้
"เคอซวน... เจ้ารู้ไหม... จริงๆ แล้วในวันนั้น คนที่กลืนหัวใจของลูกของเจ้า กินดวงวิญญาณของพวกนาง ทำให้พวกนางแม้ตายแต่ก็ไม่ได้เป็นอิสระ แท้จริงแล้วไม่ใช่ข้า... แต่เป็น '!โอลีเวีย' โอลีเวียภรรยาของเจ้ายังไงล่ะ"
อยู่ๆ ขาของเคอซวนก็หยุดก้าวเดิน หอกในมือเคอซวนแสงสว่างดูจางลง ร่างเคอซวนสั่น
"พูด... พูดออกมา"
"คิกคิก ได้ ได้ ได้ ข้าพูดเพราะข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนยังไงเคอซวน แม้มันจะดูเป็นความจริงที่น่าเจ็บปวดและเหลือเชื่อก็ตาม แต่ข้าคิดว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด ไม่มีช่วงเวลาไหนดีกว่าการเปิดเผยความจริงในช่วงเวลานี้อีกแล้ว"
"ในอดีตเจ้าคงสงสัย เหตุใดท่าน 'โอลีเวีย' ผู้สูงศักดิ์จึงเลือกเจ้าเป็นคู่ครอง แม้เจ้าจะพิเศษ แต่เจ้าก็ยังไม่คู่ควรกับนาง คิกคิก ความจริงข้อนี้ในอดีตข้าเคยสับสน แต่พอผ่านเหตุการณ์ในวันนั้นข้าก็เข้าใจ ทั้งหมดนั่นก็เพราะความสามารถพิเศษของร่างเจ้า ร่างวิญญาณบรรพกาล ท่านโอลีเวียต้องการร่างวิญญาณบรรพกาลของเจ้า ร่างวิญญาณที่สามารถบรรจุความรู้อันยิ่งใหญ่ของห้วงจักรวาลนี้ได้ ในการเริ่มต้นของเหล่ามนุษย์ โดยทั่วไปพวกเราจะตระหนักรู้รูนทักษะได้เพียงแค่ 3 ทักษะรูน นั้นคือขีดจำกัดอันยิ่งใหญ่ แต่ด้วยร่างวิญญาณบรรพกาลของเจ้า เจ้ากลับสามารถเรียนรู้ได้ถึง 7 ทักษะรูน แต่นั้นก็ยังไม่ใช่สิ่งยืนยันว่านั้นคือร่างวิญญาณบรรพกาลที่เหล่าผู้วิเศษปรารถนา จนนางได้มอบรูนทักษะ 'ธาตุบริสุทธิ์ธาตุแสง' ให้เจ้า แล้วเจ้าก็สามารถตระหนักรู้มันได้โดยง่าย นั่นแหละจึงทำให้นางรู้ได้ว่าเจ้ามีร่างวิญญาณบรรพกาลที่แท้จริง ฮะฮาฮ่า "
เคอซวนคล้ายร่างด้านชา

นิยายเล่ม 7 ตอน 181 ถึง 210 ร่วมเล่มเสร็จน่าจะประมาท 3 ถึง 4 ทุ่มครับ เหลือตรวจคำผิดและร่วมเล่มส่งเข้าระบบ ดังนั้น กว่าจะได้รับการอนุมัติจากระบบ แต่ละเว็บน่าจะวันพรุ่งนี้
เล่ม 8 ที่จะออกในสัปดาห์หน้า จะพยายามให้เสร็จเร็วกว่าเล่มนี้ครับ
ขออภัยผู้อ่านทุกท่าน