กลางดึก ณคฤหาสน์ที่เฉินหู่อาศัยอยู่ ท่ามกลางความมืดมิดเฉินหู่และลูกน้องอันธพาลทั้งสามล้วนตายหมด โดยเฉพาะเฉินหู่ที่ถูกมีดสั้นเล่มหนึ่งปักติดอยู่กลางกำแพงห้องหลอดลมถูกมีดสั้นเสียบทะลุ สองตาเบิกโพลง ในดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดผวา
เย่เทียนเฉินเพิ่งจะจากไปไม่นาน เงาร่างสองสายก็พลิกตัวพุ่งเข้ามาพวกเขาสะกดรอยตามเย่เทียนเฉินมาตลอด สุดท้ายก็มาถึงที่นี่
เงาร่างทั้งสองค่อยๆ คลำทางมาถึงห้องที่เฉินหู่อยู่ตอนที่พวกเขาพบศพของอันธพาลทั้งสาม กับเฉินหู่ที่ถูกปักติดอยู่บนกำแพงตายโดยที่เืไหลออกมาจนหมดตัว ก็อดใไม่ได้
“ไอ้เด็กนี่มันโหดจริงๆ ฆ่าหมดทุกคนเลย” คนๆ หนึ่งเอ่ยขึ้นพลางขมวดคิ้ว
“ทุกคนตายภายในการโจมตีครั้งเดียวร้ายกาจมาก” อีกคนหนึ่งหลังจากตรวจสอบศพของอันธพาลทั้งสามที่อยู่บนพื้น ก็อดอุทานออกมาอย่างตกตะลึงไม่ได้
“หรือว่าไอ้ตัวตลกของเมืองหลวงคนนี้จะะเิศักยภาพออกมาได้จริงๆ ?”
“คิดว่าคงจะไม่มีใครกล้าเห็นมันเป็เศษสวะอีกแล้วล่ะวันนี้ไม่เหมือนกับในอดีต ฉันว่าเื่นี้ต้องรีบรายงานทันที”
“ไปกันเถอะ ถูกคนพบเข้าคงไม่ดีแน่!”
เวลานี้ ณ คฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลลั่วลั่วซงเฉิงโกรธจนทนไม่ไหว แทบกระอักเืออกมาพริบตาเดียวก็ทำแก้วชาในมือแตกออกเป็ผุยผง
“พ่อมีเื่อะไรทำไมถึงโมโหขนากนี้ครับ?” ลั่วกวงฮุยใจนชะงักไปครู่หนึ่งแล้วค่อยกล่าวถาม
“เื่อะไรงั้นรึ? มันน่าโมโหจริงๆ ไม่เคยมีใครกล้ามาดูถูกตระกูลลั่วของฉันขนาดนี้!”ลั่วซงเฉิงด่าออกมาด้วยน้ำเสียงอันดัง
“พ่อ ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับ?” ลั่วฉีก็รู้สึกสงสัยอยู่บ้างแต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่เคยเห็นพ่อของตนโกรธขนาดนี้มาก่อน
ลั่วซงเฉิงมองลูกชายทั้งสองสุดท้ายจึงถอนหายใจออกมาแล้วกล่าวว่า “วันนี้ฉันโทรไปหาชางหลางบอกว่าอยากจะดูข้อมูลของเย่เทียนเฉินไม่คิดว่าชางหลางจะไล่ให้ฉันไปดำเนินเื่ตามปกติ ไอ้หมอนี่มันไม่ไว้หน้าฉันเลยสักนิดสุดท้ายฉันก็ยื่นเื่ขึ้นไปที่สำนักความมั่นคงแห่งชาติ แต่พวกเขาดันบอกฉันว่าข้อมูลของเย่เทียนเฉินถูกเหยียนหลงแห่งกองกำลังเหยี่ยวนักล่าเอาไปแล้วนี่ไม่ใช่ว่าไม่เห็นฉันลั่วซงเฉิงอยู่ในสายตาหรอกเหรอไง?”
เมื่อได้ยินเสียงด่าของลั่วซงเฉิงลั่วกวงฮุยกับลั่วฉีก็พลันกระจ่างแจ้ง ปกติพ่อเป็คนมีอำนาจและถือหางพวกตัวเองแม้ว่าตระกูลลั่วจะไม่ได้เป็ตระกูลชั้นหนึ่งในเมืองหลวงแต่ก็ไม่เคยถูกใครดูิ่มาก่อน อีกทั้งครั้งนี้พ่อของตนที่มีตำแหน่งเป็ถึงผู้บัญชาการทหารแค่คิดอยากจะตรวจสอบข้อมูลของทหารหน่วยรบพิเศษธรรมดาๆ คนหนึ่งก็ยังยากเย็นขนาดนี้ ทำให้จิตใจที่หยิ่งทะนงในตนเองของลั่วซงเฉิงรับไม่ได้ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ ต่อให้เย่เทียนเฉินมีความเกี่ยวข้องกับตระกูลเย่ แต่ตระกูลเย่ก็ตกต่ำลงตั้งนานแล้วไม่มีทางเทียบเคียงกับตระกูลลั่วได้ แค่อยากดูข้อมูลมันยากเย็นแสนเข็ญขนาดนั้นเชียวหรือ?
“แม่งเอ้ยชางหลางกับเหยียนหลงมันกล้าไม่ไว้หน้าตระกูลลั่วของพวกเรา สักวันจะต้องฆ่าไอ้เดรัจฉานสองคนนั่นให้ได้”ลั่วกวงฮุยพูดเสียงดังอย่างไม่มีเหตุผล
เพียะ!
เมื่อลั่วซงเฉิงได้ยินคำพูดไร้สมองของลั่วกวงฮุยก็ตบใส่หน้าฉาดหนึ่ง ลั่วกวงฮุยทั้งรู้สึกมึนงง ทั้งรู้สึกไม่ได้รับความเป็ธรรมเหตุใดทุกครั้งคนที่ถูกตบจึงต้องเป็เขาด้วย?
“เ้าโง่ ฉันคิดว่าไอ้เ้าเย่เทียนเฉินมันเป็คนที่ฉลาดที่สุดในเมืองหลวงแล้วแกสิถึงจะเป็ไอ้คนไม่เอาไหนกับเศษสวะที่สุด!” ลั่วซงเฉิงด่าอย่างดุร้าย
“พ่อ ผมทำเพื่อตระกูลนะครับ...”ลั่วกวงฮุยที่ยังคงรู้สึกว่าไม่ยุติธรรม กล่าวอธิบาย
“แกบอกว่าทำเพื่อตระกูลงั้นเหรอ? ฉันว่าแกอยากจะทำให้ตระกูลตกต่ำจนไม่เหลืออะไรเลยซะมากกว่าชางหลางเป็ใคร เป็ถึงคนของคณะกรรมาธิการทหาร เหยียนหลงก็เป็ผู้บัญชาการของกองกำลังเหยี่ยวนักล่าแกรู้ถึงความร้ายกาจของกองกำลังเหยี่ยวนักล่ารึเปล่า? เป็กองกำลังขึ้นตรงต่อผู้บัญชาการทหารสูงสุดโดยตรงแกบอกว่าอยากจะฆ่าชางหลางกับเหยียนหลง ไม่ต้องพูดถึงลงมือหรอก แค่ถูกคนรู้เข้า พวกเราตระกูลลั่วจะต้องมีปัญหาแน่”ลั่วซงเฉิงด่าโครมๆ ใส่หน้าของลั่วกวงฮุยผู้เป็ลูกชายคนโต
สมควรแล้วที่ลั่วกวงฮุยคนนี้จะถูกด่าช่างโง่งมจริงๆ ที่ลั่วซงเฉิงพูดคำเ่าั้ออกมา ก็เพราะ้าระบายเท่านั้น และอยากจะให้ลูกชายทั้งสองคิดหาวิธีดูว่ามีทางใดที่จะใช้ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับเย่เทียนเฉินใน่ที่อยู่ในกองทัพได้บ้างไม่ได้อยากจะจัดการกับชางหลางและเหยียนหลงหากคิดถึงสถานะของชางหลางกับเหยียนหลงแล้ว ตระกูลลั่วย่อมไม่กล้าลงมือ สองคนนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็หนึ่งสามราชันย์นักรบของประเทศจีนการลงมือกับพวกเขาทั้งสองคงจะเป็การรนหาที่ตายเปล่าๆ ใครจะรู้ว่าลั่วกวงฮุยอยู่ดีๆ ก็พูดว่าจะฆ่าชางหลางกับเหยียนหลงเป็การกระทำฆ่าตัวตายโดยแท้
“ถะ...ถ้างันพวกเราจะทำยังไงกันดีครับ? หรือว่าเื่ของลูกเหลยกับลูกเทาจะพอแค่นี้?”
“พอเหรอ? ตระกูลลั่วของฉันไม่เคยถูกคนรังแกแบบนี้มาก่อนถ้าพอแค่ตรงนี้ ตระกูลลั่วจะไปยืนอยู่ตรงไหนในเมืองหลวง ตระกูลเย่บังอาจมาเป็ศัตรูกับฉันฉันจะต้องเอาคืนมันให้ได้ เย่เทียนเฉินมันบังอาจทำร้ายเหลยเอ๋อร์กับเทาเอ๋อร์จนพิการฉันจะเอาคืนมันเป็สิบเท่า” ลั่วซงเฉิงกล่าวอย่างเกรั้ยวกราด
“พ่อ พ่อหมายถึง...”ลั่วฉีที่ยืนไม่กล่าวอะไรอยู่ด้านข้างมาโดยตลอดเปิดปากถาม
“เ้าเดรัจฉานเย่เทียนเฉินยังไงก็ต้องตายในเมื่อลงมือต่อหน้าไม่ได้ งั้นก็ส่งคนไปซะ” ลั่วซงเฉิงกล่าวออกมาพร้อมยิ้มอย่างชั่วร้าย
“ทราบแล้วครับพ่อ ผมจะรีบไปหาอู๋เสวี่ยทันที”ลั่วฉีพยักหน้าพลางกล่าวออกมา
ลั่วซงเฉิงพยักหน้าจากนั้นจึงเปิดปากกล่าวว่า “แกระวังหน่อยนะ เ้าอู๋เสวี่ยคนนี้มันควบคุมไม่ง่ายเลยถ้าหากว่ามันไม่ยอมทำก็บอกมันว่า ขอเพียงมันช่วยฉันฆ่าเย่เทียนเฉินให้ได้ฉันก็จะหาวิธีปล่อยพ่อบุญธรรมของมันออกมาจากคุก...”
“ทราบแล้วครับ!”
“แล้วก็ติดต่อไปหาเหยียนหลงด้วยฉันยังหวังวาจะได้รับข้อมูลส่วนนั้น ฉันคิดว่าเย่เทียนเฉินไม่ธรรมดาขึ้นทุกวันๆ!”ลัวซงเฉิงกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว
อู๋เสวี่ยาาโลกมืดแห่งเมืองหลวงไม่มีใครทราบว่าเขามีลักษณะหน้าตาอย่างไรแต่กลับมีคนมากมายที่ได้ยินเื่ราวของเขา เขาคือเทพแห่งความตายที่เดินอยู่ในราตรีอันมืดมิดมักจะได้รับการว่าจ้างจากเหล่าผู้ทรงอิทธิพลและเหล่าตระกูลใหญ่ต่างๆ หลายคนทราบว่าขอเพียงอู๋เสวี่ยลงมือ ก็จะไม่มีใครฆ่าไม่ได้เด็ดขาดที่ได้รับสมญานามว่า ‘อู๋เสวี่ย(ไร้รอยเื)’ ก็เป็เพราะแต่ไหนแต่ไรการฆ่าคนของเขาล้วนสะอาดสะอ้านไม่ทิ้งร่องรอยไว้แม้แต่น้อย ถึงขั้นฆ่าคนได้โดยที่ไม่เห็นเืสักหยดเขาได้รับการยกย่องทั้งจากโลกเบื้องหน้าและเื้ัว่าเป็นักฆ่ามือหนึ่งแห่งเมืองหลวง
ครั้งนี้ลั่วซงเฉิงหมดสิ้นหนทางแล้วคณะกรรมาธิการทหารใกล้จะมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ จึงไม่สามารถลงมือต่อหน้าอย่างโจ่งแจ้งได้มิฉะนั้นจะส่งผลกระทบต่อการเลื่อนขั้นของเขา ในเมื่อไม่สามารถแก้ปัญหาในที่แจ้งได้ถ้างั้นก็แก้ปัญหาในทางลับก็พอ เขาเชื่อว่าขอเพียงอู๋เสวี่ยลงมือ จะต้องฆ่าเย่เทียนเฉินได้อย่างแน่นอนเพื่อขจัดความเคียดแค้นในใจ
เวลานี้ ภายในตึกสำนักงานใหญ่ของกองกำลังเหยี่ยวนักล่าเหยียนหลงกำลังมองเจียงเิและเฟยอวิ๋น
อย่างเคร่งเครียด ปรากฏความประหลาดใจและความไม่อยากจะเชื่อในสายตาเนื่องจากเมื่อสักครู่นี้ เจียงเิและ
เฟยอวิ๋นได้รายงานเื่การตายของเฉินหู่ซึ่งเป็อันธพาลในเขตใต้ให้เหยียนหลงฟัง โดยเฉพาะลักษณะการตายที่บรรยายออกมาได้อย่างละเอียดยิ่งแม้แต่เหยียนหลงที่ได้รับการยกย่องให้เป็ยอดฝีมือหนึ่งในสามราชันย์นักรบแห่งเมืองหลวงก็รู้สึกตกตะลึงอยู่บ้าง
“เย่เทียนเฉินเป็คนฆ่าสี่คนนั่นจริงๆเหรอ?” เหยียนหลงถาม
“ใช่ครับ มีแต่เขาที่ได้เข้าไป ทุกคนถูกฆ่าด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวร้ายกาจมาก โดยเฉพาะเฉินหู่ที่ถูกมีดสั้นเสียบทะลุหลอดลม และถูกปักตายอยู่คากำแพงแขนขวาถูกฟันขาด ในมือซ้ายถือปืนพกอยู่หนึ่งกระบอก น่าเสียดายที่ไม่ทันได้ลั่นไก...”เจียงเิที่มีความประหลาดใจอยู่เต็มหน้ากล่าวออกมา
“หัวหน้าเหยียนเื่นี้พวกเราต้องรายงานให้ฝ่ายรักษาความปลอดภัยสาธารณะทราบ เพื่อดำเนินการจับกุมเย่เทียนเฉินไหมครับ”เฟยอวิ๋นคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าวถาม
หลายวันมานี้เจียงเิและเฟยอวิ๋นสะกดรอยตามเย่เทียนเฉินอยู่ตลอดเพื่อ้าทราบทุกความเคลื่อนไหวของชายคนนี้ที่เหยียนหลงส่งเจียงเิกับเฟยอวิ๋นไปสะกดรอยตามก็ไม่ได้มีวัตถุประสงค์อื่นใดนอกจากเพื่อกู้หน้าให้กองกำลังเหยี่ยวนักล่าของตนเองเท่านั้นใครจะทราบว่าสะกดรอยตามอยู่ไม่กี่วันก็จะเกิดเื่ใหญ่เช่นนี้ขึ้น
“ไม่ต้อง ผมเพิ่งจะได้รับข้อมูลที่เย่เทียนเฉินได้รับการจัดเป็ความลับระดับหนึ่งของประเทศมาพวกคุณเองก็มาดูหน่อยเถอะ!” เมื่อเหยียนหลงพูดจบ ก็ส่งข้อมูลชุดหนึ่งให้แก่เจียงเิและเฟยอวิ๋น
เจียงเิและอวิ๋นเฟยรับข้อมูลที่เหยียนหลงส่งให้มาอ่านจากบนลงล่างไม่พบว่ามีส่วนผิดปกติ แต่เมื่อพวกเขาอ่านถึงส่วนที่เกี่ยวกับระดับการสู้รบทั้งสองต่างก็ปากอ้าตาค้าง เนื่องจากตรงบรรทัดนั้นมีตัวอักษรดูทรงพลังสองตัวกำกับไว้ว่า‘ไม่ทราบ’
“นี่...เป็ไปไม่ได้ไม่ทราบระดับพลังการสู้รบ? นี่มัน...”เจียงเิใจนพูดไม่ออก
“นายพลชางหลางเป็คนเขียนความคิดเห็นด้วยตัวเองดูท่าแล้วเื่ที่พวกทหารหน่วยรบพิเศษทั้งเจ็ดอย่างพวกเย่เทียนเฉินถูกลอบโจมตีในครั้งนั้นจะต้องมีความลับที่ทำให้ผู้คนตกตะลึงอยู่แน่ๆ ” เฟยอวิ๋นเองกล่าวพลางขมวดาคิ้ว
เหยียนหลงพยักหน้า ชางหลางเป็ใคร คงจะไม่มีใครรู้ชัดเจนไปกว่าเขาอีกแล้วเ้าหมอนี่เป็หนึ่งในสามราชันย์นักรบของประเทศจีนเช่นเดียวกับตนเองไม่ว่าตำแหน่งหรือความสามารถ ล้วนแต่ไม่มีใครกล้าดูเบา เพียงแต่หลายปีมานี้ เขากับชางหลางต่างก็มีโอกาสลงมือน้อยมีน้อยคนที่ทราบถึงฝีมือความสามารถที่แท้จริงของพวกเขา แต่ว่าต่างก็เป็คนที่มาจาก่เวลาเดียวกันจะมากน้อยก็รู้ถึงพลังของอีกฝ่าย สามารถทำให้ชางหลางเขียนคำว่า ‘ไม่ทราบ’ลงไม่ในส่วนของระดับการสู้รบได้ เย่เทียนเฉินคงจะเป็คนแรกในประวัติศาสตร์
“หรือว่าจะเป็อย่างที่ข่าวลือบอกจริงๆ เย่เทียนเฉินฆ่าล้างพวกโจรทั้งหมดด้วยตัวคนเดียวกระทั่งยอดฝีมือของกลุ่มทหารรับจ้างมารโลหิตก็ถูกเก็บหมด แล้วแบกหานเจี๋ยกลับมายังกองทัพคนเดียว?” เฟนอวิ๋นชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะกล่าวถาม
“นี่มันแกร่งเกินไปหรือเปล่า?” เจียงเิพูดอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“เอาล่ะๆ ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องตรวจสอบเย่เทียนเฉินให้ชัดเจนอีกอย่างผมยังยืนยันคำเดิม ถ้ามีโอกาสพวกคุณทั้งสองคนก็ลงมือสั่งสอนเย่เทียนเฉิน ให้เขารู้ถึงความร้ายกาจของกองกำลังเหยี่ยวนักล่าของพวกเราผมไม่เชื่อว่าพลังการต่อสู้ของเขาจะแข็งแกร่งขนาดนั้น” เหยียนหลงกล่าวเสียงเข้ม
ในความเป็จริง ถ้าหากว่าแข็งแกร่งดังเช่นในข่าวลือล่ะก็ความสามารถในการสู้รบของเย่เทียนเฉินก็ทำให้ผู้คนตกตะลึงเกินไปแล้ว เพราะจะมีระดับความสามารถสูงพอๆกับชางหลางและเหยียนหลงเลยทีเดียว หลายปีมานี้ไม่เคยปรากฏผู้แข็งแกร่งเช่นนี้มาก่อนดังนั้นเย่เทียนเฉินจะมีความสามารถขนาดนี้หรือไม่ เหยียนหลงคิดว่ายังคงต้องรอการตรวจสอบ
เจียงเิกับเฟยอวิ๋นรับคำสั่ง แต่เหยียนหลงกลับขมวดคิ้วจุดบุหรี่ขึ้นมวนหนึ่ง แล้วสูบเข้าไปเต็มปอดนับวันเขาก็ยิ่งรู้สึกว่าเย่เทียนเฉินคนนี้ยิ่งทำให้ผู้คนมองไม่ออก สุดท้ายจึงเผยรอยยิ้มออกมาที่มุมปากกล่าวพึมพำกับตนเองว่า
“เย่เทียนเฉิน ตกลงแล้วคนทั้งเมืองหลวงหัวเราะเยาะนายหรือเป็นายที่กำลังหัวเราะเยาะคนทั้งเมืองหลวงกันแน่? น่าสนใจขึ้นเรื่อยๆ ซะแล้วสิ!”