Pioneer Era

    ตอนที่ 131 ไล่ล่า (2)

    ***ภูติน้อยที่มีความรัก [ลิลลี่ออฟซิเดียน]

    “พบเด็กนักเรียน ดูจากชุดแล้วคิดว่าเป็นนักเรียนจากโรงเรียนไพโอเนี่ยร์ครับ กำลังตรวจสอบตัวตนอยู่ครับท่าน! ”

    คุณตำรวจสุดเฮียบกำลังรายงานให้เบื้องบนทราบอยู่ละดอง

    จะทำยังไงดีละเนี่ยดอง?

    เนื่องจากแฟตกำลังถูกลอบสังหาร พวกเราเลยจับเธอสวมฮูท แล้วให้แกล้งทำเป็นเผ่ามนุษย์ไปในระหว่างที่เดินมุดตามตรอกซอยเพื่อไปที่จุดศูนย์กลางของเมือง

    แต่ดันมาถูกตำรวจจับตัวได้เสียก่อนนี่สิดอง…



    ซวยชะมัดเลยดอง!

    แต่ไม่เป็นไร เพราะทุกเหตุการณ์ที่เอาชีวิตไปเสี่ยง ฉันมักจะรอดด้วยเหตุผลแปลก ๆ เสมอ

    ฉันคือภูติน้อยสุดน่ารักผู้มีดวงดีเป็นที่ตั้ง!

    ฉันคือตัวนำโชคของกลุ่ม!

    เพราะฉะนั้น มันจะต้องมีความช่วยเหลือส่งตรงลงมาจากพระเจ้าแน่นอนดอง!

    “เอาละ เอาบัตรประจำตัวออกมาแสดงให้ดูหน่อยสิ? แล้วตามพวกลุงไปโรงพักกัน”

    หรือว่าครั้งนี้จะดวงจู๋กันนะ…



    “ (เอายังไงดีแฟต อาละวาดแล้วหนีออกไปกันเลยไหมดอง?) ”

    “ (... ถ้าถึงเวลา คงต้องยอมแสดงตัวตนค่ะ แล้วยอมถูกพาตัวไปหายัยนั่นตรง ๆ ถึงจะมีความเสี่ยงที่จะถูกฆ่าสูง แต่ก็ยังดีกว่าอาละวาดแล้วถูกตามล่าจากทั้งเมืองค่ะ) ”

    “ (งั้นแล้วแต่เธอตัดสินใจเลยนะดอง) ”

    “ (อีกเรื่อง ถ้าหากเห็นว่ามีความเสี่ยงต่อชีวิตมากเกินไป พวกคุณลิลลี่สามารถถอนตัวไปช่วยพ่อแม่ของคุณกันก่อนได้เลยค่ะ ฉันไม่อยากให้พวกคุณมายุ่งเกี่ยวกับการเมืองของพวกฉันไปมากกว่านี้ค่ะ) ”

    “ (ปากพูดแบบนั้น แต่จ้างผมให้มาเสี่ยงหน้าตาเฉยเนี่ยนะ?) ”

    “ (คุณโฮปค่ะ สำหรับอมนุษย์อย่างคุณมันเป็นอีกเรื่องค่ะ) ”

    “ (นั่นปากเรอะ!? แล้วนี่ผมกลายเป็นอมนุษย์ตั้งแต่เมื่อไหรฟะ!?) ”

    “ (แค่หลบลูกปืนได้โดยไม่ใช้อาวุธหรือชุดเกราะช่วย แค่นั้นก็เป็นอมนุษย์มากพอแล้วค่ะคุณโฮป) ”

    “ตรงนั้นซุบซิบอะไรกัน! เงียบ แล้วรีบแสดงบัตรประจำตัวออกมาซะ! ”



    คุณตำรวจโกรธใหญ่แล้วงะ

    แต่บังอาจมาตวาดใส่แบบนี้ มันต้องเจอฉันแก้เผ็ดซักหน่อยแล้วดอง!

    “จาวิส! ยิงระเบิดถังขี้มังกรมาได้เลย! ขอแบบ [สด ๆ] ที่ฉันแช่เย็นเตรียมเอาไว้เลยดอง! ”

    “รับทราบค่ะ”

    เสียงของจาวิสดังขึ้นผ่านหูฟังที่สวมเอาไว้ตรงหูข้างขวา

    เนื่องจากจาวิสต้องไปเติมพลังงานราวหนึ่งชั่วโมงที่บ้าน เลยทำให้ไม่สามารถมาอยู่ตรงนี้ได้

    แต่เธอยังสามารถสนับสนุนด้วยการใช้เครื่องยิงหินแบบโบราณมาจากสวนหลังบ้านของฉันได้อยู่

    ไม่ได้จะโม้ แต่เครื่องยิงหินนี้ฉันสร้างเอาไว้ตั้งแต่สมัยเด็ก เพื่อเอาไว้ใช้แกล้งชาวบ้านเองแหละดอง

    กระสุนก็แน่นอนว่าคือกองขี้ของมังกรที่คุณแม่เลี้ยงเอาไว้ในธุรกิจเมล็ดกาแฟของท่านแม่นะ



    “ระเบิดถังขี้อะ---”

    *แพละ*

    ก้อนขี้มังกรขนาดเท่าหัวคนตกใส่หัวของคุณตำรวจทั้งสิบคนอย่างแม่นยำ ราวกับมีคนถือมาบรรจงวางลงบนหัวของพวกเขา

    กลิ่นแสนเย้ายวนหอมรัญจวนจนแทบสลบ กำลังส่งกลิ่นลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณ

    ส่วนพวกคุณตำรวจนั้น… ถึงกับยืนอึ้งนิ่งไปเลยดอง~

    “...ทำบ้าอะไรของเธอกันฟะยัยบ้อง! ”

    “หาเหามาให้พวกเราแล้วยังไงละคะ...”

    "ฉันบอกว่าอย่าหาเรื่อง…"

    “ทะ--- ทุกคนรีบใช้จังหวะนี้เผ่นเร็วเจ้าค่ะ! ”

    “ใช่~ ใช่~ เผ่นกันเร็ว~ ดอง~ ด้อง~”

    “““ไม่ต้องมาทำเป็นร่าเริงเลยนะ! ”””



    พวกเรารีบวิ่งหนีกลับเข้าไปในตรอกซอย โดยมีคุณตำรวจวิ่งไล่ตามหลังมาด้วยความโกรธ

    “หยุดนะไอพวกเด็กแสบ! ”

    “อย่าเห็นว่าเป็นเด็กแล้วพวกตรูจะไม่กล้ายิงนะเฟ้ย! พวกเราได้รับอนุญาตให้ยิงทิ้งได้! ถ้าไม่หยุด พวกเราจะยิงเอาชีวิต! ”

    “จาวิส! ขอแบบจัดหนักเลยดอง! ถ้าขี้มังกรหมด ก็ใช้ปลาร้าที่ฉันดองเอาไว้มาใช้ได้เลยดอง! ”

    “ได้ค่ะนายน้อยหญิงของฉัน~”

    เสียงของจาวิสเองก็ดูเหมือนจะสนุกด้วยเหมือนกัน



    “แม่งลอยมาอีกชุดแล้วเฮ้ย! ”

    “เหม็น! นี่มันเชี่ย--- ปลาร้า? ทำไมถึงมีปลาร้าลอยข้ามท้องฟ้ามาได้กันฟะ! ”

    ปลาร้าที่ฉันทำอร่อยนะเออ

    “ไม่ต้องสนใจแล้ว ยิง! ยิงพวกมันเลย! ”

    กระสุนอากาศจำนวนมากถูกลั่นยิงออกมาจากรังเพลิงโลหะสีดำ

    ไร้ซึ่งสี กลิ่น เสียง

    มันคือปืนอัดอากาศที่ถูกออกแบบมาให้ตำรวจใช้งาน

    สามารถปรับความแรงได้ตั้งแต่เท่าแรงคนชก ไปจนถึงแรงระดับหัวกระสุนปืนเจาะเกราะรถถัง

    กระสุนอากาศจำนวนมากถูกยิงถมเข้ามาทุกตารางนิ้วของตรอกซอยที่มีความกว้างเพียงแค่สองเมตร

    สรุปคือไม่มีที่หลบ…

    เกิดเสียงกระแทกอย่างรุนแรงของกระสุนอากาศที่ยิงไปกระทบผนังกับถังขยะเหล็กที่วางเรียงราย

    ผนังปูนอาคารถึงกับร่อนแตกออก ถังขยะเหล็กเองก็ถึงกับกระเด็นปลิวขึ้นท้องฟ้าสูงสองเมตรพร้อมกับรอยยุบน่ากลัว



    “เหวอ! เกือบทำขนร่วงแล้วไหมละ!? ขอบคุณนะพรุน! ”

    “เดียวฉันอยู่รั้งท้ายให้เองค่ะ หนูลี่ รบกวนออกไปจากร่างกายของฉันก่อนด้วยค่ะ”

    *ปี้~*

    เพราะไม่มีที่หลบ พรุนเลยยอมสละตัวเองยืนท้ายแถวเพื่อเป็นโล่เนื้อให้กับพวกเรา

    “ดูท่าเขาไม่ตั้งใจจะสังหารพวกเราค่ะ กระสุนถูกปรับในระดับความแรงแค่หมัดชกของเผ่ายักษ์ ของแค่นี้สำหรับฉันแล้วมันก็แค่การนวดตัวธรรมดาค่ะ”

    สมกับเป็นเผ่ายักษ์ ของแค่นี้ไม่สามารถทำอะไรเธอได้เลย

    ถ้าเป็นฉันละก็ แค่นัดเดียวก็คงได้ไปเฝ้าพระเจ้าแล้วละดอง~



    มันคือฉากการไล่ล่าที่เร้าใจ

    ห่ากระสุนสาดไล่หลังกระจายไปทั่วหล้า

    กำแพงอาคารปริแตกกระจายไปทั่ววิสัยทัศน์

    เสียงกระแทกของหัวกระสุนอากาศดังกึกก้องมิขาดสาย

    เสียงฝีเท้าที่กระทบพื้นหินดังสะท้อนก้องกังวาล

    อีกทั้งยังเสียงกรีดตะโกนอย่างโกรธแค้นของเหล่าผู้ล่า

    ใช่… มันเป็นฉากไล่ล่าที่ราวกับหลุดมาจากหนังภาพยนต์ชั้นนำ

    *แพละ*

    ถ้าหากว่าไม่มีฝนขี้มังกรกับปลาร้าร่วงใส่เป็นระยะอะนะ…



    “หัวหน้า ขอคำสั่งเพิ่มความแรงปืนเพื่อจัดการอีเด็กเวรพวกนั้นครับ! ”

    “แต่พวกมันเป็นแค่เด็ก จะให้รุนแรงไป---”

    *แพละ*

    “...”

    อุ้ย~?

    ขี้มังกรก้อนใหญ่เข้าปากคนที่เป็นหัวหน้าเต็ม ๆ เลยดอง~

    สมกับเป็นจาวิส เล็งได้แม่นยำมากเลยดอง

    แต่ไม่ต้องกลัวเชื้อโรคหรอกนะ เพราะขี้แต่ละก้อนที่ฉันเตรียมเอาไว้นั้น ได้นำมาแยกฆ่าเชื้อโรคทิ้งไปหมดแล้ว

    ขี้มังกรสำหรับแกล้งคนตรา [ลิลลี่ ออฟซิเดียน]

    สะอาด ปลอดภัย สบายใจหายห่วง

    เพิ่มเติมคือกลิ่นแสนรัญจวรชวนสลบ~

    มีขายแล้ววันนี้ทั่วราชอาณาจักร ขอเชิญเผ่าภูติผู้ชื่นชอบการกลั่นแกล้งมาซื้อได้ ติดต่อตอนนี้ ยินดีลดราคาให้เป็นพิเศษเลยดอง!



    “ทุกหน่วยปรับความแรงสูงสุด! เป่าให้แขนขามันขาดกระจุยไปเลย! ไม่ต้องกลัว! ยังไงก็ต่อกลับได้อยู่แล้ว! ต้องจับอีเด็กเวรพวกนี้ให้ด้ายยยย! ”

    ดูท่า… จะฟิวขาดแล้วดอง

    “ทางนี้! ”

    “ปิดล้อมมันเอาไว้! ”

    แถมดูท่าจะมีกำลังเสริมวิ่งมาดักจากทางข้างหน้าด้วย

    แย่แล้วดอง!

    “ทุกคน ทางนี้เจ้าค่ะ! ”

    ในตอนนั้นเองที่เอทขึ้นไปวิ่งนำหัวแถว แล้วตัดไปทางขวาตรงซอยแยกด้านหน้า

    “นั่นมันทางตันไม่ใช่หรือดอง? ”

    “เชื่อใจฉันเถอะค่ะ”

    เอทว่าเช่นนั้น แล้ววิ่งตรงไปที่กำแพงไม้สูงสามเมตรของบ้านหลังหนึ่ง

    เธอคว้ามีดพร้ายาวหนึ่งฟุตออกมาจากเอวด้วยมือขวา แล้วฟันกำแพงที่ว่าจนขาดกระจุย



    “ทางไม่มีก็สร้างขึ้นมาเองสิเจ้าคะ? ”

    “ทำลายทรัพย์สินดอง! ”

    “ไม่เป็นไรค่ะ เพราะบริเวณนี้ดูแล้วน่าจะไม่มีกล้อง อีกอย่าง ข้าน้อยเตรียมหลักฐานที่ชี้ชัดว่าเป็นฝีมือของท่านโฮปเตรียมเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีทางสืบสาวมาถึงตัวข้าน้อยได้แน่นอนเจ้าค่ะ”

    “แล้วทำไมต้องมาเพิ่มหนี้ให้ตรูด้วยฟะ! ”

    โฮปผู้น่าสงสาร~ ดอง~

    เอาละ พักเรื่องแกล้งคนเอาไว้แค่นี้ก่อน

    เพื่อที่จะหนีออกจากวงล้อม พวกเราเลยใช้วิธีของเอท ทะลวงผ่านกำแพงบ้านคนออกไปตรง ๆ เลย

    พวกเราทำลายและบุรุกบ้านคนอื่นไปเกือบสามหลังติด จนกระทั้งออกมาที่ถนนใหญ่อีกครั้ง



    “หยูดด---”

    *แพละ*

    อุ้ย~ คนที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้า ถูกขี้มังกรยัดปากไปอีกก้อนแล้วดอง~

    ว่าแต่จำนวนคนของพวกตำรวจลดลงหรือเปล่านั่น?

    มันน่าจะมีเพิ่มขึ้นสิ แต่ทำไมถึงเหลือแค่ห้าคนแล้วละดอง?

    ช่างมันเถอะ

    ตอนนี้ต้องรีบหาทางสลัดให้หลุดก่อน

    ฉันหันรีหันขวาเพื่อมองหาเส้นทางหลบหนี

    ในตอนนั้นเอง---

    “นี่… มีใครในพวกเราขับรถเป็นบ้างไหม? ”

    ---ที่ฉันได้เห็นถึงเส้นทางหนีของพวกเรา



    ***



    ฉัน… ฉันคือความเร็ว

    “เออ! รู้แล้วว่าคือความเร็ว! ซิ่งไปเลยไฮเจน! ”

    “ยะฮูว์! เร็วสุด ๆ ไปเลย! ดอง~! ”

    “พุ่งตรงไปที่ทำเนียบรัฐบาลทั้ง ๆ แบบนี้เลยค่ะคุณไฮเจน! ”

    พวกเราทั้งเจ็ดคนกำลังนั่งอยู่บนรถบรรทุกสิบล้อขนาดใหญ่

    ไฮเจนกับโฮปนั่งอยู่ที่นั่งข้างหน้า ส่วนที่เหลือนั่งอยู่ส่วนตู้คอนเทนเนอร์ข้างหลัง

    พอดีว่าเมื่อกี้หันไปเจอรถส่งของมาจอดอยู่ริมถนนใหญ่หน้าห้าง พวกเราเลยไปขอยืมมาใช้ชั่วคราวนะดอง

    ขอยืมแบบไม่บอกเจ้าของอะนะ



    “มีอะไรก็ไม่รู้ส่องแสงวิ้ง ๆ วิ่งไล่ตามมาเป็นพรวนเลยเจ้าค่ะ! ”

    “นั่นคือรถตำรวจนะเอท! จาวิส ช่วยสกัดให้หน่อย! ใช้ระเบิดสไลม์เหนี่ยวหนืดเลยดอง! ”

    “รับทราบค่ะนายน้อยหญิง”

    ระเบิดสไลม์เหนี่ยวหนืดคือสารสกัดจากสไลม์ที่ฉันเอามาดัดแปลงให้กลายเป็นเมือกใส ๆ เหนี่ยว ๆ

    มันคือของแกล้งคน (โดยเฉพาะกับนักเรียนหญิง) ที่ฉันเตรียมเอาไว้นะดอง

    มันทั้งเหนี่ยว มีกลิ่นเฉพาะตัวที่แปลกประหลาด และยังสามารถละลายเสื้อผ้าที่ทอมาจากเส้นใยของธรรมชาติได้

    ด้วยคุณสมบัตินี้ น่าจะช่วยทำให้รถแบบมีล้อวิ่งได้ยากขึ้น

    ห่าฝนเมือกใส ๆ เริ่มถูกโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า

    “เสร็จฉัน---”



    แต่พริบตาที่คิดว่าพวกรถตำรวจจะลื่นไถล พวกมันก็หดล้อกลับเข้าไปในตัวถัง แล้วเปลี่ยนไปใช้ระบบบินเลียบผิวถนนแทนซะงั้น

    ลืมไปเลยว่ารถเดียวนี้มันมีระบบลอยตัวอยู่ด้วย…

    “ทางนั้นจะยิงสวนกลับมาแล้วดอง! ”

    “ไม่เป็นไร เชื่อมือฉันได้เลย! ”

    เสียงของไฮเจนตะโกนมาจากที่นั่งคนขับ

    นำเสียงของเธอดูราวกับเป็นคนละคน

    มันเป็นน้ำเสียงของคนที่--- เหมือนคนที่เมายาบ้าไปแล้ว…



    “จับให้แน่นนะ! ”

    “แว๊กกกก! ”

    ตัวรถถูกเหวี่ยงอย่างรุนแรง

    ไฮเจนเริ่มบังคับรถให้ปล่อยไปตามสัญชาตญาณของตัวเอง เพื่อหลบเลี่ยงลูกปืนอากาศสังหารของคุณตำรวจ

    กระสุนอากาศถูกลั่นยิงออกมาเป็นจำนวนมาก โดยเล็งไปที่ตัวถังรถกับเครื่องยนต์ลอยตัวของรถบรรทุก

    กระสุนพวกนั้นส่งเสียงกังวาลไปทั่วเมือง และยังถูกปรับความรุนแรงจนถึงระดับอาวุธสงครามอีกด้วย

    พื้นถนนคอนกรีตถูกเจาะแตกพังทลาย เศษหินปลิวว่อนไปทั่วดั่งพายุทราย

    ไฮเจนเองก็ขับอย่างเมามัน หลบหลีกไปมาโดยไม่คิดแม้แต่จะลดความเร็ว

    ร่างกายถูกโยกไปทางซ้ายและขวาสลับกัน ถูกจับเหวี่ยงอย่างรุนแรงจนโลกทั้งใบหมุนติ้ว~ หมุนติ้ว~

    ความรู้สึก… ราวกับถูกจับโยนไปในใจกลางของพายุทอร์นาโดเลย~

    ดอง~

    จะอ้วกแล้วดอง~



    “เหวอ สล๊อตร่วงลงไปแล้วเจ้าค่ะ!? ”

    “กลิ้งกระเด็นไปตามถนนแล้ว! ”

    แม่สาวเมดขี้เซาถูกเหวี่ยงลงไปจากตู้คอนเทนเนอร์ด้วยความเร็วระดับ 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

    ร่างของเธอกลิ้งไปกับถนนอย่างรุนแรงจนชุดคลุมขาดกระจุย

    ผมสีครามมัดเปียยาวสองข้างแนบหัวคล้ายเขาแพะถูกเผยออกมาให้เห็น พร้อมกับใบหูกับหางหมาป่าของเธอ

    แต่เพราะมีม่านบาเรียสีแดงหุ้มปกป้องเธอเอาไว้ จึงทำให้ชุดเมดสีดำของเธอไม่ขาดกระจุย และไม่กลายเป็นเศษเนื้อไปก่อน



    แถมเธอยัง---

    “ZZzzz”

    “““ยังหลับได้ลงคออีกเรอะ! ”””

    ---ยังหลับได้ต่อทั้ง ๆ ที่กำลังกลิ้งไปตามถนนด้วยแรงเหวี่ยงนั้น

    กลิ้ง กลิ้ง~

    “เฮ้ย!? ตัวบ้าอะไรเนี่ย!? ”

    เหมือนจะได้ยินเสียงของคุณตำรวจดังขึ้นด้วยความตกใจ

    เธอกลิ้งไปพร้อมกับม่านบาเรียทรงไข่สีแดง จนไปชนกับรถตำรวจที่วิ่งไล่ตามมา

    แต่แทนที่ร่างน้อย ๆ ของเธอจะเป็นฝ่ายกระเด็น กลับกลายเป็นฝ่ายรถตำรวจที่ลอยขึ้นท้องฟ้าไปแทน…



    สล็อตยังคงกลิ้งไม่หยุด

    “Zzzz”

    เธอบังคับตัวเองให้ไปกลิ้งไล่ชนรถตำรวจที่ไล่ตามมา

    ไล่ชน ไล่ชนรถทุกคัน จนรถตำรวจที่ไล่ล่าทั้งยี่สิบกว่าคัน ถูกทำให้พลิกคว่ำย่อยยับไปเสียสิ้น

    เปลวไฟลุกโชนไปทั่วถนนพร้อมกับเสียงร้องโอดครวญแห่งความเจ็บปวด

    โชคดีที่ไม่มีใครตายนะดอง…

    หลังจากกวาดรถตำรวจหายไปจนเหี้ยน เธอก็กลิ้งกลับมาที่รถด้วยความรวดเร็วอันน่าเหลือเชื่อ

    กลิ้งแบบหลับตามาด้วยนะเออ

    “ZZzzz”

    “ยังนอนหลับหน้าตายได้อีกนะคะคน ๆ นี้…”

    “ก็สมกับเป็นท่านสล็อตละนะเจ้าค่ะ”



    “ปี้? ”

    “มีอะไรหรือค่ะหนูลี่? ”

    อยู่ ๆ เจ้ามังกรขี้เรื้อนก็เงยหน้ามองท้องฟ้าสีแดงฉานด้วยสายตาของนักล่า

    “...เสียง? ”

    ฉัน… ได้ยินเสียงของอะไรสักอย่าง

    มันเป็นเสียงของเครื่องต่อต้านแรงโน้มถ่วง

    นี่มัน…

    “ยานหุ้มเกราะปราบจราจลนี่ดอง! ”



    สิ่งที่กำลังบินตรงมาทางพวกเรานั้น คือยานหุ้มเกราะที่ใช้สำหรับปราบจราจลของตำรวจ

    มันมีรูปร่างคล้ายกับปลากระเบนสีขาวที่มีขนาดกว้างห้าเมตร ยาวสี่เมตร

    ตามลำตัวของมันจะมีแถบสีดำทาเป็นเส้นขนาดยาวจากหน้าไปถึงหลัง

    ปีกทั้งสองฝั่งมีแก้วทรงกลมนูนติดเอาไว้ที่ข้างใต้

    มันคือเครื่องต่อต้านแรงโน้มถ่วงที่กำลังเรื่องแสงสีฟ้า พร้อมกับระบายไอร้อนออกมา

    ตรงกลางคือห้องควบคุมที่ติดกระจกกันกระสุน

    ตัวยานถูกหุ้มด้วยม่านบาเรียสนามแม่เหล็กแรงสูง กับม่านพลังงานแสงเลเซอร์ เป็นบาเรียสองชั้นที่แข็งแกร่งทนทานมาก

    ถ้าหากว่าโจมตีออกไปแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ คงได้ถูกพลังพวกนั้นย้อนโจมตีกลับใส่แทน

    อาวุธของมันคือปืนกลอากาศ ที่สามารถปรับความแรงได้ตั้งแต่ระดับแรงคนชกเพื่อใช้ปราบฝูงชน ไปจนถึงระดับหัวกระสุนปืนใหญ่ทำลายล้างเพื่อใช้จับตายพวกผู้ก่อการร้าย

    ดูท่า… จะเจอของแข็งเข้าให้เสียแล้วดอง