ประตูเส้นทางโบราณ

    บทที่ 86 เหรียญยืนยันตัวตน

    บทที่ 86 เหรียญยืนยันตัวตน


       “ต่อจากนี้ฉันจะแจกเหรียญยืนยันตัวตนให้พวกนาย เหรียญยืนยันตัวตนคืออะไร? บางคนอาจยังไม่รู้จัก งั้นวันนี้ฉันจะบอกพวกนายเองว่าเหรียญยืนยันตัวตนคืออะไร เหรียญยืนยันตัวตนนั้นมีเอาใว้ยืนยันตัวตนตามชื่อของมันเลย พวกนายจะได้ไม่ต่อสู้กับพวกเดียวกัน…”


        “มันถูกสร้างขึ้นมาโดยใช้แร่ชนิดพิเศษ พวกนายเคยสงสัยกันมั้ยว่าทำไมตอนลงทะเบียนสำรวจมิติเร้นลับ พวกนายถึงต้องหยดเลือดให้กับพวกเราเพื่อลงทะเบียน นั่นก็เพราะพวกเราต้องใช้หยดเลือดของพวกนายในการทำเหรียญยืนยันตัวตนยังไงล่ะ…”


       “แล้วยืนยันตัวตนอย่างไร? เพียงแค่พวกนายใช้สัมผัสรับรู้ของตนเองครอบคลุมมันใว้จากนั้นก็กระตุ้นใช้งานมัน เหรียญยืนยันตัวตนจะทำงาน เมื่อทำงานด้านหลังของเหรียญจะปรากฏชื่อสีแดงเลือดของพวกนายขึ้นมา ด้านหน้าของเหรียญยืนยันตัวตนคือกลุ่มหรือองค์กรที่พวกนายอยู่ มีใครอยากจะถามอะไรอีกมั้ย?” ระดับครึ่งก้าวชั้นยอดที่ถูกส่งมาโดยพวกระดับสูงของกลุ่มวายุศักดิ์สิทธิ์กล่าวอธิบาย


       “ผมมีคำถามจะถามครับ?” เวลานั้นโจรคนหนึ่งในกลุ่มโจรวายุศักดิ์สิทธิ์พลันยกมือขึ้นถาม


       “นายมีอะไรสงสัย?”


       “ถ้ามีคนสังหารเจ้าของเหรียญยืนยันตัวตนจากนั้นก็ปลอมแปลงเป็นเจ้าของเหรียญ แบบนั้นเป็นไปได้มั้ยครับ? และหากเป็นไปได้พวกเราจะรู้ได้อย่างไรว่าคนอื่นนั้นเป็นเจ้าของเหรียญตัวจริงรึเปล่า?” โจรซึ่งยกมือขึ้นเมื่อครู่ถามคำถามที่มันสงสัยออกมา


       ระดับครึ่งก้าวชั้นเยี่ยมยังคงสีหน้าไม่เปลี่ยน มันคาดเดาเอาใว้แล้วว่าจะต้องมีคนถามมันแบบนี้แน่ “เป็นคำถามที่ดี! อย่างที่บอกไปเหรียญยืนยันตัวตนทำมาจากเลือดของพวกนาย เพราะงั้นพวกนายแต่ละคนถึงสามารถใช้งานเหรียญยืนยันตัวตนของตัวเองได้ พูดง่ายๆก็คือพวกนายแต่ละคนสามารถกระตุ้นการทำงานของเหรียญยืนยันตัวตนได้แค่เหรียญที่ถูกสร้างขึ้นด้วยเลือดของตัวเองเท่านั้น…”


       “เหรียญยืนยันตัวตนแต่ละเหรียญนั้นถูกสร้างขึ้นด้วยเลือดของคนละคน พวกนายไม่ต้องเป็นห่วงไป ไม่มีใครสามารถปลอมแปลงเป็นเจ้าของเหรียญยืนยันตัวตนได้ทั้งนั้น” คำตอบของระดับครึ่งก้าวชั้นยอดทำให้โจรมากมายหายสงสัย


       ‘ถ้าฉันใช้ความสามารถของอักษรลี้ลับ“สับสน”ล่ะจะสามารถกระตุ้นการทำงานของเหรียญยืนยันตัวตนได้มั้ย?” สายฝนคิดในใจ หากเป็นครึ่งเดือนก่อนเขาคงคิดเรื่องนี้ไม่ออก แต่เวลานี้ภายในใจสายฝนอักษรลี้ลับ“สับสน”น่ะทำอะไรได้มากกว่าใช้ต่อสู้กับศัตรู


       “ยังมีใครสงสัยอะไรอีกมั้ย?” ระดับครึ่งก้าวชั้นยอดถาม ผ่านไปสามนาที เห็นว่าไม่มีใครถาม มันก็ออกคำสั่งให้ลูกน้องมันแจกเหรียญยืนยันตัวตน


       “คนแรก ดาบทองคำยักษ์ รีบมารับเหรียญยืนยันตัวตนเร็วๆ” ลูกน้องระดับครึ่งก้าวชั้นยอดตะโกนหลังอ่านข้อความในกระดาษแผ่นหนึ่ง เพียงไม่นานโจรคนหนึ่งก็เดินไปรับเหรียญยืนยันตัวตน ดาบทองคำยักษ์ ไม่ใช่ชื่อจริงของมันแต่เป็นคำเรียกขาน ส่วนใหญ่แล้วพวกโจรมักบอกคำเรียกขานให้คนอื่นรู้ พวกมันจะไม่บอกชื่อจริงยกเว้นคนที่พวกมันใว้ใจได้


       โจรซึ่งเป็นคนตะโกนเมื่อครู่หยิบกล่องขนาดเล็กออกมาจากที่ใดไม่ทราบ หยิบออกมาแล้วมันก็วางกล่องใว้บนโต๊ะข้างๆ ฉับพลันสัมผัสรับรู้ของมันครอบคลุมกล่องขนาดเล็ก จากนั้นก็กระตุ้นให้กล่องทำงาน วินาทีถัดมากล่องพลันขยายใหญ่ขึ้นหลายเท่า โจรอีกคนที่เป็นลูกน้องของระดับครึ่งก้าวชั้นยอดเหมือนกันก็รีบเปิดกล่อง ก่อนจะหยิบเหรียญสีทองวาววับหนึ่งเหรียญออกมาจากกล่อง


       ใช้วิธีพิเศษบางอย่างตรวจสอบมันสองสามวินาทีและโยนเหรียญยืนยันตัวตนให้โจรที่มีคำเรียกขานว่าดาบทองคำยักษ์ “รับนี่ไป” ดาบทองคำยักษ์รีบรับเหรียญยืนยันตัวตนที่ถูกโยนมา มันก้มหัวให้ลูกน้องของระดับครึ่งก้าวชั้นยอดสองคน ต่อมาก็เดินไปยืนอยู่ที่เดิมก่อนหน้านี้


       “คนต่อไป หมาบ้า รีบๆมารับเหรียญยืนยันตัวตน” เห็นโจรคนแรกได้รับเหรียญยืนยันตัวตนไปแล้ว โจรซึ่งเอากล่องออกมาก็อ่านข้อความในแผ่นกระดาษและตะโกนเสียงดังอีกครั้ง ไม่นานโจรที่ใช้คำเรียกขานว่าหมาบ้าก็มาถึงหน้ากล่อง


       เวลาไหลผ่านไปเรื่อยๆ โจรในกลุ่มวายุศักดิ์สิทธิ์ค่อยๆออกมารับเหรียญยืนยันตัวตนทีละคน ยี่สิบคน สามสิบคน เจ็ดสิบคน หนึ่งร้อยคน หนึ่งร้อยห้าสิบคน สายฝนเป็นคนที่สองร้อยยี่สิบสาม ส่วนรินเป็นคนที่สองร้อยยี่สิบสี่ เมื่อทั้งคู่รับเหรียญยืนยันตัวตนแล้วพวกเขาก็กลับไปอยู่ที่เดิม


      สามชั่วโมงถัดมา พวกลูกน้องของระดับครึ่งก้าวชั้นยอดก็แจกเหรียญยืนยันตัวตนเสร็จ ระดับครึ่งก้าวชั้นยอดพูดบางอย่างอีกเล็กน้อยก่อนจะพาพวกโจรของกลุ่มวายุศักดิ์สิทธิ์ไปหน้ารอยแยกมิติ มาถึงก็พบว่ามีพวกโจรกลุ่มอื่นมาถึงก่อนแล้วสามกลุ่ม


       “นายกำลังมองหาอะไรอยู่?” รินถามสายฝนซึ่งกำลังมองซ้ายมองขวาด้วยความสงสัย ตั้งแต่เมื่อครู่แล้วเขาเอาแต่หันซ้ายมองขวาอยู่นั่นแหละ แทนที่จะสนใจรอยแยกมิติ


       สายฝนไม่ได้ปิดบัง เขากล่าวออกมาตามจริง “ฉันกำลังมองหาผู้หญิงคนนั้นอยู่น่ะ” รินถามต่อ “ผู้หญิงจากองค์กรวายุทมิฬอ่ะนะ” 


       สายฝนพยักหน้าจากนั้นจึงกล่าวว่า “ฉันคิดว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะมาก่อนพวกเรา เพราะเธอไม่จำเป็นต้องรอรับเหรียญยืนยันตัวตนเหมือนเรา จากข้อมูลที่ฉันรู้มา รวมผู้หญิงคนนั้นแล้วองค์กรวายุทมิฬส่งคนมาแค่สามคนเท่านั้น น่าแปลกมาก ทั้งๆที่พวกนั้นควรมาที่นี่ก่อนพวกเราแต่ทำไมฉันไม่เห็นทั้งสามเลยล่ะ? หรือว่าพวกนั้นจะเข้ามิติเร้นลับไปแล้ว”


       “การเข้าไปในรอยแยกมิติตอนนี้นั่นมันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ รอยแยกมิติเวลานี้น่ะไม่เสถียร ต้องรออีกห้าชั่วโมงมันถึงจะเสถียร ถ้าเข้าไปตอนนี้แม้กระทั่งนักรบศักดิ์สิทธิ์ก็ยังกลายเป็นกองเลือด สามคนนั้นไม่น่าจะเข้าไปในรอยแยกมิติ” รินส่ายหน้าไปมา ปฏิเสธการคาดเดาของสายฝน


       สายฝนยังคงเชื่อการคาดเดาของตนเอง “แล้วถ้าพวกนั้นมีวิธีพิเศษที่สามารถทำให้รอยแยกมิติเสถียรได้ล่ะ? บางทีในองค์กรวายุทมิฬอาจมีวิธีการทำให้เสถียรจริงๆก็ได้ เธอไม่ควรบอกว่ามันเป็นไปไม่ได้ในตอนนี้ ต้องรอดูก่อน” ขณะกล่าวสายฝนก็นึกถึงอักษลี้ลับ“สับสน” 


       ความสามารถของอักษรลี้ลับ“สับสน”อาจสามารถทำให้ระดับหนึ่งเข้ามิติเร้นลับได้ เป็นไปได้มั้ยว่าองค์กรวายุทมิฬจะมีวิธีการพิเศษในการทำให้รอยแยกมิติเสถียร?


       เป็นอีกครั้งที่สายฝนประเมินความสามารถของอักษรลี้ลับตํ่าเกินไป การทำให้รอยแยกมิติเสถียรน่ะไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตบนดาวดวงนี้จะทำได้ง่ายๆ สำหรับสิ่งมีชีวิตในเขตทะเลแขวงที่สิบห้ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้รอยแยกมิติเสถียร


       “งั้นฉันจะดูก็แล้วกันว่ามันจะเป็นอย่างที่นายพูดรึเปล่า? ยังไงฉันก็ไม่เชื่ออยู่ดีว่าองค์กรวายุทมิฬจะสามารถทำให้รอยแยกมิติเสถียรได้ รอยแยกมิติไม่ใช่อะไรที่ระดับตํ่ากว่าเทพเจ้าจะไปยุ่งด้วยได้ ฉันไม่เชื่อหรอก!” รินกล่าวด้วยความไม่เชื่อ


       “อาจจะเป็นแบบที่เธอพูดก็ได้” สายฝนเริ่มไม่แน่ใจ หากเป็นแบบที่รินพูด องค์กรวายุทมิฬย่อมไม่สามารถทำให้รอยแยกมิติเสถียรได้ เขากำลังประเมินอีกฝ่ายสูงเกินไป! หากองค์กรวายุทมิฬมีความสามารถระดับเดียวกับอักษรลี้ลับ ป่านนี้พวกมันคงยึดครองดาวโอเชี่ยนเซียไปแล้ว


    ---


    บทที่ 86 เหรียญยืนยันตัวตน



    คล้ายกับเรื่องประตูเส้นทางโบราณ ที่คุณอ่าน