บทที่ 30 เจียงเฉิงสืบสวนความจริง
“เหล่าเจียง!” เฉียวเหลียนเฉิงเรียกคนตรงหน้า
เจียงเฉิงที่ได้ยินก็ยกยิ้มและหยุดรอ
เฉียวเหลียนเฉิงกล่าวขึ้น "ผมขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้น ผมขอโทษน้องสาวของคุณในนามของเจียงหว่านด้วย"
เจียงเฉิงส่ายหัว "ถ้าใครจะขอโทษ ก็ต้องเป็เจียงหว่าน มันไม่เกี่ยวอะไรกับนาย ลืมมันซะ อย่าไปพูดถึงมันเลยดีกว่า"
จากนั้นทั้งสองคนก็พูดกันอีกสองสามคำแล้วแยกย้ายกันไป
เมื่อเจียงเฉิงกลับมาที่ห้องทำงาน เขาเห็นเอกสารบนโต๊ะซึ่งจำเป็ต้องแจกจ่าย
พอกำลังจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรให้คนมาเอาเอกสารไป ก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงดึงมือกลับ
จากนั้นก็หยิบเอกสารขึ้นมาแทน แล้วเดินออกไป
เขาตรงไปยังห้องทำงานของครูฝึกสอนกองพันที่สอง
เมื่อมาถึง ก็เห็นฉินฮั่น หัวหน้ากองพันที่สองกำลังจะออกไป เจียงเฉิงจึงรีบเรียกอีกฝ่ายไว้
จากนั้นส่งเอกสารในมือให้กับครูฝึกของกองพันที่สองที่อยู่ใกล้ ๆ และรีบไล่ตามฉินฮั่นหัวหน้ากองพันที่สองออกไป พลางกล่าวว่า
“เหล่าฉิน ฉันมีอะไรจะถามหน่อย!”
ฉินฮั่นหยุดรออยู่ และรับฟังเจียงเฉิง
เจียงเฉิงจึงพูดต่อว่า "เมื่อวันก่อนเฉียวเหลียนเฉิงขอให้นายเอาเงินไปให้เจียงหว่าน นายได้ให้เงินกับเธอหรือเปล่า?"
ฉินฮั่นพยักหน้า "ให้สิ! ฉันไม่ได้ยักยอกเงินสักเฟินเดียวเลยนะ!"
เจียงเฉิงรีบปลอบว่า "ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น ฉันแค่อยากจะถามว่านายได้ส่งมันให้เจียงหว่านกับมือหรือเปล่า?"
ทว่าฉินฮั่นส่ายหัวด้วยความเขินอาย "ก็เปล่าหรอก ฉันเป็ผู้ชายไปห้องที่มีผู้หญิงอยู่คนเดียวแบบนั้นมันน่าอายจะตายไป ฉันเลยให้น้องสะใภ้เอาเงินไปให้เจียงหว่านแทนน่ะ!"
เจียงเฉิงขมวดคิ้ว ดูเหมือนว่าจะมีบางอย่างผิดปกติจริง ๆ
เขาเคยเห็นน้องสะใภ้ของฉินฮั่น เมื่อไหร่ก็ตามที่เธอเห็นเฉียวเหลียนเฉิง ดวงตาของผู้หญิงคนนั้นก็จะจับจ้องไปที่ใบหน้าของเขาราวกับจะกลืนกิน
นี่ปล่อยให้คนแบบนี้เอาเงินไปให้เจียงหว่าน แล้วเธอจะให้เงินไปอย่างราบรื่นอย่างงั้นเหรอ?
เจียงเฉิงเงียบ ก่อนจะขอให้ฉินฮั่นพาเขาไปหาน้องสะใภ้คนนั้น
ในเวลานี้ หลี่ซิ่วหลันกำลังค้นตู้ต่าง ๆ ในห้อง เพื่อหาอะไรบางอย่าง
เนื่องจากวันนี้ หลินชิงโหรว ภรรยาของหัวหน้ากองพันที่สามเพิ่งกลับมาจากบ้านเกิด และเธอสวมชุดคุณภาพดีสีชมพูลายดอกไม้ ดูสวยมาก!
หลี่ซิ่วหลันจึงนึกขึ้นได้ว่า เมื่อไม่กี่ปีก่อนแม่ของเธอส่งผ้าเชวี่ยเหลียงมาให้ทางไปรษณีย์ แต่เธอไม่รู้ว่าเอามันไปเก็บไว้ที่ไหนแล้ว
ในขณะที่กำลังหาผ้านั่นเอง ฉินฮั่นก็เข้ามาพร้อมกับเจียงเฉิง
เมื่อเธอเห็นเจียงเฉิงในชุดทหาร เขาดูสง่างามมาก จนหลี่ซิ่วหลันเผลอเหม่อมอง ลืมตัวไปชั่วขณะ
ทุกคนต่างรู้ดีว่าเดิมทีในกองทัพมีชายที่ยังไม่ได้แต่งงานอยู่สองคน หนึ่งในนั้นก็คือ เจียงเฉิง และอีกคนคือ เฉียวเหลียนเฉิง แม้ตอนนี้เฉียวเหลียนเฉิงจะมีภรรยาอ้วนไปแล้วก็ตาม แต่หลี่ซิ่วหลันไม่อยากนับ
แรกเริ่มเฉียวเหลียนเฉิงลงทะเบียนบ้าน ในลานบ้านของครอบครัว เพราะเขา้าเลี้ยงดูลูกชาย
ส่วนเจียงเฉิงลงทะเบียนในลานบ้านครอบครัว เพราะน้องสาวของเขาอยากมาอยู่ที่นี่ด้วย และห้องในลานบ้านนี้ก็มีมากพอจึงไม่มีปัญหาใด
พอดีกับที่เจียงเสวี่ยสามารถช่วยดูแลผิงอันได้
ทว่าหลี่ซิ่วหลันไม่กล้าเข้าใกล้เจียงเฉิง แม้ว่าเขาจะดูอ่อนโยน และยิ้มแย้มอยู่เสมอ แต่ดวงตาของเขาคมกริบเหมือนมีดที่สามารถกรีดทะลุหัวใจผู้คนได้เพียงแค่มอง
เจียงเฉิงถามเธอเื่เงินที่ฝากให้เจียงหว่าน เมื่อโดนถามเช่นนั้น เธอก็ไม่กล้าปิดบังสิ่งใด และโยนความผิดไปให้เจียงเสวี่ยรับไปทั้งหมดแทน
“ฉันกำลังจะไปมอบเงินให้เจียงหว่าน อยากจะมอบให้เธอด้วยตัวเอง แต่ตอนที่กำลังนำเงินไป ก็เจอกับน้องสาวของคุณ แล้วน้องสาวของคุณก็ขอเอาเงินนั่นไปเอง”
“เธอพูดว่าเจียงหว่านชอบเล่นการพนัน ถ้ามอบให้เจียงหว่านไป เงินจะหมดไปกับการพนัน ฉันจึงยอมมอบเงินให้กับเจียงเสวี่ย”
ในขณะที่ฟัง ใบหน้าของฉินฮั่นก็เปลี่ยนเป็คร่ำเครียดขึ้นทุกที
แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยสนใจอะไร แต่เขาก็รู้มาว่าเจียงเสวี่ยกับภรรยาของหัวหน้ากองพันเฉียวไม่ถูกกัน
น้องสะใภ้มอบเงินให้กับศัตรูของเจียงหว่าน ไม่เท่ากับการหาเหาใส่หัวหรอกเหรอ!
“ครูฝึกเจียง นายถามเื่นี้ทำไม? มีปัญหาอะไรเหรอ?” เธอถามหยั่งเชิงเขา
เจียงเฉิงส่ายหัว แล้วตอบไปเพียงว่า "ไม่มีอะไร ผมแค่ถามดูเท่านั้น"
เมื่อเจียงเฉิงเดินออกมาจากบ้านของฉินฮั่น เขาก็บังเอิญเจอกับสะใภ้เฉินที่กำลังทำอาหารอยู่เข้าพอดี
สะใภ้เฉินจึงเรียกรั้งเขาไว้ แล้วเอ่ยว่า "ฉันมีบางอย่างจะบอกคุณ อย่าไปบอกคนอื่นเกี่ยวกับเื่นี้ล่ะ เดี๋ยวจะกลายเป็เื่ใหญ่ แต่คุณเป็พี่ชายของเจียงเสวี่ย และเป็ครูฝึกคนหนึ่ง การพูดคุยกับคุณเรียกว่าการรายงานสถานการณ์ถูกไหม?"
เจียงเฉิงพยักหน้า ไม่คาดคิดว่าสะใภ้เฉินจะเป็คนตรงไปตรงมาอย่างนี้
สะใภ้เฉินกล่าวต่อว่า "ที่ฉันบอกคุณเื่นี้เพราะฉันทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ น้องสาวของคุณทำเกินไปแล้ว!"
……
สะใภ้เฉินเทถั่วลงในกระบอกไม้ไผ่ พร้อมบอกถึงวีรกรรมล่าสุดของเจียงเสวี่ย
เธอเล่าั้แ่เหตุการณ์เื่ขวดเกลือ เื่ที่เจียงเสวี่ยนิ่งเฉยมองดูเด็กอายุสามขวบปีนกระทะ จนไปถึงเื่การมอบเหรียญเฟินจำนวนหนึ่งให้กับเจียงหว่าน
หลังจากที่สะใภ้เฉินพูดจบ ใบหน้าของเจียงเฉิงก็เปลี่ยนเป็มืดมน
ถึงจะรู้ว่าน้องสาวชอบเฉียวเหลียนเฉิง แต่เขาก็ไม่คิดว่าเธอจะทำเื่โหดร้ายถึงขนาดนี้
เขาทำงานทางการเมืองเพื่ออุดมการณ์ แต่น้องสาวของเขาเองกลับชั่วร้ายและโเี้มาก จนเขาแทบจะแทรกแผ่นดินหนี
หลังจากบอกลาสะใภ้เฉินแล้ว เขาก็ตรงไปหาเฉียวเหลียนเฉิงทันที
ตอนนี้เฉียวเหลียนเฉิงกำลังเขียนรายงานการหย่าอยู่บนโต๊ะ
เมื่อเห็นเจียงเฉิงเข้ามา เขารีบยัดใบรายงานที่เขียนไว้ครึ่งหนึ่งลงในลิ้นชัก
“นายมาที่นี่ทำไม ถ้า้าอะไรก็โทรหาฉันสิ!”
เจียงเฉิงไม่สนใจเื่อื่น เขาพูดขึ้นอย่างเคร่งขรึม
“นายว่างไหม ฉันมีเื่จะคุยด้วย”
เฉียวเหลียนเฉิงพยักหน้า โบกมือให้อีกฝ่ายนั่งลง
เจียงเฉิงนั่งลงพลางบอกว่า "ฉันมาที่นี่เพราะเื่ภรรยาของนายกับน้องสาวของฉัน!"
เฉียวเหลียนเฉิงได้ยินดังนั้น จึงรีบพูดขึ้น "ฉันขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้น ฉันควรจะให้เจียงหว่านไปขอโทษ แต่ฉันบังคับเธอไม่ได้"
“แต่ไม่ต้องกังวลนะ อีกไม่กี่วันนี้ ฉันจะส่งใบขอหย่าอีกครั้ง”
เฉียวเหลียนเฉิงอยากจะพูดมากกว่านี้ แต่เจียงเฉิงกลับขัดจังหวะเขาเสียก่อน "นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉันหมายถึง นายไม่จำเป็ต้องขอโทษหรอก"
“เป็พวกเราที่ควรขอโทษ”
เฉียวเหลียนเฉิงรู้สึกประหลาดใจ เมื่อได้ยินอีกฝ่ายกล่าวเช่นนั้น
เจียงเฉิงเล่าว่า "ฉันไปตรวจสอบมาเมื่อตอนบ่าย เงินที่นายทิ้งไว้เมื่อไม่กี่วันก่อนไม่ถึงมือเจียงหว่าน ฉินฮั่นมอบหมายให้น้องสะใภ้ของเขาเอาเงินไปให้เจียงหว่านแทน"
“หลี่ซิ่วหลันบอกว่าเธอกลัวว่าเจียงหว่านจะเอาเงินไปเล่นพนันอีก เธอจึงมอบมันให้กับเจียงเสวี่ย”
“พี่สะใภ้เฉินบอกว่าเจียงเสวี่ยมอบเหรียญเหล็กไม่กี่เฟินให้กับเจียงหว่าน จากนั้นก็พาผิงอันไปอยู่ด้วย และไม่เคยสนใจไยดีเจียงหว่านอีกเลย”
“เจียงหว่านทนหิวมาหลายวัน จนมาทุบตีน้องสาวของฉันที่บ้าน หลังจากนั้นเธอก็ไปกินข้าวที่บ้านเจียงเสมอ”
“ดังนั้น มันเป็ความผิดของน้องสาวฉัน เธอใช้โอกาสนี้รังแกภรรยาของนาย”
เฉียวเหลียนเฉิงได้ยินอย่างนั้นก็รู้สึกประหลาดใจมาก
หลังจากนั้น เจียงเฉิงก็เล่าเื่ต่าง ๆ ตามที่สะใภ้เฉินบอกกับตน
"ฉันไม่คิดเลยว่าเจียงเสวี่ยจะใจร้ายขนาดนี้ นายไม่ต้องกังวลนะ ฉันจะเกลี้ยกล่อมพ่อกับแม่ให้พาเธอกลับไปโดยเร็วที่สุด!"
“ฉันเสียใจจริง ๆ ที่น้องสาวฉันทำร้ายภรรยาของนาย”
เจียงเฉิงรู้สึกละอายใจมากจนไม่รู้จะอธิบายยังไง
หลังจากเฉียวเหลียนเฉิงได้ยินเื่ทั้งหมด สีหน้าของเขาก็ดูตกตะลึงไป
เขานึกถึงสิ่งที่ผิงอันพูดเื่เจียงหว่านกลับไปเล่นพนัน
หากเธอมีเงินสิบห้าหยวนจริง ๆ แต่กลับบอกว่าไม่มีอะไรกิน นั่นทำให้คาดได้ว่าอาจเป็เพราะเธอเสียพนันไปหมดแล้ว
แต่ถ้าเจียงหว่านไม่ได้รับเงิน แล้วเธอจะไปเล่นพนันได้ยังไง จะเดิมพันด้วยอะไร?
ใช้เหรียญเฟินหนึ่งกำมือนั่นงั้นเหรอ?
อย่าล้อเล่นเถอะ ตอนเธอไปคิดบัญชีกับเจียงเสวี่ย มันผ่าน่ที่เธอได้เหรียญเฟินไปตั้งสามหรือสี่วันแล้ว
หมายความว่า่ระหว่างนั้นเธอกินดื่มลมฟ้าอากาศงั้นเหรอ?
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เฉียวเหลียนเฉิงก็ตรงไปหาเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทันที
คนในแต่ละครอบครัวต้องลงทะเบียนทุกครั้งหาก้าออกจากฐาน
ดังนั้น หากเจียงหว่านออกไปข้างนอก เธอก็ต้องลงทะเบียนไว้ทุกครั้ง
อีกด้าน วันนี้เจียงหว่านรู้สึกกระสับกระส่ายชอบกล
จิตใจของเธอเอาแต่คิดถึงวิธีการหาเงิน
เฉียวเหลียนเฉิงออกจากบ้านไป หลังจากนั้นผิงอันก็ตามไปติด ๆ
เจียงหว่านรู้เลยว่าผิงอันต้องไปหาเจียงเสวี่ย ดังนั้นเธอจึงไม่คิดสนใจ
ในตอนเช้า เธอนั่งอยู่ที่ริมหน้าต่าง มองไปยังกำแพงอิฐสีแดงกับตัวอักษรสีขาวที่อยู่ตรงข้ามพักใหญ่ และในที่สุดก็ตัดสินใจว่าจะเขียนนิยาย
แทนที่จะกู้ยืมเงิน ลงมือทำงานหาเงินเองคงสบายใจกว่า
แม้จะใช้เวลา แต่อย่างมากก็แค่เดือนหรือสองเดือนเท่านั้น
เมื่อนึกถึงตรงนี้ เจียงหว่านก็หยิบสมุดแบบฝึกหัดของผิงอันออกมา และเริ่มลงมือเขียนต้นฉบับด้วยดินสอทันที
เขียนเื่สั้นนั้นง่ายมาก ตราบใดที่การเปิดเื่น่าสนใจ และเนื้อเื่โดยรวมสมเหตุสมผลพอ ก็ไม่มีอะไรต้องกังวล
ตอนเที่ยงเฉียวเหลียนเฉิงกลับมาช้ากว่าปกติ
แต่เขาก็กลับเข้ามาพร้อมกับกล่องอาหารกลางวันในมือ