ผู้ร่วงหล่น

    บทที่ 59 ควบคุมร่างกายด้วยพลังจิต.

    โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    ลิงตัวหนึ่งได้พุ่งตัวมาหาแจ๊คด้วยความเร็วสูงสุดของมันก่อนจะต่อยมาทางแจ๊คด้วยพละกำลังและความเร็วที่เพิ่มเข้ามา

    แจ๊คได้ใช้พลังจิตสกัดเอาละอองสีเขียวออกมาไปทว่าร่างกายยังไม่สามารถขยับได้ ทำได้แค่ยืนเท่านั้นหลังจากที่ยืนสิ่งที่มองเห็นคือกำปั้นสีน้ำตาลของลิง

    แจ๊คได้อัดอากาศเป็นโล่มาอันหนึ่งเพราะเวลาไม่เหลือพอ

    เปรียะ ปัง

    ทว่าหมัดของลิงมันมี 2 หมัดเพราะมันได้รวมร่างกันทำให้มี4แขนหมัดแรกโดนกับโล่ โล่ได้แตกแต่ยังกันหมัดแรกได้อยู่แต่หมัดที่สองได้โดนแจ๊คเต็ม ๆ

    ปัง

    แจ๊คกระอักเลือดและกระเด็นออกไปพวกลิงเห็นว่าแจ๊คยังไม่สามารถขยับตัวได้ พวกมันจึงได้พุ่งเข้ามารุมแจ๊คส่วนต้นไม้ที่ผิดพลาดกับผีเสื้อสีเขียวได้ทิ้งระยะห่างเอาไว้

    แจ๊คไม่เคยคิดเลยว่าจะเจอสถานการณ์แบบนี้ต้องแบบจิตใจเป็น3ส่วน 1คือสกัดละอองสีเขียว 2คือทำลายเลือดที่กระอักออกไป 3คือป้องกันการโจมตีของลิงโดยการอัดอากาศ

    ลิงตัวหนึ่งได้มาอยู่ด้านหลังของแจ๊คก่อนจะตบแจ๊คไป

    เปรียง

    การโจมตีเมื่อสักคู่แจ๊คไม่สามารถป้องกันได้ เพราะเสียสมาธิไปกับการทำลายเลือด มันยากมากเลยที่จะทำหลายอย่างพร้อมกัน แจ๊คไม่เคยทำหลายอย่างพร้อมกับเลยทั้งแต่มาโลกนี้

    แจ๊คได้รับบาดเจ็บสาหัสมาก ลิงตัวหนึ่งได้เอาแขนทั้ง2ข้างของมันจับแขนและขาของแจ๊คเอาไว้และแขนอีก2ข้างของมันกระหน่ำโจมตี

    ปัง ปังปัง

    จากการโดนโจมตีทำให้แจ๊คไม่สามารถตั้งสติได้ ทำให้ละอองสีเขียวเริ่มเข้ามาเรื่อย ๆ ทำให้ร่างกายชาไปหมดทั้งตัว ละอองสีเขียวเหมือนกับว่าถูกผีเสื้อสีเขียวควบคุมเอาไว้เลยทำให้ไม่ได้เข้าตัวพวกลิงเลย

    ลิงที่ตามหลังมาได้มากระหน่ำโจมตีแจ๊คอีกด้วย กระดูกในร่างเริ่มที่จะแตกหักออกจากกันถึงแม้ว่าจะมีพลังในการฟื้นฟูทว่าโดนการโจมตีแบบต่อเนื่องโดนไม่พักแบบนี้ก็ไม่ไหว

    ในระหว่างที่แจ๊คกำลังจะสิ้นหวังได้มีเสียงของหู่เสวียพูดขึ้นมา

    [นายไม่จำเป็นต้องใช้สมองในการขยับการร่างก็ได้นะ]

    แจ๊คได้ยินเสียงของหู่เสวียราวกับความหวังแม้จะไม่รู้ความหมายที่พูดออกมาก็ตามที

    [หมายความว่า]

    [ฉันจะเร่งจิตวิญญาณของนายหลังจากการต่อสู้เสร็จมันจะเหนื่อยหน่อยเพราะถ้าพูดในตอนนี้นายจะตายก่อนที่จะอธิบายจบ]

    หู่เสวียไม่ปล่อยให้แจ๊คพูดอะไรบางเลย พอพูดจบได้ปล่อยแสงสีฟ้าออกมาจากหัวของหู่เสวียแล้วยิงไปที่หัวของแจ๊ค

    ฟิ้ว

    แสงสีฟ้าวิ่งรวดเร็วมาก สายตาของแจ๊คมองไม่ทันทว่าสัมผัสวิญญาณสามารถตรวจจับได้แต่ตอบสนองไม่ทันอยู่ดี

    สติของแจ๊คไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ด้านในนี้มีภูเขาสีฟ้าที่สูงเสียดฟ้ามีลวดลายรูปสัตว์อสูรมังกรเทพสีทอง สิงโตขนาดใหญ่สีม่วง เทพที่มีปีกข้างหลัง5ข้าง10ปีก มนุษย์ที่สวมชุดเกราะราวกับจักรพรรดิ ปีศาจที่มีออร่าแห่งความตายอันน่าหวาดกลัวออกจากจากร่างกายและสิ่งมีชีวิตที่แจ๊คไม่รู้จักอีกมากมายนักที่กำลังจะสู้รบกันอยู่ภายในเขาแห่งนี้

    ภูเขาได้ปล่อยกลิ่นอายแห่งความศักดิ์สิทธิ์ให้คนเคารพบูชา ทั่วท้องฟ้าบนภูเขาเป็นน้ำแข็งทั้งหมดราวกับว่าภูเขาแห่งนี้ได้แช่แข็งท้องฟ้าด้วยเจตนารมณ์ของตัวมันเอง

    พื้นด้านล่างเป็นดินสีฟ้าที่ราวกับน้ำแข็งถ้าแจ๊คไม่ได้มองกันดีอาจจะคิดว่ามันเป็นน้ำแข็งก็ได้ ในจังหวะนั้นเองเสียงของหู่เสวียได้ดังขึ้นมาด้านหลังของแจ๊ค

    [นายอย่าไปจองมันมากนัก จิตใจของนายยังไม่แข็งแกร่งพอ]

    แจ๊คได้สะดุ้งขึ้นมาและแสดงสีหน้าได้ขาวซีดและหวาดกลัว เพราะว่าถ้าไม่ได้เสียงของหู่เสวียแจ๊คเหมือนกับถูกดูดกลืนให้กลายมาเป็นหนึ่งในลวดลายภูเขาสีฟ้าแห่งนี้ก็ได้

    แจ๊คมองไปทางหู่เสวีย หู่เสวียได้นั่งเก้าอี้สีฟ้าอยู่และสิ่งที่แจ๊คตกใจคือตอนนี้หู่เสวียได้สวยงามราวกับเทพธิดาลงมาโปรดมนุษย์โลก

    จากโลกภายออกว่าสวยงามแล้วทว่าเห็นตอนนี้หู่เสวียได้สวยงามกว่าโลกภายนอกมากนักทำให้แจ๊คหลงโดยไม่รู้ตัวแจ๊คสามารถจ้องมองหู่เสวียในตอนนี้ได้ทั้งวันเลยได้

    หู่เสวียเห็นว่าแจ๊คมองมาที่ตนและยืนอยู่เฉย ๆ จึงถามออกไป

    “นายมองอะไร”

    แจ๊คได้ตอบกลับไป

    “มองคนที่สวยที่สุดในโลก”

    หู่เสวียก้มหน้าลงไปกับพื้นทำให้แจ๊คไม่สามารถมองเห็นสีหน้าได้ ต่อมาหู่เสวียได้ยกหน้าขึ้นมาพร้อมกับความเย็นชา

    “หุบปาก”

    “ครับ ๆ”

    แจ๊คได้ยิ้มออกมาถึงแม้จะโดนหู่เสวียด่าแล้วถามกลับไป

    “ที่นี้ที่ไหน”

    หู่เสวียเห็นว่าแจ๊คไม่สำนึกเลยและไม่ได้โกรธอะไร

    “นี้คือภายในจิตวิญญาณของฉัน”

    แจ๊คคิดภายในจิตวิญญาณหรือแล้วทำไมของเขาถึงเป็นวังวนละ

    “ทำไมของฉันถึงเป็นวงวัน”

    หู่เสวียตอบกลับมา

    “ฉันได้บอกนายไปแล้วนี่ว่า หนังสือจิตวิญญาณของนายมันไม่สมบรูณ์และการฝึกฝนที่เยอะเอามากแม้แต่ฉันยังไม่รู้เลยว่ามันก่อรูปเป็นอะไร”

    แจ๊คได้ฟังคำอธิบายแล้วล้มลง

    “อะไรนะ”

    หู่เสวียมองแจ๊คที่กำลังจะสิ้นหวังก่อนจะพูดขึ้นมา

    “ไม่ใช่นายบอกว่าในเมื่อโชคชะตานำพามาพบกัน”

    แจ๊คเถียงไม่ออกเพราะมันเป็นคำพูดของเขาเองก็จะเปลี่ยนเรื่อง

    “ภูเขานั้นมันคืออะไรนะ”

    “มันมาจากหนังสือจิตวิญญาณดวงดาวน้ำแข็งทว่าฉันเป็นคนปรับแต่งให้กลายเป็นภูเขาเองสิ่งนี้ฉันเรียกมันว่าภูเขายมโลก”

    แจ๊คพยักหน้าเห็นด้วยละถามไป

    “เราคุยกันในนี้ร่างกายฉันไม่ตายก่อนหรือ”

    “ภายนอกผ่านไป1วินาทีในนี้มีเวลาถึง10วันแล้วแต่วิชาจิตวิญญาณนั้น”

    แจ๊คทึ่งมาก หู่เสวียมองแจ๊คก่อนจะกลับเข้าเรื่องเดิม

    “นอกเรื่องกันมามากพอแล้ว เข้าเรื่องกันสิ่งที่ฉันบอกนายว่าไม่จำเป็นต้องใช้สมองก็ขยับร่างกายได้เป็นเพราะการจะขยับร่างกายแต่เดิมวิญญาณจะสั่งงานไปที่สมองส่วนสมองจะส่งกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ เพื่อให้ร่างกายส่วนนั้นขยับนั้นคือการขยับร่างกายที่ใช้กันทั้งหมด”

    แจ๊คพยักหน้าเห็นด้วยเพราะในโลกเดิมเขาได้เรียนมาแล้วถึงจะไม่สนใจในการเรียนทว่าความรู้1/100ยังเข้าสมองอัตโนมัติ หู่เสวียจึงพูดต่อ

    “และที่บอกว่าไม่ต้องใช้สมองขยับเป็นแบบนี้ ในยุคนี้มียาพิษมากมายที่ทำให้ร่างกายขยับไม่ได้นักเวทจึงได้ศึกษาและวิจัยออกมาและปรากฏว่ามีพลังมากมายถ้าใช้อย่างถูกต้องสามารถขยับร่างกายได้แต่มันไม่แนะนำเท่าไรเพราะว่ามันมีข้อเสีย ร่างกายจะเสียหายหนักมากและอาจจะตายได้เลย สิ่งที่นายทำตอนสู้กับปีศาจในใจคือหนึ่งในวิธีนี้”

    “เธอจะบอกให้ฉันใช้การกัดกินเซลล์หรือ บ้าไปแล้วตอนนี้ยังไม่ได้สิ้นหวังสุด ๆ ฉันสามารถหนีได้อยู่ถ้าใช้วิธีนี้ฉันได้ไปเฝ้ายมบาลจริง ๆ แน่”

    หู่เสวียมองแจ๊คก่อนจะพูดขึ้นมา

    “ฉันก็บอกอยู่ว่าเป็นอีกหนึ่งวิธี สิ่งที่ฉันจะบอกคือใช้พลังจิตในการขยับร่างกาย”

    แจ๊คได้ใจเย็นลงก่อนจะคิดได้ว่าพลังจิตของเขาสามารถยกก้อนหินได้แล้วทำไมมันจะยกร่างกายตัวเองไม่ได้ แจ๊คมีข้อสงสัยอย่างหนึ่ง

    “แล้วทำไมวิธีที่ขยับร่างกายโดยใช้พลังอื่นถึงมีข้อเสียในเมื่อฉันคิดว่ามันมีแต่ข้อดี”

    หู่เสวียมองแจ๊คก่อนจะพูดไป

    “มันฝืนธรรมชาติของร่างกายยังไง ถ้านายใช้พลังอื่นควบคุมร่างกายมาก ๆ ร่างกายอาจจะไม่จดจำการควบคุมเดิมได้และอาจจะทำให้ร่างกายทำงานตอบสนองได้ช้ามากขึ้นด้วย ทำให้วิธีนี้เป็นวิธีที่คนโดยยาพิษจะทำกัน”

    แจ๊คพยักหน้าก่อนจะบอกให้หู่เสวีย

    “ฉันพร้อมแล้ว”

    หู่เสวียมองแจ๊คแล้วลังเลสักพักหนึ่งก่อนจะพูดขึ้นมา

    “นายต้องเอาชิ้นส่วนของฉันกลับมาให้ครบละเจ้าบ้า”

    “อะไร...นะ”

    ก่อนจะแจ๊คจะพูดจบหู่เสวียได้ส่งจิตวิญญาณของแจ๊คคืนไป หู่เสวียนั่งอยู่ในจิตวิญญาณของตนคนเดียวก่อนจะหน้าแดงขึ้นมาเพราะสิ่งที่หู่เสวียไม่ได้บอกแจ๊คคือจิตวิญญาณเป็นสิ่งสำคัญไม่ควรให้ใครดึงจิตวิญญาณของตนไปง่าย ๆ

    คนที่ดึงจิตวิญญาณคนอื่นสามารถฆ่าคนนั้นได้เลยถ้าจิตวิญญาณของคนที่ถูกดึงไม่แข็งแกร่งพอ สามารถอ่านใจได้ด้วยและอื่น ๆ อีกมากมายตอนที่แจ๊คมองหู่เสวีย หู่เสวียสามารถรู้ในสิ่งที่แจ๊คคิดได้ หู่เสวียนั่งสงบใจก่อนจะออกไปดูแจ๊คต่อสู้

    ทางแจ๊คที่ได้วิธีขยับร่างกายแล้วจึงมองไปที่ลิงตัวข้างหน้ามันได้จับแจ๊คอยู่ แจ๊คยิ้มออกมาพร้อมกับพูดขึ้นมา

    “ไอลิงหน้าโง่ หมดเวลาสนุกแล้ว”

    เจี๊ยก

    แจ๊คได้ขยับแขนแล้วดึงมือของลิงที่จับแจ๊คอยู่จนขาดออกจากกัน

    เจี๊ยกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    พวกลิงที่กำลังจะโจมตีแจ๊คได้หยุดเพราะความตกใจที่แจ๊คยังสามารถขยับได้ ทว่าความตกใจได้เปิดช่องว่างให้กับแจ๊คได้เปิดโอกาสสวนกลับ

    .........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................