กลับชาติมาเกิดใน Urban Fantasy

    ตอนที่หนึ่งร้อยหก Mean Girl

    ตอนที่หนึ่งร้อยหก Mean Girl

    หากเราจำเรื่อง To Aru Index ได้ สาวๆโทกิวะไดนั้นจะแบ่งเป็นกลุ่มหรือ clique

    หากอธิบายง่ายๆก็ไม่ต่างกับแก๊งมาเฟียหรือระบบชนชั้นวรรณะของฮินดู

    ที่มีคนอย่างบอนนี่เป็นคนที่บังคับกลุ่มก้อนของชนชั้นวรรณะนั้นให้เป็นไปตามที่เธอต้องการ

    ทำให้บอนนี่นั้นตามเนื้อเรื่องอ้างว่าเป็นคนฉลาดและเก่งทุกด้าน

    แต่ต้องทำท่าว่าไม่เก่งด้านการเรียนเกินไปไม่อย่างนั้นจะโดนจัดไปรวมอยู่กับพวกเนิร์ดอย่างเลโอนาร์ด

    เป็นแนวว่าคนเขียนพยายามสื่อสารมุกว่า

    “สาวผมบลอนด์นำแฟชั่นไม่ได้แปลว่าพวกเธอต้องโง่”

    พยายามสื่อว่าที่พวกเราเข้าใจว่าพวกสาวผมบลอนด์ไม่ใส่ใจการเรียนนั้นคือเรื่องที่เราเข้าใจผิด

    แม้ว่าบอนนี่จะไม่ได้ผมบลอนด์ก็ตามแต่เพื่อนร่วมกลุ่มของเธอก็มรสาวผมบลอนด์ถือกระเป๋าแบรนด์เนมเสื้อสีชมพูสดใสอยู่ในกลุ่ม

    พวกเธอมีความซับซ้อนมากกว่านั้น...โดยดันกำหนดให้แอนนาที่ผมบลอนด์ไม่ค่อยจะชอบการเรียนจริงๆ

    แถมดันกำหนดให้พวกเนิร์ดยังเป็นพวกเนิร์ดอย่างที่เห็นไม่มีอะไรซับซ้อนอีกต่างหาก

    ก็มิทราบเหมือนกันว่าคนเขียนบทต้องการจะสื่ออะไรกันแน่

    ว่าสาวสวยนำแฟชั่นนั้นสามารถเป็นคนฉลาดได้

    แต่พวกเนิร์ดห้ามกลายเป็นหนุ่มนักกีฬาว่าอย่างนั้น?

    บอนนี่นั้นเป็นร่างทรงของเทพเจ้าที่ชวนสงสัยว่าตกลงเธอสามารถชกกับแอนนาได้อย่างสูสีเลยก็ว่าได้

    ทำให้ความเป็นคู่แข่งของพวกเธอพัฒนาจากวัยมัธยมไปจนถึงวัยเข้ามหาลัยและเป็นผู้ใหญ่

    ที่บอนนี่เลือกชีวิตโสดสวย เดินทางไปนิวยอร์กเข้าวงการบันเทิงพบกับหนุ่มมากหน้าหลายตา

    ส่วนแอนนานั้นคอยกำจัดแวมไพร์และปีศาจอื่นๆอยู่เบื้องหลังไม่ค่อยมีงานเป็นหลักแหล่งเพราะเจอปัญหาแบบเดียวกับปีเตอร์ปาร์กเกอร์

    ที่ไม่มีเวลาทุ่มเทกับงานได้เต็มที่เพราะต้องใส่ใจไปกับการเป็นฮีโร่

    ทั้งที่ตนเองเป็นคนเดียวในจักรวาลที่มีแนวโน้มที่จะฉลาดกว่าดอกเตอร์รี๊ด ริชาร์ดแห่งสี่กายสิทธิ์

    ว่าขอเพียงปีเตอร์หยุดคิดสักนิดก็สามารถสร้างสิ่งประดิษฐ์มาขายเป็นซีอีโอที่ร่ำรวยได้แล้ว

    แต่เราก็ต้องทำให้ฮีโร่ของเรายากจนเอาไว้เพื่อให้คนเห็นใจฮีโร่ของเรานั่นเอง

    ทั้งที่การเอาคนที่คอยกำจัดปีศาจให้กับเรานั้นไปเป็นพนักงานเสิร์ฟสาวผมบลอนด์ตามร้านอาหารนั้นเสียเวลาชีวิตแอนนาอย่างมาก

    เลโอนาร์ดคิดว่าได้จังหวะเขาจะจ้างแอนนาเธอเป็นบอดี้การ์ด

    หากเขาให้เงินเดือนเธอมากกว่าค่าแรงขั้นต่ำแอนนาจะได้ทุ่มเทจิตใจและเวลาไปกับการกำจัดแวมไพร์ได้อย่างเต็มที่ต่อไป

    แน่นอนเรื่องพยายามจะสื่อว่า

    บอนนี่มีความสามารถด้านแฟชั่นการตกแต่งบ้าน การแสดงและอื่นๆอีกมากมาย

    ทำให้สามารถหารายได้และความชื่นชมได้จากคนในโลกปรกติ

    ส่วนความสามารถของแอนนานั้นออกไปในทางปราบปีศาจที่อาศัยในโลกมืด

    ทำให้สองคนนี้เหมือนๆจะเป็นเพื่อนกันเพราะอย่างน้อยอยู่ในทีมมนุษยชาติเหมือนกัน

    แต่ก็หาเรื่องทะเลาะกันได้ทุกครั้งที่อยู่ด้วยกัน

    หากเรื่องนี้เป็นแนวการ์ตูนโชวเน็น

    เราคงสามารถมองได้ว่าคือตัวละครแนว “คู่แข่ง”ของแอนนา

    เป็นซาสึเกะต่อนารุโตะ

    เป็นเบจิต้าต่อโกคู

    แต่นี่คือเรื่องราวแนวสาวอเมริกัน

    เลโอนาร์ดไม่คิดว่าตนเองจะเอาแนวคิดเช่นนั้นมาใช้ได้

    ว่าบอนนี่จะพยายามถากถางคนที่เธอมองว่าเป็นคู่แข่งของเธออยู่เสมอไม่ว่าเธอจะอยู่ในห้องไหนก็ตาม

    คนที่โดดเด่นที่สุดในห้องนั้นๆต้องเป็นเธอแม้ในห้องนั้นจะมีจ้าวปีศาจที่ปกครองนรกหรือทูตจากสวรรค์อยู่ก็ตาม

    นั่นคือคำกล่าวจากข้อเท็จจริงไม่ใช่คำเปรียบเปรย

    เพราะนี่คือโลกที่มองว่าความรู้สึกและความเย่อหยิ่งสำหรับผู้หญิงคือเรื่องที่ดีไม่ใช่บาปที่ควรจะหลีกเลี่ยง

    “ความชั่วช้าทั้งมวลในโลกไปเอามาอีกสามเท่าหากคิดจะทำให้ข้าแปดเปื้อน”

    บอนนี่สามารถพูดและทำยอ่างนั้นได้จริง

    เธอคือสุดยอดแห่ง Mean Girl ของแท้

    เลโอนาร์ดถอนหายใจ

    เราคงต้องเล่นบทคนร้ายแล้วสินะ

    ป้าบ

    ฝ่ามือของเขาฟาดไปที่บั้นท้ายของบอนนี่เสียงดังสะท้านจนคนรอบข้างตกใจ

    เลโอนาร์ดอุ้มบอนนี่ที่กำลังตกใจออกจากสนาม

    “เดี๋ยวผมจะส่งแผนการฝึกซ้อมมาทีหลังครับโค้ชวาร์กเนอ”

    เลโอนาร์ดกัดฟันเพื่อสวมวิญญาณพระเอกโรมานซ์แดนตะวันตกที่ขัดแย้งกับแนวคิดพระเอกโชวเน็นอย่างสิ้นเชิง

    คล้ายกับเรื่องกลับชาติมาเกิดใน Urban Fantasy ที่คุณอ่าน