มหาศึกสัตว์ซาตาน โกลาหลปฐพี

    ตอนที่ 41 คุณพระ! นี่มัน!

    ผมยาวมัดรวบโบกพลิ้ว มีเพียงแค่หางตาที่แลไปมองมาทางด้านหลัง วิภาคาดไม่ถึงว่าวารุตจะวิ่งไล่ตามพวกนางมาทันตลอดทั้งแปดวันที่ผ่านมา แถมยังมีเจ้าหมาป่าสีเทาตัวใหญ่วิ่งตวัดขาตีคู่กันมาอีก ทั้งคู่ดูร่าเริงราวกับไม่รู้จักความเหน็ดเหนื่อย ตั้งหน้าตั้งตาวิ่งพยายามไล่ตามบุคคลที่อยู่เบื้องหน้าให้ทัน วิภาได้บอกกับวารุตไปแล้วว่าการเดินทางของพวกเขาจะสิ้นสุดลงภายในวันนี้ ซึ่งก็ตีความได้ว่าจุดมุ่งหมายของพวกเขาน่าจะอยู่อีกไม่ไกล

     

    ในขณะนี้เป็นช่วงเวลาหัวค่ำแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ได้ลับหายไปจากสายตา ต้องอาศัยแสงสว่างจากดวงจันทร์เพียงริบหรี่เป็นตัวช่วยส่องนำทาง แม้ว่าจะไม่สว่างจ้าเท่ากับคืนพระจันทร์เต็มดวง แต่ก็พอจะมองเห็นหนทางไปต่อได้

     

    การเดินทางล่วงเลยต่อเนื่องมาได้สักพัก วารุตก็เริ่มจะรู้สึกคุ้นเคยกับบรรยากาศต่างๆ รอบตัว เขาสังเกตเห็นต้นไทรใหญ่แตกกิ่งก้านสาขา ตั้งตระหง่านอยู่เคียงข้างกันกับหุบเขาไม่ไกลนัก 

     

    ระหว่างนั้นวิภาก็ชะลอความเร็วลง ทำให้วารุตสามารถวิ่งไล่ตามนางมาได้ทันในท้ายที่สุด นางเอ่ยถามขึ้น เมื่อวารุตก้าวเท้ามาถึง

     

    “เจ้ากลับไปคนเดียวก่อน ได้ใช่ไหม” 

     

    วิภาถาม

     

    สีหน้างงงวยของวารุตปรากฏขึ้นมา 

     

    “เออ ท่านไม่ไปกับข้างั้นหรือขอรับ”

     

    “ไม่! ข้ายังไม่อยากเข้าไปตอนนี้” 

     

    วิภาตอบกลับทันควัน 

     

    “ข้าขอส่งเจ้าเพียงแค่นี้ กลับไปหาพ่อและแม่ของเจ้าซะ พวกเขาคงรอเจ้าเก้อมาหลายวันแล้ว และอย่าทำตัวแบบนี้อีก ถ้าหากมีอีกละก็เจ้าจะต้องเจอดีแน่ เจ้าเด็กแสบ”

     

    วารุตทำได้แค่พยักหน้ารับอย่างงงงัน 

     

    “ขอรับ ข้าเข้าใจแล้วขอรับ” 

     

    และมองตามแผ่นหลังของหญิงสาวที่ลับหายเข้าไปในความมืดมิด

     

    ก่อนที่จะเชิดหน้าหันกลับไปมองมันอีกครั้ง หันมองไปยังต้นไทรใหญ่กับทำเลรอบตัวที่คุ้นตา วารุตรู้สึกดีใจมากที่ตนกลับมาถึงสถานที่แห่งนี้จนได้ ตอนนี้เขากลับมาถึงเขตแผ่นดินของเมืองมันตรายาแล้ว

     

    “กลับบ้านพวกเรากันเถอะ เจ้าขวาน” 

     

    วารุตยิ้มก่อนที่จะเอ่ยพึมพำ ในขณะที่เจ้าขวาน (หมาป่าสีเทา) เองก็ดูจะดีใจไปพร้อมกับเขาด้วย มันทั้งเดินทั้งวิ่งกวัดแกว่งฉวัดเฉวียนไปมาแข้งขาไม่อยู่สุข และทันทีที่วารุตก้าวเท้าไปต่อ มันก็กระโจนโผทะยานไล่ตามเขาไปในทันที

     

    บรรยากาศชวนคิดถึง กับหมู่คบเพลิงและตะเกียงที่ตั้งห้อยเรียงรายอยู่บนหัวเสาของบ้านแต่ละหลัง ส่องแสงนำทางระยิบระยับในตอนกลางคืน วารุตและเจ้าขวาน (หมาป่าสีเทา) พวกเขาย่างกรายเดินผ่านหมู่บ้านแล้วหมู่บ้านเล่า โดยไม่มีความเฉลียวใจใดๆ ทั้งนั้น เดินอยู่กึ่งกลางถนนราวกับว่าตนกำลังจะพาควายไปกินหญ้า หรือไม่ก็กำลังจะพาม้าไปอาบน้ำในลำธาร วารุตทำตัวปกติสุขอย่างไร้เดียงสา

     

    ซึ่งมันแตกต่างไปจากเหล่าชาวบ้านที่ได้พบเห็นอย่างสิ้นเชิง พวกเขาเหล่าต่างพากันรีบเผ่นเข้าไปในบ้านอย่างตื่นตระหนก พยายามรีบปิดประตูหน้าต่างให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อเห็นหมาป่าสีเทาขนาดใหญ่เดินมาพร้อมกับชายแปลกหน้า เป็นเช่นนี้แทบจะทุกหลังคาเรือน 

     

    จนกระทั่งวารุตเดินมาถึงหน้าบ้านของตัวเขาเอง ความตื่นเต้นสูบฉีดเป็นรอยยิ้มปรากฏขึ้นมา เขาเอื้อมมือขึ้นเคาะไปที่ประตูเบาๆ

     

    ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! 

     

    และไม่นานประตูบานนั้นก็เปิดออกให้กับเขา ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็น แม่ของเขาที่เปิดประตูออกมา

     

    นางรจนาแทบจะลอยได้เมื่อเห็นลูกชายสุดที่รักของตนยืนอยู่เบื้องหน้า 

     

    “วารุต!” 

     

    นางตวาดเสียงดังลั่น โดยไม่สนว่านี้จะเป็นตอนกลางคืน 

     

    รจนาโผเข้ากอดวารุตแน่น ขณะวารุตเองก็กอดแม่ของตนด้วยความคิดถึงเช่นเดียวกัน แม้แต่สัตว์สี่เท้าขนาดใหญ่ยังไม่สามารถเบี่ยงเบนความสนใจไปจากลูกชายของนางได้ รจนาสัมผัสในหน้าของวารุตด้วยความห่วงใย

     

    “เจ้าไปอยู่ที่ไหนมา กินยังไง นอนยังไง และบาดแผลพวกนี้มันอะไรกัน” 

     

    รจนาพร่ำเพ้อ แม้จะเห็นบาดแผลเต็มร่างกายของวารุต แต่นางก็อดดีใจไม่ได้ที่ลูกชายของตัวเองยังมีชีวิตรอดกลับคืนมา

     

    “ขอโทษขอรับ ที่ข้าทำทุกอย่างตามใจ” 

     

    วารุตตอบ

     

    “แต่แม่! ข้าได้หมาป่าตัวนี้กลับมาด้วย ข้าตั้งชื่อให้มันว่าเจ้าขวานล่ะ”

     

    ดวงตาของรจนาเบิกโพลงมือทั้งสองข้างเหวี่ยงทาบบนหน้าอก นางพึ่งจะสังเกตเห็นหมาป่าสีเทายักษ์นั่งคุดคู้เบื้องหน้า

     

    “คุณพระ! นี่มัน” 

     

    รจนาอ้ำอึ้ง 

     

    “มันตามลูกมาจริงๆ อย่างงั้นหรือ” 

     

    นางทวนถามลูกชาย

     

    “ใช่แล้วขอรับ” 

     

    วารุตตอบ

     

    และเขาจำต้องประหลาดใจเมื่อเห็นแม่ของตนเดินเข้าไปลูกหน้าผากของเจ้าขวานด้วยท่าทางเอ็นดู ขณะที่เจ้าหมาป่ายักษ์เองก็ไร้ซึ่งปฏิกิริยาต่อต้าน แถมมันยังชม้อยคอตามน้ำหนักมือของนางรจนาอย่างผ่อนคลายอีกด้วย ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้มันพึ่งจะแยกเขี้ยวใส่วิภาบุคคลแปลกหน้าอยู่เลย

     

    ต่อมานางรจนาได้พาวารุตและเจ้าขวานเข้ามาพักผ่อนในตัวบ้าน นางรู้สึกสบายใจขึ้นมากที่วารุตกลับมาจากป่ามรกตได้อย่างปลอดภัย ในขณะวารุตเองก็ดูจะมีความสุขไม่แพ้กันที่เขาได้สัตว์เลี้ยงตัวใหม่ตามที่ใจเขาต้องการ พวกเขาสองแม่ลูกดูจะไม่ติดขัดอะไรกับการที่มีหมาป่าสีเทายักษ์นอนหมอบขนปุ้มปุ้ยอยู่กลางตัวบ้าน แต่มันกลับไม่ใช่ กับคนที่พึ่งจะเดินออกมาจากทางหลังบ้านโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่

     

    สังข์ทองผงะ! เขาเผลอทำกระด้งปลาที่ถือมาหลุดมือ จนปลาร่วงหล่นเกลื่อนพื้นกระเด้งกระดอนกระจัดกระจาย ดวงตาของเขาแข็งทื่อ เฉกเช่นกับขาทั้งสองข้าง แม้แต่การกลับมาของลูกชายของตัวเองเขายังไม่สนใจ

    คล้ายกับเรื่องมหาศึกสัตว์ซาตาน โกลาหลปฐพี ที่คุณอ่าน