บทที่ 49
“งานประมูลเหรอ น่าสนใจแฮะ..” เสียงของพิธีกร เรียกให้ชายหลายคนที่รักรถสปอร์ตคันงามก้าวเข้ามารับชมเกาะติดกับงานประมูลแบบเปิดนี้อย่างใกล้ชิด ไอซ์เองก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน“ราคาเริ่มต้นการประมูลอยู่ที่ 10 ล้านบาทครับ.. และทุกท่านสามารถเพิ่มการบิดขึ้นต่ำที่ 1 แสนบาทครับ” พิธีกรกล่าวขึ้น พร้อมกับพริตตี้สาวสวยก็ทำการเลื่อนผ้าคลุมรถออกทันที จากนั้นรถสปอร์ตคันงามสีเทาเงา แถบข้างมีสีน้ำเงิน และดำตัดกันอย่างลงตัว เรียกเสียงชื่นชอบจากผู้คนได้เป็นอย่างดี รวมถึงไอซ์ด้วยเช่นกัน“นี่.. คุณน่ะ.. ถ้าผมต้องการเข้าร่วมการประมูลด้วยต้องทำอย่างไรบ้าง” ไอซ์กล่าวถามกับพนักงานแถวๆนั้น ถ้าราคายังพอจ่ายออกไปได้เขาก็จะเข้าร่วมประมูลในครั้งนี้ (นี่เอ็งยังต้องคำนึงถึงเรื่องเงินอยู่อีกเหรอ : ไรต์)“คุณเพียงแค่ไปรับป้ายสำหรับการประมูลทางนั้นได้เลยครับ..” พนักงานคนนั้นกล่าวกลับ ไอซ์ก็ทำตามคำแนะนำ พนักงานที่มอบป้ายให้ก็ทำตามหน้าที่บอกกฎที่ใช้ประมูลต่างๆเล็กน้อย รวมถึงเรื่องเงินที่ต้องจ่าย หากบิดไปแล้วไม่สามารถจ่ายเงินได้ในทันทีก็อาจจะถึงขั้นโดนตั้งข้อหาได้เลย ไอซ์พยักหน้ารับ ก่อนจะก้มมองป้ายหมายเลขที่ตัวเองได้รับ“เลขไม่ค่อยสวยเท่าไร.. แต่ก็ช่างมันเถอะ” หมายเลขของเขาไม่ได้สวยงามตามความคาดหวัง ในละครหรือนิยาย ตัวเอกก็มักจะได้รับเลขพิเศษหลักเดียว หรือไม่ก็เลขตองเพื่อใช้ในการประมูล เพิ่มความเท่ให้กับตัวละครนั้นๆ แต่เมื่อคิดไปคิดมาเขาก็แอบหัวเราะให้กับตัวเอง‘เราก็ไม่ได้เป็นพระเอกในละครสักหน่อย..’ ก่อนจะยักไหล่หนึ่งครั้งแบบขำๆ และหันกลับมาโฟกัสที่การประมูลว่าตอนนี้มันไปถึงไหนแล้ว“การประมูลเข้าสู่ช่วง 20 ล้านบาทแล้ว หลังจากนี้ผมขออนุญาตเพิ่มการบิดจากเดิม 1 แสนบาท เป็น 2 แสนบาทครับ..” พิธีกรกล่าวอย่างนั้น ไอซ์ก็ยังไม่ได้รีบร้อนอะไร เขายังคงมองไปยังตัวเลขที่แสดงผล เขาคิดว่าราคานี้เขายังพอสู้ไหวอยู่ และถ้ามันไม่มากเกินไปเขาก็จะซื้อ“21 ล้าน...” ตูมตามยกป้ายของตัวเองก่อนจะทำหน้าชิลๆ ราวกับเงินแค่นี้เขามีปัญญาที่จะจ่ายมันอยู่แล้ว แต่ในใจกับร้อนรนเอามากๆ การใช้เงินกว่า 20 ล้านบาทในครั้งเดียว กลับบ้านไปก็อาจจะโดนตำหนิเอาได้ และเพื่อที่จะได้รถคันนี้ขับเอาไปอวดสาวๆ เขาต้องทุ่มซื้อมาให้ได้ แม้ว่าจะต้องโดนพ่อทุบตีก็ตาม“21 ล้านจากหมายเลข 9 ...” พิธีกล่าวขึ้น มันเรียกความสนใจจากผู้คนอีกครั้ง“นั่นมันนายน้อยตูมตาม ลูกเจ้าของบริษัทตี้เหรินกรุ๊ปนี่.. พระเจ้าเขาใช้เงิน 21 ล้านอย่างไม่สะทกสะท้าน” ผู้คนเริ่มซุบซิบกันหลายคน ไอซ์ที่ได้ยินก็ไม่ได้รู้สึกอะไร เขายังคงมองตัวเลขบนจอแสดงผล“21 ล้าน 2 แสน...”“21 ล้าน 4 แสน...”………………“24 ล้าน 8 แสน!!..” เสียงของตูมตามกล่าวมาพร้อมกับกัดฟัน มันไม่ใช่จำนวนที่น้อยๆอีกต่อไป ถ้าเกิดว่ายังมีคนสู้ราคากับเขาอยู่ การเงินของเขาอาจจะมีปัญหาตลอดทั้งปี เขาจะต้องโดนพ่อหักออกจากค่าขนมอย่างแน่นอน“24 ล้าน 8 แสน จากหมายเลข 9....” พิธีกรกล่าวด้วยรอยยิ้ม และหันไปมองแขกผู้มีเกียรติข้างล่าง แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ไหวกันเลย เขาจึงคิดว่าจะเริ่มนับถอนหลังเพื่อสิ้นสุดการประมูล“มีใครอยากจะเสนอราคาอีกไหมครับ ถ้าไม่มีผมขออนุญาตนับถอยหลังยืนยันเจ้าของรถนะครับ... 24 ล้าน 8 แสน จากหมายเลข 9 ครั้งที่ 1!!...” เขาพยายามมองไปทั่วบริเวณแล้ว และคิดว่าราคาก็คงจะสิ้นสุดเพียงเท่านี้ เขาก็เริ่มนับครั้งที่สองทันที“..24 ล้าน 8 แสน จากหมายเลข 9 ครั้งที่ 2!!...”และก็เป็นเช่นเคย ทุกคนก็ยังคงเงียบเหมือนเดิม ตูมตามลุ้นจนฉี่เกือบจะแตก เขาหลับตาสวดภาวนาอย่าให้มีใครเอ่ยออกมาแข่งกับเขาเพิ่มเลย หัวใจเต้นตุบๆ สั่นไหว ปากของพิธีกรกำลังจะเอ่ยการนับครั้งที่ 3 แต่เขาก็สังเกตเห็นป้ายที่ยกขึ้นมาเป็นป้ายที่ไม่ได้เข้าร่วมการประมูลตั้งแต่แรก เขายื่นมือไปทางชายคนที่ยกป้าย เพื่อให้อีกฝ่ายเสนอราคามา“30 ล้าน!!..”ชายคนนั้นกล่าวออกอย่างเฉยชา แน่นอนว่าเขาก็คือไอซ์เวลานี้ทุกคนที่ได้ยินก็ถึงกับติดสตั๊นท์ไปเลย ราคาจาก 24.8 ล้านกระโดดพุ่งขึ้นเป็น 30 ล้านถ้วน เพียงแค่ลมปาก ตูมตามที่หลับตาลุ้นก็ใจสลายทันที เขาแทบจะเป็นลมเป็นแล้งกับสิ่งที่ได้ยิน หลายคนก็มองมาทางไอซ์เป็นตาเดียว ชายที่อยู่ในชุดนักศึกษา ในมือถือถุงพลาสติกที่ข้างในมีตุ๊กตาไหมพรม ส่วนอีกข้างถือกระเช้าผลไม้ ราวกับว่าเขาเป็นคนขายของจิปาถะเสียมากกว่า“30 ล้านบาท จากหมายเลข 224..”พิธีกรยังคงทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป ไอซ์ก็ทำหน้านิ่งๆ เงินจำนวนนี้นับว่าเลขน้อยมากสำหรับเขา เหมือนเขามีเงิน 10,000 และต้องการซื้อรถของเล่นในราคาเพียงแค่ 30 บาท และความเป็นจริงแล้วเขามีเงินมากว่า 70,000 ล้าน กับอีแค่ 30 ล้านมันช่างไม่ได้รู้สึกอะไรแต่สำหรับไอซ์แล้วปัญหาไม่ได้อยู่ที่การจ่ายเงินออกไป แต่มันอยู่ที่เขาจะต้องหาทางอธิบายกับพี่สาวของตัวเองให้ได้ 30 ล้านยังพอหาเหตุผลเลี่ยงได้อยู่ แต่ถ้ามากกว่านี้เขาก็คิดหนักเช่นกัน (เอ็งคิดหนักเรื่องพี่สาว??? What!! : ไรต์) ตูมตามที่ไม่ทันมองว่าใครเป็นคนเรียกราคาก็หันซ้ายหันขวาตามหาคนที่เรียกราคาสูงขนาดนี้ มันเป็นใครกัน“เอาวะ.. ฉันจะทุ้มสุดตัว 30 ล้าน 5 แสน!!...” ตูมตามยอมที่จะเสียเงินจำนวนมาก เขาคำนวณแล้ว เงินค่าขนมของเขาอาจจะถูกหักไปมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ต่อเดือนเป็นเวลากว่า 2 ปีแล้ว แต่เพื่อรถในฝัน และมันมีเพียงแค่ 5 คันในประเทศเท่านั้น ก็ต้องกัดฟันสู้ต่อไป“35 ล้าน!..” ไอซ์ยกป้ายหมายเลข เขาไม่จำเป็นต้องรอพิธีกรเอ่ยขานยืนยันอะไรทั้งนั้น“35 ล้านจากหมายเลข 224 ..” เสียงประกาศของพิธีกรเล่นเอาตูมตามถึงกับแสดงสีหน้ารังเกียจออกมาอย่างเห็นได้ชัด และเขาต้องการรู้ว่าใครกันที่ต้องการแข่งประมูลกับเขา แถมยังมีราคาสูงอย่างนี้“ใครมันช่างกล้า... ห๊ะ!! ทำไมถึงเป็นแกล่ะ ไอ้ยาจก” ตูมตามกล่าวออกมาอย่างตกใจ และคำพูดที่ดูถูกนั้นมันก็เรียกความสนใจกับมวลชนทันที พวกเขาลืมคิดไปได้อย่างไร นักศึกษาโนเนม ที่พวกเขาไม่รู้จักทำไมถึงกล้าที่จะประมูลแข่งในราคาที่เขาอาจจะไม่สามารถจ่ายได้“ผมต้องการคัดค้าน.. เขาไม่สามารถจ่ายเงินในราคาที่สูงขนาดนั้นได้ พวกคุณควรเช็กเขาก่อนไหม เขากำพร้าพ่อแม่ ธุรกิจอะไรก็ไม่มี นอกจากนี้พี่สาวของเขายังทำงานบริษัทเล็กๆที่เงินเดือนยังไม่ถึง 3 หมื่นบาท อย่าว่าแต่ 35 ล้านเลย แม้แต่ล้านเดียว เขาก็ไม่มีปัญญาจ่ายได้” ตูมตามเอ่ยกล่าวเสียงดัง เขาหักหน้าไอซ์กลางงานประมูล และมันก็สมควรแล้วที่มันกล้ามาปั่นราคาทำให้เงินค่าขนมของเขาหมดไปสองปีกว่าผู้คนเริ่มคิดตามคำพูดของตูมตาม พิธีกรก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับสถานการณ์นี้ดี มันไม่เคยมีคนบ้าขนาดนี้ประมูลในสิ่งที่ตัวเองจะจ่ายได้ แต่ด้วยความมืออาชีพ เขาก็เอ่ยขึ้นอย่างสุภาพกับไอซ์“ต้องขออภัยด้วยนะครับคุณผู้ชาย เนื่องจากมีผู้ร่วมประมูลต้องการที่จะตรวจสอบการเงินของคุณ เพื่อความโปร่งใส คุณจะยินดีให้เราตรวจสอบบัญชีของคุณได้หรือไม่ครับ” พิธีกรกล่าวออกไมค์ และนั่นมันทำให้ตูมตามถึงกับยิ้มขึ้นมาในบัญชีของไอ้ยาจกนี้มันจะมีสักกี่บาทกันเชียว แต่รอยยิ้มนั้นยังไม่ทันได้กว้างสุดมุมปาก หญิงสาวปริศนาก็ลุกขึ้นยืนตรงที่ของประธานในพิธี และเธอคนนี้ยังเป็นผู้จัดงานในครั้งนี้อีกด้วย“ตระกูลศิริวิวัฒน์เกรษา.. ขอยืนยันด้วยเกียรติทั้งหมดที่ตระกูลเรามีว่าคุณอนุวัฒน์สามารถจ่ายเงินในราคานั้นได้...”