เช้าที่แสนจะสดใสสำหรับอัญญารินทร์ หลังจากรับประทานอารเช้าแล้วเธอจึงออกมารดน้ำต้นไม้ให้พ่อเหมือนปกติ
แต่ที่ไม่ปกติคือ...
“จ๊ะเอ๋!” จู่ ๆ คีตาก็โผล่หน้ามาจากรั้วของบ้านข้าง ๆ แล้วพูดขึ้นเสียงดัง
“ว้าย!!” อัญญารินทร์ที่กำลังรดน้ำต้นไม้อย่างเพลิดเพลินถึงกับสะดุ้งโหยงด้วยความใ
“ฮ่า ๆๆ” แทนที่จะสำนึก คีตากลับหัวเราะออกมาอย่างขำขันเมื่อแกล้งเธอได้สำเร็จ
“เฮ้อ อัญใหมดเลยค่ะ” เด็กสาวยกมือขึ้นมาทาบที่หน้าอกตัวเองแล้วถอนหายใจ
เขายังไม่กลับบ้านอีกเหรอเนี่ย
“อรุณสวัสดิ์ครับน้องอัญชัน ทำอะไรอยู่” คีตาทักทายเธอในยามเช้าอย่างอารมณ์ดี
คำถามของเขาทำให้อัญญารินทร์ขมวดคิ้ว เธอก้มลงมองสายยางในมือตัวเองตาปริบ ๆ จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองคีตาอย่างใสซื่อ
“พี่คีนไม่เห็นเหรอคะ”
นี่เขาไม่เห็นจริง ๆ เหรอว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่
“เอ่อ เห็นค่ะ” คำถามจากอัญญารินทร์ทำให้คีตารู้สึกว่าตัวเองโง่งม และถึงกับไปไม่เป็เลยทีเดียว เขายิ้มเจื่อนให้กับอัญญารินทร์เล็กน้อย
“นึกว่าไม่เห็น อัญกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่น่ะค่ะ” อัญญารินทร์พูดด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสาพลางชูสายยางขึ้นให้เขาเห็นชัด ๆ
“กวนกูหรือเปล่าวะ” คีตามองท่าทางไม่รู้ไม่ชี้ของอัญญารินทร์แล้วเอ่ยขึ้นเสียงเบา
นี่เด็กสาวตรงหน้าตั้งใจแกล้งเขากลับหรือเปล่า
“อะไรนะคะ” อัญญารินทร์ที่ได้ยินไม่ชัดจึงมองหน้าเขาด้วยสายตาสงสัย
“เปล่าค่ะ น้องอัญตื่นเช้านะเนี่ย” คีตาปฏิเสธและเปลี่ยนเื่ชวนเธอคุย
“ค่ะ อัญตื่นเวลานี้เป็ปกติ แล้วพี่ภามล่ะคะ”
“อ๋อ มะ...” คีตากำลังจะตอบ
“ไอ้คีน” แต่เสียงนิ่ง ๆ ของภามดังขึ้นขัดเสียก่อน
คีตาหันกลับไปก็เห็นสายตาคมกริบของเพื่อนสนิทที่มองมา ทำเอาเขาลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“พี่ภาม อรุณสวัสดิ์ค่ะ” แต่อัญญารินทร์กลับไม่รู้ถึงบรรยากาศมาคุของทั้งสองคน เธอชะโงกหน้าไปโบกมือทักทายภามอย่างร่าเริงตามนิสัย
“อรุณสวัสดิ์ แล้วมึงมาทำอะไรตรงนี้” ภามหันไปมองเธอด้วยสายตาที่อ่อนลง พร้อมกับตอบรับ จากนั้นก็หันไปถามคีตาเสียงนิ่ง
“อะไร กูก็แค่มาทักทายน้องอัญชันเอง ใช่ไหมคะ” คีตาทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้แล้วหันไปหาแนวร่วมอย่างอัญญารินทร์
“ใช่ค่ะ แต่พี่คีตามาจ๊ะเอ๋อัญ ใหมดเลย” อัญญารินทร์จึงถือโอกาสฟ้องภามไปในตัว เพราะคีตามาแบบไม่ให้สุ้มให้เสียงจนเธอใจร่วงลงไปกองอยู่ที่ตาตุ่ม
“เล่นอะไรไม่เข้าเื่” ภามมองเพื่อนสนิทด้วยสายตาดุดัน แล้วต่อว่าคีตาแทนอัญญารินทร์ทันที
“กูผิดสินะ” คีตามุ่ยหน้าอย่างน้อยใจพลางบ่นพึมพำกับตัวเองเสียงเบา
“มีอะไรวะ” สิงห์ที่เดินตามออกมาถามขึ้น เมื่อเห็นทุกคนมารวมตัวกันอยู่ข้างรั้วบ้าน
“มาก็ดี ลากมันออกไป” ภามหันไปมองสิงห์แล้วชี้ไปที่คีตาที่ยืนอยู่ข้างหน้าเขา
“อ้าว กูยังคุยกับน้องอัญชันไม่จบเลยนะ” เมื่อได้ยินเ้าตัวจึงมีท่าทีไม่ยอมขึ้นมาทันที
ภามไม่พูดอะไรแต่มองไปที่คีตานิ่ง ๆ
“เอ่อ ไอ้คีน มานี่หน่อย กูมีเื่ให้ช่วย” สิงห์ที่เห็นสีหน้าจริงจังของภามจึงรีบมาลากคีตาออกไปให้พ้นทาง
“เดี๋ยวสิไอ้สิงห์! อื้อ” คีตาพยายามรั้งตัวเองเอาไว้ แต่สิงห์ก็ลากเขาออกไปจนได้และยังโดนปิดปากไม่ให้พูดอีก
“คิก ๆ” อัญญารินทร์มองตามไปแล้วหัวเราะออกมาเบา ๆ
แต่พอหันไปมองภาม ก็พบว่าเขามองเธออยู่ก่อนแล้วด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“พี่ภามมองอัญทำไมคะ”
“มันคุยอะไรด้วย” ภามถามถึงก่อนหน้านี้ที่เพื่อนสนิทเขามาคุยกับเธอ เพราะไม่รู้ว่าคีตาจะมาพูดเพ้อเจ้ออะไรไว้หรือเปล่า
“เอ๋ ยังไม่ได้คุยอะไรเลยค่ะ พี่เขาแค่มาทักทาย” อัญญารินทร์เอียงคออย่างครุ่นคิด ก่อนหน้านี้คีตายังไม่ทันได้พูดอะไรเลยภามก็เดินเข้ามาเบรกเสียก่อน
“ดีแล้ว” ภามมีสีหน้าที่ผ่อนคลายขึ้น
“ทำไมเหรอคะ” อัญญารินทร์รู้สึกสงสัยว่าทั้งสองคนมีเื่อะไรหรือเปล่า
“เปล่า ต่อไปถ้ามันมาคุยด้วยก็อย่าไปสนใจนะ” ภามบอกปัดแล้วสั่งห้ามไม่ให้อัญญารินทร์ไปพูดคุยกับคีตาอีก เพราะเขาไม่ไว้เพื่อนสนิทตัวเอง กลัวมันจะมาพูดอะไรไร้สาระให้เธอฟัง
“อ้าว” อัญญารินทร์ทำหน้างง
เธอไม่เข้าใจเพราะคีตาเป็เพื่อนของเขา ทำไมต้องสั่งห้ามด้วย แล้วจะให้เดินหนีเลยเหรอ
“อัญลูก” แต่ยังไม่ได้ถามอะไรเขาต่อ เสียงเรียกจากในบ้านก็ดังขึ้นมาเสียก่อน
“ค่าคุณแม่ งั้นอัญไปก่อนนะคะ” อัญญารินทร์ขานรับผู้เป็แม่ ก่อนจะหันมาบอกลาภาม
“ไปเถอะ” เขามองตามหลังเด็กสาวที่วิ่งไปปิดก๊อกน้ำแล้ววิ่งเข้าไปในบ้าน