หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป...
คุณนายพิณทองเข้ามากล่อมลูกสาวให้เดินทางกลับบ้านทุกวัน ไม่ว่ากิจกรรมไหนผู้เป็แม่ก็ตามติดชีวิตลูกสาวไปหมด ไม่ว่าจะทำเช่นไรเจนก็ไม่ยอมใจอ่อนกลับบ้านง่ายๆ หญิงสาวเบื่อความวุ่นวายในเมืองหลวง และเธอเองก็ไม่ได้รักใคร่กับชายที่แม่เลือกให้
ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา คุณนายใส่ส้นสูงเดินเข้าออกไร่นาเป็ประจำ บางครั้งก็ต้องวิ่งหนีควายจนเกือบเป็ลมเพราะบังเอิญใส่ชุดเดรสแดงแจ๋ผ่านตาสัตว์ เจ็ดวันที่ผ่านมาลูกเขยพยายามเข้าหาและพูดคุยด้วย แต่พิณทองไม่ใช่คนใจอ่อนขนาดนั้น โดยเฉพาะกับคนที่มีฐานะต่ำกว่าเธอหลายเท่า
“กลับกันเถอะคุณ ยังไงลูกก็ไม่ยอมไปกับพวกเราหรอก”
“ไม่มีทาง ยังไงฉันก็จะต้องเอายัยเจนกลับไปแต่งงานกับคุณภาคให้ได้”
“ก็ลูกสาวเราไม่ได้รักเขา”
“แต่งไปเดี๋ยวก็รักเองนั่นแหละ”
พิณทองพูดกับสามีพลางกับนึกถึงชีวิตของตัวเอง
ครั้งแรกที่เธอถูกจับคลุมถุงชนกับชายคนนี้ก็แทบไม่เป็อันกินอันนอน แต่ด้วยความอ่อนโยนและความอบอุ่นของสามีจึงทำให้ใจอ่อนขึ้นมา แต่ถึงจะมีลูกมาแล้วสองคน พิณทองกลับรู้สึกไม่เคยพอกับอะไรบางอย่าง ทั้งๆที่ชีวิตก็สบายกว่าชาวบ้าน แต่ทำไมในใจถึงยังร้องหาอะไรบางอย่างอยู่เสมอ
ั้แ่ที่คลอดเจนออกมา...สามีที่อายุห่างจากเธอสิบกว่าปีก็แทบไม่แตะต้องเนื้อตัว และตลอดสิบปีที่ผ่านมานี้ พิณทองก็ไม่เคยัักับสิ่งนั้นของสามีเลยสักครั้ง แต่ถึงจะทำ...มันก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเท่าไหร่นัก
“พรุ่งนี้ผมมีประชุมที่บริษัท ผมต้องกลับแล้วนะ”
“อะไรนะคะ คุณให้ลูกชายของเราเป็ผู้บริหารแล้วไม่ใช่หรอ”
“ก็ใช่ แล้วคุณคิดว่าลูกชายของคุณมันเก่งแค่ไหนล่ะ”
“ต…แต่”
“ไม่มีแต่”
“ถ้ายัยเจนไม่กลับ ฉันก็ไม่กลับ”
“ตามใจ งั้นก็ไปขอลูกอยู่ด้วยก็แล้วกัน”
“ค…คุณ!”
เมื่อได้ยินคำขาดจากสามี พิณทองก็ลุกลี้ลุกลน เธอออกจากห้องในโรงแรมและรีบสั่งคนขับรถพาไปยังบ้านของไอ้ชาติ(ชั่ว) ผู้เป็แม่ร้องเรียกหาลูกสาวและจะพาเธอกลับบ้านให้ได้ แต่ไม่ว่าจะหายังไงก็ไม่เจอลูกสาวสักที พิณทองเดินอ้อมมาทางด้านหลังบ้าน ก่อนจะเห็นร่างกำยำกำลังก้มหน้าดำนาอยู่ไกลๆ ไม่ว่าไอ้ชาติจะอยู่ไหน ลูกสาวของเธอมักจะอยู่ที่นั้นเสมอ
ร่างอวบอั๋นของสาวใหญ่เดินนวยนาดไปตามคันนา แน่นอนว่าคุณนายยังคงใส่ส้นสูงปลายแหลมราคาแพงของเธอเช่นเดิม
“เจน เจนลูก!”
“…..”
“เจน กลับบ้านกับแม่เดี๋ยวนี้!”
“…..”
“ยัยเจน!”
เสียงแหลมของคุณนายทำให้ร่างหนาใหญ่เงยหน้าขึ้นมามอง เหงื่อไคลร้อนๆไหลอาบไปเท่าใบหน้าไทยแท้
ไอ้ชาตินุ่งแค่ผ้าขาวม้ารัดเอว มือข้างหนึ่งหอบต้นกล้า ส่วนมืออีกข้างก็ดำนาจนโคลนเต็มไปทั่วกล้ามแขน สายตาเ้าเล่ห์ของชายบ้านนามองคุณนาเดินขโยงขะเยงเหมือนกับกุ้งเต้น เป็เพราะร้องเท้าที่พิณทองสวมใส่ไม่เหมาะสมกับสถานที่แห่งนี้เท่าไหร่นัก หลังจากที่เธอเข้ามาใกล้ชายฉกรรจ์ ความเหน็ดเหนื่อยก็ทำให้ทรงตัวไม่ไหว!
“ว๊ายยยยย!!!”
“……”
ตุ้บ!