ทุกครั้งที่นักเรียนห้อง 5 พัฒนาขึ้น จะถูกส่งกลับมายังซูหยางในรูปแบบของพลังงานบริสุทธิ์โดยตรง
พัฒนาเท่าไหร่ ส่งกลับมาเท่านั้น!
พลังงานบริสุทธิ์สายนี้แทบไม่จำเป็ต้องผ่านกระบวนการเปลี่ยนผ่านใด ๆ สามารถทำให้ปราณของเขาแข็งแกร่งขึ้นได้ทันที ซึ่งต่างจากการฝึกปกติที่พลังงานที่ได้รับจากอาหารหรือน้ำยาชำระไขกระดูกจำเป็ต้องมีกระบวนการดูดซึม ซึ่งช่วยประหยัดกระบวนการดูดซึมที่ยาวนานไปได้
“เ้าเด็กจูเทานี่ยังพอเชื่อฟังอยู่บ้างนะ!”
“คอขวดเริ่มสั่นคลอนแล้ว อีกแค่ครั้งเดียว ฉันต้องก้าวเข้าสู่ระดับจิติญญายุทธ์ขั้นแปดได้อย่างแน่นอน!”
ซูหยางอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้น
ระดับจิติญญายุทธ์ขั้นแปด สามารถยื่นเื่ขอปรับเงินเดือนพื้นฐานเพิ่มขึ้นได้อีกห้าร้อยหยวน
สะสมไปนานปีเข้าก็ไม่ใช่จำนวนเงินที่น้อยเลย
“แต่ว่า นี่เพิ่งผ่านไปนานแค่ไหนกัน แค่สามสี่ชั่วโมงเอง จูเทาก็เข้าสู่ขั้นเริ่มต้นของเคล็ดวิชาอย่างเป็ทางการแล้วเหรอ?”
ซูหยางรู้ว่าจูเทาควรจะเริ่มต้นได้เร็ว แต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้
“นอกจากจูเทาแล้ว คนอื่น ๆ ต่างก็มีประสิทธิภาพการฝึกอยู่ที่ประมาณ -400% ดูเหมือนว่าเวลาหาเคล็ดวิชาที่เหมาะสมให้คนอื่น จะต้องหาที่มีค่าความเข้ากันเกิน 300% ถึงจะมีคุณลักษณะคลั่งไคล้เคล็ดวิชาที่จะเปลี่ยนประสิทธิภาพการฝึกให้กลายเป็บวกได้ พลังงานบริสุทธิ์ที่จะส่งกลับมาหาฉันถึงจะไหลมาเทมาไม่ขาดสาย!”
ทว่าซูหยางยังไม่รีบร้อนที่จะไปหาเคล็ดวิชาที่เหมาะสมให้นักเรียนคนถัดไป
การฝึกควบคู่นั้นยากลำบากมาก ไม่แน่ว่าจูเทาจะสามารถฝึกฝนต่อไปได้อย่างราบรื่นหรือไม่
เขาต้องจับตาดูให้ดี เพื่อยืนยันว่าการฝึกของจูเทาจะเป็ไปอย่างมั่นคง
แผนการของวันอยู่ที่ยามเช้า
เช้าวันถัดมาเวลาเจ็ดโมงครึ่ง นักเรียนห้องอื่นต่างเริ่มโคจรลมปราณยามเช้า เตรียมตัวสำหรับการฝึกประจำวัน
ทว่าเมื่อซูหยางก้าวเข้าห้องเรียนกลับพบว่าว่างเปล่าไร้ผู้คน
แม่เ้า!
พวกเธอจะหย่อนยานกันเกินไปแล้วนะ!?
กระทั่งวิชาพื้นฐานก็ไม่ฝึกกันแล้วเหรอ!? ปล่อยวางกันได้ขนาดนี้เลย!?
การฝึกยามเช้าสำหรับนักรบนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง
ยามเช้าตรู่คือ่เวลาที่พลังฟ้าดินเต็มเปี่ยมที่สุด และเป็่ที่ประตูกายาเปิดกว้างที่สุด ่เวลานี้สามารถดูดซับพลังฟ้าดินมาหล่อเลี้ยงร่างกายได้โดยไม่รู้ตัว
นี่คือพื้นฐานในบรรดาพื้นฐานของการเป็นักรบ จะหย่อนยานแม้เพียงนิดไม่ได้
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ตอนนี้ตนเองคือครูประจำชั้นห้อง 5 ดังนั้นต้องมีความรับผิดชอบต่อลูกศิษย์ของตน
นี่คือเื่ของหลักการ จะปล่อยให้วิชาพื้นฐานของพวกเขาไร้ค่าไม่ได้
เดิมทีเ้าพวกเด็กแสบเหล่านี้นอกจากจูเทาแล้ว ต่างก็มีอาการท้อแท้สิ้นหวังซึ่งทำให้ประสิทธิภาพการฝึกลดลงอย่างมหาศาล ต้องหาวิธีทำให้พวกเขาขยันหมั่นเพียรขึ้นมาให้ได้!
ซูหยางเดาได้ทันทีว่าเ้าพวกนี้ร้อยทั้งร้อยคงยังนอนี้เีอยู่ที่หอพัก เดิมทีเขาเตรียมจะพุ่งไปที่หอพักแล้วลากคอมาที่ห้องเรียนทีละคนเพื่อเริ่มฝึกยามเช้า แต่พอคิดอีกที มันไม่ค่อยดีนัก
การเผชิญหน้าจะยิ่งทำให้ความขัดแย้งระหว่างครูและศิษย์รุนแรงขึ้น การบังคับให้พวกเขาฝึกยามเช้าจะยิ่งทำให้พวกเขาต่อต้าน อีกอย่างไปที่หอพักก็ใช่ว่าพวกเขาจะยอมร่วมมือ ดีไม่ดีอาจจะล็อกห้องประชดเขาอีก
ต้องหาวิธี ให้พวกเขาอยากฝึกยามเช้าด้วยความกระตือรือร้น!
ซูหยางครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก็เกิดแผนการขึ้นมา
จนกระทั่งเวลาประมาณแปดเก้าโมงเช้า หลังจากเลย่เวลาฝึกยามเช้าไปแล้ว สมาชิกห้อง 5 ถึงค่อย ๆ ทยอยมาที่ห้องเรียน จูเทามาสายที่สุด มาถึงตอนสิบโมงครึ่ง
“เทาจื่อ ทำไมวันนี้วันนายตื่นสายขนาดนี้!?”
จูเทาไม่กล้าบอกว่าเมื่อคืนฝึกเข็มสลักเมฆาปะชะตาฟ้าจนติดลม เย็บผ้าไปทั้งคืนจนหยุดไม่ได้ เลยตอบส่ง ๆ ไปว่า “เล่นเกมน่ะ”
คนอื่น ๆ ไม่ได้ใส่ใจนัก ถ้าไม่ใช่เพราะ่เวลานี้สัญญาณในเขตหอพักถูกตัดขาดโดยสมบูรณ์ และนอนก็นอนไม่หลับแล้ว พวกเขาก็แทบจะไม่คิดจะมาห้องเรียนเลยด้วยซ้ำ
ซูหยางแอบสังเกตการณ์อยู่ที่ห้องทำงานตลอดเวลา เมื่อยืนยันว่าคนห้อง 5 มากันครบแล้วถึงได้เดินมาที่ห้องเรียน
เมื่อเห็นซูหยางมา ทุกคนย่อมไม่มีสีหน้าที่ดีให้ ทำท่าทางเมินเฉยไม่อยากจะเสวนาด้วย
จะมีก็เพียงจูเทาที่มองซูหยางด้วยสายตาซับซ้อน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก และยิ่งเป็ไปไม่ได้ที่จะลดตัวลงมาบอกซูหยางว่าตนเองได้เริ่มฝึกเข็มสลักเมฆาปะชะตาฟ้าแล้ว
“เมื่อเช้านี้ครูเห็นว่าทุกคนไม่ได้มาฝึกยามเช้ากันเลยนะ!” ซูหยางเอามือไพล่หลังเดินมาที่เขตฝึกซ้อม พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเล็กน้อยขณะเดินไปมา “ไม่มาฝึกก็บอกกันก่อนสิ! ทำเอาครูต้องตื่นตั้งแตหกโมงครึ่ง! ถ้ารู้อยู่แล้วว่าพวกเธอจะไม่มาฝึก ครูคงได้นอนต่ออีกสักหน่อย...”
เดิมทีคิดว่าซูหยางจะตำหนิพวกเขา แต่พอเปิดปากออกมากลับทำเอาคนห้อง 5 ไปไม่เป็ จนต้องกลืนคำพูดลงคอไป ทว่าก็ยังมีคนย้อนกลับมาอย่างประชดประชันว่า “คนี้เีพรรค์นี้ยังกล้าเสนอหน้ามาเป็ครูอีกเหรอ!?”
ซูหยางไม่ได้โกรธ เขาตอบยิ้ม ๆ อย่างมีเลศนัย “ไม่งั้นเธอคิดว่าทำไมโรงเรียนถึงจัดให้ครูมาเป็ครูประจำชั้นห้อง 5 ล่ะ?”
“...”
เชี้ย! พลาดท่าแล้ว! ครูประจำชั้นคนนี้ก็เป็พวกประชดเก่งเหมือนกันนี่หว่า!
“แต่ในเมื่อมากันครบแล้ว มาเล่นเกมด้วยกันหน่อยเป็ไง!”
“คิดจะวางกับดักพวกเราอีกแล้วเหรอ!?” หลี่อีิกลอกตา “ไม่เล่น!”
“ก็แค่เกมง่าย ๆ เท่านั้นเอง!” ซูหยางไหวไหล่ เดินไปยืนในที่ว่างแล้วเอ่ยว่า “ครูจะยืนอยู่ตรงนี้ พวกเธอจะใช้อาวุธซัดอะไรก็ได้ ใครที่ทำให้ครูถอยหลังได้แม้แต่ก้าวเดียว คนนั้นไม่ต้องมาฝึกยามเช้าอีกเลย! ต่อให้โรงเรียนมาตรวจพบว่าพวกเธอไม่ฝึก ครูจะช่วยปิดบังให้เอง ไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครมาปลุก ให้พวกเธอนอนี้เีได้อย่างสบายใจ!”
ทุกคนขมวดคิ้ว
“แล้วถ้าขยับครูไม่ได้ล่ะ?”
“ขยับไม่ได้ก็ไม่มีบทลงโทษอะไร!”
มีเื่ดีขนาดนี้ด้วยเหรอ?
“จริงนะ?”
“คำไหนคำนั้น!”
“ได้ ฉันก่อนเลย!”
สาวน้อยกระบองเขี้ยวหมาป่าพุ่งตัวออกมาทันที ใบหน้าเล็ก ๆ นั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
คนอื่น ๆ ก็ไม่ได้ห้าม
ก่อนหน้านี้ยังกลัวว่าสาวน้อยกระบองเขี้ยวหมาป่าจะฟาดจนสมองไหล แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าซูหยางฝึกถึงขั้นนิ่งงันดั่งขุนเขาแล้วก็เลยไม่ใส่ใจ
ทำอะไรซูหยางไม่ได้หรอก
ซูหยางหลับตาลงทันที ควบคุมสัญชาตญาณการหลบหลีกของตัวเองไว้ ในขณะที่สาวน้อยกระบองเขี้ยวหมาป่าพุ่งเข้ามาตรง ๆ แต่กลับเบี่ยงตัวอ้อมไปด้านหลังซูหยาง เงื้อกระบองเขี้ยวหมาป่าในมือฟาดเข้าที่ท้ายทอยซูหยางอย่างแรง!
ทว่าเมื่อกระบองเขี้ยวหมาป่ากระทบเข้ากับท้ายทอยซูหยาง เด็กสาวกลับรู้สึกว่าแรงทั้งหมดถูกสลายออกไปจนหมดสิ้น เธอโกรธจนกวัดแกว่งกระบองฟาดซ้ำไปอีกหลายที สุดท้ายก็เดินบ่นพึมพำถือกระบองเดินจากไป
“เชี่ย ไม่มีความรู้สึกว่าได้ตีเลยสักนิด!”
“แรงของฉันถูกเขาสลายไปหมดเลย!”
คนอื่น ๆ ต่างคิดว่ามันก็แน่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ!?
หารู้ไม่ว่าซูหยางเองก็ใจเต้นรัว สัญชาตญาณนักรบทำให้เขาอยากจะหลบตั้งหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ต้องข่มใจเอาไว้
รออยู่พักใหญ่ กลับไม่มีใครเดินออกมา คนอื่น ๆ ต่างก็เฝ้าดูอยู่
ซูหยางชะงักไป “ไม่มีใครอยากลองหน่อยเหรอ?”
ทุกคนกลอกตาใส่
“คนแซ่ซู ตกลงคุณ้าอะไรกันแน่!?”
ซูหยางเลิกคิ้ว “ไม่อยากมีร่างกายที่ฝึกฝนมาอย่างแข็งแกร่งแบบครูบ้างเหรอ!?”
ทุกคนในห้อง 5 ต่างมีสีหน้าดูแคลน
“ไม่อยาก!”
“ครูมีวิชาขัดเกลากายาแบบพิเศษ ไม่ว่าระดับไหนก็เรียนได้ ไม่มีข้อกำหนด!” ซูหยางเอ่ยอย่างจริงจัง “แค่ฝึกตามวิธีการของครู แค่สามปีก็ฝึกได้ถึงระดับนี้!”
“เงื่อนไขง่ายมาก ใครที่มาฝึกยามเช้าครบทุกวันเป็เวลาหนึ่งเดือน ครูจะสอนขั้นเริ่มต้นให้!”
ทุกคนต่างแค่นเสียงดูถูกทันที
“เคล็ดวิชาขัดเกลากายาขยะ ๆ!”
“หมามันยังไม่เรียนเลย!”