ตอนที่ 2 ตระกูลชั้นสูง (1)
ตระกูลเยี่ยตั้งอยู่ในเมืองจิงจ้าวตรอกไท่ผิง เป็ตระกูลเลื่องชื่อลือนามของเมืองจิงจ้าว สืบเนื่องจากตระกูลเยี่ยเป็ขุนนางชั้นสูงมาหลายชั่วอายุคน บรรพบุรุษเดิมมาจากซงหยาง ผู้คนล้วนขนานนามตระกูลเยี่ยว่า ‘ซงหยางเยี่ย’
ต่อให้เยี่ยสุยจะไม่เคยไปซงหยางมาก่อน ทว่าความเป็ซงหยางได้ฝังรากลึกในตัวนางไม่อาจลบเลือน
ผู้คนต่างก็รู้ว่าชาติก่อน เหล่าไท่จวินจากตระกูลกู้หนานผิงคือคุณหนูจากตระกูลซงหยางเยี่ย
ตอนนี้เยี่ยสุยระงับความตื่นตระหนกในใจไว้ พลางลงจากรถม้าอย่างสุขุมใจเย็น จากนั้นก็หยุดยืนนอกประตูฉุยฮวา
ตระกูลเยี่ย...ตระกูลที่นางเฝ้าถวิลหามาโดยตลอด และไม่อาจกลับมาได้ในชาติก่อนอยู่ตรงหน้านางแล้ว
ก้าวไปด้านหน้าอีกเพียงไม่กี่ก้าว นางก็จะเข้าไปอยู่ในสถานที่ที่คุ้นเคย ได้พบเจอกับทุกคนที่นางเฝ้าคิดถึง… ทันใดนั้นนางกลับรู้สึกว่าฝีเท้าหนักอึ้งยากจะก้าวต่อ
เหล่าไท่จวินตระกูลกู้ไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใด ทว่าเยี่ยสุยในยามนี้ ใจกลับหวาดหวั่นไม่เป็สุข
นางกลัว กลัวว่านี่จะเป็ภาพลวงตา กลัวว่าด้านในประตูฉุยฮวานี้จะไม่มีผู้ใดอยู่…
เมื่อเห็นเยี่ยสุยยืนนิ่ง เพ่ยอวี้สาวใช้คนสนิทของนางก้าวขึ้นมาด้านหน้า พลางเอ่ยถามเบาๆ “คุณหนู ท่านไม่เป็ไรนะเ้าคะ”
เพ่ยอวี้หวั่นใจ นางมักรู้สึกว่าั้แ่คุณหนูใจากเหตุการณ์ที่สนามอาชาเทียนเอิน ก็ดูเหมือนว่ามีบางอย่างผิดปกติไป ขากลับคุณหนูไม่พูดไม่จาตลอดทาง แล้วตอนนี้ยังมีท่าทีเช่นนี้อีก อย่าได้เกิดเื่อะไรขึ้นจะดีกว่า
ได้ยินคำนี้ ท่าทีของเยี่ยสุยเปลี่ยนไปเล็กน้อย ความขลาดกลัวที่พลุ่งพล่านเมื่อครู่พลันมลายหายไปในพริบตา
นางก้าวไปด้านหน้าสองสามก้าว หลังจากเห็นทัศนียภาพด้านในนั้น ใจก็สงบลงในที่สุด
เมื่อเดินผ่านประตูฉุยฮวา สิ่งแรกที่ดึงดูดสายตาของนางคือทะเลสาบสีมรกตทรงพระจันทร์เสี้ยวสายหนึ่ง ทะเลสาบิจ้าวที่มีชื่อเสียงที่สุดของตระกูลเยี่ย
นางยังจำได้ดี ในทุกคืนวันเพ็ญและเดือนมืด คุณหนูตระกูลเยี่ยจะนัดรวมตัวสหายคนสนิทสามหรือห้าคนที่นี่ ทั้งยังจัดงานชุมนุมกวีนิพนธ์ิจ้าวขึ้นมา...
บางทีเยี่ยสุยอาจไม่ได้ใส่ใจสิ่งเหล่านี้มากนักในวัยเด็ก ทว่าก็ยังถือว่าเป็วันคืนที่น่าคะนึงหา ยามได้เห็นทะเลสาบิจ้าวที่นางห่างหายไปนานอีกครั้ง ยิ่งรู้สึกว่ามันดูสวยมากเป็พิเศษ
หากก้าวเดินไปตามทะเลสาบิจ้าว ตรงสุดปลายพระจันทร์เสี้ยวจะมีทางเดินหินทอดยาวออกไป ซึ่งจะเชื่อมกับระเบียงทางเดินเก้าคดผ่านระเบียงนี้ไปก็จะเห็นเรือนตั้งสลับกันเป็ชั้นๆ
ที่นี่ก็คือในตัวเรือนตระกูลเยี่ย
ตระกูลเยี่ยเป็ขุนนางสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน ในราชวงศ์ต้าอันเคยปรากฏขุนนางมีตำแหน่งในสำนักบริหารราชการจำนวนห้าคน รองเ้ากรมแปดคน ขุนนางระดับห้าขึ้นไปมีมากถึงสามสิบคน ขุนนางระดับต่ำกว่าห้าลงมายิ่งมีมากกว่า
ดังคำโบราณที่กล่าวว่ายุคห้าให้ดูกันที่ภูมิความรู้ ตระกูลเยี่ยผลิตขุนนางปัญญาชนได้มากถึงเพียงนี้ ถือเป็จุดสะท้อนตัวตนที่ดีที่สุดของตระกูลนี้
ไม่ว่าจะเป็รูปแบบของตัวเรือนหรือการจัดแต่งด้านใน ทั้งหมดนี้ล้วนเผยให้เห็นถึงเื่ราวภายในตระกูลเยี่ยอย่างเด่นชัด เช่น อักษรภาพอันลึกซึ้งยากหยั่งถึงบนระเบียงเก้าคดที่สร้างโดยปัญญาชนกู้เชียนชิว เป็ต้น
ครั้นถึงรัชศกไท่หนิงปีที่ห้า ตำรากู้เชียนชิวมีค่าดั่งทองนับหมื่น นางจำได้ว่าเคยมีคนส่งของขวัญเช่นนี้ให้นางในวันเกิด…
ตระกูลเยี่ยเอ๋ย ภูมิหลังล้ำลึก วงศ์ตระกูลเลื่องชื่อเป็ที่ประจักษ์เช่นนี้ ไยถึงล่มสลายแค่ในเวลาอันสั้นเล่า ทั้งยังล่มสลายพ่ายอย่างราบคาบประหนึ่งบ้านช่องถล่มไม่เหลือแม้แต่เศษซาก
ส่วนสาเหตุที่ล่มสลายนั้น เยี่ยสุยผู้มีชีวิตมากกว่าหนึ่งชาติย่อมรู้ชัดเจนดี
ความรุ่งเรืองมาถึงจุดเสื่อมถอย นี่คือกฎแห่ง์ เพียงแต่คนตระกูลเยี่ยในตอนนี้ไม่รู้ว่าสังเกตเห็นจุดนี้บ้างหรือไม่
ทว่าต่อให้ตระกูลเยี่ยรุ่งเรืองมากเช่นนี้ หากเทียบกับตระกูลกู้หนานผิงแล้วยังคงด้อยกว่า ตระกูลกู้หนานผิงเจริญรุ่งเรืองกว่าตระกูลเยี่ยมากโขและมีใจทะเยอทะยานกว่ามาก
เหอะๆ นางยกยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อย ค่อยๆ เดินผ่านอักษรภาพที่ได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดีเ่าั้ไป