ไม่นานนัก น้ำยาเพิ่มค่าสถานะห้าชุดก็ถูกประมูลไปอย่างรวดเร็ว โดยราคาสุดท้ายของแต่ละชุดนั้นใกล้เคียงกันอย่างมาก นั่นเป็นเพราะผู้ประมูลหลายคนล้วนมีเป้าหมายที่จะได้ไอเทมเหล่านี้ไปใช้สำหรับตนเองหรือนำไปมอบให้ลูกหลานในกิลด์หรือครอบครัวของตนเอง
เมื่อการประมูลน้ำยาจบลง เหมยลี่ไม่ปล่อยให้บรรยากาศสงบลงนานเกินไป เธอส่งสัญญาณให้พนักงานนำไอเทมชิ้นถัดไปออกมาในทันที
บนแท่นเคลื่อนย้ายที่ถูกเลื่อนเข้ามากลางเวที ผ้าคลุมสีแดงสดปกคลุมไอเทมที่ดูเหมือนจะมีขนาดใหญ่ผิดปกติ
พอผ้าคลุมถูกดึงออก ผู้เล่นหลายคนที่นั่งอยู่ในโรงประมูล รวมถึงผู้เล่นในห้องพิเศษบางส่วนต่างอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
บนแท่นนั้นคือดาบขนาดใหญ่ที่มีความยาวกว่าสองเมตร ตัวใบดาบมีสีดำสนิท
แต่ที่โดดเด่นคือ ลวดลายอันประณีตที่สลักไว้บนตัวดาบเป็นลวดลายที่ดูเหมือนมังกรกำลังแหวกว่ายอยู่ในท้องฟ้า
เหมยลี่เดินเข้ามาใกล้ดาบเล่มนั้นพร้อมรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
“นี่คือไอเทมที่ไม่ต้องให้ดิฉันบอก”
“ทุกคนก็คงจะทราบกันดีว่านี่คือไอเทมอาวุธระดับตำนาน ดาบอเวจีผ่ามังกร!”
ทันทีที่ชื่อของดาบถูกกล่าวออกมา เสียงฮือฮาดังก้องขึ้นทั่วทั้งห้องโถง บางคนถึงกับลุกขึ้นจากที่นั่งเพื่อมองดูดาบเล่มนั้นให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
เหมยลี่ใช้มือขวาสัมผัสกับตัวดาบ ก่อนจะเปิดหน้าต่างค่าสถานะของไอเทมให้ทุกคนเห็นผ่านจอภาพสามมิติขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่กลางเวที
【อาวุธระดับตำนาน: ดาบอเวจีผ่ามังกร สวมใส่ได้ตั้งแต่เลเวลที่ 1,000 ขึ้นไป ค่าความทนทาน: 10,000/10,000 ทักษะประจำอาวุธ เพิ่มค่าพละกำลังและความทนทานให้กับผู้ใช้งานอย่างละ 5 % และเมื่อฟาดฟันออกไปจะสร้างคลื่นดาบมังกรที่รุนแรงออกมา ยิ่งเมื่อใช้กับสิ่งมีชีวิตประเภทมังกร ดาบอเวจีผ่ามังกรจะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว มันคือดาบที่มีไว้สังหารมังกรโดยเฉพาะ】
เมื่อข้อมูลของไอเทมปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ผู้เล่นมากมายในห้องโถงต่างตะลึงงัน เสียงซุบซิบและพูดคุยเริ่มดังขึ้นอีกครั้งด้วยความตื่นเต้น
“อาวุธระดับตำนานแบบนี้หายากยิ่งกว่าสมบัติใดๆ!”
“ความสามารถของมันเหมาะสำหรับการล่ามังกรชัดๆ”
“ใครที่ได้มันไป คงจะครอบครองความได้เปรียบในทุกดันเจี้ยนที่เกี่ยวข้องกับมังกร!”
แม้แต่ผู้เล่นในห้องพิเศษหลายคนที่ดูจะสงบนิ่งก่อนหน้านี้ ตอนนี้ก็เริ่มแสดงความสนใจในดาบเล่มนี้ รองหัวหน้ากิลด์เซฟีรอส อาลัน ซึ่งนั่งอยู่ในห้องพิเศษอีกห้องหนึ่งได้หันไปพูดกับเพื่อนร่วมกิลด์ด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ดาบเล่มนี้เหมาะสมกับกิลด์เซฟีรอสของพวกเรา!”
“ถ้าได้มันมา เราคงสามารถเคลียร์ดันเจี้ยนที่เกี่ยวข้องกับมังกรได้ง่ายขึ้นมาก!”
อย่างไรก็ตาม ไม่ทันที่อาลันจะพูดจบ เสียงจากอีกห้องพิเศษหนึ่งก็แทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน
“เหอะ ฝันไปก่อนเถอะอาลัน!”
“ใครๆก็รู้ว่าไอเทมชิ้นนี้มีค่ามากแค่ไหน ไม่ใช่แค่กิลด์ของพวกนายหรอกที่ต้องการมัน”
เสียงของชายคนนี้ทำให้อาลันขมวดคิ้ว แต่เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงหันกลับไปมองยังเวทีด้วยความแน่วแน่
เหมยลี่สังเกตเห็นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและความตึงเครียด เธอยิ้มเล็กน้อยก่อนจะประกาศราคาเริ่มต้นของดาบเล่มนี้
“ราคาเริ่มต้นสำหรับอาวุธระดับตำนานชิ้นนี้อยู่ที่ 5,000 เหรียญทองค่ะ”
“และการขานราคาเพิ่มจะต้องไม่ต่ำกว่า 100 เหรียญทองขึ้นไปนะเจ้าคะ”
เสียงฮือฮาเกิดขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ราคาถูกประกาศออกมา ผู้เล่นในห้องโถงหลายคนเริ่มกระสับกระส่าย ขณะที่ผู้เล่นในห้องพิเศษต่างจับจ้องไปยังเวทีด้วยความจริงจัง
“เริ่มการประมูลได้ค่ะ!”
ไม่กี่วินาทีหลังจากที่เหมยลี่กล่าวจบ เสียงขานราคาก็ดังขึ้น
“5,500 เหรียญทอง!”
“5,700 เหรียญทอง!”
“6,000 เหรียญทอง!”
เสียงการประมูลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ความตึงเครียดในห้องประมูลพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ผู้เล่นที่มีความพร้อมทางการเงินต่างพยายามช่วงชิงดาบเล่มนี้ ขณะที่เหล่าผู้เล่นคนอื่นๆก็ทำได้แค่มองดูการต่อสู้ระหว่างยักษ์ใหญ่เหล่านี้ด้วยความตื่นเต้น
ในตอนนั้นเอง ขณะที่เสียงการประมูลยังคงดังขึ้นเรื่อยๆ ชายผู้หนึ่งที่นั่งอยู่ในที่นั่งธรรมดาด้านล่างก็เอ่ยขึ้น เสียงของเขาแผ่วเบาราวกับกระซิบ แต่กลับดังก้องไปทั่วทั้งห้องโถง
“10,000 เหรียญทอง”
ทันทีที่ตัวเลขนั้นถูกประกาศออกมา บรรยากาศในห้องโถงก็พลันเงียบลง ราวกับทุกคนหยุดหายใจในชั่วขณะ
ผู้เล่นมากมายรวมถึงผู้ที่อยู่ในห้องพิเศษ ต่างหันไปมองยังทิศทางของเสียงนั้นด้วยความตกตะลึงและประหลาดใจ
“.................”
ชายที่ประกาศราคานั้นสวมใส่ชุดคลุมปกปิดร่างกายทั่วทั้งตัว ไม่มีใครสามารถมองเห็นใบหน้าของเขาได้ ชุดคลุมนั้นทำให้เขาดูเหมือนผู้เล่นธรรมดาที่ไม่มีอะไรโดดเด่น แต่การประกาศราคาสูงถึง 10,000 เหรียญทอง ในการประมูลครั้งเดียว กลับทำให้ทุกคนต้องตั้งคำถามในใจ
“ใครกัน? ผู้เล่นธรรมดาที่กล้าประมูลไอเทมระดับตำนานด้วยราคาขนาดนี้”
แม้แต่ในห้องพิเศษ บรรดาผู้ทรงอิทธิพลอย่างอาลัน และรองหัวหน้ากิลด์มังกรสวรรค์อย่างหลงชิงเหินต่างก็แสดงสีหน้าประหลาดใจ
“10,000 เหรียญทองเลยเหรอ?”
“ผู้เล่นธรรมดาจะมีเงินขนาดนี้ได้ยังไง?”
อาลันพูดพึมพำเบาๆ ขณะมองไปยังชายปริศนาในชุดคลุมนั้นด้วยแววตาที่ดูสงสัย
เหมยลี่ที่ยืนอยู่บนเวทีมองไปยังชายคนนั้นด้วยความสนใจเล็กน้อย แต่ยังคงรักษารอยยิ้มอันเปี่ยมเสน่ห์ไว้
“มีใครต้องการเพิ่มราคาอีกไหมคะ?”
เธอถามพร้อมกับกวาดสายตามองไปยังห้องพิเศษด้านบน
ในตอนนั้น เสียงจากห้องพิเศษหนึ่งดังขึ้นมาอย่างไม่พอใจ
“12,000 เหรียญทอง!”
เสียงนั้นทรงพลังและเต็มไปด้วยอารมณ์ เสียงนั้นมาจากไซเฟอร์ รองหัวหน้ากิลด์เทพปีกสวรรค์ หนึ่งในกิลด์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก
เสียงของไซเฟอร์ทำให้บรรยากาศในห้องโถงประมูลกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ทุกคนจับจ้องไปที่การเผชิญหน้าระหว่างชายลึกลับในชุดคลุมกับรองหัวหน้ากิลด์ผู้ทรงอำนาจ อย่างไรก็ตาม ชายในชุดคลุมยังคงนิ่งเงียบ เขาเพียงยกมือขึ้นเล็กน้อย
ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย
“15,000 เหรียญทอง”
ทันทีที่ตัวเลขนี้ถูกประกาศออกมา เสียงฮือฮาก็ดังก้องไปทั่วห้องโถงอีกครั้ง บางคนถึงกับอุทานออกมาอย่างไม่เชื่อสายตา
“15,000 เหรียญทอง! นี่มันบ้ามาก!”
ไซเฟอร์ที่นั่งอยู่ในห้องพิเศษกัดฟันแน่น ใบหน้าของเขาเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามเก็บความไม่พอใจเอาไว้
“ได้โปรดไว้หน้ากิลด์เทพปีกสวรรค์หน่อยเถอะพี่ชาย!”
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงความกดดัน จากนั้นก็ได้อธิบายออกมาอีก
“ปกติอาวุธระดับตำนานจะมีราคาอยู่ที่ประมาณ 9,000 ถึง 10,000 เหรียญทองเท่านั้น”
“ต่อให้ดาบเล่มนี้จะมีคุณสมบัติพิเศษ แต่มันก็ไม่น่าจะเกิน 12,000 เหรียญทอง!”
ชายในชุดคลุมยังคงนิ่งเงียบ ไม่มีคำตอบใดๆหลุดออกมาจากปากของเขา
สิ่งนี้ทำให้ไซเฟอร์และสมาชิกในกิลด์ของเขาขมวดคิ้วแน่นด้วยความไม่พอใจ
อาลันที่นั่งอยู่ในห้องพิเศษอีกฝั่งหนึ่งเพียงแค่ยิ้มบางๆ
“น่าสนใจจริงๆ ใครกันที่กล้าท้าทายเทพปีกสวรรค์แบบนี้?”
ขณะที่บรรยากาศในห้องโถงเต็มไปด้วยความตึงเครียด อนาเธอร์ที่นั่งอยู่ในห้องพิเศษของตนเองกลับแสดงท่าทีแตกต่างออกไป เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้า ดวงตาของเขาส่องแสงวาบสีทอง เปล่งประกายออกมาทำให้เกิดลวดลายอักขระโบราณที่ดูศักดิ์สิทธิ์
ดวงตาแห่งโอดินของเขาทำงานทันที
สายตาของอนาเธอร์จับจ้องไปยังชายในชุดคลุมเบื้องล่าง และสิ่งที่เขาเห็นทำให้เขาต้องแสดงสีหน้าเคร่งขรึม
“ประกายแสงสีดำ.. เต็มไปด้วยจิตมุ่งร้ายและความมืดมน!”
สิ่งที่ตัวของเขาเห็น มันแตกต่างไปจากประกายแสงสีขาวของโชคชะตาที่มักจะล้อมรอบผู้คนทั่วไป แสงสีดำที่แผ่ซ่านออกมาจากชายในชุดคลุมนั้นดูไม่เป็นธรรมชาติ และมันส่งสัญญาณถึงอันตรายที่กำลังแฝงตัวอยู่
“ไอ้เจ้านี่ไม่ใช่คนธรรมดา”
“เป็นตัวอันตรายแน่นอน!”
อนาเธอร์คิดในใจ ทำให้คริสติน่าที่นั่งอยู่ข้างๆสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในสีหน้าของอนาเธอร์ เธอเอียงตัวเข้าใกล้เล็กน้อยและถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“มีอะไรผิดปกติหรือเปล่าคะ?”
อนาเธอร์ไม่ตอบในทันที เขาเพียงพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะหันไปจ้องมองชายลึกลับในชุดคลุมนั้นอีกครั้ง บรรยากาศรอบตัวเขาเริ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย ราวกับกำลังเตรียมพร้อมสำหรับบางสิ่งที่อาจเกิดขึ้น
“เจ้านี่อาจเป็น..คนที่มาจากกิลด์แห่งความมืดสเปคเตอร์!”