“ลุงฝูเ้าคะ หากข้าจะเข้าเมืองเพื่อไปหาซื้อของสักหน่อย พวกเราพอจะหาเช่าเกวียนได้หรือไม่เ้าคะ”
เวลานี้ลุงฝู ป้าฝู และฝูเกา ต่างก็กลับมาทำงานรับใช้ลู่อวิ๋นชย่ากันทั้งครอบครัวแล้ว ส่วนป้าสี่และอี้จู้ได้แต่นอนอยู่ในห้องพักของตนเอง เพื่อรอคอยยาถอนพิษที่ลู่อวิ๋นชย่าจะให้คนนำมามอบให้ในแต่ละวันเท่านั้น
“คุณหนูจะเข้าเมืองไปทำอะไรหรือขอรับ หากไม่ใช่ธุระสำคัญก็ให้ลุงหรืออาเกาไปแทนก็ได้ เพราะการเดินทางค่อนข้างไกล ลุงกลัวว่าคุณหนูจะเหนื่อยเปล่าๆ” ลุงฝูถาม
“ข้าจะเข้าไปเดินเล่นในเมืองและจะใช้โอกาสนี้แวะไปหาท่านหมอเฉียวด้วยเ้าค่ะ”
“คุณหนูไม่สบายหรือขอรับ”
ลู่อวิ๋นชย่ายิ้มให้กับลุงฝู เป็เพราะลุงฝูกับป้าฝูช่วยมารดาเลี้ยงดูนางมาั้แ่ยังเด็ก พวกเขาย่อมต้องห่วงนางและซักถามนางมากเป็ธรรมดา ซึ่งนางก็ตอบคำถามผู้าุโทั้งสองอย่างใจเย็น “ข้าแค่อยากแวะไปหาท่านหมอเฉียวเท่านั้นเ้าค่ะ”
“เป็เช่นนั้นเองหรือขอรับ ลุงก็นึกว่าคุณหนูจะไม่สบายไปเสียอีก คุณหนูอย่าได้ถือสาลุงเลยนะขอรับ” ลุงฝูถอนหายใจโล่ง “ในหมู่บ้านของเรามีบางครอบครัวให้เช่าเกวียนวัวอยู่เหมือนกันขอรับ เดี๋ยวลุงจะให้อาเกาไปสอบถามให้ หากเขาให้เช่า คุณหนูก็ให้อาเกาพาเข้าเมืองก็ได้ขอรับ อาเกาบังคับเกวียนเป็”
“เช่นนั้นข้ากับอาผิงจะไปเตรียมของรอนะเ้าคะ”
ลู่อวิ๋นชย่าใช้เวลาเดินทางจากหมู่บ้านเข้าเมืองเกือบหนึ่งชั่วยาม ยังดีที่มีเกวียนวัวให้เช่า ไม่เช่นนั้นนางยังนึกไม่ออกเลยหากต้องเดินเท้าเข้าเมืองนานขนาดนี้ ขาของนางยังจะใช้การได้อีกหรือ
“อีกไม่ไกลก็จะถึงประตูเมืองแล้วขอรับคุณหนู”
“อาผิง เอาแซนด์วิชที่เราเตรียมมาให้พี่เกาสักสองชิ้นแล้วก็นมถั่วเหลืองอีกสักกระบอก ส่วนพวกเราก็กินด้วยกันเถอะ พอเข้าเมืองไปแล้วพวกเราจะได้ไม่ต้องไปเสียเวลาหาของกิน”
หนิงผิงทำตามคำสั่งของลู่อวิ๋นชย่าอย่างว่าง่าย เป็เพราะนางยังเรียนรู้ตัวอักษรจากคุณหนูได้ไม่มาก ตำราทำอาหารที่คุณหนูมอบให้ นางจึงต้องเก็บไว้ก่อน ดังนั้นนอกจากอาหารฝีมือของป้าฝูแล้ว ยังมีบางครั้งที่คุณหนูจะเข้าครัวทำอาหารด้วยตัวเอง แต่ทุกครั้งที่คุณหนูเข้าครัว คุณหนูจะไม่ยอมให้ใครเข้าไปช่วยเลยสักคน ทีแรกนางกับป้าฝูต่างก็ร้อนใจเพราะกลัวว่าคุณหนูจะได้รับาเ็ แต่ทุกคนกลับพบว่าอาหารแต่ละอย่างที่คุณหนูทำออกมาช่างสวยงามและอร่อยไปเสียทุกอย่าง ดังนั้นการที่คุณหนูห้ามให้คนเข้าไปช่วยในห้องครัวก็คงเพราะ้ารักษาสูตรลับของอาหารไว้เป็แน่
“ไม่ต้องขอรับคุณหนู ท่านแม่เตรียมอาหารแห้งมาให้ข้าแล้วขอรับ” ฝูเการีบปฏิเสธ พร้อมกับยกเอาข้าวปั้นกับผักดองที่ห่อมาแสดงให้เ้านายดู
“ท่านรับไปเถอะเ้าค่ะ อาหารพวกนี้คุณหนูลงมือทำเองกับมือเชียวนะเ้าคะ” หนิงผิงยัดแซนด์วิชและกระบอกไม้ไผ่ใส่นมถั่วเหลืองให้กับฝูเกา
ทั้งหมดกินอาหารอยู่บนเกวียนจนเสร็จ จากนั้นไม่นานเกวียนวัวก็มาถึงหน้าประตูเมืองแล้ว
ฝูเกาอาสาเอาเกวียนไปจอดรอที่โรงพักเกวียน เพื่อให้วัวได้พักผ่อนและยังซื้อหญ้าแห้งป้อนวัวไปด้วย การดูแลวัวที่เช่ามาอย่างดีนี้ ต่อไปคนเช่าจะได้ไม่อิดออดและยินยอมให้พวกเขาเช่าเกวียนวัวมาได้ง่ายๆ ทั้งฝูเกายังกำชับลู่อวิ๋นชย่าและหนิงผิงถึงเวลาเดินทางกลับหมู่บ้านอย่างเป็มั่นเหมาะ เพราะเกรงว่าหญิงสาวทั้งสองจะเดินเที่ยวจนลืมเวลา อาจทำให้กลับหมู่บ้านค่ำเอาได้
ลู่อวิ๋นชย่าเดินสำรวจร้านค้าในเมืองอย่างสนใจ พร้อมกับคิดคำนวณถึงวิธีหาเงินค่าใช้จ่ายไปในตัว สองปีที่นางยังต้องอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ อย่างไรนางก็ต้องหาเงินไว้ใช้ การที่จะเอาของในมิติออกมาใช้อย่างเดียวอาจจะทำให้ลูงฝู ป้าฝู ฝูเกา และหนิงผิงเกิดสงสัยได้ในสักวัน อีกทั้งหลังจากที่นางกลับเมืองหลวง นางยังคิดจะมอบเงินให้กับครอบครัวลุงฝูไปตั้งตัวอยู่ที่ไหนสักแห่ง นางไม่อยากให้ครอบครัวลุงฝูตามนางกลับไปอยู่ในบ้านหลังนั้น เพราะนางยังไม่รู้เลยว่าแม้แต่นางเองหากต้องกลับไปเผชิญหน้ากับบิดาและเจินอี๋เหนียงจริงๆ การต่อสู้ของนางกับคนพวกนั้นจะมีจุดจบเช่นไร ดังนั้นนางจะไม่ยอมพาใครเข้าไปเสี่ยงกับนางเป็อันขาด
“คุณหนูเหนื่อยหรือยังเ้าคะ” หนิงผิงถามเ้านายอย่างเป็ห่วง
“อืม...นิดหน่อย เราเข้าไปหาน้ำชาดื่มกันก่อนดีไหม” ลู่อวิ๋นชย่ามองเห็นร้านน้ำชาที่ตกแต่งอย่างสวยงามก็อยากจะเข้าไปลองหาอะไรชิมดู แต่นางก็อดที่จะคิดถึงคาเฟ่ในโลกอนาคตไม่ได้ หากมีคาเฟ่ดีๆ มาเปิดที่นี่บ้างมันจะดีมากขนาดไหนกันนะ
“เ้าสองคนมายืนอยู่หน้าร้านน้ำชาของข้าทำไม ไปๆ รีบหลบไป ดูจากการแต่งตัวของพวกเ้าก็รู้แล้วว่าไม่มีปัญญาจ่ายค่าน้ำชากับขนมดีๆ ของร้านเราแน่” เสี่ยวเอ้อกวาดสายตามองลู่อวิ๋นชย่าและหนิงผิงอย่างนึกดูถูก ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะลู่อวิ๋นชย่ากับหนิงผิงแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเก่าๆ ไม่มีราศีของคุณหนูใหญ่ ผู้ซึ่งเป็บุตรสาวคนโตของเสนาบดีกรมพระคลังเลยสักนิด
“แต่พวกเรามีเงินนะ” หนิงผิงพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ “เ้าเอาแต่ไล่พวกเรา แต่ทำไมเ้าไม่เห็นไปไล่คนอื่นบ้าง”
“เหอะ...เ้าจะไปเทียบกับลูกค้าผู้มีเกียรติคนอื่นของข้าได้ยังไง ดูแค่การแต่งกายซอมซ่อของพวกเ้าข้าก็ดูออกแล้ว เ้ารู้ไหมว่าขนมของร้านเราแค่ชามเล็กๆ นี่ก็ปาเข้าไปหนึ่งตำลึงแล้ว พวกเ้ามีปัญญาจ่ายหรือ ไปๆ รีบออกไปเร็วๆ อย่ามาเกะกะ” เสี่ยวเอ้อยกถ้วยขนมขนาดเล็กแสดงให้สองสาวดู พร้อมกับทำท่าขับไล่ให้พวกนางออกไปพ้นหน้าประตูร้าน
“เกิดอะไรขึ้น” เสียงชายมีอายุคนหนึ่งดังขึ้น
“ก็แม่นางสองคนนี้สิขอรับหลงจู๊ ไม่มีเงินมาซื้อขนม แต่กลับอยากมาขอกินเปล่าๆ ข้ากลัวว่าพวกนางจะมารบกวนแขกในร้านก็เลยคิดที่จะเชิญพวกนางออกไป แต่พวกนางก็ไม่ยอมอยู่ท่าเดียว” เสี่ยวเอ้อแต่งเื่โกหกขึ้นมาอย่างหน้าไม่อาย
“แม่นางน้อยทั้งสอง อย่าหาว่าข้าพูดจาไม่เกรงใจ ดูจากสภาพของพวกเ้าแล้ว เสี่ยวเอ้อก็พูดไม่ผิด พวกเ้าไม่มีปัญญาจ่ายค่าขนมหรือแม้แต่น้ำชาถ้วยเล็กๆ ของร้านเราหรอก ถึงแม้พวกเ้าจะบอกว่ามีเงิน แต่เงินของพวกเ้าก็คงจะไม่พอจ่ายแน่ พวกเ้ารีบออกไปเถอะ หากคิดจะมาสร้างปัญหา ข้าก็จะไปแจ้งทางการให้มาจัดการกับพวกเ้า” น้ำเสียงของหลงจู๊แม้จะฟังดูรื่นหู แต่นี่มันคือการไล่ลูกค้าชัดๆ ทัศนคติที่แย่เช่นนี้ทำให้ลู่อวิ๋นชย่าโมโหไม่น้อย
ลู่อวิ๋นชย่าแสร้งทำถุงเงินหล่นลงพื้น “อุ๊ย...อาผิงยังไม่รีบเก็บเงินของเราขึ้นมาอีก ข้าบอกเ้าแล้วว่าอย่าแต่งตัวเช่นนี้ออกจากบ้าน ดูสิ...แค่ร้านน้ำชาเล็กๆ นี่ยังดูถูกพวกเราได้ ไปเถอะ เราไปหาอะไรกินที่ร้านอื่นก็แล้วกัน ร้านค้าที่ดูถูกลูกค้าเช่นนี้คงเปิดได้อีกไม่นานหรอก ข้าเชื่อว่าอีกไม่กี่วันพวกเขาก็คงจะปิดกิจการกันแล้ว”
“แต่ร้านนี้เปิดมานานแล้วนะเ้าคะคุณหนู แล้วทำไมคุณหนูถึงบอกว่าพวกเขาจะต้องปิดกิจการด้วยเล่า” หนิงผิงถามทั้งที่ยังก้มเก็บเงินที่กระจัดกระจายอยู่เข้าไปในถุงอย่างระวัง
ลู่อวิ๋นชย่าหันไปส่งยิ้มให้หลงจู๊ เสี่ยวเอ้อ และผู้คนที่เริ่มมามุงดูเหตุการณ์ “ก็เพราะว่า...อีกไม่นานร้านของพวกเขาก็จะเจ๊งแล้วน่ะสิ ดูแลลูกค้าด้วยทัศนคติแย่ๆ เปิดกิจการมาได้ถึงวันนี้ก็นับว่าดีมากแล้ว”
ลู่อวิ๋นชย่ากับหนิงผิงเดินออกจากหน้าร้านขนมนั้นไปอย่างไม่รีบร้อน ปล่อยให้หลงจู๊ยืนกำมือแน่นด้วยความโกรธ ความจริงเขาอยากจะะโด่าลู่อวิ๋นชย่าออกไปใจจะขาด แต่ติดที่ภาพลักษณ์ที่แสนสุภาพที่เขาสร้างขึ้นมามันค้ำคออยู่
“ฮ่าๆๆ สะใจดีไหมล่ะ เ้าต้องจำไว้นะอาผิง เราไม่ควรยอมให้ใครมาดูถูกเราง่ายๆ” ลู่อวิ๋นชย่าขำไม่หยุด
“หลงจู๊คนนั้นจะไม่ตามเรามาใช่ไหมเ้าคะคุณหนู” หนิงผิงถามพร้อมกับมองไปข้างหลังอยู่ตลอด
“พวกเขาไม่เสียเวลามาตามพวกเราหรอก หากเกิดเื่ขึ้นกับเราจริงๆ พวกเขาก็จะหนีไม่พ้นต้องถูกคนสงสัย เอาล่ะ...แต่จะว่าไปข้าก็เริ่มหิวขึ้นมาจริงๆ พวกเราไปหาอะไรกินกันสักหน่อยก็แล้วกัน” ลู่อวิ๋นชย่ากวาดตาไปรอบๆ ก็เห็นร้านน้ำชาเล็กๆ อยู่ร้านหนึ่ง “ไปร้านนั้นก็แล้วกัน”
“แต่ร้านนั้นดูไม่ค่อยจะมีคนเข้าไปเท่าไหร่เลยนะเ้าคะ”
“มาเถอะน่า ดูจากสภาพเราตอนนี้ หากเราเลือกเข้าร้านใหญ่ๆ เราก็อาจจะถูกไล่ออกมาเหมือนเมื่อครู่ก็ได้”