The Lord Of The Battlefield (จบบริบูรณ์)

    II บทที่115 ถ้ำ

            บทที่115 ถ้ำ


            เทวาหาที่พักฟื้นรัการ่างกายของตนเองเขาบาดเจ็บหนักและไม่พร้อมที่จะต่อสู้ในตอนนี้ การใช้วิชาโอเวอร์ฮีตพร้อมกับที่ใช้หมัดกระสุนขั้นสุดยอดนั้นทำให้ร่างกายของเทวารับภาระหนักหนามากแม้ว่าจะมีพลังในการฟื้นฟูร่างกายขึ้นสูงแต่ความเสียหายและความเหนื่อยล้าสะสมก็ยังทำร้ายเขาได้พอสมควรดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องพักฟื้นให้ร่างกายหายเป็นปกติสักสองสามวัน

            เมื่อเทวาเจอสถานที่ลับสายตาเขาก็นั่งสมาธิโคจรพลังภายในของตนเองทันทีการใช้วิธีนี้เพื่อรักษาร่างกายนั้นจะทำให้เขารักษาอาการบาดเจ็บรวมถึงความบอดช้ำต่างๆได้ดีขึ้นหลายเท่าดีกว่าปล่อยให้ร่างกายรักษาด้วยตนเอง

            อันที่จริงเทวาก็เพิ่งจะมารู้เรื่องเหล่านี้ก็เมื่อเดือนสองเดือนมานี้เอง

            มันทำให้แทบจะตบกะโหลกของตนเองสำหรับที่ผ่านมาเรื่องที่ว่าเขาไม่ได้ใช้พลังภายในของตนเองในการรักษาร่างกายแต่ปล่อยให้ร่างกายรักษาตนเองแบบคนโง่

            เทวาเข้าสู่สมาธิสูงสุดอย่างรวดเร็วและอาการบาดเจ็บรวมถึงความเหนื่อยล้าก็หายไวขึ้นมากยิ่งเขามีระดับพลังภายในมากและยิ่งทะลวงจุดชีพจรได้มากขึ้นมันก็ยิ่งทำให้การโคจรลมปราณทรงประสิทธิภาพมากขึ้นจุดชีพจรที่เสียหายจากการโดนวิชาดัชนีของเฉินตงลู่ก็ฟื้นฟูขึ้นมาบ้างแล้วและคงจะหายได้ในระยะเวลาสามสี่วันนี้

            หากเป็นคนอื่นที่ถูกวิชาดัชนีของเฉินตงลู่เข้าไปก็คงจะต้องรักษาจุดชีพจรไปเป็นปีเพราะมีความเสียหายกับจุดชีพจรมากแต่เทวานั้นมีทั้งกายเทพเจ้า กายาเทพปรับแต่ง บอดี้คอนโทรลและพลังภายในทั้งหมดทั้งมวลนั้นทำให้เทวาสามารถรักษาเยียวยาร่างกายหรือจุดชีพจรได้อย่างง่ายดายแค่ต้องใช้เวลาเล็กน้อยเท่านั้นเอง

            สามวันผ่านไปเทวาก็หายดีเหลือแค่จุดชีพจรบางส่วนที่ยังไม่หายดีแต่คงจะหายดีเป็นปลิดทิ้งในวันพรุ่งนี้แล้ว

            เทวาลืมตาจากการนั่งสมาธิทั้งวันทั้งคือถึงสามวันติดก็ยืดตัวจนเสียงกระดูกดังลั่น

            เทวาขยับแข้งขาของตนเองแล้วมองไปยังจุดชีพจรในร่างกายที่ทะลวงไปแล้วถึง66จุดอีกหนึ่งจุดนั้นเขาเพิ่งจะทะลวงได้เมื่อวานนี้เองหากคนอื่นรู้เข้าว่าเทวาสามารถทะลวงจุดชีพจรได้อย่างง่ายดายเช่นนี้คงอกแตกตาย โดยปกติแล้วจอมยุทธ์ในโลกมิติใบนี้นั้นเมื่อก้าวเข้าสู่ดินแดนเทพยุทธ์(ทะลวงจุดที่35)ได้แล้วนั้นจริงอยู่ที่จะพัฒนาไม่ช้าเหมือนกับการทะลวงขอบเขตดินแดนแต่ว่าการจะก้าวมาจุดของเทวาต่อให้เป็นอัจฉริยะมากพรสวรรค์มากแค่ไหนก็ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสิบปี

            ดังนั้นสำหรับเทวานั้นเขาถือว่าเหนือธรรมดาไปมากโข

            เทวายังรู้สึกว่าเขาสามารถควบคุมพลังภายในของเขาได้ดีขึ้นนี่ต้องยกความดีความชอบให้กับบอดี้คอนโทรลอย่างแท้จริง

            จนถึงตอนนี้เทวาก็ยังไม่หายจากความตื่นตะลึงเมื่อสัมผัสกับพลังของบอดี้คอนโทรลหากตัดเรื่องการป้องกันหรือความทรงพลังในบางจุดของกายเทพเจ้าไปทักษะบอดี้คอนโทรลก็ยังเหนือกว่าด้วยซ้ำในด้านการควบคุมร่างกายและด้านอื่นๆ

            “ระบบนี่คือสิ่งที่ฉันคาใจ แกบอกมาซิว่าทำไมทักษะบอดี้คอนโทรลของคาเรนถึงได้ถูกลดพลังแค่นิดหน่อยทั้งๆที่ทักษะของฉันเกือบทั้งหมดถูกลดพลังไปขนาดนั้น?”

            [นั่นเพราะว่าทักษะนี้บรรลุถึงแก่นแท้แล้ว]

            “หืม?มันเกี่ยวกันด้วยเหรอ?”

            [แน่นอนคำว่าแก่นแท้นั้นถือว่าเป็นการเข้าใจในทักษะเหล่านั้นอย่างลึกซึ้งเกิดการเข้าใจเข้าถึงแก่นสาระสำคัญในทักษะ การจะบรรลุถึงแก่นแท้ของทักษะหนึ่งอย่างนั้นเป็นเรื่องยากลำบากมากต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ การฝึกฝน การหยั่งรู้และโชค ทั้งหมดทั้งมวลนั้นทำให้คนผู้หนึ่งเข้าใจแก่นแท้แห่งทักษะ...]

            [โฮสต์จะเห็นว่ามันยากเย็นเพียงใดในการเข้าถึงแก่นแท้แต่ทว่าการเข้าถึงแก่นแท้นั้นเป็นสิ่งที่เรียกว่าการหลอมทักษะเข้ากับร่างกายแล้วส่วนหนึ่งยิ่งเข้าถึงแก่นแท้มากแค่ไหนก็ยังหลอมเข้าสู่ร่างกายมากขึ้นเท่านั้นและนี่เองคือเหตุผลที่โฮสต์ถามว่าทำไมทักษะบอดีคอนโทรลถึงยังแสดงประสิทธิภาพสูงมากเมื่ออยู่ในโลกมิติอันเดอร์เวิลด์]

            เทวาผงกศีรษะเป็นเชิงบ่งบอกว่าเข้าใจแล้วตอนนี้ทักษะบอดี้คอนโทรลของเทวานั้นอยู่ที่ระดับSR lv.1 มันลดลงมาถึง3เลเวล แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นมันก็ยังแข็งแกร่งมากมันทำให้เทวาแข็งแกร่งขึ้นได้มากโขอยู่เพราะทักษะนี้ล้วนๆ

            “แล้วทักษะอัญเชิญโลหิตล่ะนี่ก็เป็นทักษะแก่นแท้ไม่ใช่เหรอ ทำไมมันถูกลดพลังลงมากขนาดนั้นล่ะ?”

            [ถามได้สมองน้อยมากคำตอบนั้นง่ายดาย นั่นก็เพราะว่ามันเป็นทักษะกึ่งเวทมนตร์ยังไงล่ะ ซึ่งความจริงแล้วมันไม่สมควรที่จะใช้ได้ด้วยซ้ำไปแต่เพราะมันเป็นทักษะที่บรรลุถึงแก่นแท้แล้วทำให้มันยังสามารถใช้งานได้ซ้ำยังระดับสูงมากอีกด้วย]

            เทวาเมินที่ตนเองถูกด่าและพยักหน้าเข้าใจทักษะอัญเชิญโลหิตแต่เดิมนั้นเป็นระดับSR lv.4แต่เทวาสามารถใช้ได้ตอนนี้แค่ระดับSlv.6เท่านั้น มันลดลงอย่างมากแต่ก็ยังทรงพลังอยู่

            เทวาหันไปสนใจการ์ดทักษะหลายใบที่เขาได้รับในมือ

            กระบวนยุทธ์หัตถ์อัสนี(ปราณ)(SR) lv.1

            ลมปราณอัสนี(ติดตัว)(SR) lv.1

            ย่างก้าวเท้าอัสนี(ปราณ)(S) lv.10

            ................

            ....

            ทั้งสามทักษะนี้เป็นทักษะหายากขั้นสูงพอตัวความจริงหากเฉินตงลู่ไม่ทานยาเม็ดนั้นเข้าไปก่อนที่จะสู้กับเทวาเขาก็คงจะไม่ได้รับทักษะระดับSRมาเป็นแน่แท้ เขาก็คงจะได้รับแค่ทักษะระดับSเท่านั้น แต่เมื่อมันเป็นระดับSRมันก็ทำให้ทักษะทั้งสองนี้ทรงพลังมากขึ้นหลายสิบหลายร้อยเท่า

            นอกจากนี้เขายังได้รับทักษะอีกหลายใบซึ่งไม่มีประโยชน์เท่าใดนักและยังได้รับน้ำยาทั้งสองชนิดอย่างStamin Potion(A)และStaminaElixir(A))อีกจำนวนมาก

            Potionนั้นเทวาย่อมนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างต่อเนื่องแต่ว่ายาElixirนั้นมันแทบจะไร้ประโยชน์กับเทวาแล้วนั้นเพราะที่ผ่านมาเขาใช้น้ำยานี้ไปหลายสิบขวดแล้วนั่นเอง แต่เทวาก็ยังหยิบมาดื่มสองสามขวดจนในที่สุดยานี้ก็ไร้ผลกับเขาโดยสิ้นเชิงแล้วหากเขาต้องการเพิ่มความอึดมากขึ้นเขาจำเป็นต้องดื่มยาขั้นสูงกว่านี้

            เทวาเรียนรู้ทักษะสำคัญทั้งสามที่ได้รับมาทันที

            วูบบบบบ

            คลื่นความร้อนแผ่ซ่านสำหรับกระบวนยุทธ์หัตถ์อัสนีและย่างก้าวเท้าอัสนีนั้นเทวาไม่เป็นปัญหา แต่เขาก็ติดตรงทักษะลมปราณอัสนีเพราะว่าเขามีพลังภายในอยู่แล้วดังนั้นมันจึงทับกันแต่เทวาก็คิดออกในเวลาอันสั้นว่าต้องทำอย่างไรกับการ์ดทักษะใบนี้

            สิ่งที่เขาทำได้คือการใช้ความสามารถของกายาเทพปรับแต่งและบอดี้คอนโทรลร่วมกันเพื่อบังคับให้ลมปราณอัสนีผสานรวมกับพลังภายในของเขา

            เมื่อคิดได้เขาก็เริ่มทำทันทีในช่วงแรกนั้นยังยากลำบากอยู่ในการผสานรวมกันของทั้งสอง แต่ด้วยความสามารถของกายาเทพปรับแต่งบอดี้คอนโทรลและพลังภายในที่เหนือล้ำกว่าพลังลมปราณอัสนีทำให้เทวาค่อยๆหลอมกลืนพลังลมปราณอัสนีได้ในที่สุด

            เวลาผ่านไปพริบตาเดียวก็ผ่านไปแล้วสิบวันตั้งแต่ตอนที่เทวาเข้ามาหลบซ่อนที่นี่

            ในยามนั้นเห็นร่างกายของเทวาเปล่งประกายแสงสว่างของสายฟ้าดังเปรี๊ยะๆตลอดเวลาในฉับพลันที่เทวาหลอมกลืนลมปราณอัสนีเป็นหนึ่งเดียวกับพลังภายในของเขาเสร็จสิ้นเขาก็แผ่อำนาจของสายฟ้าออกมาอย่างน่าตรกหนกพื้นที่ในรัศมี10กิโลเมตรเกิดปรากฏการณ์มีเมฆสายฟ้าปกคลุมและมีสายฟ้าฟาดผ่าเปรี้ยงปร้างเป็นระยะ

            มันราวกับวันเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง!

            ตอนนี้พลังภายในของเทวามีพลังความสามารถของสายฟ้าแล้วสายฟ้าคือพลังอันดับต้นของโลก มันมีพลังหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ร่างกายของเขายังต้านสายฟ้าได้มากขึ้นอย่างมหาศาล ต่อไปนี้หากไม่ใช่สายฟ้าระดับสูงอย่างแท้จริงกำอะไรเขามากไม่ได้

            การหลอมรวมพลังยังทำให้พลังภายในของเขาเพิ่มขึ้นหลายส่วนแม้ว่าจะไม่ได้ทะลวงจุดชีพจรแต่พลังภายในของเขานั้นบริสุทธิ์และมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิมนอกจากนี้ยังทำให้ร่างกายของเขาถูกชำระล้างจากพลังของสายฟ้าล้างสิ่งสกปรกตกค้างในร่างกายของเขาไปอีกด้วย

            การต่อสู้ครั้งนี้เขาได้ผลรับมากมายนักเขายังได้รับสูตรยาฟื้นฟูพลังชีวิตมาอีกด้วย สูตรยานี้พิเศษนักมันสามารถทำให้เขาเรียนรู้เทคนิคการปรุงยาฟื้นฟูพลังได้ ที่สำคัญกว่านั้นเขายังสามารถมอบสูตรยานี้ให้ผู้อื่นเรียนรู้ได้อีกหนึ่งคนมันถือเป็นไอเท่มที่สามารถใช้ได้สองคนที่พิเศษอย่างมาก

            ยาฟื้นฟูพลังชีวิตนั้นมีระดับA เขายังไม่สามารถรู้ประสิทธิภาพของมันได้แต่วัตถุดิบในการหลอมยานั้นหาง่ายมากและการหลอมยังง่ายยิ่งกว่าเสียอีกขอแค่เทวาได้วัตถุดิบมาครบเขาก็สามารถใช้พลังของระบบในการปรุงยาได้เดี๋ยวนั้นเลยประสิทธิภาพของยายังเป็นแบบสูงสุดอีกด้วย

            มันช่างสะดวกสบายอย่างยิ่ง

            แต่สำหรับผู้ที่เขาต้องการให้ยาสูตรนี้ไปเรียนรู้นั้นจะไม่ได้รับสิทธิพิเศษเหมือนกับเทวาคนผู้นั้นต้องใช้วิธีการปรุงยาปกติเพื่อสร้างยาเม็ดนี้ และคุณภาพของเม็ดยายังขึ้นอยู่กับฝีมือของผู้ที่ปรุงยาอีกด้วย

            เทวาที่เรียนรู้สูตรยาแล้วก็อยากจะทำทันทีจึงออกไปตามหาหญ้าใบไม้และรากไม้ ผลไม้และหัวใจสดๆของสิ่งมีชีวิตต่างๆมาจนครบถ้วนวัตถุดิบนั้นไม่ได้หายากเลย มันหาง่ายด้วยซ้ำไป เทวาจึงเริ่มลองสร้างเม็ดยาทันที

            “ปรุงยา!”เทวากล่าวขณะที่วางมือเหนือวัตถุดิบทั้งหมด

            แสงสว่างวาบปรากฏแล้วหายไป

            เบื้องหน้าของเทวาปรากฏเม็ดยาสีแดงสดสิบกว่าเม็ด

            เขาจึงซื้อขวดแก้วมาแล้วใส่เม็ดยาเข้าไปและคิดว่าจะลองประสิทธิภาพของเม็ดยาหลังจากที่เจอสิ่งมีชีวิต

            ตอนนี้เขากลับมาสนใจของบางสิ่งที่ได้รับมาจากศพของเฉินตงลู่มันเป็นม้วนหนังที่ทำลายได้ยากมาก บนแผ่นหนังจารึกเส้นยึกยือ มันคือแผนที่นั่นเองเทวาจึงนำแผนที่บนแผ่นหนังมาเทียบกับแผนที่ของแหวนหยาง ปรากฏว่าจุดหมายบนแผนที่บนแผ่นหนังอยู่ไม่ไกลเท่าๆไหร่นักเทวาจึงคิดจะไปยังจุดหมายบนแผนที่ดู

            เขามาร์คจุดบนแผนที่บนแหวนหยางแล้วพุ่งทะยานไปทันที

            ย่างก้าวเงาสวรรค์ของเขานั้นหลอมกลืนวิชาตัวเบาอย่างย่างก้าวเท้าอัสนีเอามาแล้วทำให้ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นหลายส่วนด้วยการเร่งประสิทธิภาพของร่างกายจากทักษะหลายอย่างทำให้ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นกว่าเดิมหลายสิบเท่าจนตอนนี้เขาสามารถเดินทางได้เร็วขึ้นกว่าเดิมมาก

            อีกประการที่เขาได้รับจากศพเหล่านั้นคือเขาสร้างองครักษ์โลหิตตัวที่สองได้แล้วนั่นก็คือเจ้าสำนักเฉินตงลู่นั่นเองเขายังดูดเอาเลือดของศิษย์พรรคมาหลวมรวมกับเจ้าสำนักผู้นี้อีกด้วยนี่ทำให้พลังขององครักษ์ตัวนี้เพิ่มขึ้นหลายส่วนแม้ว่าจะยังไม่เทพเท่ากับองครักษ์โลหิตตัวแรกที่สร้างมาจากเอดินแต่ก็ยังถือว่าแข็งแกร่งมาก

            พริบตาเดียวเทวาก็มาถึงปลายทาง

            เบื้องหน้าของเขาเห็นถ้ำลี้ลับแห่งหนึ่งความจริงแล้วมันถูกซุกซ่อนด้วยค่ายกลลวงตา หากเทวาเดินผ่านไปไม่ได้สนใจมองดีๆเขาจะพลาดถ้ำแห่งนี้ไปได้ยังดีที่เขาตั้งใจมองจึงเห็นได้เลือนลางและยังได้คำแนะนำวิธีผ่านค่ายกลจากแผ่นที่บนแผ่นหนังทำให้เขาสามารถผ่านค่ายกลมาได้อย่างง่ายดาย

            เขาไม่ลังเลพุ่งเข้าไปทันทีพร้อมกับความตื่นเต้น


    ........................................


    คล้ายกับเรื่องThe Lord Of The Battlefield (จบบริบูรณ์) ที่คุณอ่าน