อาคารพาณิชย์แปดชั้นแปดยูนิตถนนสุขุมวิทและในย่านเศรษฐกิจถูกเลขาสาวหักพวงมาลัยอ้อมไปทางด้านหลังขับขึ้นอาคารสูงอีกหลังทำไว้สำหรับจอดรถโดยเฉพาะและมีรายได้จากการเก็บค่าที่ของคนที่ไม่ได้มาเป็ลูกค้าอย่างเป็กอบเป็กำทีเดียว
อัลติสขาวจอดกึกในช่องประจำ ถัดไปก็จะเป็เบนซ์ของคุณผู้หญิงและบรรดาผองเพื่อน ซึ่งป่านนี้คงกำลังสนุกสนานกับการสปาอย่างสบายอารมณ์อยู่ในร้านเป็แน่
‘มีเงินซะอย่างก็สบายไปร้อยแปดอย่าง’
ประโยคกระแนะกระแหนในใจจากเลขาที่มีต่อผู้มีบุญคุณล้นหัวและไม่มีวันจะชดใช้ให้หมด แม้ตอนนี้เงินจำนวนครึ่งล้านที่เคยช่วยชีวิตแม่ไว้จะมีในมืออาทิตยาแล้วก็ตาม ทว่าชมจันทร์กลับไม่คิดจะรับคืน ด้วยประสงค์จะเก็บเอาไว้เป็ไพ่ใบสุดท้ายเพื่อทิ้งเวลาเลขาอยากจะลาออกไปทำงานที่อื่น
ทั้งๆ ที่เวลาสิบสี่ปีเต็มๆ นับั้แ่เข้ามาเรียนชั้นมัธยม ที่อาทิตยามาอยู่ด้วยในชายคาบ้าน ต้องเรียนหนักและเริ่มฝึกงานกับชมจันทร์มาตลอดจนมีประสบการณ์และรู้รายละเอียดงานแทบทุกอย่าง
ครั้นพอจบปริญญาตรีก็ต้องมาทำงานเป็เลขาเต็มๆ ตัว รับผิดชอบทุกอย่างในบ้าน อำนวยความสะดวกให้ทุกคน ควบคู่กับการเรียนโทจนจบ แถมต่อเอกไปด้วยจวนเจียนจะจบแล้ว
และตั้งใจจะออกไปหาประสบการณ์ที่อื่นบ้าง แต่สุดท้ายก็ไปไหนไม่ได้อยู่ดี เพราะ ‘ไพ่ใบสุดท้าย’ แม้ที่ผ่านมาอาทิตยาจะช่วยงานชมจันทร์อย่างขะมักเขม้นและซื่อสัตย์สุจริตให้นั้น น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับการทดแทนบุญคุณ
จริงอยู่ชมจันทร์จะให้เงินเดือนเหมือนลูกจ้างทั่วไปั้แ่เข้ามาอยู่แล้วเริ่มฝึกงาน และให้เงินเดือนไม่น้อยหน้าบริษัทใหญ่ๆ เมื่อเรียนจบและทำงานให้อย่างเต็มตัว
แต่การได้เรียกใช้เกือบจะยี่สิบสี่ชั่วโมงเพราะอาทิตยานอนอยู่ในบ้านด้วย โดยไม่คำนึงถึงเวลาพักผ่อนกลางดึกเป็อาจิณต์ ชมจันทร์ก็ไม่สามารถหาใครมารองมือรองเท้าได้ดีขนาดนี้เป็แน่
เห็นๆ อย่างโจ่งแจ้งก็ในเวลาสี่เดือนกับการเปลี่ยนเลขาถึงสามคน นี่เป็เหตุผลว่าทำไมอาทิตยาถึงขอออกไปพักข้างนอกแทนการได้อยู่คฤหาสน์หลังงามและประหยัดค่าเช่าเกือบหมื่นไปอย่างไม่เสียดาย เพราะอยากได้ความเป็ส่วนตัว แม้จะเป็เพียงเวลากลางคืนก็ตามที
ร่างเล็กรีบลงจากรถแล้วหอบหิ้วของจากกระโปรงหลังก้าวฉับๆ นำเ้าของร่างสูงปรี๊ดมีกางเกงยีนสีเข้มกับเสื้อยืดแบรนด์ดังห่อหุ้มไว้ และก้าวยาวๆ ตามไปลงลิฟต์อาการจอดรถไปชั้นหนึ่งแล้วเดินอ้อมไปหน้าอาคารก็จะเห็นที่ถูกตกแต่งในแบบโมเดิร์นแล้ว
“คุณจิณเลือกแบบชุดไว้แล้วใช่ไหมคะ”
อาทิตยาหันไปถามแต่ไม่ได้รอคำตอบก็ใช้ไหล่ดันประตูกระจกอย่างยากลำบาก จิณณวัตรจึงรีบแสดงความเป็สุภาพบุรุษด้วยการยื่นแขนยาวๆ ช่วยเปิดให้แทน เด็กสาวตัวเล็กๆ ผอมบางในชุดยูนิฟอร์มรีบปราดเข้ามาช่วย ตามติดด้วยอีกคนกำลังเดินลงบันไดมาพร้อมกับใบหน้าเปื้อนยิ้มส่งมาหาเขา และหันไปทักทายอาทิตยาด้วยท่าทียินดีปรีดาอย่างจริงใจ
“ว่าไงจ๊ะเลขาคนสวย กลับมาสักทีนะพี่ล่ะคิดถึงจะแย่”
อาทิตยายิ้มแป้นรับและโผลเข้าไปใกล้ๆ คนพูดพร้อมกับยื่นมือไปประสานมือกันอย่างสนิทสนม แต่ไม่ได้ตอบอะไรนอกจากหันไปหาจิณณวัตร พร้อมกับแนะนำอย่างรวดเร็ว แล้วพยักหน้าให้จิ๋มเป็อันรู้กัน
“พี่จิ๋ม เป็ช่างมือหนึ่งของห้องเสื้อไฮคลาสค่ะ นี่คุณจิณที่ตะวันโทรมาบอกเมื่อเช้าไง งั้นฝากให้ดูแลต่อเลยนะคะตะวันขอไปหาของขวัญหน่อยค่ะ”
ก่อนจะเดินไปหาชั้นผ้าสารพัดชนิดพับเก็บไว้อย่างเป็ระเบียบและสวยงาม ทิ้งให้จิณณวัตรถูกจิ๋มพาไปวัดตัว เลือกชุดเลือกผ้าตามใจชอบ ส่วนตัวเองก็เดินไล่ดูผ้าไปเรื่อยๆ จนสะดุดตากับผ้าไหมทอยกดอกลูกแก้วลายดอกพิกุลสีโอลด์โรส จึงหยิบออกมาดูอย่างละเอียด ก่อนพยักหน้าให้ดิวมาตัดไปหลายหลา หลังจากกะให้พอสำหรับตัดชุดสตรีหนึ่งบุรุษหนึ่ง
เพราะรู้ดีว่าคุณหญิงเพลินพิศผู้รับนั้น มักจะใส่เสื้อผ้าออกงานสีหรือโทนเดียวกับสามี ส่วนของตัวเองได้ผ้าคลุมไหล่สีพาสเทล ซึ่งราคาไม่แพงมากมายนัก แต่ผู้ให้เลือกสรรอย่างดีและมีผืนเดียวในร้านด้วย แล้วจึงหันไปหาเด็กสาวในร้าน
“ห่อด้วยนะดิวเลือกกระดาษสวยๆ แล้วนามบัตรคุณผู้หญิงกับของพี่แปะบนกล่องด้วยนะจ๊ะ เดี๋ยวพี่จะขึ้นไปดูชุดข้างบนก่อน”
สิ้นคำหญิงสาวก็ก้าวฉับๆ ไปหาบันไดแล้วเดินขึ้นชั้นสองจบเห็นช่างอีกหนึ่งกับผู้ช่วยกำลังก้มหน้าก้มตารีดชุดราตรีสวยหรูอย่างตั้งใจ
“ตรงเวลาจริงนะคะคุณตะวัน ดีนะคะที่พี่จิ๋มเล่าให้ฟังว่าพี่ตะวันเตือนเื่วันเกิดคุณหญิงไว้ก่อนพี่เลยสั่งตัดชุดใหม่ไว้ในร้านบ้าง ไม่งั้นวุ่นตายแน่ เลขาคนก่อนก็ไม่บอกล่วงหน้าอะไรไว้เลย พี่ล่ะคิดถึงคุณตะวันจะแย่ค่ะ กลับมาช่วยงานอีกจะได้ไม่วุ่นวายเหมือนสามสี่เดือนที่แล้ว”
ช่างทักทายด้วยรอยยิ้ม
“เฮ้อ!!! อยากจะไปแต่ก็ยังไม่พ้นอยู่ดีค่ะพี่เดือน คุณผู้หญิงก็เพิ่งจะสั่งให้มาดูชุดเมื่อเช้าเองค่ะแต่ตะวันรู้อยู่แล้วว่าวันนี้เป็วันเกิดคุณหญิง ครั้งก่อนที่คุยกับพี่จิ๋มเลยเตือนๆ ไว้เท่านั้นกลัวจะลืมกัน กลับมาคราวนี้อะไรก็ยุ่งไปหมดนี่ก็ต้องรีบไปด้วยนะ ว่าแต่ได้หรือยังคะ ไหนมีชุดสีอะไรบ้าง”
เลขาสาวไม่รอให้เดือนบอกแต่อย่างใด แต่เดินตรงไปหาชุดสวยที่แขวนอยู่อีกด้านอย่างรู้งาน เดือนเองก็รีบเดินตามมาติดๆ เพื่อคัดชุดออกให้ พร้อมกับนำถุงคลุมพลาสติกมาใส่อย่างเร่งด่วน
อาทิตยาเองก็ลงมือช่วยอย่างไม่เกี่ยงงอนแต่อย่างใด นี่ทำให้ได้ใจคนในร้านไม่น้อย และถ้าจะให้นับกันจริงๆ อาทิตยาก็เป็ประหนึ่งหัวหน้างานของคนเหล่านี้ก็ว่าได้
เพราะต้องรับผิดชอบทุกอย่างทั้งรายรับรายจ่าย รวมทั้งการพิจารณาขึ้นเงินเดือนเสนอต่อชมจันทร์
“เรียบร้อยแล้วค่ะพี่ตะวัน ดีใจจังที่พี่กลับมา คิดถึงจะแย่”
ผู้ช่วยช่างรีบนำชุดที่รีดเสร็จใส่ไม้แขวนยกให้เลขาสาวดูไปด้วย และทักทายไปด้วยสีหน้าดีใจไม่น้อย
“พี่ก็คิดถึงจ้า ว่าแต่พี่เอาไปหมดทุกชุดเลยนะ ไปล่ะรีบมากต้องซื้อของอีกหลายอย่างไว้คุยกันใหม่นะคะพี่เดือน”
ร่างผอมบางหิ้วสี่ชุดลงชั้นล่างอย่างรวดเร็ว แล้วเดินไปเลือกชุดให้ตัวเองที่แขวนไว้สำหรับให้ลูกค้าเช่า เดรสสั้นเหนือเข่าเล็กน้อยคอวีสีกาแฟแขนตุ๊กตาเข็มขัดสีเดียวกันตรงเอวมีโบประดับไว้ถูกคว้ามาอย่างไม่พิถีพิถันนัก
ก่อนจะอ่านรหัสให้ดิวจดบันทึกไว้ว่าเอาชุดออกไป ส่วนค่าเช่านั้นไม่ต้อง เพราะเ้านายไฟเขียวให้หยิบชุดใส่ได้โดยไม่ต้องจ่าย แต่ถ้าจะต้องตัดใหม่ก็จ่ายแค่ค่าผ้าในราคาทุน ค่าช่างไม่ต้อง เพราะงานที่อาทิตยาจะต้องใส่ชุดไปนั้น
ส่วนใหญ่แล้วเป็การตามเ้านายไปทั้งสิ้น ดีหน่อยก็ตรงได้ชุดเป็ของตัวเอง แม้จะมีโอกาสได้ใช้น้อยครั้งก็ตามที เมื่อได้ของครบแล้วร่างเล็กก็หิ้วชุดเดินไปหาคุณชายเนี้ยบที่เพิ่งเสร็จจากการวัดตัวพอดี
“เรียบร้อยนะคะจะได้ไปกัน”
สิ้นคำหญิงสาวที่หอบหิ้วชุดจนหนักอึ้งส่งยิ้มให้จิ๋มเป็อันรู้กันว่าจะต้องไปแล้ว
“ให้ผมช่วยมั้ย แล้วเราจะไปไหนต่อล่ะ”
แต่คนที่ไม่รู้จำเป็ต้องเอ่ยถาม เพราะเขาคิดว่าเสร็จจากนี้จะได้กลับบ้านเลย อาทิตยาหันกลับมายื่นชุดของเ้านายให้ช่วยถืออย่างไม่เกี่ยงงอน ส่วนของตัวเองนั้นเอาไปถือไว้ที่มือซ้าย อีกมือเปิดประตูให้เขาแล้วอ้อมไปด้านหลังตามเดิม
“ก็คุณจะทำงานพรุ่งนี้ แล้วไม่ไปซื้อของใช้อื่นๆ เหรอคะ”
ร่างเล็กเปิดประตูรถแล้วช่วยเขาหิ้วชุดไปแขวนไว้อย่างระมัดระวัง ตาก็มองไปยังรถคุณผู้หญิงเห็นยังจอดอยู่ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าตอนนี้คงกำลังสบายกับการนอนให้เด็กในร้านนวดๆ ถูๆ เป็แน่ กว่าจะกลับก็คงจะใกล้ๆ เวลาไปงาน
“ของใช้อะไรผมมีหมดแล้ว”
จิณณวัตรเอ่ยอย่างเซ็งๆ หลังจากเข้าไปนั่งในรถ ส่วนคนขับไม่ได้พูดอะไรนอกจากสตาร์ทรถแล้วบึ่งออกไปทันที ห้างสรรพสินค้าชื่อดังอยู่ไม่ห่างจากห้องเสื้อมากนักคือจุดหมาย ร้านขายเครื่องแต่งกายบุรุษยี่ห้อดังคือแหล่งที่ยัยหัวถั่วงอกเดินฉับๆ นำเขา
“คุณคงไม่ได้หอบชุดทำงานมาจากอเมริกาหรอกนะคะ หรือถ้าส่งขึ้นเครื่องตามหลังมา วันนี้ฉันคงจะไปรับของจากคลังสินค้าไม่ทันแน่ๆ กระเป๋าที่คุณหิ้วกลับมาด้วยก็ใบกระติ๊ดเดียวเอง คงใส่อะไรได้ไม่มาก และคงไม่มีของจุกจิกแน่ ถ้าเป็อย่างที่ฉันคิดไว้ก็ช่วยกรุณาเลือกซื้อของพวกนี้ไปใช้พลางๆ ก่อนแล้วกันนะคะ ฉันจะได้ไม่ถูกคุณผู้หญิงตำหนิว่าบกพร่องต่อหน้าที่ที่งอกมาอีกอย่าง นั่นคือดูแลความเรียบร้อยให้คุณั้แ่หัวจรดเท้า ว่าแต่คุณใส่เบอร์อะไรคะฉันจะได้ช่วยเลือก”
ดวงหน้าสวยกับผมยาวเหยียดตรงที่ถูกรวบไว้หันมายิ้มให้เขาอย่างคนชนะ ก่อนจะยิ้มให้พนักงานขายแล้วเดินไปเมียงมองรองเท้าคู่ละหลายพัน จิณณวัตรยกมือทั้งสองขึ้นกางนิ้วกว้างๆ ออกเขย่าไปมาเป็เชิงว่าอยากบีบคอยัยหัวถั่วงอกเสียตรงนั้น
โทษฐานรู้ทันเขาไปเสียทุกเื่ แต่สุดท้ายก็เดินไปยืนคู่กับเ้าหล่อนเพื่อเลือกรองเท้าอยู่ดี ก็เขาไม่หิ้วกลับมาเลยสักคู่ แถมไม่ได้ส่งตามมาอีกด้วย เพราะยกให้เพื่อนซี้ที่ทำงานด้วยกันไปทุกอย่างแล้ว
+++++
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น






































