จักรพรรดิคนที่ 11

    บทที่ 32: สู่สมรภูมิแรงค์ A

            ความเงียบงันปกคลุมทั่วห้องทำงานของหวังจิน หัวหน้าแผนกจัดการข้อมูลแห่งสมาคมฮันเตอร์ ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่หลี่ชิงซึ่งยืนนิ่งสงบอยู่ตรงหน้า รายงานที่ได้รับจากเจ้าหน้าที่ลีน่ายังคงก้องอยู่ในหู 'ฮันเตอร์หลี่ชิงต้องการรับภารกิจแรงค์ A' มันเป็นคำขอที่กล้าบ้าบิ่นและแทบจะเป็นไปไม่ได้สำหรับฮันเตอร์ที่ถูกจัดแรงค์ E อย่างเป็นทางการ ถึงแม้ว่าสถิติการทำงานของเขาจะเกินแรงค์ไปไกลจนได้รับการเทียบเท่าแรงค์ B ก็ตาม

            หวังจินถอนหายใจยาว พลางเลื่อนแผ่นข้อมูลบนหน้าจอโฮโลแกรม ภาพกราฟแสดงสถิติการเคลียร์ดันเจี้ยนและประสิทธิภาพในการต่อสู้ของหลี่ชิงพุ่งทะยานขึ้นอย่างไม่เคยมีฮันเตอร์แรงค์ E คนไหนทำได้ ความเร็วในการเติบโตของเขาเกินกว่าทุกสถิติที่หวังจินเคยเห็นมาในชีวิต

            "หลี่ชิง" หวังจินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แววตาจับจ้องไปที่ดวงตาของชายหนุ่มภายใต้ฮู้ด "ฉันได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ลีน่าเกี่ยวกับคำขอของนาย... นายรู้ใช่ไหมว่าภารกิจแรงค์ A มีความหมายอย่างไร? มันไม่ใช่แค่เรื่องของมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งขึ้น แต่มันคือกับดักที่ซับซ้อน สภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นมิตร และความอันตรายที่อาจนำไปสู่ความตายได้ในพริบตา"

    หลี่ชิงพยักหน้าช้าๆ แววตาของเขาแน่วแน่ "ผมเข้าใจดีครับ ผมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความอันตรายนั้น"

            หวังจินเลื่อนสายตาไปยังข้อมูล 'คลาส: ดาบ' ที่ยังคงไร้การระบุแรงค์ในระบบ มันเป็นปริศนาที่เขายังแก้ไม่ตก ความสามารถของหลี่ชิงนั้นไม่สามารถอธิบายได้ด้วยตรรกะทั่วไป เขาเคยเห็นฮันเตอร์ระดับ S+ ที่แข็งแกร่งเหนือมนุษย์มาแล้ว แต่ความก้าวกระโดดของหลี่ชิงนั้นผิดธรรมชาติเกินไป

            "ฉันต้องขอบอกนายตรงๆ ว่าตามระเบียบของสมาคม เราไม่สามารถอนุญาตให้ฮันเตอร์ที่ยังไม่ผ่านการประเมินแรงค์ A เข้าสู่ดันเจี้ยนระดับนั้นเพียงลำพังได้" หวังจินกล่าวอย่างเคร่งขรึม "ยิ่งไปกว่านั้น สถิติของนายถึงจะน่าประทับใจเพียงใด ก็ยังคงอยู่ในฐานะ 'เทียบเท่าแรงค์ B' เท่านั้น"

    "ถ้าอย่างนั้น มีทางเลือกอื่นไหมครับ?" หลี่ชิงถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แฝงด้วยความมุ่งมั่นที่จะไม่ถอยกลับ

            หวังจินถอนหายใจอีกครั้ง เขาเห็นความมุ่งมั่นในแววตาของหลี่ชิงที่ไม่มีวันสั่นคลอน "มีอยู่ทางหนึ่ง... แต่ฉันไม่แนะนำเลย" เขาหยุดชั่วครู่ก่อนพูดต่อ "เรามีดันเจี้ยนแรงค์ A บางแห่งที่ยังไม่มีการสำรวจอย่างละเอียด หรือเป็นที่รู้กันว่ามีสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายจนฮันเตอร์แรงค์ A ส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงไป มันไม่ได้รับความนิยม เพราะความเสี่ยงสูงและอาจไม่มีรางวัลคุ้มค่า หากนายต้องการไปจริงๆ ฉันอาจจะสามารถใช้สิทธิพิเศษในฐานะหัวหน้าแผนกเพื่ออนุมัติการเข้าถึงให้นายได้... แต่ขอเตือนอีกครั้ง มันอันตรายอย่างยิ่งยวด และนายจะไม่มีทีมสนับสนุน"

    หลี่ชิงขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง นี่คือสิ่งที่เขาต้องการ ดันเจี้ยนที่ไม่เป็นที่นิยมหมายถึงไม่มีสายตาใดๆ จับจ้อง และเขาสามารถใช้พลังที่แท้จริงได้อย่างเต็มที่

    "ผมจะไปที่นั่นครับ" หลี่ชิงตอบอย่างไม่ลังเล "ไม่จำเป็นต้องมีทีมสนับสนุน"

    หวังจินจ้องมองหลี่ชิงอย่างพิจารณา เขาเห็นความมุ่งมั่นที่แรงกล้ากว่าฮันเตอร์คนใดที่เขาเคยพบเห็นในชีวิต การที่หลี่ชิงเลือกที่จะเผชิญหน้ากับความอันตรายเพียงลำพังนั้นสร้างความรู้สึกที่ทั้งน่าทึ่งและน่าเป็นห่วงในเวลาเดียวกัน

            "เข้าใจแล้ว" หวังจินถอนหายใจ "ฉันจะอนุมัติคำขอให้ แต่จำไว้ว่านี่คือความเสี่ยงสูงสุดที่นายจะได้รับ" เขาเลื่อนแผนที่โฮโลแกรมขนาดใหญ่ขึ้นมา แสดงตำแหน่งของดันเจี้ยนแรงค์ A ทั่วทวีป "มีดันเจี้ยนแห่งหนึ่งที่ชื่อ 'หุบเขาลืมเลือน' มันเป็นดันเจี้ยนที่เพิ่งถูกค้นพบเมื่อไม่นานมานี้ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของทวีป ในเขตที่ห่างไกลความเจริญ เป็นที่รู้กันว่ามีมอนสเตอร์ประเภทสัตว์ร้ายและอสูรพฤกษาที่ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่เป็นหมอกหนาทึบและป่าทึบได้ดี... ฮันเตอร์ส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงที่นั่นเพราะมันซับซ้อนและมีหมอกรบกวนทัศนวิสัยอย่างมาก"

            หลี่ชิงพิจารณาข้อมูลที่ปรากฏบนหน้าจอ ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่ 'หุบเขาลืมเลือน' สัตว์ร้ายและอสูรพฤกษาที่มีความสามารถในการพรางตัวและซุ่มโจมตี... นี่คือประเภทของมอนสเตอร์ที่เขาถนัดในการรับมือ ด้วยความเร็วและสกิล [ดาบเงาลวงตา] เขาจะสามารถพลิกสถานการณ์ให้เป็นประโยชน์ได้

    "ผมจะไปที่นั่นครับ" หลี่ชิงยืนยันอีกครั้ง "ผมจะออกเดินทางทันที"

    หวังจินพยักหน้าช้าๆ "ฉันหวังว่านายจะกลับมาอย่างปลอดภัย หลี่ชิง"

            หลังจากออกจากสมาคมฮันเตอร์ หลี่ชิงก็ตรงไปยังร้านค้าอุปกรณ์ เขาตรวจสอบอุปกรณ์และเสบียงทั้งหมดที่มี ดาบเหล็กดาราอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ชุดเกราะหนังอสูรเสริมแผ่นโลหะก็แข็งแกร่งพอจะรับมือการโจมตีระดับสูงได้ แต่สิ่งสำคัญคือโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตและมานา เขาซื้อโพชั่นคุณภาพสูงมาจนเต็มกระเป๋า เสริมด้วยกับดักพื้นฐานและระเบิดควันเล็กน้อย การเตรียมตัวอย่างละเอียดรอบคอบเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการเอาชีวิตรอดในดันเจี้ยนแรงค์ A

            การเดินทางไปยัง 'หุบเขาลืมเลือน' กินเวลาสองวัน เขาใช้บริการเรือเหาะขนส่งสินค้าร่วมกับคนทั่วไป เพื่อไม่ให้เป็นที่สะดุดตามากนัก เมื่อลงจากเรือเหาะ เขาก็เริ่มเดินเท้าเข้าสู่เขตป่าทึบที่เริ่มมีหมอกลงจัดยิ่งขึ้นเรื่อยๆ กลิ่นดินชื้นและพืชพันธุ์แปลกประหลาดคละคลุ้งในอากาศ อุณหภูมิลดต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัดผิดธรรมชาติ มีเพียงเสียงลมพัดเบาๆ และเสียงกิ่งไม้เสียดสีกันที่ฟังดูวังเวง

            เมื่อมาถึงปากทางเข้าเกทของ 'หุบเขาลืมเลือน' หลี่ชิงพบว่ามันเป็นเกทขนาดใหญ่ที่ดูเก่าแก่และปกคลุมไปด้วยเถาวัลย์หนาทึบ แสดงให้เห็นถึงการเป็นดันเจี้ยนที่แทบไม่เคยมีมนุษย์ย่างกรายเข้ามามาก่อน ไม่มีทหารยาม ไม่มีเครื่องกั้นใดๆ มีเพียงแผ่นป้ายเก่าๆ ที่เขียนคำเตือนด้วยภาษาสากลว่า "เขตอันตรายระดับ A: ห้ามเข้าโดยเด็ดขาด"

            หลี่ชิงไม่สนใจคำเตือน เขาปรับฮู้ดให้ปิดบังใบหน้าให้มิดชิด ดาบเหล็กดาราถูกเก็บไว้ในฝักด้านหลัง มือข้างหนึ่งจับเดกเกอร์เหล็กกล้าที่เคยใช้เป็นอาวุธหลักในการตบตาผู้อื่น การก้าวเข้าสู่ดันเจี้ยนแรงค์ A นี้จะทำให้เขาได้สัมผัสกับความอันตรายที่แท้จริง และเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับพลังที่เขาสะสมมา

    วูบ!

            ก้าวแรกที่ย่างเข้าสู่เกท เขาตระหนักได้ทันทีถึงความแตกต่าง พลังงานที่แผ่ออกมาจากเกทนั้นมหาศาลและกดดันกว่าดันเจี้ยนระดับต่ำหลายเท่า อากาศภายในเกทหนักอึ้ง หมอกหนาทึบจนแทบมองไม่เห็นอะไรเกินห้าเมตร ต้นไม้ขนาดใหญ่รูปร่างบิดเบี้ยวราวกับสัตว์ประหลาดในเงามืด กิ่งก้านที่แห้งกรังยื่นออกมาไขว่คว้า ส่งเสียงเสียดสีกันยามลมพัดผ่านราวกับเสียงกระซิบของวิญญาณร้ายที่ถูกจองจำ สร้างบรรยากาศที่วังเวงและน่าสะพรึงกลัวจนขนหัวลุก

    "นี่สินะ... ดันเจี้ยนแรงค์ A" หลี่ชิงพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาถูกกลืนหายไปในความเงียบและหมอกหนา

    เขาเริ่มเคลื่อนที่อย่างช้าๆ ระมัดระวังทุกย่างก้าว ประสาทสัมผัสทั้งห้าของเขาทำงานอย่างเต็มที่ ทุกเสียง ทุกกลิ่น ทุกสัมผัสถูกจับจ้องอย่างถี่ถ้วน ไม่นานนัก เขาก็ได้ยินเสียงดังสวบสาบจากพุ่มไม้ด้านหน้า

    ฟึ่บ!

            สัตว์ร้ายสีดำทะมึนตัวหนึ่งพุ่งเข้าใส่เขาจากในหมอก มันคือ 'วูล์ฟสไปเดอร์' ระดับเลเวล 60 ลำตัวคล้ายหมาป่า แต่มีขาแมงมุมแปดข้างที่แหลมคม ดวงตาสีแดงก่ำเป็นประกายในความมืด มันว่องไวและเงียบเชียบเกินกว่าที่มอนสเตอร์ระดับ B ทั่วไปจะทำได้

    หลี่ชิงไม่รอช้า เขาใช้ [ดาบเงาลวงตา] หลบการโจมตีแรกได้อย่างง่ายดาย ร่างของเขากลายเป็นเงาที่พร่าเลือน ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังวูล์ฟสไปเดอร์ในพริบตา

    ฉัวะ!

    ดาบเหล็กดาราในมือของเขาฟันเข้าที่ข้อต่อขาของมันอย่างแม่นยำ การโจมตีเพียงครั้งเดียวก็สร้างบาดแผลลึกให้แก่มันอย่างรวดเร็ว เลือดสีเขียวเข้มพุ่งกระฉูดออกมาจากร่างของสัตว์ประหลาดนั้น

    "อึดกว่าที่คิด... แค่ตัวเดียวก็ใช้พลังขนาดนี้แล้ว" หลี่ชิงคิดในใจขณะที่เขาสังหารวูล์ฟสไปเดอร์ที่ได้รับบาดเจ็บอย่างรวดเร็ว เขายังคงรักษาระดับการใช้พลังไว้ที่ประมาณ 70% เพื่อไม่ให้เป็นการเปิดเผยความสามารถที่แท้จริงมากเกินไป

    เขาเดินลึกเข้าไปในหุบเขาลืมเลือนต่อไป ไม่นานนักเขาก็เผชิญหน้ากับกลุ่มของ 'อสูรเถาวัลย์' ระดับเลเวล 62 รูปร่างคล้ายพืชแต่มีหนามแหลมและเถาวัลย์ที่เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ พวกมันซุ่มอยู่ตามต้นไม้ใหญ่ รอจังหวะที่จะใช้เถาวัลย์รัดเหยื่อ

    "นี่ไง... ที่ชอบ" หลี่ชิงยิ้มเยาะเล็กน้อย สกิลของเขาจะทำงานได้ดีกับศัตรูประเภทนี้

            อสูรเถาวัลย์สามตัวพุ่งเถาวัลย์จำนวนมากเข้ามารัดตัวเขาพร้อมกันจากทิศทางที่แตกต่างกัน หลี่ชิงไม่หลบ แต่ใช้ [กำแพงดาบ] สร้างม่านพลังงานดาบขึ้นมาป้องกัน เถาวัลย์เหล่านั้นปะทะเข้ากับกำแพงพลังงานและขาดกระเด็นเป็นท่อนๆ ก่อนที่เขาจะพุ่งเข้าหาพวกมันด้วย [ฟันดาบฉับพลัน]

    ฉัวะ! ฉัวะ!

            ดาบเหล็กดาราฟันเข้าที่แกนกลางของอสูรเถาวัลย์สองตัวพร้อมกัน มันร้องอย่างเจ็บปวดและสลายไปอย่างรวดเร็ว ตัวที่สามพยายามจะใช้เถาวัลย์โจมตีอีกครั้ง แต่หลี่ชิงเร็วกว่า เขากระโดดหลบการโจมตี พลางใช้ [ดาบเงาลวงตา] ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของมัน และใช้ [เพลงดาบวายุ] ฟันรัวใส่จนมันไม่สามารถตั้งตัวได้

    "แม้จะแค่ 70% ก็ยังเร็วเกินไปสำหรับพวกแก" หลี่ชิงพึมพำก่อนที่จะสังหารอสูรเถาวัลย์ตัวสุดท้ายลง

            การต่อสู้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน หลี่ชิงเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์หลากหลายประเภทในดันเจี้ยนแรงค์ A แห่งนี้ ทั้ง 'หมาป่าเงา' ที่เคลื่อนไหวรวดเร็วและสามารถล่องหนได้ชั่วขณะ 'ภูตหมอก' ที่สร้างภาพลวงตาและปล่อยพิษ และ 'โกเลมต้นไม้' ที่มีเกราะแข็งแกร่งและสามารถดูดซับพลังงานได้

            เขาต้องใช้สกิลทั้งหมดที่มีอย่างเต็มประสิทธิภาพ [ดาบเงาลวงตา] กลายเป็นสกิลหลักในการหลบหลีกและสร้างช่องว่าง [ฟันดาบฉับพลัน] และ [เพลงดาบวายุ] เป็นแกนหลักในการสร้างความเสียหาย [กำแพงดาบ] ใช้ป้องกันการโจมตีที่รุนแรงและไม่คาดฝัน และ [คลื่นดาบ] ใช้กวาดล้างศัตรูจำนวนมากเมื่อถูกล้อม

            หลี่ชิงต้องจัดการมานาอย่างระมัดระวังมากขึ้น การใช้สกิลต่อเนื่องในดันเจี้ยนแรงค์ A นั้นเปลืองมานาอย่างมาก แม้เขาจะมีมานาเพิ่มขึ้นจากการอัพเลเวล แต่การใช้สกิลโจมตีและสกิลเคลื่อนที่บ่อยครั้งก็ทำให้มานาของเขาลดลงอย่างรวดเร็ว เขากินโพชั่นฟื้นฟูมานาเป็นระยะๆ เพื่อรักษาประสิทธิภาพในการต่อสู้

    "พวกมันฉลาดขึ้น... และโจมตีประสานกันได้ดี" หลี่ชิงคิดในใจขณะที่เขาใช้ [ดาบเงาลวงตา] หลบการโจมตีของกลุ่มหมาป่าเงาสามตัวที่พุ่งเข้ามาจากสามทิศทางพร้อมกัน "ถ้าเป็นฮันเตอร์คนอื่นคงลำบากน่าดู"

            ค่ำคืนแรกในหุบเขาลืมเลือนมาถึง หลี่ชิงหาที่พักที่ปลอดภัยที่สุดเท่าที่จะทำได้ภายในดันเจี้ยน ซึ่งก็คือใต้โขดหินขนาดใหญ่ที่ปกคลุมด้วยเถาวัลย์ เขาใช้เวลาพักผ่อนและฟื้นฟูพลังงาน การต่อสู้ในดันเจี้ยนแรงค์ A ทำให้เขาเหนื่อยล้าอย่างมาก แต่ก็ได้รับค่าประสบการณ์มหาศาลเป็นการตอบแทน

    เมื่อดวงจันทร์ลอยเด่นเหนือยอดไม้ที่ถูกปกคลุมด้วยหมอก หลี่ชิงรู้สึกว่าพลังงานในร่างกายของเขากำลังพุ่งพล่าน และแล้วเสียงที่เขาคุ้นเคยก็ดังก้องขึ้น

    ติ๊ง! 

    [คุณได้รับค่าประสบการณ์จำนวนมาก!] 

    [เลเวลอัพ! คุณบรรลุเลเวล 63!]

    หลี่ชิงพยักหน้าช้าๆ นี่เป็นความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การอยู่ในดันเจี้ยนแรงค์ A เพียงวันเดียวก็สามารถทำให้เขาเลเวลอัพได้แล้ว หากยังเป็นดันเจี้ยนแรงค์ B อาจต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์

            "อีกนิดเดียว..." เขาพึมพำกับตัวเอง ความรู้สึกของพลังที่หล่อเลี้ยงในร่างกายทำให้เขารู้สึกว่าใกล้จะถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้มากยิ่งขึ้น เขายังคงห่างไกลจากพลังระดับจักรพรรดิ แต่เส้นทางที่เคยดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด บัดนี้เริ่มมีแสงสว่างปลายอุโมงค์ปรากฏให้เห็น

    เขาใช้เวลาช่วงเช้ามืดในการฟื้นฟูร่างกายและวางแผนสำรวจต่อ เขาตัดสินใจที่จะมุ่งหน้าไปยังส่วนที่ลึกที่สุดของหุบเขาลืมเลือน เชื่อว่ามอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดและรางวัลที่ดีที่สุดจะรออยู่ที่นั่น

            การเดินทางในวันที่สองก็ยังคงเต็มไปด้วยการต่อสู้ที่ดุเดือดและต่อเนื่อง หลี่ชิงเผชิญหน้ากับ 'ยักษ์ไม้แห่งป่า' มอนสเตอร์เลเวล 68 ที่มีขนาดมหึมาและสามารถควบคุมพืชรอบตัวให้โจมตีได้ การต่อสู้กับยักษ์ไม้กินเวลานานกว่าที่คิด แม้หลี่ชิงจะใช้ [ดาบเงาลวงตา] เพื่อหลบหลีกการโจมตีของเถาวัลย์และรากไม้ได้อย่างคล่องแคล่ว แต่การทำลายเกราะไม้ที่แข็งแกร่งของมันก็ต้องใช้พลังงานอย่างมาก

            เขาใช้ [จิตดาบราชันย์] เพื่อกดดันยักษ์ไม้ ทำให้การเคลื่อนที่ของมันช้าลงเล็กน้อย จากนั้นใช้ [ฟันดาบฉับพลัน] และ [เพลงดาบวายุ] โจมตีเข้าที่จุดอ่อนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดาบเหล็กดาราฟันลงไปบนลำตัวของยักษ์ไม้ สร้างรอยแตกและเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของมัน ทว่ายักษ์ไม้ก็ยังคงตอบโต้ด้วยการเหวี่ยงแขนและใช้เถาวัลย์กวาดเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง

    "อึดจริง!" หลี่ชิงคำรามขณะที่เขาใช้ [กำแพงดาบ] ป้องกันการโจมตีอย่างฉิวเฉียดก่อนจะตอบโต้ด้วย [ดาบเงาลวงตา] พุ่งเข้าไปใกล้และฟันเข้าที่แกนพลังงานที่อยู่ตรงกลางลำตัวของมัน

    ในที่สุด ยักษ์ไม้ก็ล้มลงด้วยเสียงดังสนั่นป่า หมอกหนาถูกปั่นป่วนจากการล้มของมัน

    ติ๊ง! 

    [คุณได้รับค่าประสบการณ์จำนวนมาก!]

     [เลเวลอัพ! คุณบรรลุเลเวล 64!]

            หลี่ชิงหอบหายใจอย่างหนัก เหงื่อไหลท่วมตัวจากการต่อสู้ที่ยาวนาน แต่ดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยประกายแห่งความมุ่งมั่นและความภาคภูมิใจ การเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ระดับ 60-70+ เพียงลำพังและเอาชนะมันมาได้ ทำให้เขามั่นใจยิ่งขึ้นในพลังของตนเอง เขาใช้เวลาไม่นานนักในการเก็บไอเทมดรอปจากยักษ์ไม้ ซึ่งมีทั้ง 'แก่นไม้โบราณ' และ 'เถาวัลย์ยักษ์' ที่มีคุณสมบัติพิเศษ

            เขามองไปยังเส้นทางเบื้องหน้าที่ปกคลุมด้วยหมอกมิดชิดยิ่งกว่าเดิม ส่วนที่ลึกที่สุดของ 'หุบเขาลืมเลือน' กำลังรอคอยการมาถึงของเขา ดันเจี้ยนแรงค์ A แห่งนี้เป็นบททดสอบที่ท้าทายอย่างแท้จริง แต่ก็เป็นแหล่งขุมทรัพย์แห่งประสบการณ์และความแข็งแกร่งที่ไม่มีที่สิ้นสุด

    "ยังไปต่อได้... ต้องไปให้ถึงที่สุด" หลี่ชิงพึมพำกับตัวเอง ก่อนที่จะปรับฮู้ดให้เข้าที่อีกครั้ง และก้าวเดินเข้าไปในหมอกที่หนาทึบขึ้นเรื่อยๆ เตรียมพร้อมสำหรับความท้าทายถัดไปที่รอเขาอยู่ในสมรภูมิแรงค์ A แห่งนี้…

    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิคนที่ 11 ที่คุณอ่าน