เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    ตอนที่ 69 สร้างอุปกรณ์ปลุกสายเลือด

       พอได้ยินคำพูดของจางเฉินมู่หยงฟู่มองไปที่จางเฉินอย่างโกรธแค้น


       “เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครเจ้าแพ้ให้กับพี่ชายข้ามู่หยงเลี่ยนอย่างง่ายดาย เจ้ามันก็แค่ขยะ”


       จางเฉินยิ้มมุมปาก“เจ้าก็ให้มู่หยงเลี่ยนมาสู้กับข้าใหม่สิ จะได้รู้ว่าใครเป็นขยะ แต่ข้าว่าเจ้านะเป็นขยะในสายตาข้า”


       สองสาวต่างมองจางเฉินด้วยความสนใจจางเฉินนั้นไม่ได้คิดอะไรกับหญิงสาวที่มากับมู่หยงเลี่ยนอยู่แล้ว เพียงแค่อยากล้อเล่นด้วยเท่านั้น


        “ท่านทั้งสองที่นี้เป็นสมาคมหลอมกลั่นห้ามมิให้การต่อสู้กันเด็ดขาดมิฉะนั้นจะถูกลงโทษอย่างรุนแรง”ชุเฟยหยูห้ามศึกทั้งสองคนที่มองตากันอย่างดุร้ายเหมือนจะปะทะกันได้ตลอดเวลา


       จางเฉินไม่สนใจมู่หยงฟู่และหันไปคุยชุเฟยหยู่เพื่อทำธุระของเขาต่อ


       “มีวัตถุอะไรบ้างในรายการที่มีขายข้าขอดูหน่อย”


       ด้านหลังห้องโถงชายวัยกลางคนแต่งตัวด้วยเสื้อคลุมเดินออกมาด้วยตัวใหญ่กล้ามเนื้อแน่น หน้าตาดูเหมือนอายุสามสิบถึงสี่สิบบุคลิกค่อนข้างหยิงและภาคภูมิใจในตัวเอง


        “ท่านอาจารย์เหลียงคุนข้ามีเรื่องขอให้ท่านช่วยเหลือ” มู่หยงฟู่หยิบหินมีรัศมีสีแดงขนาดเท่ากำปั้นออกมายืนให้เหลียงคุณดู


        “เป็นมู่หยงฟู่หินอัคนีโลหิตนี่เป็น วัสดุดิบระดับ 5 เจ้าต้องการสร้างอะไร”


        “ข้าต้องการดาบระดับห้านี่หินวิญญาณ 20,000 ถ้าทำไม่สำเร็จก็ไม่เป็นไร” เหลียงคุณผงกศีรษะและรับเอาหินอัศนีโลหิตมาแล้วมองไปที่เคาเตอร์เห็นจางเฉินกับชูเฟยหยูกำลังคุยกันอยู่


        “ที่นี้แย่กว่าที่ข้าคิดแม้วัตถุดิบระดับสี่ ห้าทั่วไปก็ไม่มี อาวุธที่โชว์ก็มีแต่ของมีตำหนิ”


        “ท่านอย่าดังไปอาจารย์เหลียงได้ยินท่านจะแย่เอาได้”ชูเฟยหยูฟังคำพูดจางเฉินแล้วกลัวว่าจะเกิดปัญหาจึงเตือน


        “ไหนข้าดูสิ วัสดุอะไร”เหลียงคุณเดินมาหยิบกระดาษที่จางเฉินจดรายการสิ่งของไว้ เขาขมวดคิ้วของพวกนี้เขามีแต่ไม่ได้นำออกมาขายไม่ใช่ของที่คนทั่วไปจะสนใจ


        “เจ้าลองพูดมาชิมีตำหนิยังไง”


        “ข้าไม่คุยกับคนใกล้ตาย”จางเฉินเพียงมองเหลียงคุณด้วยหางตาหยิบวัสดุที่เลือกแล้วเพื่อออกจากสมาคมหลอมกลั่นด้วยอารมณ์เสียเล็กน้อยเขาคิดว่าจะไปขอดูสมบัติตระกูลจางเผื่อจะมีของที่ต้องการ


       อาจารย์เหลียงคุณนั้นเป็นที่เคารพบูชาของคนทั้งเมืองเป็นนักหลอมกลั่นระดับห้า เพียงคนเดียวในอาณาจักรนี้เขาไม่เคยถูกปฏิบัติเช่นนี้มาก่อนจึงโกรธมากแผ่ความกดดันทางวิญญาณอย่างหนักไปที่จางเฉิน คนทั้งห้องโถงต่างรู้สึกกดดันและเหงื่อตกกันทันที


        “เจ้าหยุดนอกจากดูถูกอาวุธที่ข้าสร้างแล้วบอกว่าข้าใกล้ตาย เจ้าหมายความว่ายังไง”


        “ล่าสุดท่านพยายามกลั่นอาวุธระดับหกใช่ไหมท่านพยายามหลอมรวมหินมรกต กับชนวนอัศนีแดงแต่ด้วยการต่อต้านกันของวัตถุท่านเลยต้องใช้สมุนไพรที่เป็นพิษเพื่อช่วยในการหลอมรวมกันแต่ท่านกลับติดพิษเสียเอง”


         เหลียงคุนตกใจเมื่อไม่นานกว่านี้เขาหลอมกระบี่จริงๆ และผิดผลาดพิษระดับห้านั้นไม่มีใครรักษาได้เลยเขาสอบถามผู้รู้ทั่วไปหมดแล้วแต่ยังไม่มีทางแก้ “เจ้ารู้ได้ไง”


         “ในความจริงข้าได้กลิ่นของดอกไม้หนาวเย็น ท่านพยายามยับยั้งพิษแต่ดูเหมือนว่าพิษของท่านถูกกดทับไม่นานคงระเบิดออกและท่านก็ต้องตาย ข้าจึงได้บอกว่าข้าไม่มีเวลาว่างกับคนใกล้ตาย”


        “เจ้ามีวิธีแก้หรือไม่”เหลียงคุนเหมือนเห็นแสงสว่าง ถ้าสามารถรับดูได้ด้วยการมองแสดงว่าต้องรู้วิธีแก้


        “วิธีย่อมมี แต่ข้าไม่ว่างต้องหาวัตถุดิบหลายอย่าง” จางเฉินต้องการไปที่สกุลจางเพื่อดูว่าจะมีหรือเปล่าตระกูลจางนั้นก็ตั้งรกร้างมานับร้อยปี น่าจะมีของสะสม


       เหลียงคุนโกรธมากชีวิตที่ทุกคนต้องโค้งคำนับแม้แต่ราชาของอาณาจักรกลับมีเด็กคนหนึ่งไม่สนใจและไม่ใส่ใจจึงเพิ่มความกดดันต่อจางเฉินเพิ่มมากขึ้นอีก


       จางเฉินยืนต่อหน้าเหลียงคุนแบบหน้าตาเฉยเมย และก้าวเดินจากไป


         “ข้าขอร้องท่าน ช่วยข้าสิ่งที่ท่านเขียนไว้ข้าย่อมมี” เหลียงคุณโค้งคำนับเมื่อไม้แข็งไม่ได้ผลจึงเปลี่ยนเป็นไม้อ่อน ผุ้คนมากมาย ทั้งพนักงานดูแลมู่หยงฟูกับสาวสวยต่างก็ตาโอ อ้าปากเป็นตัวโอ เหลียงคุณคำนับเด็กคนหนึ่งในสมาคมหลอมกลั่นถ้าเรื่องนี้บอกเล่าต่อกันไปก็คงไม่มีใครเชื่อ


         “โอ้งั้นเราไปคุยกันด้านหลังเถอะ” จางเฉินเลี้ยวกลับและพยุงเหลียงคุณแล้วพากันเดินไปหลังร้าน


         “ข้ามีปัญหากับตระกูลมู่พวกนี้อยากฆ่าข้า ท่านไล่พวกเขาไป”


         “เจ้าได้ยินแล้วหรือยังไสหัวไป หินนี้เจ้าไม่ต้องเอากลับไป บอกพ่อเจ้าว่าสิ่งนี้เป็นของกำนัลของข้า”เหลียงคุนนั้นไม่ต้องกลัวใครและไม่มีใครกล้าตอแยด้วยอยู่แล้วหินนี้จึงไม่มีอะไรมากถ้ามันจะเอา  คาดเดาไว้แล้วว่าด้วยพิษนี้จะต้องตายภายในครึ่งเดือนและมันเจ็บปวดมากทุกวัน ทั้งยังเพิ่มความเจ็บปวดขึ้นไปเรื่อยๆ มันทรมานที่สุดแล้ว


          มู่หยงฟู่ตัวสั้นด้วยความโกรธ มันไม่รู้จะหาประโยคหรือคำอันใดมาพูดชีวิตมันเจอกับจางเฉินเมื่อไหร่ต้องเจอกับความอัปยศทุกครั้ง


         จางเฉินยิ้มมุมปาก “แม่นางคนสวยอย่าไปไหนมาไหนกับ มู่หยงฟู่เลย มีแต่จะอับอาย ไว้เจ้ามาหาข้าข้าจะดูแลเจ้าอย่างดี”


         จางเฉินและเหลียงคุณมาที่ด้านหลังซึ่งเป็นห้องหลอมกลั่นของมีโต๊ะเกาอี้สำหรับไว้พัก และมีเครื่องมือสำหรับหลอมกลั่นแทบทุกชนิด เต็มไปหมด


         “ได้โปรดบอกวิธีการล้างพิษให้ข้าด้วยข้าจะรู้สึกซาบซึ้งกับมันมาก” เหลียงคุณคว้าไหล่ของจางเฉินและพูดด้วยเสียงสั่นดวงตานั้นเหมือนจะร้องไห้ด้วยเหลือชีวิตอยู่ไม่มากถ้าคนอื่นเห็นภาพนี้คงต้องตกใจเป็นอันมาก


        “เอาวัสถุดิบทั้งหมดออกมาปรับแต่งให้ข้าก่อน”


        “เจ้าจะปรับปรุงอะไร”


        จางเฉินหยิบกระดาษและปากกาวาดภาพโต๊ะตัวหนึ่งมีหลอดแบบหลอดทดลอง 5 ชิ้น มีแก้วทรวกลมๆ หนึ่งชิ้นแต่ละจุดชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการทำงานของส่วนต่างๆ

       เหลียงคุณรับกระดาษมาดูเมื่อมองดูแล้วการแสดงออกของเขาหยุดนิ่ง แสดงออกถึงความประหลาดใจและตกใจเขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่มันยากมากแม้รายละเอียดที่เขียนไว้จะถี่ถ้วนที่สุดแล้วแต่เหลียงคุนก็ไม่แน่ใจมากนัก เหลียงคุนสูดหายใจเข้าลึกๆ ตะลึงงั้น


        “แม้ข้าจะเป็นผู้หลอมกลั่นระดับห้าแต่สิ่งนี้ลึกซึ้งเกินไป โอกาสสำเร็จนั้นแทบไม่มี”


        “เพียงทำตามที่ข้าบอกข้าจะดูกระบวนการทั้งหมดเอง ท่านห้ามมิให้ถามหรือมีข้อสงสัยมุ่งมั่นกับการปรับแต่งเท่านั้น”


       เหลียงคุณนั้นอยากปฏิเสธแต่สถานการณ์ของมันไม่อาจปฏิเสธได้จริงๆ


        จางเฉินเอาเข็มเงินออกมาฝังไปตามจุดฝังเข็มต่างๆ ให้กับเหลียงคุนอย่างรวดเร็วทำให้เหลียงคุนรู้สึกได้ว่าความเจ็บปวดหายไป และอาการดีขึ้นมากเขารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง


        “นี่เป็นเพียงการบรรเทาเบื้องต้นเท่านั้นหลังจากท่านปรับแต่งให้ข้าเสร็จแล้วข้าจะให้ใบสั่งยาเพื่อที่จะแก้ปัญหาจริงๆแต่ต้องรอภายหลังปรับแต่งอุปกรณ์เสร็จ”


       เหลียงคุนนั้นรู้สึกโกรธมาก เด็กคนนี้กล้าเล่นกับเขาเขาอยากจะตบจางเฉินให้จมกองเลือดเสียตอนนี้แต่ทำไม่ได้


        ภายใต้คำสั่งของจางเฉินเหลียงคุณ

    นจุดไฟที่เตาหลอมอย่างรวดเร็ว ในขั่นแรกปรับแต่งหลอดแก้วก่อนจำนวน 5 หลอดแล้วปรับแต่งลูกบอลแก้วอีกหนึ่งหลอดเสร็จแล้วจะต้องใช้วัสดุสำหรับเชื่อต่อส่งพลังงานไปมาระหว่างกันหินแก้วผลึกจำนวนมากถูกนำไปหลอมรอการขึ้นรูปอย่างช้าๆ


         “เจ้ามัวทำอะไร เอาผงทรายแดงหงเป่ยโรยเข้าไป”


         “ผงทรายแดงหงเป่ย?”บทบาทของทรายนั้นเป็นตัวขัดเพื่อเพิ่มความคมของอาวุธเหลียงคุนไม่รู้ว่าจางเฉินต้องการให้ทำอะไร


         “ให้เพิ่มก็เพิ่มเราคุยกันแล้ว” จางเฉินพูดแบบเฉยเมย


       หลังจากที่หยิบผงโรยเข้าไปแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นคือหินผลึกแก้วจำนวนมากถูกหลอมละลายอย่างรวดเร็วมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าหลายเป็นของเหลวแทบจะทันที เหลียงคุนตะลึงงัน


         “มัวช้าอะไรรีบกำจัดสิ่งสกปรก”


        จางเฉินรีบหยุดความคิดเหลียงคุนทันที เพื่อให้ทำงานหลังจากที่ได้หลอดแก้วชิ้นแรกจางเฉินก็บรรจงสลักลวดลายอาเรย์ที่ซับซ้อนอย่างยิ่งทันทีเหลียงคุณเห็นจางเฉินขยับตัววาดอาเรย์อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้เขาตกตะลึกเพิ่มขึ้นไปอีก

    คล้ายกับเรื่องเส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God) ที่คุณอ่าน