หว๋อ~~!
เสียงไซเรนดังไปทั่วเขต F47 เหล่าประชาชนเขตใกล้เคียงที่รู้ข่าวการต่อสู้ในเขต F47ต่างรีบเก็บของมีค่าใส่กระเป๋าวิ่งออกจากบ้านตามคำสั่งของกองทัพที่พึ่งประกาศเมื่อไม่นานมานี้ การอยู่ที่นี่ไม่ปลอดภัยจำเป็นต้องเดินทางออกไปให้ห่างเขต F47 โดยการเดินทางมีรถทหารคอยวิ่งอำนวยความสะดวกขนส่งชาวเมืองทุกๆคนไปยังเขตถัดไป
“ให้ตายสิ พลาด พลาดมากที่ใจร้อนเกินไป”
ผู้บัญชาการกองทัพที่ 9 กัดฟันด้วยความโกรธ ภารกิจครั้งนี้พลาดมากที่เข้ามารับงานในเขต F47 ไม่คิดว่าเหตุการณ์จะเลวร้ายได้ถึงขนาดนี้
การประชุมเมื่อครู่ที่จบลงไปสร้างความตึงเครียดให้ไม่น้อย หลังจากที่ผู้บัญชาการทั้ง 10 ติดต่อทางสหพันธ์ให้ช่วยรับมือเพราะทางกองทัพทั้ง 10 ออกความเห็นว่าสิ่งนี้เกินขอบเขตที่พวกเขาจะรับมือได้แล้ว ทางสหพันธ์ตอบรับการช่วยเหลือเพียงแต่ทางกองทัพจะต้องยื้อเวลาเอาไว้ให้ได้จนกว่าคนของสหพันธ์จะส่งมาช่วย
โดยการยื้อเวลามีการสั่งการให้ใช้งานหัวรบอีกครั้ง ด้วยสิ่งนี้เองทำให้ผู้บัญชาการกองทัพที่ 9 ไม่พอใจ เนื่องจากการระเบิดของหัวรบจะทำให้เขตที่อยู่ข้างเคียงได้รับความเสียหายจากดินถล่ม จึงไม่พอใจและเครียดกับการใช้หัวรบ เพราะผลกระทบที่เกิดขึ้นจะต้องมีคนรับผิดชอบนั่นก็คือเขาที่เข้ามาดูแลเขต F47 นับว่าการลงมือครั้งนี้ขาดทุดย่อยยับแล้วยังเสี่ยงที่จะถูกถอดถอนอีกด้วย
—-----------
“รอด้วย รอฉันด้วย!”
“เร็ว รีบวิ่งเร็วเข้า!”
ชาวเมืองที่ยืนโบกรถรีบวิ่งขึ้นไปบนรถหุ้มเกาะของทหารที่วิ่งวนรอบๆเมืองเขต F46 หลังจากคำสั่งอพยพให้ไปหลบอยู่เขตใกล้เคียงชั่วคราวป้องกันเหตุการณ์มอนสเตอร์เขต F47 ทะลักเข้ามาโจมตี
—-----------
“ยุ่งแล้วสิ”
ผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 มองจ้องภาพการอพยพพลเรือนในเขตต่างๆ จากความช่วยเหลือของหลายๆกองทัพ หลังจากการประชุมจบเหล่าผู้บัญชาการต่างก็ออกความเห็นให้อพยพพร้อมกับส่งทหารอีกหมื่นที่เตรียมไว้มาช่วยเหลือ ถ้านับรวมกันจะมีทหารราวสองแสนกว่าคนในการโจมตีเขต F47 ถึงอย่างนั้นผู้บัญชาการทั้ง 10 กลับมองไม่เห็นเส้นทางชนะเลย เนื่องจากว่ามอนสเตอร์มีเยอะเกินไป นอกจากจำนวนแล้วการปรากฎตัวของพวกมันยังมีระดับดาวที่สูงกว่าก่อนหน้าจนเทียบไม่ติด
“ผู้บัญชาการครับ หัวรบกำลังเดินทางครับ”
“อย่าให้ใครเข้าใกล้”
หัวรบอีกหนึ่งลูกจากกองทัพที่ 7 เคลื่อนที่ไปยังเขต F46 ตามแผนการชะลอมอนสเตอร์ยื้อเวลาเพื่อให้สหพันธ์ส่งคนมาช่วยเหลือ ไม่ใช่เพียงแค่กองทัพที่ 7 ที่ต้องใช้งานหัวรบเท่านั้น กองทัพอื่นๆต่างก็กำลังเคลื่อนย้ายหัวรบไปพร้อมกับส่งกำลังทหารไปเสริม เพื่อจัดการมอนสเตอร์กลุ่มที่เดินทางออกมาจากรัง
—--------------
“โจมตีได้~!!!”
เสียงร้องตะโกนดังออกมาจากหัวหน้าแอนเดอร์สันสั่งให้รถถังที่จอดอยู่ภายในค่ายระดมยิงปืนใหญ่ใส่กลุ่มมอนสเตอร์ที่ทะลักมาทางฝั่งพวกเขาหลังจากที่ราชินีแมงมุมปรากฎตัว ตอนนี้มอนสเตอร์มากมายเข้าใกล้ระยะการยิงแล้ว ไม่ใช่แค่ทหารจากกองทัพที่ 7 สั่งยิง ทหารอีกทั้ง 11 ค่ายที่ป้องกันอุโมงต่างเลือกใช้วิธีโจมตีระยะไกล ต่อให้พวกเขาจะรู้ว่ามีแมงมุมระเบิดที่สามารถดูดซับการโจมตีของปืนใหญ่เอาไว้ได้ ทุกๆคนกลับเลือกที่จะใช้เพราะอย่างน้อยก็มีโอกาสจัดการมอนสเตอร์ในจุดที่แมงมุมระเบิดไม่อยู่
ตู้ม บรึ้ม บู้ม บู้ม ตู้ม~!
เสียงระเบิดอย่างถี่รัวจากการยิงของรถถังมาพร้อมกับแรงสั่นมหาศาลบนพื้นดินจากการเคลื่อนไหวของมอนสเตอร์จำนวนมาก เหล่าทหารที่มองเห็นการต่อสู้จนรู้ว่าสงครามระหว่างมนุษย์และแมงมุมเริ่มต้นขึ้นแล้วนั้น ต่างสูดลมหายใจทำสมาธิ อีกไม่นานการต่อสู้ระยะประชิดระหว่างพวกเขาและแมงมุมจะเริ่มขึ้นแล้ว
ยังดีที่การกระจายตัวของแมงมุม ราชินีไม่ได้เดินทางร่วมด้วย มันยังคงยืนนิ่งอยู่บนปากหลุมไม่มีใครรู้ว่ากำลังทำอะไร ถึงอย่างนั้นทหารกลับไม่สามารถดูถูกแมงมุมกลุ่มที่กำลังเดินทางมาได้
ต่อให้ราชินีไม่ได้เข้าร่วมสงครามในตอนนี้ก็ตามที มันกลับส่งมอนสเตอร์ 8 ดาวให้ร่วมเดินทาง ด้วยระดับ 8 ดาวที่เดินมากับแมงมุมมากมายหลายแสนตัวนั้น มีโอกาสสูงที่จะทำลายทหารทั้งค่ายได้อย่างง่ายดายเพราะมันถูกส่งมายังค่ายที่กองทัพที่ 7 ดูแลถึง 4 ตัวพร้อมกัน
บรึ้ม บรึ้มบรึ้ม บู้มตู้ม~!
“คุณแอชเชอร์ แน่ใจนะครับว่าจะทำแบบนี้”
“ใช่ เชื่อมเลย”
ชุดเกราะหลายตำแหน่งของแอชเชอร์เสียหายหนัก เดิมทีเขาสามารถใช้ระบบซ่อมแซมในการซ่อมชุดเกราะให้กลับมาเป็นปกติได้ เพียงแต่ว่าน็อตจะเกิดความสงสัยในตัวของเขามากเกินไป แอชเชอร์จึงบอกให้น็อตปรับแต่งชุดเกราะต่อไป ส่วนเขาจะเป็นผู้ใช้งานที่ดี
เดิมทีมันก็เสียหายหนักมากพอแล้วจากการถูกระเบิดของชุดเกราะมาร์คเอท ตอนนี้ยังต้องมารับหน้าที่ในการต่อสู้อีก เขาจึงบอกให้น็อตปรับแต่งมันให้ถึงที่สุด พร้อมกับเชื่อมส่วนที่ไม่มีอะไหล่ด้วยโลหะติดเข้าไปเสริม เพื่อปกปิดจุดอ่อนของชุดเกราะ
ชี้ จี้ ชี้~!
แสงไฟจากการเชื่อมของชุดเกราะสาดส่องไปทั่วค่าย อย่างไรก็ตามการเชื่อมที่เกิดขึ้นน็อตกลับยังคงทำด้วยความระมัดระวังไม่ทำให้ชุดเกราะถูกล็อกโดยสมบูรณ์ หากเกิดสิ่งไม่คาดฝันยังคงสามารถถอดชุดเกราะเอาตัวรอดได้ ภายใต้แสงจากการเชื่อมชุดเกราะของแอชเชอร์สาดส่องเรื่อยๆ มอนสเตอร์มากมายที่มุ่งตรงมาจุดปะทะ พวกมันก็ได้โหมกระหน่ำโจมตีในทันที
“ทุกคนพร้อม สู้เหมือนครั้งนี้จะเป็นสงครามครั้งสุดท้ายของเรา สู้เพื่อคนที่อยู่ข้างหลัง หากเราสามารถยื้อเวลาได้ 1 ชั่วโมง กองกำลังเสริมอีกหมื่นคนจะมาถึงพอดี สู้~!”
“เฮ่~!!!”
เหล่าทหารร้องตะโกนลั่นหลังจากได้รับเสียงปลุกใจจากหัวหน้าแอนเดอร์สัน แม้หลายคนจะเกิดความกลัวหลังจากเห็นแมงมุมตัวใหญ่ยักษ์กำลังเดินหน้าตรงเข้าหาค่ายของพวกเขาก็ตาม ความกลัวเหล่านั้นต่างถูกเก็บอย่างรวดเร็ว มีเพียงความรู้สึกโกรธมอนสเตอร์ที่บังคับให้พวกเขาต้องสู้
“ฆ่ามัน ฉันจะฆ่ามัน~!”
“ฆ่า~!”
เหล่าทหารแนวหน้าปลดปล่อยสกิลลงไปยังอาวุธก่อนจะพุ่งเข้าไปต่อสู้กับมอนสเตอร์ด้วยรูปแบบการจับคู่และการจัดทีม การปะทะ 1 - 1 ไม่มีอีกต่อไปเพราะหากทำเช่นนั้นทุกๆคนจะถูกมอนสเตอร์ที่มีมากกว่าโหมกระหน่ำจนตาย แอชเชอร์ที่ได้รับการปรับแต่งชุดเกราะจนสามารถกลับมาใช้งานได้ 80 % จึงถือคันธนูกระโดดขึ้นไปยืนบนหอสังเกตการณ์ด้านหน้าค่ายพัก ก่อนจะเล็งยิงมอนสเตอร์จำนวนมากที่พยายามจะทะลวงเข้ามาทำลายค่ายของพวกเขา
เพล้ง ตู้ม บรึ้ม บู้ม~!
การโจมตีระลอกที่สองระหว่างมนุษย์และมอนสเตอร์เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งจนทำให้เกิดการระเบิดมากมายจากสกิลของทหาร มีทั้งระเบิดจากปืนยิงระเบิดบนหัวไหล่ ภายใต้การต่อสู้อันชุลมุนวุ่นวายทั้งมีทหารตกตายและมีมอนสเตอร์นอนเกลื่อนกลาด ผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 ล้วนสั่งให้กองกำลังที่ส่งไปช่วยเร่งความเร็วในการเดินทางให้มากยิ่งขึ้นกว่านี้ ไม่อย่างนั้นทหารที่อยู่ค่ายเขต F47 จะต้องตายไปมากกว่าครึ่งอย่างแน่นอน ต่อให้จะมีระดับ S ถึง 2 คนก็ตามที การโจมตีของพวกเขาทั้ง 2 ก็ไม่อาจครอบคลุมบริเวณที่เกิดการต่อสู้ทั้งหมดได้
พิ้วพิ้วพิ้วพิ้วพิ้วพิ้วพิ้ว!
ลูกธนูโปรยลงมาจากท้องฟ้าอย่างกับห่างฝน ถึงด้านหน้าค่ายจะเต็มไปด้วยคนมากมายกำลังต่อสู้แอชเชอร์กลับไม่ได้หยุดยิงเลยสักนิดเดียว เนื่องจากการยิงที่เขาต้องการฆ่าไม่ใช่จุดที่ทหารต่อสู้ เขาได้ยิงไปยังแนวหลังแมงมุมที่ยังไม่มีทหารเข้าถึง ด้วยจำนวนธนูที่ตกลงมาจากท้องฟ้านี้เอง มันรุนแรงพอจะฆ่าและชะลอการเดินทางของแมงมุมที่กำลังถาโถมเข้ามาได้ แต่ทันใดนั้นแอชเชอร์กลับกระโดดออกจากหอสังเกตการณ์อย่างเร็วไวเมื่อมีการโจมตีหนึ่งพุ่งมาหาเขาหวังจะฆ่าให้ตายไปพร้อมกับหอสังเกตการณ์
บรึ้ม!
น็อตรีบก้มตัวลงต่ำหลังจากที่หอสังเกตการณ์ใกล้กับตำแหน่งที่เขายืนถูกทำลายจนหายไปด้วยลำแสงทำลายล้าง ภายใต้การโจมตีที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นั้นทำเอาเขาตกใจรีบกวาดตามองหาแอชเชอร์ที่อยู่ด้านบน แต่เมื่อได้ยินเสียงยิงธนูดังขึ้นบนยอดของกำแพงเขาก็เกิดโล่งใจเพราะแอชเชอร์ไม่ได้รับความเสียหาย สามารถหลบการโจมตีเมื่อครู่ได้ แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรเพิ่มเติมแอชเชอร์กลับถูกโจมตีอีกครั้งจนเขากระโดดกลับเข้ามาในค่าย
“คุณน็อต ขวาน~!”
“นี่ครับ”
ขวานขนาดใหญ่ถูกโยนไปให้แอชเชอร์ ก่อนที่เขาจะกระโดดออกไปนอกค่าย การใช้ธนูใหญ่ได้ผลดีเป็นอย่างมาก แต่ครั้งนี้กลับต่างจากทุกๆครั้งที่เขาใช้งานธนู เนื่องจากว่ามอนสเตอร์มีตัวที่ฉลาดไม่น้อยเดินทางมาด้วย มันรู้จักแม้กระทั่งการโจมตีเขาให้ตายเพื่อให้พวกเดียวกันเดินหน้าต่อได้ จึงเลือกโจมตีเขาถึง 2 ครั้งติดกัน แอชเชอร์ที่ยืนอยู่บนที่สูงจึงเปลี่ยนไปใช้งานขวานบุกเข้าไปในแนวหน้า ถ้าเขายังเลือกใช้งานธนูต่อไป แมงมุมตัวที่โจมตีจะต้องไล่ยิงเขาเรื่อยๆจนทำให้การปลดปล่อยลำแสงทำลายล้างของมันไปโดนทหารคนอื่นๆ แอชเชอร์จึงเลือกที่จะไปยืนด้านหน้าใช้สกิลอาวุธระยะประชิดจัดการพวกมันแทน
เปรี้ยง~!
สกิลร่างน้ำแข็งเปลี่ยนไปเป็นร่างสายฟ้าเพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการโจมตี ทุกๆที่ที่แอชเชอร์พุ่งผ่านไปนี้ล้วนเกิดสายฟ้าพุ่งตามหลัง ยิ่งเป็นตอนที่เขาสับขวานสายฟ้าจำนวนมากจะกระจัดกระจายออกไปฆ่ามอนสเตอร์ที่อยู่ด้านข้าง แต่ทันใดนั้นเองแมงมุง 8 ดาวที่โจมตีเขาก่อนหน้ามันก็ได้หันมองแอชเชอร์ก่อนจะยิงลำแสงทำลายเข้าโจมตีอีกครั้งหนึ่ง ไม่สนใจลูกน้องของมันเลยสักนิดเดียว
ตู้ม~!
“แบบนี้ก็ดีสิ”
แอชเชอร์สไลด์ตัวหลบไปด้านข้างลอดผ่านขาของแมงมุมตัวหนึ่งไปไม่ไกลจากจุดที่ถูกโจมตีเมื่อครู่นี้ หลังจากเขามองเห็นขอบเขตการทำลายกว้างถึง 10 เมตร ในหัวของเขาก็เกิดความคิดหนึ่งขึ้นมาทันที ตอนนี้นอกจากเขาจะใช้ขวานฆ่ามอนสเตอร์รอบๆแล้ว เขายังสามารถใช้งานลำแสงของมอนสเตอร์ฆ่าลูกน้องมันได้อีกด้วย
เปรี้ยง~!
ขวานในมือสับลงไปบนพื้นดินจนเกิดการระเบิดของสายฟ้าแตกกระจายออกไปเป็นวงกว้าง ทันทีที่แอชเชอร์สับขวานการโจมตีของแมงมุม 8 ดาวก็พุ่งตรงมายังเขาจนต้องสไลด์ตัวหลบออกไป ด้วยพลังต่อสู้ 815 ที่น้อยกว่ามอนสเตอร์ 8 ดาวที่มีพลังต่อสู้ 850 ไม่มาก ทำให้แอชเชอร์พอจะอ่านการเคลื่อนไหวของมันได้ แล้วยิ่งเขามีสกิลเร่งความคิดทำให้การตอบสนองและการคิดรวดเร็วขึ้นอีก จึงไม่ยากที่เขาจะหลบการโจมตีของพวกมัน
เมื่อตัวแรกไม่สามารถฆ่าแอชเชอร์ให้ตายได้นั้น แมงมุม 8 ดาวอีกตัวก็ได้หันหน้ามาโจมตีเขาด้วยลำแสงเช่นเดียวกันจนเกิดลำแสง 2 สายพุ่งมาในทิศทางที่ต่าง ในสายตาของทหารที่หันมองนั้นแอชเชอร์สามารถกระโดดหลบลำแสงได้อย่างง่ายดาย แต่ความจริงเขาต้องแบกรับความเสี่ยงในทุกๆครั้งที่หลบ เนื่องจากท่าทางสบายๆของเขาแฝงไปด้วยความเสี่ยง ทุกๆครั้งที่เขาสไลด์ตัวหลบลำแสงและเอียงตัวหลบมัน ลำแสงที่พุ่งผ่านล้วนห่างจากร่างเขาไปเพียงไม่กี่สิบเซนติเมตรเท่านั้น
ถ้าพลาดเขาจะต้องเจ็บหนักอย่างแน่นอน ในระหว่างที่หลบลำแสงไปเรื่อยๆจนลืมแม้กระทั่งไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแอชเชอร์กลับฉีกยิ้มกว้างเมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่หายไปเมื่อ 1 ชั่วโมงก่อน
[แจ้งเตือน อัพเกรดระบบเสร็จสิ้น]