“ว่าแต่ใครกันเหรอคะ? ป้าเคียงที่ชื่อวิว”
หลังทานข้าวเสร็จอัสมาเลือกอยู่คุยเล่นกับญาติผู้ใหญ่ต่อ ก่อนจะถามถึงสิ่งที่เธอยังไม่กระจ่างดีซึ่งตอนนี้มีเพียงเธอกับป้าแค่สองคน ที่นั่งอยู่ภายในห้องนั่งเล่น
“หลานของแม่ก้านเขานั่นแหละ”
“น้าก้านมีหลานด้วยเหรอคะ?” อัสมาถามด้วยความแปลกใจเธอไม่เห็นเคยได้ยินมาก่อนเลย
“เปล่าหรอกลูก ไม่ใช่หลานแท้ ๆ ของแกหรอกเห็นบอกว่าเป็ลูกของคนที่รู้จักกันน่ะ”
“อ๋อ...อย่างนี้นี่เอง อายุกี่ปีแล้วคะ? อ้อมต้องเรียกพี่หรือว่าน้องดี” ที่ถามเพราะว่าเธอจะได้เรียกถูก ปีนี้เธอจะยี่สิบห้าแล้ว “แล้วสวยมั้ยคะ? อ้อมอยากเห็นหน้าจังเลย”
เคียงดาวอมยิ้มก่อนจะตอบหลานสาวตัวเอง “สวย น่ารักมาก ป้าเห็นครั้งแรกยังชอบเลยลูกเอ๊ยรู้สึกถูกชะตาสุด ๆ อายุน่าจะประมาณยี่สิบยี่สิบเอ็ดนี่แหละ ป้าไม่แน่ใจเหมือนกันเห็นแม่ก้านบอกว่าจะจบมหาลัยแล้ว ว่าอย่างงั้นนะ” เคียงดาวนึกไปถึง ตอนที่ได้เจอกับวรดาครั้งแรกใบหน้าที่ดูอ่อนหวานใครมองเป็ต้องหลงใหล ขนาดเธอเป็ผู้หญิงด้วยกันยังรู้สึกชอบมากเลย นับประสาอะไรกับลูกชายของเธอ มีหรือจะไม่หวั่นไหวเลยสักนิด
“’งั้นก็แปลว่าเป็น้องอ้อม” อัสมาบวกลบคูณหารเื่อายุก่อนจะปากอ้าตาโตพูดออกไปไหมอีกครั้ง “ห่างจากเฮียรุจสิบห้าสิบหกปีเลยนะคะ” แม่เ้าเฮียเรากินเด็กนี่หว่าร้ายสุด ๆ เฮียรุจ “ฮั่นแน่~ ยิ้มแบบนี้มีแผนอะไรหรือเปล่าคะ” หญิงสาวมองหน้าของผู้เป็ป้าแล้วอดแซวไม่ได้ ยิ้มแบบนี้แปลว่าต้องมีอะไรในกอไผ่แหง่ๆ “แล้วๆ เฮียชอบมั้ยคะป้าเคียง” อันนี้เธออยากรู้มากที่สุดว่าหินที่ชื่ออติรุจน์จะหวั่นไหวให้กับสาวน้อยบ้างหรือเปล่า
“หนัก” มีหรือที่เธอจะไม่รู้ เลี้ยงมาเองกับมือขนาดนี้ เธอมองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าลูกชายของเธอถูกใจสาวน้อยอย่างวรดามากแค่ไหน
“คุยอะไรกันอยู่ครับสองสาว” ชายหนุ่มร่างสูง ที่ตอนนี้อยู่ในชุดพร้อมเข้านอนเดินมานั่งลงข้างผู้เป็แม่ เขาเดินมาทันได้ยินที่อัสมาถามแม่ของตัวเองพอดี จึงยืนรอฟังคำตอบของแม่อยู่ที่หน้าประตูห้องก่อนอยากรู้ว่าแม่จะรู้ใจเขามากน้อยแค่ไหน
อัสมาหันสายตาไปมองนาฬิกาที่แขวนไว้ข้างผนังซึ่งอยู่เหนือทีวีถัดขึ้นไป้าตรงหน้าเธอพอดิบพอดี
“อ้อมไม่เชื่อว่าเฮียจะนอนแล้วจริง ๆ” เธอจะไม่ปักใจไม่เชื่อในสิ่งที่เห็นเพราะตอนนี้พึ่งจะสองทุ่มกว่า และคนอย่างพี่ชายเธอ ไม่มีทางที่จะเข้านอนั้แ่เวลาเท่านี้อย่างแน่นอน
“พอดีวันนี้ง่วงนอนเร็วน่ะเชิญคุณหนูกลับบ้านได้แล้วครับดึกแล้ว”
“โห่~ อะไรกันอะเฮีย เค้ากำลังคุยกับป้าเคียงอยู่นะมาถึงก็ไล่กันแล้ว” เธออยากจะเบะปากแล้วมองบนส่งไปให้แทนเสียจริงนึกอยากจะเธอพามาก็พามา พออยากจะให้กลับก็ไล่กันเลย
ไอ้พี่บ้า!
“ไปเลยไอ้อ้อม มืดมากแล้วเดี๋ยวน้าเพียงจะเป็ห่วง”
“กลับก็ได้ ว่าแต่...เฮียชอบน้องวิวจริงป่ะ? อ้อมจะได้เตรียมของไว้รับขวัญหลานหนัก ๆ เลย”
“อย่าลืมคำพูดตัวเองด้วยล่ะ”
“อร๊ายยยย เฮียรุจร้ายมาก ไม่ปฏิเสธน้องด้วย” อัสมาหวีดร้องออกมา อย่างถูกอกถูกใจกับคำตอบของพี่ชาย “ได้ฤกษ์เมื่อไหร่อย่าลืมบอกน้องเด็ดขาด จะตัดชุดสวย ๆไว้รอนะคะพี่ชาย”
เพล้ง!!
เสียงแก้วที่ตกกระทบพื้นจนแตกกระจายดังสนั่นไปทั่วบ้านเรียกความสนใจให้ทุกคนละทิ้งสิ่งที่กำลังทำอยู่ ออกมาดูได้เป็อย่างดีทีเดียว รวมถึงทั้งสามคนที่กำลังสนทนากันอยู่ในห้องนั่งเล่นนั้นด้วย
วรดารีบก้มลงเก็บเศษแก้วที่แตกกระจัดกระจายตามพื้นเธอทำความสะอาดโต๊ะอาหารเกือบจะเสร็จอยู่แล้วเชียว หากแต่แก้วเ้ากรรมกลับลื่นหลุดจากมือเธอไปเสียก่อน
หัวใจของหญิงสาวเต้นรัวด้วยความรู้สึกผิด ยิ่งรู้ว่าเสียงนั้นรบกวนคนในบ้านมากแค่ไหนเธอก็ยิ่งลนลานจนมือเริ่มสั่นเทา
“จนได้เลย”
วรดารีบยกมือตัวเองขึ้นมาดูาแที่โดนแก้วบาดด้วยความเร็วนึกไว้แล้วว่าเธอจะได้แผล ขนาดเตือนตัวเองให้ระวังแล้วแท้ ๆ
ปฏิกิริยาอาการของหญิงสาวที่กำลังสะบัดมือเบา ๆอยู่นั้น เรียกความสนใจให้ชายหนุ่มรีบสาวเท้าเข้ามาหาโดยไม่รีรอ
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมแก้วถึงแตก” อติรุจน์ว่าพลางขณะเดินเข้าไปหาคนตัวเล็กที่กำลังนั่งยองอยู่บนพื้นใกล้กับโต๊ะทานข้าว
“คุณ คุณรุจ ระวังเศษแก้วด้วยนะคะ” วรดาหันมาตามเสียงพูดของชายหนุ่ม รีบเอ่ยเตือนเขาด้วยความเป็ห่วงเพราะเธอยังเก็บเศษแก้วไม่หมด
“ขอดูมือหน่อย” อติรุจน์ไม่สนใจคำพูดของคนตัวเล็ก รีบยื่นมือเข้าไปัักับมือของหญิงสาวเพื่อดูาแ“ลุกขึ้นไปทำแผลก่อน”
เขาพูดออกมาอย่างไม่สบตาคนที่นั่งอยู่บนพื้นใบหน้าของอติรุจน์ยังคงสงบนิ่ง ทว่ากลิ่นอายที่แผ่ออกมากลับดูเย็นะเืจนเธอรู้สึกได้
วรดาเม้มริมฝีปากเข้าหากันจนเป็เส้นตรงด้วยความประหม่าขณะลุกขึ้นเดินตามแรงของเขาเข้าไปในห้องครัว
“น้าก้านผมฝากด้วยนะครับ”
กานดากับลูกสาวที่ได้ยินเสียงของตกแตกรีบเดินออกมาดูด้วยเช่นกัน เพียงแต่ช้าไปกว่าคนที่อยู่ในห้องนั่งเล่น
“ได้ค่ะ” แม่ครัวประจำบ้านตอบรับคำพูดของเ้านายหนุ่มพลางหันมามองหน้ากันกับลูกสาว ก่อนจะช่วยกันเก็บกวาดเศษแก้วที่เหลือ
“แม่ว่ามันแปลกหรือเปล่า” กวินตาถามมารดาอย่างขอความคิดเห็น
“ไม่มีอะไรหรอก รีบเก็บจะได้รีบกลับบ้านกัน” กานดาบอกปัดไปเพราะไม่อยากยุ่งเื่ของเ้านายสักเท่าไหร่
“นั่นใช่มั้ยคะ? น้องวิว” ให้หลังสองหนุ่มสาว ที่เดินตามกันเข้าไปทางห้องครัวสาวห้าวที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง พร้อมกับผู้เป็ป้าอยากรู้ว่าใครอย่างอดใจไว้ไม่ไหว
“จ้ะ นั่นแหละ สวยใช่มั้ย?” เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนเธอเดินเข้ามาถามวรดาไม่ทัน
“สวยมาก มาก ๆเลยค่ะ” อัสมาพยักหน้าอย่างเห็นด้วย กับสิ่งที่ผู้เป็ป้าว่า “งั้นอ้อมกลับเลยแล้วกันค่ะ เจอสิ่งที่อยากเจอแล้วพอดี” สาวห้าวพูดอย่างคนอารมณ์ดี ก่อนที่จะฉีกยิ้มกว้างออกมา แล้วเดินมาสวมกอดป้าตัวเองเพื่อเป็การบอกลาอีกที
“ขับรถกลับดี ๆ นะลูกถึงบ้านแล้วโทรมาบอกป้าด้วยล่ะ” เคียงดาวพูดออกมาด้วยความเป็ห่วงหลานสาว
“รับทราบครับผม”
“ดูพูดเข้า แล้วแบบนี้เมื่อไหร่ป้าจะได้หลานเขยกับเขาสักที”
“ไม่รีบนะคะ คุณป้าขา”
“ต้องรีบนะ ว่าไม่ได้ตัวเองจะสามสิบแล้ว หาผัวยาก”
“หูย...แรงมาก อีกหลายปีกว่าจะสามสิบค่า อ้อมไปดีกว่าอยู่นานกว่านี้เดี๋ยวคุณป้าจะจับคู่ให้” ว่าจบหญิงสาวก็เดินออกมาจากบ้านอย่างรวดเร็วก่อนจะหันไปมองข้างหลังตัวเอง แล้วหัวเราะคิกคักส่งไปให้คนเป็ป้า
“เดี๋ยวเถอะยัยอ้อม” ดวงตาของหญิงวัยกลางคนเป็ประกายขึ้นเมื่อนึกย้อนถึงคำพูดของหลานสาวก่อนหน้านี้ จับคู่ให้งั้นเหรอทำไมเธอถึงคิดไม่ออกั้แ่แรกกันนะ
“ป้าหาหลานเขยให้อ้อมได้แล้วนะลูก”
เสียงพูดของคนเป็ป้าไล่ตามหลังเธอมา ไม่ได้อยู่ในโสตประสาทของเธอเลยสักนิดเพราะในหัวของเธอตอนนี้ นึกไปถึงอีกคนที่ดูดีไม่ต่างจากอติรุจน์เลยแม้แต่น้อย
ผู้ชายตัวสูง ใบหน้าคมเข้มสมกับชายชาตรีคิ้วเข้มพาดเฉียง ดวงตาคมกริบที่มองไปข้างหน้าดุจเหยี่ยวกรามแข็งแรงของเขาดูเด่นชัด โครงหน้าที่ดูดุเกินไป ทำใจเธอสั่นไหวทุกครั้งเวลาที่นึกถึงเขา
แม้กระทั่งตอนนี้
“กุญแจรถครับ” อิทธิพลพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าสาวร่างบางเอาแต่ยืนจ้องหน้าตัวเองอยู่
น้ำเสียงคมเข้มที่เอ่ยขึ้นทำให้สติของหญิงสาวกลับมาหลังจากที่เผลอจินตนาการ ใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาอยู่นาน “เอ่อ..ขอบคุณค่ะ” อัสมารีบสาวเท้าเข้าไปรับกุญแจรถมาจากคนตัวสูง
“ครับ”
ชายหนุ่มเดินหันหลังกลับเมื่อคนร่างบางเดินเข้ามารับกุญแจรถจากมือไปแล้วรอยยิ้มแสยะขึ้นข้างหนึ่งตรงมุมปากของคนร่างสูง เป็รอยยิ้มที่อัสมายังไม่เคยเห็นแววตาของเธอที่มองมายังเขามันบ่งบอกเขาหมดทุกอย่างแล้วว่าหญิงสาวคนนี้รู้สึกอย่างไร
หึ
พอเห็นว่าอิทธิพลเดินจากไปแล้ว อัสมาจึงพาตัวเองขึ้นมาบนรถก่อนจะสตาร์ทเอาไว้ แต่ทว่ายังไม่ได้ขับออกไปเพราะมัวแต่รวบรวมสติที่มันกระเจิดกระเจิงไปั้แ่ตอนไหนไม่รู้ แถมใจเ้ากรรมยังะโโล้ดเต้นราวกับมีเื่ให้น่ายินดี
อัสมานะอัสมา
เสียงของรถยนต์ด้านนอกดังออกไปไกลแล้ว ทว่าชายหนุ่มที่มีสมาธิจดจ่ออยู่กับาแยังไม่ละความสนใจของตัวเองออกไปแม้แต่น้อยนั่นเพราะเขากำลังทำแผลให้คนตัวเล็กอย่างระมัดระวัง
วรดาเผลอจ้องมองคนตัวสูงจากทางด้านข้างด้วยความหลงใหล
ความรู้สึกเจ็บบนปลายนิ้วมือ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้มลายหายไปั้แ่ถูกอติรุจน์พาเข้ามาทำแผลแล้ว
พลาสเตอร์ติดลงบนปลายนิ้วมือเรียวสวยทำให้คนตัวเล็กสะดุ้งตัวเล็กน้อยเพราะรู้สึกจี๊ดที่าแเป็จังหวะเดียวกันกับอติรุจน์ทำแผลเธอเสร็จพอดีสายตาคมกริบหันมาประสานสายตาเข้ากับเธออย่างจัง
“มองอะไรครับ?” อติรุจน์พูดขึ้นก่อนจะหันไปเก็บอุปกรณ์ทำแผลให้เรียบร้อยแล้วหันกลับมาหาคนตัวเล็กใหม่อีกครั้ง
แววตาที่เปล่งประกายกับรอยยิ้มที่ยกขึ้นเล็กน้อยตรงมุมปากของเขา ทำให้วรดาคิดว่าตัวเองพลาดอีกแล้วยิ่งตรงที่เธอยืนอยู่ตอนนี้ คือหันหลังให้กับเคาน์เตอร์ในห้องครัวถือว่าพลาดซ้ำพลาดซ้อนไปกันใหญ่
สายตาลุกลี้ลุกลนของคนตัวเล็กทำให้เขาไม่ลังเลสักนิด รีบวาดแขนไปทางด้านข้างของวรดาเป็การกักขังเพื่อไม่ให้เธอหนีเขาไปไหนได้
ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงเข้าไปใกล้หญิงสาวอย่างไม่เร่งรีบ
ในขณะเดียวกัน วรดาเองก็ไม่มีท่าที ว่าจะหลบสายตาเขาเหมือนอย่างเคยทว่าเธอกลับอดเขินเขาไม่ได้ จึงเลือกหันหน้าหลบไปทางด้านข้างแทน
“พี่ถามว่ามองอะไรครับ?”
น้ำเสียงแหบพร่าของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวเลือกหลับตาปี๋ ทำไมนะสถานการณ์แบบนี้หัวใจเธอดันชอบเต้นไม่เป็จังหวะ
“อ...เอ่อ เปล่าค่ะ”
น้ำเสียงติดสั่นตอบเขากลับมาทำให้คนฟังรู้สึกอยากแกล้งหญิงสาวมากกว่าเดิมขึ้นไปอีก
“แต่พี่เห็นว่าเรามองอยู่นะครับ” คราวนี้เขาขยับเข้ามาใกล้คนตัวเล็กมากกว่าเดิมทำให้ปลายจมูกคมสันชนเข้ากับแก้มของวรดาเข้าอย่างจัง
“หอม” ไม่แค่นั้น เขายังจงใจหอมแก้มของวรดาซ้ำอีกครั้งหนึ่ง
หญิงสาวเบิกตาขึ้นด้วยความใก่อนจะรีบหันหน้ามาเผชิญเขา
“คุณรุ...” เสียงที่ขาดหายไปของเธอถูกผู้ชายตัวโตกลืนกินไปจนหมด
“อื้อ!” เธอรีบยกมือขึ้นพยายามผลักเขาออกไปจากตัวอีกทั้งยังดีดดิ้นไม่ยอมให้เขาได้ทำตามอำเภอใจเธอกลัวเหลือเกินว่าจะมีใครเดินเข้ามาเห็นภาพนี้
ความคิดทุกอย่างของเธอตีรวนกันไปหมดเมื่อััได้ว่าเขาพยายามรุกล้ำเข้ามาในปากเธอตัดสินใจอ้าปากขึ้นแล้วงับเข้าไปที่ปากเขาอย่างแรงขณะเดียวกันน้ำตาแห่งความผิดหวัง ค่อย ๆ ร่วงหล่นลงมาอาบแก้มสวย
“โอ๊ย!”
อติรุจน์ผละออกมาจากใบหน้าหวานได้รีบก้มใบหน้าลงเล็กน้อยพลางใช้มือยกขึ้นไปแตะบริเวณริมฝีปากตัวเองที่รู้สึกเจ็บแต่มันกลับไม่มีเือย่างที่เขาคิด
จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นไปมองคนตัวเล็กที่กล้าทำให้เขาาเ็
ทันทีที่ร่างกายเป็อิสระจากคนตัวโตเธอรีบขืนตัวออกจากการกักขังของเขาโดยไม่รอช้า รีบสืบเท้าหนีออกไปจากห้องครัวอย่างรวดเร็วทว่าเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว แขนเรียวสวยกลับถูกคว้าเอาไว้จากทางด้านหลัง