ทางเดินด้านหน้าแยกออกเป็นสองทาง
หัวหน้าทีมสำรวจกิลด์ยืนมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนชี้ไปยังทางด้านซ้าย
“ทางนี้น่าจะเป็นทางหลัก”
ไม่มีใครคัดค้าน
ทั้งสิบคนจึงเดินตามเข้าไป
ยิ่งเดินลึกเข้าไป บรรยากาศรอบตัวกลับยิ่งเปลี่ยนไป
จากเดิมที่ยังมีฝุ่นและร่องรอยของสถานที่เก่าแก่
กลับกลายเป็นทางเดินที่สะอาดขึ้นเรื่อย ๆ
ไม่มีเศษหิน
ไม่มีภาชนะเก่า
ไม่มีร่องรอยของสิ่งมีชีวิต
แม้แต่ผลึกที่ให้แสงตามกำแพงก็ลดลง
เหลือเพียงแสงสลัวจากด้านหน้า
ไคมองไปรอบ ๆ
“แปลก”
รันหันมา
“อะไร?”
“เหมือนทางนี้ยังถูกใช้งานอยู่”
หัวหน้าทีมสำรวจส่ายหน้า
“แต่ไม่มีรอยเท้า”
ไคเงียบ
นัทเดินอยู่ด้านหน้า
เขามองพื้น
ไม่มีรอยเท้าจริง ๆ
แต่ความรู้สึกบางอย่างกำลังบอกเขาว่า...
ไม่ควรเดินเข้าไปไกลกว่านี้
นัทชะลอฝีเท้า
มาร์โกที่เดินอยู่ข้างหลังสังเกตเห็น
“รู้สึกเหมือนกัน?”
นัทไม่ได้ตอบทันที
เขามองไปข้างหน้า
“ครับ”
แสงที่อยู่สุดทางเริ่มชัดขึ้น
และในที่สุด...
ทางเดินก็สิ้นสุดลง
ตรงหน้าพวกเขาคือ ประตูหินขนาดมหึมา
มันสูงเกือบจรดเพดาน
ไม่มีข้อความ
ไม่มีอักษร
ไม่มีตราสัญลักษณ์
เพียงแค่เปิดแง้มเอาไว้เล็กน้อย
หัวหน้าทีมสำรวจเดินเข้าไปใกล้
เขาหยุดอยู่หน้าประตู
“ข้างในมีห้องใหญ่”
เซนมองผ่านช่องประตู
“มองเห็นอะไรไหม?”
หัวหน้าทีมส่ายหน้า
“ไม่ชัด”
นัทเดินเข้าไปใกล้
ทันทีที่เขาเข้าใกล้ประตู—
เขาหยุด
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไป
มาร์โกเห็นทันที
“นัท”
นัทไม่ตอบ
เขากำมือแน่นขึ้น
ความรู้สึกนี้...
เขาเคยเจอ
ไม่ใช่ครั้งเดียว
แต่เป็นความรู้สึกแบบเดียวกับตอนที่ยืนอยู่ต่อหน้าบอสในดันเจี้ยนชั้นแรก
แรงกดดันจากบางสิ่งที่อยู่เหนือระดับของพวกเขา
มาร์โกเองก็สัมผัสได้
เขาขยับมายืนข้างน้องชาย
“เหมือนครั้งนั้น”
นัทพยักหน้า
“ครับ”
หัวหน้าทีมหันมา
“พวกนายรู้สึกอะไร?”
นัทมองประตู
“ข้างในมีอะไรบางอย่าง”
ไคขมวดคิ้ว
“มอนสเตอร์?”
นัทส่ายหน้า
“ไม่รู้”
เขามองมาร์โก
มาร์โกพยักหน้า
“แต่ไม่ธรรมดาแน่”
ไคเดินเข้ามา
“ถ้าอย่างนั้นอย่าเพิ่งเปิด”
นัทหันไปมอง
ไคกำหมัดแน่น
“ฉันก็รู้สึกได้”
รันกระชับโล่
บรรยากาศที่เคยผ่อนคลายกลับเงียบลงทันที
หัวหน้าทีมสำรวจมองประตูอีกครั้ง
“เราถอยกลับก่อนก็ได้”
ไม่มีใครแย้ง
แต่ในขณะที่กำลังจะถอย—
ครืดดด...
ประตูหินขยับเอง
ทุกคนหยุด
ประตูเปิดออกช้า ๆ
ไม่มีแรงผลัก
ไม่มีใครแตะต้องมัน
ภายในเป็นห้องขนาดมหึมา
พื้นเรียบ
กำแพงสูง
ไม่มีสิ่งของ
ไม่มีทางแยก
ไม่มีสิ่งใดอยู่เลย
จนกระทั่ง...
ตรงกลางห้อง
มีเงาร่างหนึ่งยืนอยู่
มันนิ่งสนิท
เหมือนรูปปั้น
ไคมอง
“นั่นอะไร?”
ไม่มีใครตอบ
นัทหรี่ตา
เขาพยายามมองให้ชัด
ร่างนั้นสูงใหญ่กว่ามนุษย์ทั่วไป
ทั่วทั้งร่างมีเกราะบางอย่างปกคลุม
แต่ใบหน้ากลับมองไม่เห็น
เพราะเงามืดบดบังเอาไว้
มาร์โกพูดเบา ๆ
“อย่าเข้าไป”
นัทพยักหน้า
แต่ในวินาทีนั้นเอง—
พรึ่บ
ดวงตาของมันเปิดขึ้น
แสงสองจุดปรากฏขึ้นกลางความมืด
แรงกดดันมหาศาลแผ่ออกมาจากร่างนั้น
ตูม!
ฝุ่นบนพื้นกระจายออกเป็นวง
ทุกคนถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
รันยกโล่ขึ้นทันที
ไคกำหมัด
เบรนขยับไปด้านหลัง
แม้แต่นัทเองยังต้องก้าวถอยหนึ่งก้าว
มาร์โกมองน้องชาย
“เหมือนตอนนั้นจริง ๆ”
นัทไม่ตอบ
สายตายังจับอยู่ที่สิ่งตรงหน้า
นี่ไม่ใช่ศัตรูที่พวกเขาควรเข้าไปสู้แบบไม่คิด
ไคหันมาหานัท
“นายรู้ระดับปราณของตัวเองไหม?”
นัทชะงัก
“ระดับปราณ?”
ไคพยักหน้า
“ใช่”
นัทส่ายหน้า
“ไม่รู้”
ไคขมวดคิ้ว
“หมายความว่า?”
มาร์โกพูดขึ้น
“พวกเรามีระบบที่บอกค่าพลังและความสามารถของตัวเอง”
เขาหยุดเล็กน้อย
“แต่ไม่ได้บอกว่าค่าพวกนั้นตรงกับขั้นปราณของโลกนี้อย่างไร”
ไคนิ่งไป
“งั้นพวกนายไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ขั้นไหน?”
นัทส่ายหน้า
“ไม่รู้ครับ”
ไคมองนัทอยู่ครู่หนึ่ง
“ขอสัมผัสปราณนายหน่อย”
นัทพยักหน้า
ไควางมือบนแขนของนัท
ปราณของทั้งสองไหลแตะกันเพียงชั่วครู่
สีหน้าของไคเปลี่ยนไปทันที
เขารีบถอนมือออก
“...ขั้นทะลวงชีพจร”
นัทมองเขา
“นั่นคือขั้นของผม?”
“ใช่”
ไคยังมองนัทด้วยความประหลาดใจ
“นายอยู่ขั้นทะลวงชีพจรจริง ๆ”
นัทพยักหน้า
“แล้วมันหมายความว่ายังไง?”
ไคถอนหายใจ
“อย่างน้อยตอนนี้ฉันก็รู้แล้วว่านายไม่ได้อยู่ขั้นปราณดารา”
นัทขมวดคิ้ว
“แต่ผมเคยสู้กับคนที่แข็งแกร่งกว่านี้ได้”
ไคมองเขา
“ฉันรู้”
เขามองร่างกายของนัท
“แต่สิ่งที่ทำให้นายแข็งแรง ไม่ใช่เพราะปราณของนายสูงกว่าขั้น”
มาร์โกพูด
“เป็นร่างกายมนุษย์”
ไคมองเขา
“ใช่”
นัทพยักหน้า
“ระบบของมนุษย์เพิ่มศักยภาพร่างกายประมาณสามเท่า”
ไคเงียบไปครู่หนึ่ง
“ถึงว่า”
รันมองนัท
“ถ้าอย่างนั้นที่พวกเราคิดว่านายมีพลังใกล้ระดับสูงกว่า...”
ไคพยักหน้า
“เป็นเพราะร่างกายของเขา”
เขาหันกลับไปมองนัท
“แต่ต้องเข้าใจไว้ด้วย”
“ร่างกายที่แข็งแกร่ง ไม่ได้ทำให้ขั้นปราณสูงขึ้น”
นัทพยักหน้า
ไคพูดต่อ
“ถ้านายเจอคนขั้นปราณดาราจริง ๆ ต่อให้ร่างกายแข็งแรงกว่าคนทั่วไปสามเท่า ก็ไม่ได้หมายความว่านายจะสู้ได้”
“ถ้าการโจมตีของนายทะลุการป้องกันของเขาไม่ได้...”
เขาหยุด
“ปราณของนายจะหมดก่อน”
นัทมองร่างที่อยู่กลางห้อง
“เข้าใจแล้ว”
มาร์โกพยักหน้า
“เพราะงั้นอย่าดูแค่ความแรงของการโจมตี”
นัทตอบ
“ครับ”
ไคหันไปมองร่างกลางห้องอีกครั้ง
“ส่วนตัวนั้น...”
เขาหยุด
“ฉันยังบอกไม่ได้ว่ามันอยู่ระดับไหน”
เซนถาม
“ขนาดไคยังดูไม่ออก?”
ไคส่ายหน้า
“การมองจากระยะไกลบอกระดับที่แน่นอนไม่ได้”
เขากำหมัด
“แต่แรงกดดันของมันบอกได้อย่างหนึ่ง”
ทุกคนมองเขา
ไคพูดช้า ๆ
“เราไม่ควรเข้าไปแบบไม่รู้ข้อมูล”
นัทพยักหน้า
“เห็นด้วย”
แต่ก่อนที่ใครจะได้ถอย
ร่างนั้นขยับ
กึก
เท้าข้างหนึ่งก้าวลงบนพื้น
ตูม!
แรงกระแทกทำให้พื้นสั่น
นัทจับง้าวทันที
มาร์โกหายเข้าไปในเงา
รันยกโล่
ไคตั้งท่า
หัวหน้าทีมสำรวจตะโกน
“ถอย!”
แต่ร่างนั้นพุ่งออกมาแล้ว
เร็วเกินกว่าที่ขนาดตัวควรจะเป็น
ฟ้าว!
นัทกระโดดหลบ
ตูม!!!
หมัดของมันกระแทกพื้น
พื้นหินแตกเป็นวงกว้าง
นัทมองรอยแตก
สีหน้าจริงจังขึ้นทันที
“แรงเกินไป”
มาร์โกปรากฏตัวด้านหลังมัน
ฉัวะ!
คมอาวุธฟันเข้าใส่
แต่—
เคร้ง!
คมอาวุธหยุดอยู่บนเกราะ
มาร์โกถอยทันที
ไคพุ่งเข้ามา
เปลวไฟลุกขึ้นรอบหมัด
ตูม!!!
หมัดปราณไฟกระแทกเข้ากลางลำตัว
ร่างนั้นถอยเพียงก้าวเดียว
ไคเบิกตา
“ไม่สะเทือนเลย?”
นัทพุ่งเข้ามาจากด้านข้าง
ง้าวฟาดเต็มแรง
ตูม!!!
ครั้งนี้ร่างนั้นถูกผลักไปเล็กน้อย
แต่กลับหันมาทางนัททันที
มันยกแขนขึ้น
นัทเห็นท่าโจมตี
“ถอย!”
ทั้งสามคนกระโดดออกพร้อมกัน
ตูมมม!!!
แรงปะทะกวาดพื้นตรงหน้าจนเศษหินปลิว
ไม่มีใครพูดอีก
ทุกคนเข้าใจตรงกันแล้ว
พวกเขาสู้ตรง ๆ ไม่ได้
นัทถอยออกมาถึงหน้าประตู
เขามองบอสอีกครั้ง
มันยังยืนอยู่ในห้อง
ไม่ได้ไล่ตามออกมา
ประตูยังเปิดอยู่
ไม่มีสิ่งใดบังคับให้พวกเขาต้องอยู่ข้างใน
นัทหันไปมองทุกคน
“ออกก่อน”
ไม่มีใครเถียง
ทั้งสิบคนถอยออกจากห้อง
หัวหน้าทีมสำรวจเป็นคนสุดท้าย
ก่อนออกมาเขาหันกลับไปมอง
ร่างนั้นยังยืนอยู่กลางห้อง
นิ่งเหมือนเดิม
เหมือนกำลังรอ
หัวหน้าทีมรีบออกมา
ครืดดด...
ประตูไม่ได้ปิด
มันยังเปิดค้างอยู่
ทั้งสิบคนยืนอยู่ด้านนอก
หอบหายใจ
ไม่มีใครบาดเจ็บหนัก
แต่ไม่มีใครพูดว่า
“เราเอาชนะมันได้”
เพราะทุกคนรู้แล้วว่า...
ครั้งนี้ไม่ใช่การต่อสู้ที่พวกเขาสามารถเอาชนะได้ด้วยกำลังเพียงอย่างเดียว
นัทมองประตู
ก่อนพูดขึ้นเบา ๆ
“ต้องหาวิธีใหม่”
มาร์โกพยักหน้า
“และต้องรู้จักพลังของพวกเรามากกว่านี้”
ไคมองนัท
“โดยเฉพาะนาย”
นัทหันไป
“ผม?”
ไคพยักหน้า
“ใช่”
เขากำหมัด
“ถ้าเราต้องสู้กับมันอีก...”
ไคมองเข้าไปในห้อง
“ฉันจะสอนนายใช้ปราณแบบคนที่ฝึกมันจริง ๆ”
นัทนิ่งไปครู่หนึ่ง
ก่อนพยักหน้า
“ตกลง”
และนี่เป็นเพียง ครั้งแรก ที่ทั้งสิบคนได้เผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่ในห้องนั้น
พวกเขายังไม่รู้ว่า...
การต่อสู้ครั้งนี้จะไม่จบลงภายในวันเดียว
และพวกเขาจะต้องกลับเข้าไปในห้องนั้นอีกครั้ง
ครั้งแล้วครั้งเล่า