ตอนที่ห้าสิบหก Empath
การที่ท่านซีอีโอต่างๆบอกว่าอยากให้เวลาวันหนึ่งมีสี่สิบแปดชั่วโมงต้องการทำงานมากขึ้นและมองว่าลูกจ้างของตนเองขี้เกียจก็คงเพราะอย่างนี้
ลมหายใจและชีวิตทุกอย่างของตนเอง
ทุ่มเทให้กับกิจการที่ตนเองสร้างขึ้นมา
ผมไม่ค่อยใส่ใจเท่าไรกับความร่ำรวย
เพราะมองจากสายตาผู้นำประเทศหรือจักรวรรดิแล้วมันเป็นแค่ตัวกลางตัวเลขที่สมมติขึ้นเท่านั้น
แต่ที่ทำให้ผมกังวลคือความสงบเรียบร้อยขจองจักรวรรดิกับความแข็งแกร่งของยานรบอวกาศของเราว่ามันมีมากพอหรือไม่ต่างหากที่เราจะเอาตัวรอดจากโลกที่พอารยธรรมล่มสลายทุกคนจะไปใส่เสื้อหนังเอาเจลใส่ผมทำหัวโมฮอว์กอย่างนี้
มันมีการบันทึกไว้อย่างชัดแจ้งว่าพอโลกล่มสลาย
ทุกคนพร้อมที่จะติดตามผู้มีอำนาจที่ดูท่าทางแล้วเฮฟวี่เมทัลมากที่สุด
เพื่อเอาตัวรอดและรวบรวมคน
จะให้ผมใส่เสื้อหนังหรือทำผมทรงโมฮอว์กผมก็คงที่จะยอมทำนั่นล่ะ
มันคือความรู้สึกของผมในฐานะผู้นำ
แต่ผมรู้สึกเหมือนคนตาดีข้างเดียวนำทางฝูงคนตาบอดในจักรวาลนี้นั่นล่ะ
พอผมมาอยู่ในโลกนี้จริงๆ
ด้วยพลังจิตสุดโกงของผม
ทำให้ผมสัมผัสได้ว่าพวกเขามีความสุขจริงๆ
ครอบครัวพาลูกๆมาชมดูพิพิธภัณฑ์หญิงสาวหลายคนก็อยากเป็นกองทหารหยิงของท่านจักรพรรดิในอนาคต
“โตขึ้นหนูจะเป็นทหารของท่านจักรพรรดิให้ได้ค่ะ”
เด็กหญิงคนหนึ่งกล่าวอย่างมุ่งมั่น
“ฮา ฮา ได้สิจ๊ะหากลูกขยันเรียนและฝึกซ้อมนะจ๊ะ “
และทั้งครอบครัวยิ้มอย่างมีความสุข
ความรู้สึกของพวกเขามีทั้งตั้งความหวังไว้กับลูกสาวของตนเองในอนาคตและความไม่มั่นใจในใจเล็กน้อยที่ความยากลำบากของการเป็นทหารหญิงส่วนตัวของจักรพรรดิที่เป็นเป้าหมายของคนนับล้านล้านคน
และใช่แล้วครับอย่างที่เห็นนั่นล่ะ
ผมอ่านความรู้สึก สัมผัสความรู้สึกempath กับ มองเห็นอนาคต precognition
ที่ในเกมส์การสัมผัสสความรู้สึกนั้นสามารถเพิ่มอัตราความสุขของประชากรและป้องกันการลอบสังหารและเพิ่มความสามารถในการต่อสู้ของผม
ส่วนการมองเห็นอนาคตทำได้ในเรื่องของการเพิ่มพลังการต่อสู้และความสามารถในการตอบสนองReflex
ของผมเท่านั้น
เมื่อดูตัวเลขไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นแค่เรื่องเล็กๆในจักรวรรดิที่กว้างใหญ่ไม่ได้มีผลอะไรมากนัก
แต่ผมมาเห็นของจริงแล้ว
ผมดันสามารถสัมผัสอารมณ์ชาวบ้านและมองเห็นอนาคตล่วงหน้าได้จริงๆก็ทำเอาผมคิดมากไปเลยเหมือนกัน