บทที่ 13: ขอกอด
คำถามท้าทายจริยธรรมของกิ๊ฟที่กระซิบแ่เบาปนเสียงหอบหายใจกระเส่าในระยะประชิด ทำลายกำแพงความยับยั้งชั่งใจที่กักขังอารมณ์ดิบในใจของผมให้แตกร้าวลงชั่วพริบตา ั์ตาสวยคมสั่นระริกสะท้อนเงาของผมในความสลัวราง ริมฝีปากอิ่มสีแดงสดที่เผยอออกน้อย ๆ ส่งกลิ่นหอมของไวน์แดงราคาแพงปะปนกับกลิ่นกายอุ่นเย้ายวนใจ โชยเข้าปะทะความรู้สึกจนผมลืมเลือนสิ้นถึงชื่อของกานต์ เพื่อนสนิทที่ไว้ใจฝากฝังให้ผมมาดูแลเธอ
ผมไม่อาจต้านทานแรงดึงดูดของตัณหาร้ายกาจได้อีกต่อไป มือหนาแกร่งสองข้างของผมเอื้อมไปประคองพวงแก้มและท้ายทอยมนของกิ๊ฟอย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่น ก่อนจะโน้มใบหน้าก้มลงบดจูบกระแทกริมฝีปากอิ่มของนางแบบสาวอย่างหิวกระหาย รสััจูบแรกแสนหวานฉ่ำคละเคล้าด้วยรสและกลิ่นของน้ำไวน์แดงฝาดหวานละมุนละไมชวนมึนเมา เจลที่ผมเพิ่งผ่านมามีความน่ารักสดใสออดอ้อนแบบเด็กสาววัยรุ่น แต่รสจูบของกิ๊ฟคือความฉ่ำร้อนเร่าอารมณ์และเจนโลกเย้ายวนระดับผู้ใหญ่ที่กระตุ้นความดิบเถื่อนในใจผมให้ตื่นตัวอย่างเต็มที่
"อื้อ... พี่อลัน..." กิ๊ฟหวีดร้องแ่เบาพึมพำในลำคอที่อุ่นระอุ สองเรียวปากประกบตอบรับบดจูบของผมกลับอย่างเร่าร้อนและโหยหา ลิ้นนุ่มชื้นชุ่มน้ำหวานของสองเราเบียดเสียดพัวพันแลกเปลี่ยนไออุ่นอย่างลึกซึ้งรุนแรง สองมือเรียวสวยของกิ๊ฟดึงทึ้งไหล่เสื้อของผมแน่น ร่างกายอวบอิ่มขยับบดเบียดเข้าหาจนทรวงอกอวบอัดบดหน้าอกหนาของผมเสียงเสื้อผ้าเสียดสีกันดังก้องห้องนั่งเล่น ยามที่ปลายลิ้นชื้นเกี่ยวกระหวัดกัน ผมรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังถูกฉุดกระชากดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของบ่อราคะอันยากจะถอนตัว ไวน์แดงที่เพิ่งดื่มเข้าไปดูจะทำหน้าที่แผ่ซ่านความร้อนและทำให้สติสัมปชัญญะของผมลอยเคลิ้มไปตามเสียงหัวใจที่เต้นระทึกรัว
---
หลังจากบทจูบรสไวน์แดงอันยาวนานแผดเผาอารมณ์จนหอบหายใจกระชั้น กิ๊ฟค่อย ๆ ผละริมฝีปากออกช้า ๆ แววตาสวยคมหวานเชื่อมจ้องสบตาผมอย่างมีความหมาย ั์ตาหยาดเยิ้มปนเปไปด้วยประกายไฟปรารถนาที่ยากจะปิดบัง เธอจับมือหนาของผมไว้มั่นและดึงร่างของผมให้ขยับลุกขึ้นตามเธอด้วยท่าทางนวยนาดแสนเย้ายวน
"ข้างในห้องนั่งเล่นเริ่มร้อนแล้วค่ะ... ไปยืนรับลมเย็น ๆ ที่ระเบียงกับกิ๊ฟหน่อยนะคะพี่อลัน"
ผมก้าวเดินตามแรงจูงมือเรียวของเธอออกไปสู่ระเบียงภายนอกห้องนอนใหญ่ ลมราตรีพัดพาไอเย็นวูบวาบเข้ามาปะทะผิวกาย ช่วยลดอุณหภูมิความร้อนรุ่มในกายได้เพียงชั่วครู่เบื้องหน้าสายตาคือทิวทัศน์อันงดงามตระการตาของตึกสูงระฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานคร แสงไฟระยิบระยับสว่างไสวสีขาวและส้มสลับกันไปมาราวกับทะเลดาวบนดิน ยิ่งขับเน้นให้ความเงียบสงัดและเป็ส่วนตัวของเพนต์เฮาส์หรูแห่งนี้ห่างไกลจากสายตาผู้คนและห่างไกลจากกรอบของสังคม
สายลมแรงพัดผ่านร่างบางจนชุดเดรสสายเดี่ยวรัดรูปสีแดงเพลิงปลิวไหว แนบชิดไปกับส่วนเว้าส่วนโค้งอวบอัดของสรีระนางแบบระดังแถวหน้าของเมืองไทย กิ๊ฟยืนกอดอกหันหน้ามองดูทิวทัศน์เมืองหลวง แววตาสวยคมแฝงความหม่นหมองอ้างว้างโดดเดี่ยวอย่างน่าสงสาร
"พี่อลันเชื่อไหมคะ... ห้องพักราคาหลายสิบล้าน วิวสวยขนาดนี้ แต่กิ๊ฟกลับรู้สึกเหมือนถูกกังขังอยู่คนเดียวท่ามกลางความมืดมิดเลยค่ะ กานต์เขาทำแต่งาน... สนใจแต่งานวิศวกรขุดเจาะน้ำมัน แทบไม่มีเวลาว่างคุยสายกับกิ๊ฟด้วยซ้ำไป ทิ้งกิ๊ฟนอนกอดหมอนข้างเย็นชืดอยู่ในห้องนี้คนเดียวนับเดือน... บางครั้งกิ๊ฟก็้าใครสักคน คอยกอดปลอบเวลาเหนื่อยล้าจากงานถ่ายแบบ คอยบอกว่ากิ๊ฟยังสำคัญกับเขา... แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครเลยค่ะนอกจากความว่างเปล่า" กิ๊ฟเล่าตัดพ้อแววตาสั่นเครือคล้ายมีน้ำตาคลอเบาๆ
คำตัดพ้อของเธอทิ่มแทงเข้าสัญชาตญาณผู้พิทักษ์ในใจผม กลิ่นน้ำหอมยั่วยวนพัดโชยมาตามลม ผมขยับก้าวเข้าไปยืนชิดด้านหลังของเธอ เอื้อมสองแขนแกร่งสวมกอดร่างบางของเธอจากด้านหลัง ประคองสะโพกกลมมนกลึงหนาบดเบียดเข้าหาแท่งเอ็นั์ส่วนล่างของผมที่ตึงเปรี๊ยะปวดเกร็งคากางเกง ไออุ่นร้อนจากหน้าอกของผมโอบอุ้มความหนาวเหน็บของกิ๊ฟไว้จนเธอสะดุ้งตัวสั่นน้อย ๆ ก่อนจะเอนแผ่นหลังนิ่มมาซบพิงอกหนาของผมอย่างเต็มใจ
"พี่กอดกิ๊ฟไว้นะครับ... กิ๊ฟจะได้ไม่รู้สึกหนาว" ผมกระซิบเสียงทุ้มต่ำพร่าข้างใบหูเล็ก ััผิวกายผ่านชุดเดรสสายเดี่ยวบางเบาทำให้ผมรู้สึกถึงเนื้อนุ่มระอุภายในสะโพกอวบกลมกลึงที่เบียดเสียดแนบเนื้อส่วนล่างของผมอย่างเต็มแรง
กิ๊ฟยกสองมือนุ่มขึ้นมาทาบทับโอบกระชับสองฝ่ามือหนาของผมที่โอบเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่น พลางบิดสะโพกอวบกลมร่อนเบียดบดถูไถก้นงอนเข้าหากลางลำตัวแกร่งของผมอย่างจงใจ ความร้อนระอุจากการััเนื้อตัวภายนอกเสื้อผ้าทำให้หัวใจของผมเต้นกระหน่ำรัวไม่เป็ส่ำ ความไว้ใจของกานต์ลอยกดทับเพียงชั่วครู่ก่อนจะโดนพายุตัณหาความกระสันบดบังจนสิ้น ตอนนี้เราสองคนไม่เอ่ยคำพูดใดๆ ออกมา มีเพียงสายลมราตรีและแสงไฟสลัวจากเมืองใหญ่ที่คอยเป็พยานรู้เห็นตราบาปต้องห้ามนี้
---
"พี่อลันขา... ลมระเบียงชักจะหนาวเกินไปแล้วค่ะ เข้าไปข้างในกันเถอะนะคะ..." กิ๊ฟกระซิบเสียงสั่นเครือหยาดเยิ้ม พพลิกตัวกลับมาจ้องสบตาผมตรงๆ ในระยะประชิด
เธอม้วนตัวหันกลับมาเดินจูงมือผมก้าวถอยหลังเข้าสู่ความสลัวรางอบอุ่นระอุของห้องนอนใหญ่ แสงไฟสีนวลรำไรส่องกระทบเตียงนอนกว้างขวางปูด้วยผ้าแพรลื่นนุ่มหรูหราสีน้ำเงินเข้ม กิ๊ฟปล่อยมือผมพลางก้าวขึ้นไปยืนบนเตียงอย่างแช่มช้า แววตาสวยจ้องเขม็งสะกดประสาทของผม
เธอใช้สองมือเรียวค่อย ๆ สไลด์ปลดสายเดี่ยวเดรสสีแดงเพลิงรัดรูปสั้นกุดร่วงร่นลงจากไหล่เนียนมน ปล่อยให้ผ้าลูกไม้สีแดงเพลิงร่วงลงสู่ปลายเท้ากองกับพื้นเตียง เผยให้เห็นเรือนร่างท่อนบนที่ปลดเปลื้องเปลือยเปล่าขาวสะท้อนแสงไฟสลัว หน้าอกอวบอัดใหญ่โตกลมกลึงล้นพ้นสายตา ยอดปทุมถันสีหวานชูชันแข็งเกร็งเป็ไตสั่นระริก สะโพกกลมกลึงเอวคอดกิ่วเป็รูปนาฬิกาทรายอย่างสมบูรณ์แบบจนผมต้องลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ แท่งเนื้อร้อนผ่าวโป่งขยายจนปวดปวดเกร็งหนึบแทบปริแตก ความนวลเนียนของผิวกายเธอส่องสว่างนวลตาตัดกับความมืดและสีเข้มของเตียงนอนราวกับนางฟ้าราคะผู้มาปลุกจิตสำนึกบาป
กิ๊ฟย่อตัวนั่งลงคุกเข่าบนฟูกนุ่ม กวักมือเรียกผมด้วยนิ้วเรียวสวยอย่างเชิญชวน ผมเดินขึ้นไปคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเธอ กิ๊ฟเอื้อมมือมาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของผมทีละเม็ดอย่างใจเย็น ปลายนิ้วอุ่นของเธอสะกิดลากผ่านผิวเนื้อแผงอกของผมจนผมสั่นสะท้าน ผมอดรนทนไม่ไหวรีบถอดกระชากเสื้อเชิ้ตเขวี้ยงทิ้งลงพื้นเตียง สองมือหนาตะโบมบีบเค้นเต้าเนื้อนุ่มขาวละออของเธออย่างรุนแรง กลิ่นกายเนื้อหอมระเหยกระตุ้นประสาทเราสองคนพากันซบหน้าจูบไซ้ซอกคอและริมฝีปากระรัวเร็วอย่างเมามัว ััอุ่นชื้นของผิวกายเปลือยเปล่าเสียดสีกันทำให้ความเย็นของห้องหายไปจนสิ้น เหลือเพียงเตียงร้อนผ่าวที่เปี่ยมด้วยความกระสันราคะ
---
ในชั่วขณะที่ลมหายใจของสองพวกเราประสานกัน ภาพอดีตระลึกถึงมิตรภาพก็ลอยเข้ามาสะกิดใจแวบหนึ่ง ผมจำได้ดีถึงคำพูดของกานต์เวลาที่นั่งดื่มเบียร์กันในร้านประจำ กานต์มักจะพูดด้วยแววตาเป็ประกายเสมอว่ามันรักกิ๊ฟมากแค่ไหน มันทำงานหนักบนแท่นขุดเจาะอันตรายกลางทะเลก็เพื่อเก็บเงินสร้างอนาคตและแต่งงานกับเธอ มันเชื่อใจว่ากิ๊ฟจะเป็ผู้หญิงที่ซื่อสัตย์รอคอยมัน และเหนือสิ่งอื่นใด มันเชื่อมั่นร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าผมคือเพื่อนแท้ที่จะคอยปกป้องแฟนสาวของมันในยามที่มันไม่อยู่
แต่ทว่าบัดนี้... สรีระอันร้อนแรงและกลิ่นหอมชวนฝันของกิ๊ฟกลับลบล้างความภักดีต่อคำมั่นสัญญาเ่าั้ไปจนหมดสิ้น อัญมณีล้ำค่าของเพื่อนกำลังวางอยู่ตรงหน้า และผมกำลังจะลอบลิ้มรสชาติเนื้อหวานนั้นอย่างเห็นแก่ตัว
กิ๊ฟผลักตัวผมให้นอนราบนอนหงายลงบนฟูกผ้าแพรลื่นนุ่มสีน้ำเงินเข้ม จากนั้นร่างเปลือยเปล่าเซ็กซี่ของนางแบบสาวก็ขยับปีนขึ้นมานั่งคร่อมทับอยู่บนหน้าท้องแกร่งของผม สะโพกกลมกลึงของเธอเบียดบดทับตรงกลางลำตัวแกร่งส่วนที่แข็งขึงปูดโปนใต้กางเกง ความอุ่นของสะโพกสาวบดแนบเนื้อทับจุดเป้ากางเกงทำให้ตัวตนของผมสั่นระริกพองโตจนอัดตึงแน่นเป้ากางเกงจนแทบปริขาดออกจากกัน
ผมรูดถอดกางเกงของผมเขวี้ยงทิ้งอย่างไร้ความสนใจสิ่งใด เหลือเพียงสองร่างที่เปลือยเปล่าปราศจากสิ่งกีดขวางผิวกาย ความเย็นของเครื่องปรับอากาศในห้องส่งไอเย็นะเืััแผ่นหลังของผม แต่เบื้องบนกลับร้อนระอุด้วยร่างนุ่มกลึงนวลเนียนที่ขยับบดเบียด
เธอก้มตัวลงมาสบตากับผมตรง ๆ เส้นผมยาวสลวยร่วงปรกแก้ม อกอวบกลึงเบียดเสียดจุกยอดอกถูไถหน้าอกแกร่งของผม สองเรียวปากห่างกันไม่ถึงเิเครึ่ง ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดริมฝีปากกันและกัน กิ๊ฟช้อนสายตาปรือหวานฉ่ำกรีดนิ้วมือลากไล้แผงอกลงมาถึงเอวของผม ก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงสั่นสะท้านออดอ้อนคำขอกอดหวานหยดที่ชักนำตราบาปศีลธรรมให้ลึกล้ำก้าวล้ำเส้นจนกู่ไม่กลับ:
"พี่อลันขา... คืนนี้กิ๊ฟขอกอดพี่อลันแน่นๆ ได้ไหมคะ... กอดแบบลึกซึ้งเข้าไปข้างในตัวกิ๊ฟเลย... กิ๊ฟไม่อยากกอดความเหงาคนเดียวอีกแล้วค่ะ... ให้กิ๊ฟได้รู้สึกถึงตัวตนอุ่นๆ ของพี่อลันนะคะ..."
สายตาอ้อนวอนระคนกระสันยั่วใจของกิ๊ฟทำให้ผมละทิ้งทุกกฎเกณฑ์ศีลธรรมของมิตรภาพ ผมยกฝ่ามือร้อนทั้งสองข้างขึ้นกุมบีบเฟ้นสะโพกงอนงามกลมกลึงกระชับร่างเปลือยผ่องของเธอเข้าหา สัญชาตญาณดิบในกายขานรับทันทีว่าคืนนี้พายุสวาทอันร้อนแรงตราบาปจะต้องพัดพาพวกเราจมดิ่งสู่กระแสราคะต้องห้ามอย่างไม่มีวันหลุดพ้น และความ้าลึกซึ้งที่เธอกระซิบขอร้อง ผมก็จะสนองตอบให้เร่าร้อนลึกสุดโคนกายนับั้แ่วินาทีนี้ไป!
---
(จบตอนที่ 13: ขอกอด)