สวัสดี...นรกสุดรัก

    34. ขาหัก

            “อ้าว ทำไมเข้าเมืองมากันวันนี้” วันนี้ไม่ใช่วันที่ทั้งคู่เข้ามาส่งผักและของป่า ตรีจึงอดทักอย่างแปลกใจไม่ได้เมื่อเห็นธรรมและจักรเดินเข้าตลาดมาแต่เช้า

            ธรรมที่ใบหน้าหมองผิดปกติเป็นคนบอก “หลวงพ่อท่านมรณภาพแล้วนะครับ เมื่อคืนก็ยังดี ‍ๆ‍ อยู่ แต่พอเช้านี้ท่านก็ไม่ยอมตื่นขึ้นมาอีก พวกเราตั้งศพไว้ที่วัดห้าวัน วันนี้เป็นวันสวดวันแรก”

            ตรีฟังก็อดใจหายไม่ได้เพราะรู้จักกันมาหลายปี แต่คนที่เสียใจที่สุดน่าจะเป็นธรรมกับบรรดาเด็กวัดเนื่องจากหลวงพ่อท่านดูแลเหมือนลูก

            “อย่าเสียใจไปเลยทั้งสองคน หลวงพ่อท่านนิพพานไปแล้ว ความเสียใจของเราจะขัดขวางให้ท่านเดินทางได้ไม่สะดวก”

            “พี่ธรรมไม่ต้องเสียใจ อัญอยู่ข้าง ‍‍ๆ‍‍ นี่” อัญจรีเดินมาพูดปลอบด้วยเช่นกัน

            ธรรมหันมายิ้มน้อย ‍‍ๆ‍‍ ให้เธอ

            เพราะมีโอกาสได้สนทนาและขอความช่วยเหลือจากหลวงพ่ออยู่บ่อยครั้ง ตรีจึงปิดร้านห้าวันเพื่อไปช่วยงาน ทำให้คลาดกับอรวีซึ่งเดินมาหาที่ร้านในช่วงสาย


            “ไปกินข้าวเย็นกัน” อัญจรีกระตุกหลังเสื้อของธรรมที่เอาแต่นั่งคุกเข่านิ่งอยู่หน้าแท่นตั้งโลงศพของเจ้าอาวาสในวันสวดคืนสุดท้าย

            “อัญไปกินเถอะ พี่ยังไม่หิว” ธรรมที่ดูซูบผอมลงกว่าเมื่อสี่วันก่อนหันมาบอก

            อัญจรีมองเขาอย่างเห็นใจ สำหรับคนภายนอกอาจคิดว่าจะเศร้าอะไรหนักหนากับการที่พระรูปหนึ่งมรณภาพ แต่สำหรับเด็กวัด โดยเฉพาะธรรมที่เจ้าอาวาสเลี้ยงดูมาตั้งแต่เกิด ธรรมจึงมองท่านเจ้าอาวาสเหมือนพ่อคนหนึ่ง และการสูญเสียญาติผู้ใหญ่ที่มีเพียงคนเดียวในชีวิตไปมันก็เหมือนโลกทั้งใบพังทลายไปต่อหน้า

            “มื้อเที่ยงพี่ธรรมก็ไม่ได้กินนะ อัญเห็นอยู่ จะไม่หิวได้ยังไง ไปกินด้วยกันเถอะเดี๋ยวจะไม่สบาย อัญเป็นห่วง”

            ธรรมหันมามองอีกครั้งด้วยแววตาขอบคุณ “ขอบใจอัญมากนะ ขอบใจที่ช่วยพูดให้พี่รู้สึกดีแบบนี้”

            อัญจรีพยักหน้า “อัญจะอยู่เป็นห่วงพี่แทนหลวงพ่อไปจนตลอดชีวิตเลย”

            ธรรมเผยยิ้มกว้างเป็นครั้งแรกในรอบห้าวัน

            ช่วงบ่ายของวันรุ่งขึ้น หลังจากพิธีฌาปนกิจผ่านพ้นไป ชาวบ้านก็ยังคงอยู่เต็มลานวัดเพื่อช่วยกันทำความสะอาดและจัดเก็บข้าวของให้เรียบร้อย ตรี ดวงฤทัย ดวงตา รวมถึงธรรมต่างช่วยงานกันวุ่น

            ด้วยความเป็นเด็กแค่แปดขวบ อัญจรีจึงถูกทุกคนกันออกมาอยู่นอกวง เธอเดินเล่นบริเวณใกล้ ‍‍ๆ‍‍ อย่างเบื่อหน่ายพลางคิดไปถึงช่วงที่เธออายุแปดขวบในชีวิตก่อนไปด้วย

            ตอนงานศพเจ้าอาวาสในชีวิตก่อน เธอไม่เคยมาช่วยงานหรือได้มาเดินเฉียดแถววัดเลยทั้ง ‍‍ๆ‍‍ ที่ยายและพ่อแม่ของเธอออกจากบ้านมาช่วยงานทุกวัน เธอได้แต่ตื่นมากินอาหารที่ทั้งสามคนเตรียมไว้ให้ทุกเช้าและนอนเล่นอย่างสบายใจเพื่อรอใครสักคนเอาอาหารจากวัดมาให้กินในมื้อเที่ยงและเย็น

            จะมีที่เดินออกจากบ้านก็ตอนวันฌาปนกิจซึ่งก็คือวันนี้ เธอเดินมานอกรั้วบ้านเพราะได้ยินเสียงพลุสัญญาณว่าจะเริ่มประชุมเพลิง อัญจรีมัวแต่เงยหน้ามองพลุที่พุ่งขึ้นฟ้าโดยไม่ใส่ใจสภาพแวดล้อมรอบข้าง จนไม่รู้ตัวเลยว่ายางรถสิบล้อเก่าที่เพื่อนบ้านใกล้กันนำมาตั้งประดับไว้หน้าบ้านเกิดหลุดจากที่ยึดและกลิ้งมาหาเธออย่างแรง

            และวันนั้น อัญจรีก็ขาหักอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว 

            ในช่วงที่เข้าเฝือกและรอกระดูกเข้าที่ประมาณหกเดือนนั้น อัญจรีอาละวาดกับทุกคนในครอบครัวอย่างหนัก เธอเอาแต่ใจอย่างร้ายกาจ อยากได้อะไรแล้วต้องได้ จนตรีและดวงฤทัยต้องคอยหยิบยืมเงินจากคนรู้จักเพื่อมาซื้อสิ่งที่เธอต้องการ

            อัญจรีส่ายหน้า ชีวิตก่อนนั้นเธอช่างเป็นคนที่ใช้ไม่ได้อย่างที่สุด และในนรกที่กำลังพยายามปั้นแต่งอยู่นี้ เธอจะไม่มีวันทำนิสัยแย่ ‍‍ๆ‍‍ แบบนั้นกับบุพการีอีกเป็นอันขาด

            “ล้อรถหลุดมาจากไหน” เสียงหวีดดังลั่นไปทั่วสองฝั่งถนน

            “ระวังลูก!”

            “กรี๊ดดด...ล้อรถทับเด็ก”

            “ลูกหลานใคร ออกมาดูเร็ว ล้อทับเด็ก”

            ขณะที่อัญจรีกำลังเดินคิดอะไรเพลิน ‍‍ๆ‍‍ อยู่ข้างทางก็มีเสียงหวีดและตะโกนดังลั่นไปทั่วถนน ทันทีที่ได้ยินคำว่าล้อ เธอก็รีบหันขวับไปมองด้านหลังอย่างรวดเร็วและตาเบิกโพลงเมื่อเห็นล้อของรถกระบะกลิ้งตรงรี่มายังเธอ

            อัญจรีตกใจสุดขีด มันเป็นไปได้อย่างไร ทำไมเหตุการณ์แบบนี้ถึงเกิดขึ้นอีก

            เธอกระโดดหลบอย่างรวดเร็ว แต่ด้วยความที่ขาสั้นจึงหลบได้ไม่พ้น ล้อกลิ้งเข้ามากระแทกอย่างแรงที่หน้าแข้งข้างซ้าย 

            อัญจรีล้มลงในทันที

            เธอจำความเจ็บแบบนี้ได้ และในครั้งนี้เธอก็ไม่พ้นต้องขาหักอีกครั้ง

            ทั้ง ‍‍ๆ‍‍ ที่เธอไม่ได้อยู่ในสถานที่เดิมเหมือนชีวิตก่อน แต่มันยังคงเกิดซ้ำอีกครั้ง อัญจรีร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บปวด


            ตรี ดวงฤทัย ดวงตา รวมถึงธรรมต่างเดินวนเวียนไปมาหน้าห้องรักษาพยาบาลด้วยสีหน้าไม่สู้ดี

            ทันทีที่ได้ยินเสียงตะโกนโหวกเหวกว่ามีล้อรถทับเด็ก ทุกคนที่อยู่ในวัดต่างวิ่งกรูออกมา แล้วทั้งสี่คนต่างใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเห็นว่าคนเคราะห์ร้ายคนนั้นเป็นอัญจรี

            “เข้าเฝือกเรียบร้อยแล้วนะครับ แต่ต้องให้เด็กนอนโรงพยาบาลเพื่อดูอาการข้างเคียงอื่นอีกสามวัน ถ้าไม่มีอะไรผิดปกติก็กลับบ้านได้” แพทย์ออกมาแจ้งอาการหลังผ่านไปสองชั่วโมง

            ดวงฤทัยลูบผมลูกสาวที่กำลังนอนหลับสนิทเพราะฤทธิ์ยาด้วยแววตาสงสารจับใจ เห็นลูกเจ็บแบบนี้ใจคนเป็นแม่เจ็บยิ่งกว่า อยากจะย้ายอาการบาดเจ็บของลูกมาไว้ที่ตัวเองทั้งหมดและอดตำหนิตัวเองไม่ได้ที่ปล่อยปละละเลยทำให้ลูกสาวได้รับบาดเจ็บแบบนี้

            “ดวงไปนอนพักที่บ้านเถอะ คืนนี้พี่นอนเฝ้าลูกเอง”

            “ไม่ได้ พี่นั่นแหละไปพัก พี่เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว พรุ่งนี้ก็ต้องเปิดร้านตั้งแต่ตีสามตีสี่ ดวงเฝ้าเอง พรุ่งนี้ไม่มีขายน้ำพริก พี่ค่อยมาเปลี่ยนดวงพรุ่งนี้”

            “ใช่ ตรีไปพักเถอะ แม่กับดวงอยู่เฝ้าน้องอัญเอง”

            “แม่ช่วยงานศพมาไม่ค่อยได้พักเหมือนกัน แม่ไปพักที่บ้านดีกว่า ผมกับดวงเฝ้าลูกเอง”

            “น้องอัญอยู่คนเดียวได้ พ่อแม่กับยายไปนอนที่บ้านดีกว่า นอนที่โรงพยาบาลไม่สบาย” อัญจรีเอ่ยด้วยน้ำเสียงงัวเงีย

            “น้องอัญตื่นแล้วหรือลูก ไม่สบายตัวตรงไหนไหม แม่จะได้โทรเรียกพยาบาลให้” ดวงฤทัยตรงดิ่งไปหาลูกที่เตียง

            อัญจรีเห็นตาที่อิดโรยของแม่จึงใช้มือลูบเบา ‍‍ๆ‍‍ ให้ “นอกจากเจ็บขาแล้ว อัญก็ไม่เป็นอะไร”

            ดวงฤทัยลูบเฝือกที่ขาอย่างเบามือ “แม่ขอโทษที่ไม่ได้อยู่ข้าง ‍‍ๆ‍‍ ทำให้ลูกเจ็บหนักแบบนี้”

            เด็กหญิงส่ายหัวจนผมกระจายไปทั่วหมอน “อัญโชคร้ายเองต่างหาก แล้วอัญก็ซนด้วย ถ้าอัญไม่ไปเดินข้างถนนก็คงไม่เจ็บ อัญขอโทษพ่อ ขอโทษแม่แล้วก็ยายนะคะที่ทำให้เป็นห่วง”

            “ทุกคนกลับบ้านไปนอนเถอะ อัญอยู่ได้ น้าพยาบาลก็อยู่หน้าห้องนี้เอง”

            “ได้ที่ไหนกัน อัญยังเด็ก ยังไงก็ต้องมีคนเฝ้า”

            “น้าตรี น้าดวงครับ” ธรรมที่นั่งอยู่มุมห้องเงียบ ‍‍ๆ‍‍ มาแต่ต้นได้ร้องทักขึ้น

            “ตายล่ะ น้าขอโทษนะที่ลืมธรรมไปเสียสนิท” ตรียกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู “ตอนนี้สองทุ่มแล้วคงไม่มีรถเข้าหมู่บ้าน ธรรมกลับไปนอนที่บ้านน้าสักคืน พรุ่งนี้เช้าค่อยกลับ”

            “ผมยังไม่อยากไปไหน จะขออยู่เฝ้าอัญก่อน ผมเฝ้าอัญเองนะครับ ทุกคนจะได้ไปนอนพัก” 

            ผู้ใหญ่ทั้งสามคนต่างไม่ยอมในข้อเสนอนี้ แต่ธรรมยังคงยืนยันที่จะอยู่เฝ้า หากไม่ยอมเขาก็เลือกที่จะนอนรออยู่หน้าห้องไม่ยอมกลับไปนอนที่บ้านของตรีเด็ดขาด

            เมื่อเห็นความตั้งใจที่แน่วแน่ของเขา สมาชิกครอบครัวทั้งสามคนต่างมองหน้ากันและพยักหน้ายอมรับแต่ไม่อาจตัดใจทิ้งให้อยู่เพียงลำพังได้ ดวงฤทัยกับธรรมจึงอยู่เฝ้าอัญจรีในวันนี้ ให้อีกสองคนกลับไปพักผ่อนที่บ้าน 


    คล้ายกับเรื่องสวัสดี...นรกสุดรัก ที่คุณอ่าน

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730