บทที่ 9
ชุลมุน
“What zapppp! ท่านผู้ชมครับ!Something happen! ขณะนี้เมื่อเข้าสู่ทะเลมฤตยูยานบินของทุกกิลด์กำลังต้องพบกับมอนสเตอร์ประจำด่านนี้ครับ!”เสียงพิธีกรชายเริ่มบรรยายการต่อสู้“เบบี้บรูมของโคซี่ต้องพบกับมังกรทะเลที่ว่ายน้ำได้รวดเร็วไม่แพ้ยานบินของเขา!ในตอนนี้น่าจะไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับ 1 ใน 4อวตารเช่นกันครับ เพราะโคซี่ต้องรับมือมอนสเตอร์ระดับเลเวล 242ด้วยตัวคนเดียว!”
“น่าตื่นเต้นจริงๆ ค่ะปีเตอร์!ขณะนี้ที่ดาดฟ้าของบลัดดี้วูลฟ์นั้นมอนสเตอร์สายพันธุ์เอลฟ์ผู้งดงามปรากฏกายออกมาค่ะ!เป็นที่รู้กันดีว่าหากผู้เล่นคนใดพบกับมอนสเตอร์เผ่าเอลฟ์แล้วจะต้องพบกับเด็คแห่งป่าอันแข็งแกร่งครั้งนี้ท่าจะเป็นงานหนักของไรอันแล้วล่ะค่ะ!” พิธีกรสาวรายงาน
“Something going on...!” พิธีกรชายพูดต่อไปด้วยสำเนียงรำคาญโสตประสาท “บนดาดฟ้าของโซลาฮาโลนั้นได้รับแจ้งมาแล้วครับว่าเป็นเผ่าเทพเลเวล283 เลยครับผม! ส่วนทางด้านเฟทเดสทรอยเยอร์ต้องผจญกับราชาอันเดทผู้ครองโลกแห่งซากศพมาโยเนร่าพระเจ้าของเหล่าอันเดดเลเวล 305 ครับคุณดีไวน์!” พิธีกรชายเสียงตื่น
“สาม...ร้อย...ห้า! มันบ้าไปแล้วค่ะจอร์จ!” พิธีกรสาวรายงาน
“ถูกแล้วครับ 305! ถ้าในยามปกติมอนสเตอร์ระดับนี้ไม่สามารถพบได้ง่ายๆ เลยนะครับ! ครั้งนี้ยานยิ่งมีระดับสูงยิ่งต้องพบกับศัตรูที่หนักหนาสาหัสมิน่า...การแข่งนี้จึงไม่จำกัดอะไรทั้งนั้น! แต่ดีไวน์ครับ...ผมปีเตอร์นะไม่ใช่จอร์จ...มันผิดแล้วซาร่าห์” พิธีกรชายยืนยัน
“แล้วนั่นอะไรคะปีเตอร์! บนยานอันดับที่สามนั่น...เดี๋ยวค่ะ! นั่นมันอาร๊าย!” ดีไวน์เบิกตากว้างเมื่อภาพเลื่อนไปที่ยานของพวกแทน“นั่นมันยานสองลำนี่คะ!”
“Amazing!มันบรรเจิดเลิศหรูจริงๆ ครับ! ในความชุลมุนที่เกิดขึ้นทำให้เราพลาดเรื่องของยานนี้ไปได้อย่างไร!นั่นคือยานของไอเซนเกอร์ทั้ง 2 ลำครับ!ยานนั้นถูกดัดแปลงให้ประกบกันได้แสดงว่าต้องมีเวฮีเคิลมาสเตอร์มือดีคอยช่วยอยู่แน่นอน...แต่ด้วยความที่แท้จริงแล้วมันคือยาน2 ลำ...มอนสเตอร์ที่ปรากฏออกมาจึงมีถึง 2 ตนตามไปด้วย...งานนี้ไม่รู้ว่าหมู่หรือจ่ารู้แต่ว่าไอเซนเกอร์งานเข้าแล้วล่ะครับ!” เสียงพิธีกรปีเตอร์ดังลั่นด้วยจังหวะและทำนองเร้าใจ
บนดาดฟ้าของยานบินฟลายอิ้งฟินของไอเซนเกอร์ชายหนุ่มผู้หนึ่งกำลังยิ้มแห้งๆ กับชะตากรรมของตัวเอง
“เยี่ยม...”แทนพูดเสียงเซ็งเมื่อได้ยินเสียงประกาศจากระบบ “ยังดี...สกิลนี้เคยโดนทีหนึ่งตอนอุโมงค์ลำนำเทวา” เขาพูดออกมาเมื่อได้ยินเสียงที่ระบบประกาศออกมาและที่เขาพูดถึงนั้นคือในครั้งที่ตัวเขาเอง บลานซ์และมิร่าเข้าไปทำเควสในอุโมงค์กลางเมืองดัสท์วัลเลย์ ในตอนที่พบกับมอนสเตอร์รายทางนั้นการสุ่มแบบนี้เคยเกิดขึ้นครั้งหนึ่งแล้ว
“ตอนนั้นโดนเด็คสไลม์เข้าไป...คราวนี้จะเป็นเด็คอะไรอีกล่ะ” แทนพูดพร้อมกับกำลังจะก้มดูเด็คของตัวเองแต่แล้วเสียงดังสนั่นและแรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากการปรากฏตัวของมอนสเตอร์ 2ตนก็ทำให้เขาต้องเปลี่ยนจุดหมายของสายตา
มอนสเตอร์ตัวแรกนั้นร่างกายสูงกว่า10 เมตรมันมีแขนขาราวกับมนุษย์แต่ทว่าร่างกายปกคลุมด้วยเกล็ดแข็งสีขาวเทามือนั้นมีเพียงสามนิ้ว ในขณะที่ขานั้นใหญ่โตมากลำตัวสั้นและส่วนหัวขนาดใหญ่ลู่ลงหาไหล่ทั้ง 2 ข้างร่างนั้นไร้ดวงตาแต่มีหูขนาดใหญ่ ปากของมันกว้างจนถูกหูฟันซี่โตเรียงรายอยู่ในนั้น และเมื่อมันปรากฏกายออกมาก็พ่นลมหายใจออกมาเสียงดัง
ลมหายใจที่ราวกับกลุ่มเมฆและหมอกควันมอนสเตอร์ระดับเลเวล 217 ผู้กลืนกินหมู่เมฆ...คลาวด์อีทเตอร์
มอนสเตอร์อีกตัวปรากฏออกมาในร่างคล้ายมนุษย์ร่างนั้นสวมใส่ชุดเกราะเบาสีดำเงาปลาบ แต่บนศีรษะกลับสวมหมวกปลายแหลมราวกับพ่อมดแล้วยิงอาวุธที่ถืออยู่ในมือมีทั้งดาบและคทาจึงทำให้ไม่สามารถรู้ได้ว่าเป็นนักเวทหรือนักรบกันแน่ดวงตาของมันมีสีแดงสดบนใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดผิวหน้าและผิวหนังซีดขาวเหี่ยวแห้งราวหนังหุ้มกระดูก ชุดที่มันสวมใส่อยู่นั้นเมื่อถูกแรงลมพัดจะมีละอองความมืดปลิวออกไปไม่ขาดสาย
มันคือมอนสเตอร์ระดับสูงที่มีเด็คเป็นของตัวเองปีศาจผู้ทรงภูมิแห่งโลกมืดซึ่งมีระดับเลเวลถึง 240 จอมเวทย์ปีศาจผู้ใช้เด็คแห่งความมืด...กรังเด้โดมิตัสค็คเป็นของตว
“ดูเก่งวุ้ยเด็คน่าจะเทพ...” แทนพูดก่อนจะมองดูเด็คในมือของตัวเอง...และก็ต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ “กอบลิน! นี่แกล้งกันรึเปล่าวะเฮ้ย! มอนสเตอร์เลเวลสองร้อยกว่าที่ไหนมันจะใช้เด็คก๊อปลินฟะ! แก๊...เอาเฟอร์รารีไปแล้วส่งซาเล้งมาเรอะ!”ชายหนุ่มโวยวายทันที “ไอ้เกมนี้เล่นเราอีกแล้ว...จะใช้เซคคันชาสน์ก็กลัวจะเน่ากว่านี้” แทนพูดก่อนที่จะกวาดสายตาดูรายละเอียดของการ์ดแต่ละใบ
“เมจิก!” ลินเริ่มใช้การ์ดก่อนใครมันเป็นการ์ด 2 ใบที่ใช้ร่วมกันแล้วจะทำให้คาถาหนึ่งให้ผลหลายเป้าหมายและการ์ดใบแรกที่ถูกเรียกใช้ก็คือ...วันฟอร์ออลล์
“เกราะแห่งพลังอันบริสุทธิ์โปรดโอบอุ้มเหล่าผู้หาญกล้าสายลมแห่งเกราะและศรัทธาจงสถิตรอบผู้เป็นที่รักความเมตตาจากแม่พระแห่งกองอัศวินไหลหลั่ง พลังแห่งแสงราวอ้อมกอดแห่งเทวา...” ลินร่ายเวทระดับสูงทันที
“อันเดอร์ทเวนตี้เทาว์ซัน!(Under Twenty thousand)” เธอเรียกใช้การ์ดใบต่อไปการ์ดคาถาป้องกันระดับสูงอันเดอร์ทเวนตี้เทาว์ซัน การ์ดที่ทำให้ค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นลดลง20,000หน่วยเป็นจำนวน 5 ครั้ง

หลังจากสิ้นคำของลินเกราะรูปปีกโปร่งใสก็ปรากฏรอบร่างของเพื่อนๆ เธอทุกคน ด้วยพลังของการ์ดวันฟอร์ออลล์ทำให้การ์ดใบนี้ซึ่งปกติจะใช้ได้เพียงเป้าหมายเดียวกระจายออกหลายเป้าหมายทำให้ทุกคนในทีมมีเกราะป้องกันระดับสูงทันที
“อย่างกับมีพลังเป็นแสน!” เอ็ดเวิร์ดพูดเสียงดังเมื่อเกราะปรากฏอยู่รอบร่างกายของเขา
“พี่แทนระวัง!” ลินตะโกนเสียงดังเมื่อเห็นมอนสเตอร์ในร่างมนุษย์วาดมือออกมาเธอคิดว่ามอนสเตอร์ที่ว่ากำลังจะร่ายเวทหรือเรียกใช้การ์ด...แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่
“เกมแห่งความมืดกำลังจะเริ่มแล้ว...ผู้พ่ายแพ้มีเพียงความตายอันเป็นนิรันดร์ที่รออยู่” จอมเวทในชุดเกราะสีดำเงาปลาบเอ่ยขึ้นขณะที่แกว่งไกวคทาเวทมนต์
“คุ้นๆ จริงๆ แฮะไอ้ประโยคนี้...” แทนบ่นออกมา “แล้วอีกอย่าง...คนแพ้มันก็ต้องตายอยู่แล้วใช่ป่ะครับท่าน...” เขาขมวดคิ้วมองมอนสเตอร์ที่อยู่ตรงหน้า
“ซัมมอน! ซัมมอน!เมจิก! ทวินแคส! เมจิก!” เสียงมอนสเตอร์เรียกใช้การ์ดในเด็คของเขาดังระรัวทุกคนที่เห็นภาพตรงหน้าอ้าปากค้างทันที
“มันไม่ฟังแกเลยเว้ยแทน!” เอ็ดเวิร์ดที่ไปหลบอยู่หลังเรนที่เริ่มร่ายเวทแล้วตะโกนออกมาและมันเป็นขณะเดียวกันกับที่คลาวด์อีทเตอร์มอนสเตอร์ระดับเลเวลกว่า 200 เริ่มเปิดการโจมตี
“เมกาตันดรอป! (MegatonDrop)” เสียงจากระบบประกาศท่าที่เจ้ามอนสเตอร์ใช้ออกมาพร้อมๆกับการถีบตัวขึ้นไปบนอากาศของเจ้าสัตว์ประหลาดร่างยักษ์ที่มีขนเป็นเกราะแข็งสีเทาหลังจากนั้นมันกางแขออกกางอากาศพร้อมกับทิ้งตัวลงกลางวงของพวกแทนค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจากท่านี้เป็นวงกว้างพร้อมกับทำให้ยานบินเสียหลักไปด้วยขากค่าความเสียหาย
“23,864!” “21,823!” “13,732!” “27,081!” “22,663!” “18,734!”
“435,931!”
ทั้ง6 ร่างที่อยู่บนดาดฟ้าของฟลายอิ้งฟินรวมทั้งตัวยานได้รับค่าความเสียหายทั้งหมดถึงแม้จะมีเกราะที่สร้างจากเวทของลินแล้วค่าความเสียหายที่กระจายออกเป็นวงกว้างก็มากไม่ใช่น้อยหากไม่มีเกราะจากเวทอันเดอร์ทเวนตี้เธาว์ซันค่าความเสียหายน่าจะรุนแรงมากสถานการณ์เริ่มเข้าขั้นชุลมุนแต่ดูเหมือนพวกแทนจะไม่มีเวลาที่จะไปสนใจค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นเพราะขณะนี้มอนสเตอร์อีกตนหนึ่งซึ่งกำลังใช้เด็คของเขากำลังใช้มันอย่างชำนาญ...
“อิ๊บอ๋ายแล้วเว้ย!” แทนอุทานเสียงดังเมื่อเห็นมอนสเตอร์ที่ถูกเรียกออกมามันคือคัลโดร่าแมนติคอร์ถึง 3 ตัวที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าของเขา
“แท๊น! เจ้าตัวนี้มันออกมาได้ยังง๊าย!นายมีการ์ดนี่แค่ใบเดียวไม่ใช่เรอะ!”
“การ์ดเวทมนต์พี่! การอัญเชิญแห่งความมืดที่ผมได้มาแถมเจ้านี่น่าจะใช้สกิลเหมือนเจ้าคอสได้ สกิลที่ทำให้เวทมนตร์แสดงผลสองครั้ง มังกรธรรมดาถึงกลายเป็นเจ้าตัวนี้!”แทนที่กำลังศึกษาชุดการ์ดที่เขาได้มาเพื่อจะใช้ให้เป็นในเวลาอันสั้น
เอ็ดเวิร์ดทำหน้าซีดปากหวอก่อนจะพูดออกมา“ตัวเดียวก็จะตายแล้ว...นี่เล่นมาเป็นกองทัพจิบเดียวก็ซึ้งแมนเลยว๊อย! แม่จ๊าช่วยเอ็ดด้วย!” เขารีบดูการ์ดสนับสนุนที่ตัวเองมีอยู่แล้วต้องเลิกคิ้วสูง “นารีอุปถัมภ์แล้วเรา...”


“อีควิป! อีควิป!”อายะเรียกใช้การ์ดอีควิป 2 ใบดาบญี่ปุ่นสีดำและสีขาวสะอาดตาปรากฏอยู่ในมือทั้ง 2ข้างของเธอ มันคือและคุโรไทโย ดาบสุริยันอันธกาลระดับ 15 ดาวและอิดะเท็นดาวเทพเหินหาวที่จะเพิ่มความเร็วให้ผู้เรียกใช้
“ราเซ็น!” อายะเรียกใช้สกิลที่จะมีโอกาสเรียกภูติแห่งดาบออกมาช่วยโจมตี
“คุโระ!” ตามด้วยเรียกใช้สกิล 1 ใน 2 ชนิดที่ได้จากคุโรไทโย...คุโระ...ผ้าคลุมความมืดคุ้มกาย
“ไทโย!” หลังเรียกใช้สกิลที่ 2 ของดาบเล่มที่ว่ากำไลข้อมือที่เปล่งประกายดั่งดวงตะวันก็ปรากฏอยู่ที่ข้อมือทั้ง 2 ข้างของหญิงสาวกำไลประกายแสงที่จะทำให้การโจมตีด้วยดาบในมือผู้เรียกใช้ฟันทะลุพลังป้องกันของศัตรูได้50% ของพลังป้องกันศัตรูทั้งหมดโดยแลกกับพลังป้องกันของตัวเองที่ลดลง 30%
“อายะ!” เสียงของลินดังขึ้นเมื่อเห็นเจ้าศัตรูร่างยักษ์พุ่งเข้าใส่หญิงสาวที่กำลังเรียกใช้สกิลของตนเองการโจมตีที่กำลังโถมเข้าใส่ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษเจ้ามอนสเตอร์ตนนั้นโจมตีด้วยพลังล้วนๆและเป้าหมายมีเพียงบดขยี้อายะที่ออกไปอยู่แนวหน้าแทนตำแหน่งของบลานซ์
“Miss…!”
“27,643!”
“Miss…!”
การโจมตีด้วยหมัดอันรุนแรงของเจ้ามอนสเตอร์ร่างยักษ์พลาดไปถึง2 ครั้ง จริงๆแล้วนับว่าอายะนั้นโชคดีที่ผลของทักษะที่เธอใช้ออกมาแสดงผลมากกว่าที่คิด ในครั้งแรกอายะคิดว่าเธอน่าจะถูกการโจมตี2 ครั้งเป็นอย่างน้อยแต่ด้วยทักษะที่สร้างผ้าคลุมที่มีความมืดปกคลุมอยู่ทำให้ลดค่าความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้มากกว่าเดิม

