ตอนที่ 99 ถล่มจากฟากฟ้า!
เมื่อเชนได้เห็นทัศนียภาพเบื้องหน้า เขาถึงกับมองตาค้างอย่างตกตะลึง ทิวทัศน์เบื้องหน้าของเชนนั้นเต็มไปด้วยเหล่าต้นไม้มากมายเหลือคณานับ แต่...ต้นไม้ทุกต้นที่เชนเห็นนั้นกลับไม่ได้เขียวชะอุ่มเต็มไปด้วยพลังแห่งชีวิต! พวกมันทุกต้นล้วนแห้งเหี่ยวไร้ซึ่งพลังแห่งชีวิตจนมีสีดำสนิท! ไม่มีแม้สักต้นที่จะมีใบไม้ให้เห็น ไม่ว่าเขาจะมองไปยังทางใดก็จะเห็นเพียงซากต้นไม้แห้งเหี่ยวสีดำสนิทสุดสายตา! ซากต้นไม้ทั้งหมดแผ่กลิ่นอายแห่งความแห้งเหี่ยวและความตายอันเข้มข้นออกมาจนหัวใจของเชนถึงกับสั่นระรัว!ยิ่งเมื่อเชนเงยหน้าสูงขึ้นมองพ้นยอดไม้ซึ่งไร้ซึ่งใบไม้ขึ้นไป เขาก็ต้องยิ่งต้องตาเบิกโพลงเพราะเขาได้เห็นภูเขา...ภูเขาสูงใหญ่มากมายนับร้อยซ้อนเรียงกัน แต่ที่ทำให้เขามองค้างนั่นเพราะภูเขาเหล่านี้..ไม่ใช่ภูเขาธรรมดา! ตรงส่วนยอดของภูเขาสูงใหญ่มากมายนับร้อยเหล่านี้ กำลังมีควันสีดำสนิทโพยพุ่งขึ้นไปสู่ฟากฟ้า! นี่คือภูเขาไฟ ภูเขาไฟมากมายนับร้อยลูก!ไม่ทราบว่าเป็นเพราะกลุ่มควันจากภูเขาไฟเหล่านี้ที่โพยพุ่งสู่ท้องฟ้าเป็นเหตุหรือไม่ แต่ท้องฟ้าของโลกแห่งนี้ที่เชนกำลังมองอยู่นั้นกลับมีสีดำเทาทั่วแผ่นฟ้า กลิ่นอายแห่งความตาย...แผ่กระจายเข้มข้นตลบไปทั่วทั้งฟ้าและปฐพีของโลกใบนี้"ที่นี่.."เชนมองโลกใบนี้แล้วก็ต้องรู้สึกสั่นสะท้านไม่น้อย แต่เพียงครู่ต่อมาเชนก็รวบรวมสติกลับมาได้ เขาจึงมองสำรวจพื้นที่โดยรอบตอนนี้เขากำลังยืนอยู่ท่ามกลางซากต้นไม้แห้งเหี่ยวสุดสายตา ไม่ว่าจะมองไปทางใดก็ไม่สามารถเห็นอะไรได้อีกนอกจากซากต้นไม้เหล่านี้ และโดยรอบของเชนนั้นไร้ซึ่งกลิ่นอายของผู้คนโดยสิ้นเชิงการเข้ามาในRaidนี้ทุกคนจะถูกสุ่มให้ไปยังจุดที่แตกต่างกันแบบสุ่ม เพราะฉะนั้นการไม่มีใครโดยรอบก็ถือเป็นเรื่องปกติ และที่สำคัญ...Raidนี้...ไม่มีทางออก!ในRaidปกติจะมีวังวนซึ่งเป็นทั้งทางเข้าและทางออกเปิดไว้ตรงจุดเริ่มเสมอ ถ้าต้องการถอนตัวกลางคันก็สามารถเดินกลับไปยังทางเข้านั้นแล้วออกไปได้ทันที แต่ที่นี่ไม่มีทางออกเช่นนั้น การจะออกไปจากที่นี่ได้มีเพียงสองวิธี นั่นคือต้องรอให้ครบห้าวันจนหมดเวลาที่Raidจะคงอยู่ เมื่อถึงตอนนั้นRaidจะส่งพลังขับไล่ทุกคนออกไปเอง หรือจนกว่าจะมีใครสักคนค้นหาสมบัติแห่งโลกพบ!พูดง่ายๆ ที่นี่คือดินแดนไร้หวนกลับ..เมื่อเดินเข้ามาก็มีแต่ต้องเดินหน้าเท่านั้นห้าวัน...ที่ไร้ซึ่งกฎห้าวัน...ที่ต้องค้นหาโชควาสนาและเอาชีวิตรอดและห้าวันที่จะเปลี่ยนกงล้อแห่งโชคชะตาของเชนไม่ตลอดกาล...ได้เริ่มขึ้นแล้ว...เมื่อเห็นว่ายืนอยู่ตรงนี้ก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา เชนจึงเลือกเดินตรงไปยังข้างหน้าอย่างไม่ทราบทิศทางพื้นดินที่เชนเดินเหยียบย่างอยู่นั้นไม่มีความนุ่มของดินอยู่เลยแม้แต่น้อย มันแห้งและแข็งกระด้างราวกับเป็นปูนซีเมนส์ เชนลองยกเท้ากระทืบมันแรงๆ แต่ผลลัพธ์คือมันไม่สะเทือนเลยสักนิด เป็นขาของเขาเองเสียอีกที่ถึงกับชาสะท้านไปทั้งขา ยิ่งซากต้นไม้พวกนั้นไม่ต้องพูดถึง ระหว่างเดินด้วยความสงสัย เชนจึงลองเอากลืนสวรรค์ฟันใส่ซากต้นไม้ต้นหนึ่งไปเต็มแรง ผลลัพธ์คือเขาไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนให้ซากต้นไม้เหล่านี้ได้เลยสักนิด!เชนตอนนี้อยู่ขั้นสามัญระดับแปดสิบเอ็ด การฟันต้นไม้สักต้นให้ขาดกระจุยไม่ใช่เรื่องยาก ยิ่งบวกกับกลืนสวรรค์แล้วยิ่งง่ายดายอย่างที่สุดแต่ปรากฏว่า..ซากต้นไม้พวกนี้กลับไร้รอยขีดข่วน"อูย...ต้นไม้พวกนี้อะไรกันเนี่ย"เชนสะบัดแขนไปมาเพื่อคลายความชาจากแรงปะทะ เมื่อครู่ตอนเขาฟันซากต้นไม้สีดำนี้ เขารู้สึกเหมือนฟันใส่เหล็กกล้ายังไงยังงั้น"นี่ขนาดตายซากแล้วนะเนี่ย ไม่อยากนึกตอนพวกมันยังไม่ตายเลยแฮะ"ขนาดตายซากแล้วยังแข็งขนาดนี้ แล้วถ้าตอนที่ยังมีพลังชีวิตและพลังแห่งปฐพีหล่อเลี้ยง..จะขนาดไหนเชนเลือกเดินต่อไปเรื่อยๆ ระหว่างทางนั้นก็ไม่มีอะไรอยู่เลย คงมีเพียงความแห้งเหี่ยวและกลิ่นอายแห่งความตายที่ตลบจนคละคลุ้งไปทั่วอันเป็นเอกลักษณ์ของโลกใบนี้เท่านั้นและในขณะที่เชนกำลังเดินไปอย่างไม่รีบร้อนนั่นเอง...ตูม!!!!!!!!อยู่ๆเสียงดังสนั่นที่สะท้านไปทั้งสวรรค์และปฐพีก็เกิดขึ้นอย่างไม่มีสัญญาณเตือน!เสียงนี้ดังสะท้านไปทั่วทั้งพื้นฟ้าและปฐพี! ดังชนิดที่เชนที่เดินอยู่ถึงกับเซจนเกือบล้ม เสียงนี้เป็นเสียงที่ดังที่สุดในชีวิตที่เชนเคยได้ยินมา หูของเขาถึงกับอื้ออึงไปทั้งหู จนเขาได้ยินเสียงวิ้งดังขึ้นในหัว แม้แต่พื้นดินที่เชนกำลังเหยียบอยู่ เขาก็ยังรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินไหว!"เสียงอะไรน่ะ!"เชนกล่าวอย่างตื่นตัวพร้อมเงยหน้ามองขึ้นไปยังจุดที่เป็นต้นกำเนิดของเสียง และเมื่อเชนเงยหน้ามองขึ้นไปยังต้นเสียงที่เขาได้ยินเขาก็ต้องตาเบิกโพลง!นั่นเพราะเขาได้เห็นภูเขาไฟขนาดยักษ์ลูกหนึ่งกำลังพ่นเปลวไฟขนาดมหึมาขึ้นสู่ท้องฟ้าจนแดงฉานไปทั่วผืนฟ้า! แถมตอนนี้เหมือนจะมีเศษหินขนาดใหญ่มากมายนับพันก้อนกำลังร่วงตกลงมาจากฟ้าราวกับอุกกาบาต! อุณหภูมิโดยรอบจากเมื่อครู่ที่ไม่ร้อนไม่หนาว แต่ในขณะนี้กลับร้อนขึ้นอย่างกะทันหันจนเชนสัมผัสได้!"ภูเขาไฟระเบิด!"เชนอุทานอย่างตื่นตะหนก เขามองภาพสุดยิ่งใหญ่ที่มีเพียงธรรมชาติที่สามารถรังสรรค์ขึ้นมาได้นี้อย่างตกตะลึง!หินขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเปลวไฟโชติช่วงนับพันก้อนกำลังร่วงตกลงมาจากฟ้า ถล่มไปทั่วทุกทิศทางอย่างโหดร้ายเกรี้ยวกราด และมีหนึ่งในนั้น...กำลังพุ่งตกลงมายังจุดที่เชนอยู่!"ฉิบหาย!"เชนถึงกับสบถดังสนั่น เพราะหินที่กำลังตกมาทางเขานั้นมีขนาดใหญ่เป็นอย่างมาก! ดูจากสายตาคงมีเส้นผ่าศูนย์กลางอย่างน้อยสิบเมตร!เชนเปิดใช้ยมทูตทมิฬโดยไม่ต้องคิดใดๆทั้งสิ้น เขาใช้ก้าวพริบตาติดต่อกันถึงสี่ครั้งในรวดเดียว! เชนไม่สนใจความรู้สึกเจ็บปวดที่ขาที่เกิดจากการฝืนใช้ก้าวพริบตาติดต่อกัน เขารีบสับเท้าวิ่งสุดแรงเพื่อพยายามหลบให้พ้นวิถีการตกของมันเต็มกำลังและหินเปลวไฟขนาดยักษ์ก้อนนั้น...ก็ตกกระทบจุดที่เชนยืนอยู่ก่อนหน้านี้ตูม!!!เสียงหินภูเขาไฟตกกระทึบพื้นดังสนั่น! เปลวไฟจากก้อนหินแผ่กระจายไปทั่วทิศทางในบริเวณราวกับพยายามจะเผาทำลายทุกสรรพสิ่ง! เชนแม้จะรอดจากหินภูเขาไฟร่วงใส่ไปได้..แต่ก็ไม่อาจหลบเปลวไฟนี้ได้!เชนหันหน้าไปมองด้านหลังก็ต้องถึงกับหน้าเสีย เปลวไฟนี้รวดเร็วอย่างที่สุด อีกเพียงยี่สิบเมตรมันก็จะมาถึงเขาแล้ว แถมไอความร้อนของเปลวไฟที่พุ่งมาปะทะนั้น ถึงกับทำเอาเส้นผมและเสื้อบางส่วนของเชนถึงกับลุกเป็นไฟ! ทั้งที่มันยังอยู่ห่างออกไปเกือบยี่สิบเมตร! เปลวไฟนี้..ไม่ใช่ไฟธรรมดา เชนรู้ได้ในทันทีว่าถ้าเขาโดนมันเข้า..ร่างของเขาแม้จะอยู่ในสภาวะยมทูตทมิฬก็คงถูกเผาเป็นจุณแน่นอน!และเพียงเสี้ยววินาทีเปลวไฟนี้ก็อยู่ห่างจากเชนเพียงสิบเมตรแล้ว!เชนวิ่งเต็มกำลังพร้อมกับหันมองไปรอบๆอย่างหาทางออก และเขาก็เห็นซากต้นไม้ต้นหนึ่งห่างออกไปสิบเมตร ซากต้นไม้ต้นนี้มีขนาดใหญ่ประมาณห้าคนโอบ ถือว่ามีขนาดใหญ่กว่าต้นอื่นๆในบริเวณนี้ เมื่อเชนนึกถึงความแข็งและความทนทานของมัน เขาก็ตัดสินใจได้ทันทีเปลวไฟขณะนี้ห่างจากเชนเพียงห้าเมตรเท่านั้น! แผ่นหลังของเชนรู้สึกราวกับถูกเผา แต่ด้วยสภาวะยมทูตทมิฬทำให้เขาพอจะทนฝืนกลั้นความเจ็บปวดไว้ได้ และเปลวไฟก็กำลังเข้าใกล้เชนเรื่อยๆจนกำลังจะกลืนกินเขาอยู่แล้ว!เพียงเสี้ยววินาทีที่เปลวไฟกำลังจะกลืนกินเชนอยู่แล้ว เขาก็พุ่งตัวด้วยก้าวพริบตาหายวับไปโผล่ยังซากต้นไม้ยักษ์ต้นนั้น!เชนพุ่งตัวเข้าไปหลบด้านหลังซากต้นไม้ทันที พร้อมกับผนึกปราณทั้งร่างใส่เกราะปราณเต็มกำลัง!เปลวไฟมาถึงแล้ว ซากต้นไม้ยักษ์ไม่ทำให้เชนผิดหวัง มันสามารถทนเปลวไฟอันร้อนลวกผิดปกตินี้ได้!ฟูม!!!เปลวไฟแผ่กระจายกลืนกินทุกสรรพสิ่งราวกับว่ามันกำลังหิวโหยอย่างที่สุด!ซากต้นไม้ยักษ์นี้สามารถทนเปลวไฟได้จนเชนที่หลบอยู่ด้านหลังของมันรอดจากเปลวไฟไปได้อย่างหวุดหวิด แต่มันไม่สามารถปกป้องเขาจากไอความร้อนอันมหาศาลนี้ได้!เชนกัดฟันทนความเจ็บปวดอย่างเต็มฝืน เกราะปราณที่ผนึกเต็มกำลังของเขากำลังสั่นสะท้านเหมือนพร้อมจะแตกกระจายได้ทุกเมื่อ ไหนจะเหงื่อมากมายที่ไหลออกมาจากตัวของเขา แต่เพียงพริบตาเดียวก็ถูกระเหยจนเป็นไอด้วยความร้อนโดยรอบ! นี่แสดงให้เห็นว่าเปลวไฟนี้มีอุณหภูมิสูงเพียงใด ถ้าเชนโดนมันเข้าแม้เพียงนิดคงยากนักที่จะรอดชีวิต!นรกความร้อนนี้ดำเนินต่อไปเพียงสามอึดใจเท่านั้นแล้วพวกมันก็ค่อยๆหายไปเมื่อเปลวไฟหายไปอุณหภูมิโดยรอบก็ไม่ร้อนลวกสุดขีดอีกแล้ว เชนทิ้งตัวลงนั่งพร้อมหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ถ้ามีใครมาจับตัวของเชนในขณะนี้คงต้องมีสะดุ้ง เพราะมันร้อนอย่างที่สุด ถ้าเชนไม่ได้มีสภาวะยมทูตทมิฬคอยช่วยเหลือ ก็ไม่แน่ว่าเขาจะอดทนจนรอดมาถึงตรงนี้ได้หรือไม่หลังจากนั่งพักอยู่ครู่เชนก็พยุงตัวลุกขึ้นยืน แต่เขาก็ไยังคงหอบหายใจอยู่น้อยๆ"ไฟบ้าอะไรเนี่ย..ทำไมร้อนขนาดนั้น"เชนมองไปยังต้นไม้โดยรอบแล้วก็ต้องแสดงสีหน้าทึ่งๆออกมา"ไฟร้อนขนาดนั้นกลับทำอะไรต้นไม้พวกนี้ไม่ได้เลย ไม่มีแม้แต่เปลวทิ้งไว้สักนิด ดูท่าเหตุการณ์แบบนี้คงเกิดขึ้นบ่อยจนซากพวกนี้ปรับสภาพกันเปลวไฟได้สินะ"ในขณะที่เชนกำลังสำรวจตัวเองว่าทุกอย่างในตัวยังอยู่ดีหรือไม่ ตรงตำแหน่งก้อนหินขนาดยักษ์ที่เป็นต้นเหตุของเปลวไฟเมื่อครู่ ก้อนหินขนาดสิบเมตรนี้ อยู่ๆก็เกิดการสั่นสะท้านและเกิดรอยร้าวแผ่กระจายไปทั่วทั้งก้อน..ราวกับว่าก้อนหินนี้คือไข่ และกำลังมีอะไรบางอย่างกำลังพยายามดิ้นรนจะออกมาจากภายในไข่ใบนี้... ------------------แจ้งอีกครั้งนะครับ ที่Fictionlog ลงวันเว้นวันครับ ไปติดตามกันได้ครับ