ตอนที่ 38 กวาดล้างแก๊งมังกรดำโดยไม่ประสงค์ออกนาม
“ทั้งหมด... 32 คนครับ” เขาไม่กล้าโกหก เพราะกลัวว่ายมทูตสาวจะหักคอตนเอง
เซียวหมิงเยวี่ยเหลือบมองเขา ทั้งหมด 32 คนในแก๊ง ตอนนี้ตายไปแล้ว 6 คน นอกจากเขาแล้วยังเหลืออีก 23 คน คนพวกนี้ต่างหลบหนีมา และมือของพวกเขาต่างเปื้อนเลือดมนุษย์มาแล้วทั้งนั้น
“ทำไมยังไม่ถึงอีก อย่ามาเล่นตุกติกกับฉันนะ!” เซียวหมิงเยวี่ยคว้าไหล่เขาแล้วกล่าวข่มขู่
“ผะ ผมไม่กล้าหรอกครับ เดี๋ยวก็จะถึงแล้ว!” ชายหนุ่มร้องขอความเมตตา คร่ำครวญไประหว่างผละออกห่าง
หลังเดินไปไม่รู้นานเท่าไร พวกเขาก็เข้ามาในเขตที่อยู่อาศัยไม่ห่างจากชุมชนฮว๋าฮั่น ก่อนจะหยุดอยู่ที่หน้าวิลลาเปลี่ยวแห่งหนึ่ง
“แกปล้นวิลลาหลังนี้มาใช่ไหม เจ้าของยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า?”
เขากล่าวตะกุกตะกักและพูดไม่เป็นคำ เซียวหมิงเยวี่ยรู้ดีแก่ใจ ดูเหมือนเจ้าของบ้านจะดวงซวยเสียแล้ว
“เข้าไป ๆ” เธอลากเขาเข้าไปด้านใน
“หลี่ซาน เกิดอะไรขึ้น? พาสาวสวยคนนี้มาได้ยังไง หน้าตาดีเลยนี่ ดูดีกว่าอีกคนด้านในอีก! ว่าแต่เถียนเหว่ยกับคนอื่น ๆ ล่ะ?” ชายชุดดำเอ่ยถาม
เซียวหมิงเยวี่ยกวาดตามองทุกคนแล้วนับดู มีทั้งหมด 18 คนในห้องนั่งเล่นโอ่อ่า ชายวัยกลางคนเจ้าของรอยสักเต็มหลังนั่งอยู่ตรงกลาง ใบหน้าเหี้ยมโหด ชายคนนี้จะต้องเป็นหัวหน้าแก๊งแน่ ๆ
“ที่เหลืออีก 5 คนไปไหน?” เซียวหมิงเยวี่ยถาม
“ผะ ผมไม่รู้ครับ” หลี่ซานตอบเสียงสั่น
ชายชุดดำเอ่ยถามขึ้นว่า “หลี่ซาน นายเป็นอะไรไปเนี่ย? ดูแปลก ๆ นะ ทำหน้าอย่างกับเห็นผี ทำไมไม่เอาผู้หญิงคนนี้ไปขังรวมกับคนอื่น ๆ ด้านบนล่ะ คืนนี้ลูกพี่เราจะได้เล่นสนุกไง!”
หลี่ซานตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า ใบหน้าเขาซีดเผือดและพูดขึ้นว่า
“ฉะ ฉันไม่สน! ผู้หญิงคนนี้เป็นปีศาจ! เธอฆ่าคนของเรา!”
หัวหน้าแก๊งมังกรดำหรี่ตาลงเล็กน้อย รู้สึกได้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ “เธอเป็นใคร? แล้วใครเป็นคนจับตัวเธอมา?”
เซียวหมิงเยวี่ยยกยิ้มมุมปาก “ฉันเป็นใครอย่างนั้นเหรอ? ไปถามบรรพบุรุษของแกก็แล้วกัน! ฟู่กุ้ย ฆ่าพวกมันให้หมด!”
หลังจากนั้นไม่นานก็มีเสือตัวเขื่องวิ่งกระโจนเข้ามาจากที่ไหนสักแห่ง อ้าปากคำรามอวดเขี้ยวขาวอันแหลมคมของมัน
ดวงตาของหัวหน้าแก๊งมังกรดำเบิกโพลง เขารีบชักปืนลูกโม่ออกมาทันที ทว่ายังไม่ทันที่จะได้เหนี่ยวไก ฟู่กุ้ยก็ขย้ำเข้าไปที่หัวจนร่างเขากลิ้งบิดไปบนพื้น
หัวหน้าแก๊งผู้หยิ่งยโสที่คอยคุมทางใต้ของเมืองมาเป็นเวลาหลายเดือนได้สิ้นลมก่อนที่จะได้เปิดปากเอ่ยคำสั่งเสียครั้งสุดท้าย
“สะ เสือยักษ์!”
“ชะ ช่วยด้วย!”
“อ๊ากกก!”
เสียงกรีดร้องอันไร้ที่สิ้นสุดดังก้องไปทั่วตัวบ้าน ทั้งชิ้นส่วนแขนขาและเลือดสีสดกระจัดกระจายไปทั่วทุกพื้นที่
หลี่ซานที่ยืนอยู่ข้างเซียวหมิงเยวี่ยขวัญหนีดีฝ่อกระเจิดกระเจิง เธอเหลือบมองเขาด้วยสายตาเย็นเยียบ หญิงสาวไม่ได้โง่พอที่จะเผชิญหน้ากับทั้งแก๊งมหาโจรด้วยตัวเธอเพียงคนเดียว อีกฝ่ายมีพรรคพวกตั้งมากมาย เป็นการดีกว่าที่จะให้ฟู่กุ้ยช่วยออกหน้าจัดการให้ก่อน
เธอได้ลองทดสอบผลของยาชูกำลังไปก่อนหน้านี้แล้ว และค่อนข้างพอใจกับผลลัพธ์ของมันเป็นอย่างมาก เรื่องนี้เธอจึงไม่จำเป็นต้องเปลืองแรง
หลี่ซานขวัญกระเจิงจนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ กางเกงของเขาเปียกแฉะ เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกขยะแขยงและลงมือฆ่าเขาตายในคราวเดียว จากนั้นก็เดินไปยังที่นั่งตรงกลางห้องที่หัวหน้าแก๊งมังกรดำเคยนั่ง
สายตาอันเฉียบคมของเซียวหมิงเยวี่ยสังเกตได้ถึงท่าทางของชายหัวหน้าแก๊งว่าเขากำลังจะชักปืนออกมา
มันคือปืนลูกโม่ หญิงสาวถือมันไว้ในมือ ตรวจสอบมันดูหลายต่อหลายครั้ง เธอค่อนข้างพอใจมากทีเดียว
“ขอบคุณที่อุตส่าห์ทำงานอย่างหนักนะฟู่กุ้ย ไว้กลับไปฉันจะเคี่ยวไก่ 10 ตัวให้กินเลย”
เซียวหมิงเยวี่ยลูบหัวเจ้าเสือเบา ๆ จากนั้นก็นำมันกลับเข้าสู่พื้นที่มิติ
หญิงสาวไม่รอช้า หลังจากค้นศพหัวหน้าแก๊งจนเจอลูกกระสุน 10 นัด เธอก็ลงมือค้นตัวศพอื่นต่อ หลังค้นตัวครบทุกศพก็เริ่มค้นห้องนั่งเล่น ไม่เว้นกระมั่งมุมอับในลิ้นชัก
หลังค้นทั่วห้องเธอก็พบชาย 3 คนนอนหลับอยู่ พวกเขามีรอยสักแก๊งมังกรดำเช่นกัน และมีผงขาวปริศนาวางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงข้าง ๆ
มิน่าเล่าถึงได้หลับลึกขนาดนี้ ฟู่กุ้ยไม่ได้ปลุกพวกเขา ปล่อยให้ตายทั้งที่ยังหลับอยู่แบบนี้น่าจะดีกว่า
เซียวหมิงเยวี่ยบีบคอให้ทั้งสามตายเงียบ ๆ
ยังเหลืออีก 2 คน เซียวหมิงเยวี่ยไม่ลืมระวังตัวระหว่างค้นห้อง เผื่อว่าพวกเขาจะซ่อนตัวอยู่ในความมืด
คนพวกนี้ก่อวีรกรรมมาตั้งมาก ไม่มีทางจะมีปืนพกแค่กระบอกเดียว
แล้วก็เป็นไปตามคาด เธอพบตู้เซฟในห้องนอนใหญ่ชั้นบน
หญิงสาวทุบประตูตู้เซฟ 3 ครั้ง ด้านในมีปืนเก็บเสียง 3 กระบอก ลูกกระสุน 200 นัด และระเบิดอีก 2 ลูก
นอกจากนี้ยังมีคันธนูพร้อมลูกธนูอีก 10 ดอกในกระบอก
เซียวหมิงเยวี่ยเก็บอาวุธเหล่านี้ไว้ในมิติเพื่อใช้ป้องกันตัวในอนาคต ยังไงซะมันก็เป็นจุดประสงค์ของการเดินทางมาที่นี่ในวันนี้
เธอมาที่นี่เพราะอาวุธและกระสุนพวกนี้
ชาติก่อนเธอเคยได้ยินวีรกรรมของแก๊งมังกรดำ ข่าวรายงานว่าพวกเขามีปืนพก เมื่อเถียนเหว่ยเปิดเผยตัวตน เธอจึงเกิดความคิดที่จะไปเอาอาวุธเหล่านี้
การจัดระเบียบสังคมในอนาคตมีแต่จะยิ่งวุ่นวายขึ้น ไม้อ่อนได้ผลน้อยกว่าไม้แข็ง ขอแค่เธอมีปืน เซียวหมิงเยวี่ยก็รู้สึกปลอดภัยและสบายใจขึ้นมาก
ในจังหวะที่เธอจะลงไปชั้นล่าง เสียงร้องของผู้หญิงก็ดังเข้าหู
เธอย่องไปทางหน้าประตูแล้วเงี่ยหูฟัง ไม่ได้มีแค่เสียงร่ำไห้ของหญิงสาว แต่ยังมีเสียงหอบหายใจของผู้ชายด้านใน ดูเหมือนพวกมันที่เหลืออีก 2 คนจะอยู่ด้านใน
เซียวหมิงเยวี่ยสวมหน้ากากและแว่นกันแดด จากนั้นก็ถีบเปิดประตูแล้วหลบชิดกำแพงทันที
ปัง ๆ ๆ!
เสียงยิงปืนสามนัดทำให้หญิงสาวด้านในกรีดร้องและคุดคู้ตัวสั่นเทา
“คุณ ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!”
สิ้นเสียงปืนสามนัด ชายในห้องพลันสติแตก เร่งรุดออกไปให้คนข้างนอกช่วย
เซียวหมิงเยวี่ยลงมือในทันที เธอบิดคอเขาแล้วแย่งปืนมาจากมือ ยิงชายอีกคนในห้องตายในนัดเดียว
ชายหนุ่มทั้งสองเหงื่อตก สายตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ดูแวบแรกก็รู้ว่าตกตะลึง พวกเขาขี้ขลาดและซ่อนตัวอยู่ในห้อง ไม่กล้าออกไปข้างนอก คนจิตอ่อนแบบนี้กล้ามาปล้นก็ได้แต่เป็นลูกกระจ๊อก
คงจะจริงที่กลุ่มอันธพาลกระจอกมีอำนาจขึ้นมาได้เพราะไม่มีคนมาท้าทาย
เศษสวะชัด ๆ
“พวกมันทุกคนตายหมดแล้ว พวกคุณเป็นอิสระแล้วค่ะ”
มีเด็กสาว 12 คนในห้องนี้ 8 คนอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า 3 คนสวมแค่ท่อนบน มีแค่คนเดียวที่สวมเสื้อผ้ามิดชิด
เซียวหมิงเยวี่ยทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอออกไปเอาน้ำและอาหารมาให้ทุกคน ทว่าจะปล่อยให้ใครเห็นหน้าเธอไม่ได้ ด้วยเป็นห่วงว่าจะถูกจับได้
เหล่าเด็กสาวต่างมาแก่งแย่ง สวาปามอาหารเข้าปาก แต่ละคนกินไปก็ร้องไห้ไปด้วย
เด็กสาวคนหนึ่งค่อย ๆ บิดเปิดฝาขวดน้ำแล้วบอก “หญิงสาวปริศนา คุณเก่งมากเลยค่ะ ขอบคุณที่ช่วยฉันนะคะ ฉันจะตอบแทนคุณให้ได้ค่ะ”
อีกฝ่ายดูยังอายุน้อย น่าจะอายุราว 17 ปี คงเรียนอยู่มัธยมปลาย ประกายความอ่อนเยาว์ถึงได้แผ่ซ่านออกมา
เด็กสาวจิบน้ำแล้วนิ่วหน้า “ขอโทษนะคะ น้ำนี้ไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่”
เซียวหมิงเยวี่ยเอนพิงกรอบประตูแล้วบอกเสียงเรียบ
“น้ำแร่ธรรมดาค่ะ ไม่ได้มีพิษ”
มันเป็นน้ำแร่ที่เธอเก็บไว้ก่อนวันสิ้นโลก ราคาแพงถึงขวดละ 2 หยวน ตอนนี้หาซื้อข้างนอกไม่ได้ นึกไม่ถึงว่าจะถูกรังเกียจและไม่ถูกปาก
ปกติคนผู้นี้ดื่มอะไรกัน ยอดสุราธาราหยกหรือ?
เด็กสาวยิ้มขอโทษขอโพยก่อนบอก “ฉันทนไม่ได้เองค่ะ ขอโทษที”
เมื่อเห็นแววตาฉงนของเซียวหมิงเยวี่ยจึงอธิบาย
“ฉันเพิ่งถูกพวกเขาจับมาเมื่อเช้านี้ ทันทีที่ถูกจับขัง คุณก็โผล่มา ฉันไม่น่าหนีออกจากบ้านมาเลย ดวงซวยเหลือเกิน!”
เด็กสาวแต่งตัวดี ผมเผ้าสะอาดสะอ้าน ทั้งยังแต่งหน้าบาง ๆ อีกด้วย ในเวลาแบบนี้ ผู้หญิงที่ยังอยู่สุขสบายและแต่งหน้าได้ ไม่เป็นเศรษฐีก็เป็นชนชั้นสูง
“มิน่าล่ะคุณถึงยังสวมเสื้อผ้าอยู่”
เซียวหมิงเยวี่ยหันหลังเดินออกไป เอาเสื้อยืดและกางเกงจากมิติออกมา ยื่นให้เด็กสาวที่เปลือยกายอยู่ พวกเธอกล่าวขอบคุณ บางคนแววตาเหม่อลอยและไม่มีท่าทีตอบสนอง เซียวหมิงเยวี่ยส่งเสื้อผ้าให้แล้วบอกให้เธอสวม
“ใช้ชีวิตให้ดีนะ ชีวิตสำคัญมากกว่าสิ่งอื่นใด”
มีปืนอยู่ที่นี่ด้วย อีกไม่นานตำรวจก็คงจะมาที่นี่ เธอไม่สามารถปล่อยให้เด็กสาวพวกนี้เปลือยเปล่าได้
เด็กสาวจิบน้ำเพียงสองอึกก็หยุดดื่ม เธอวิ่งไปหาเซียวหมิงเยวี่ย สายตาเต็มไปด้วยความชื่นชม
“สวัสดีค่ะพี่สาว ฉันชื่อจี้ซานซาน พี่ชื่ออะไรเหรอ? เมื่อกี้พี่เก่งมากเลย! พี่ชายฉันยังไม่เก่งเท่าพี่เลย”
“เดี๋ยวตำรวจก็จะมาแล้ว ฉันขอตัวก่อน”
เซียวหมิงเยวี่ยคร้านจะคุยกับอีกฝ่ายและตั้งท่าจะกลับ เธอต้องการยักยอกอาวุธเหล่านี้ หากตำรวจมาเจอเข้าจะเป็นเรื่องยุ่ง
จี้ซานซานกลับโพล่งขัด “นี่ พี่ยังไม่ได้บอกชื่อเลย แล้วต่อไปฉันจะตอบแทนบุญคุณพี่ยังไง?”
“ไม่ต้องมาตอบแทนบุญคุณ ฉันทำดีไม่ประสงค์ออกนาม” เซียวหมิงเยวี่ยรีบเดินลงไปชั้นล่าง
จี้ซานซานอึ้งไปเมื่อเห็นเหตุการณ์น่าสยดสยองชั้นล่าง ทรุดลงพิงราวบันไดพลางอาเจียนออกมา
“อุแหวะ... พี่ฆ่าคนพวกนี้เหรอ? ฉันขอถอนคำพูดเมื่อกี้ พี่กับพี่ชายฉันโหดเหี้ยมพอกันเลย... อุแหวะ...”
“ฉันไม่ได้ทำ ตอนมาถึงก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว”
มีแค่คนโง่เท่านั้นแหละที่ยอมรับว่าตนเป็นคนฆ่าคนที่อยู่ชั้นล่าง
เซียวหมิงเยวี่ยโบกมือก่อนเดินออกจากวิลลาไป
ถึงอย่างไรก็มีไฟฟ้าใช้แค่วันละชั่วโมง เมื่อไม่มีไฟฟ้าก็ไม่มีบันทึกภาพกล้องวงจรปิด เธอไม่ต้องกังวลว่าจะถูกจับภาพเอาไว้ได้
มีปืนทั้งหมด 5 กระบอก ลูกกระสุนอีกมากกว่า 200 นัด วันนี้กอบโกยมาได้เยอะเลย!