ปราบออกสำรวจทั่วเมืองจำลองเขาได้แต่ยิ้มเพราะเมืองจำลองเหล่านี้นั้นเป็นเมืองของทุกประเทศก่อนที่อารยะธรรมจะล่มสลาย
หลังจากที่สำรวจทั่วเมืองจำลองแล้วเขาได้ออกสำรวจรอบเมืองอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มเข้าสู่เขตตึกสูงที่ยังอยู่ในสภาพดี มันก็ยิ่งทำให้เขาแปลกใจหนักกว่าเดิมเพราะว่ามิมีร่องรอยของอสูรสักตัว
“ ทำไมที่นี่จึงรอดพ้น “ เขาพึมพำ
ชายหนุ่มทะยานร่างสำรวจอยู่นานจึงได้ออกจากเมืองหลวง เข้าไปยังเมืองใหญ่ที่อยู่มิไกล
ปราบใช้เวลาอีกหลายวันกว่าที่จะสำรวจทั่วแดนดินครบ เขาสังหารอสูรร้ายไปมากหลายพันตัวแต่ละตัวนั้นเป็นอสูรระดับสี่กับสาม แต่ที่ยังมิพบเจอก็คือระดับห้าแต่เขาก็ยังได้กลิ่นอายของมันอยู่
ชายหนุ่มลังเลอยู่นานว่าจะเข้าใปในห้วงมิติดีรึไม่
“ เจ้าคือใคร “ เสียงหนึ่งทักเขามาวิทยุ
ชายหนุ่มพลันยิ้มออก
“ ผมชื่อปราบมาจากโลก มาที่นี่เพื่อทำการสำรวจ “ ปราบเอ่ย
“ โลก “ เสียงนั้นดังขึ้น
“ ชื่อนี้เป็นเพียงเรื่องเล่าขานของพวกเรา มันเป็นบ้านเกิดของบรรพชนเรา มันเป็นสถานที่ที่งดงามพวกข้าเองก็อยากไปสักครั้ง “ เสียงลึกลับเอ่ย
“ หากอยากไป ก็แค่เพียงออกมาแล้วผมจะพาพวกคุณไป “ ปราบเอ่ย
“ อย่าเลย มันลำบากยิ่ง การที่จะข้ามไปมาระหว่างสองโลกนั้นทำได้ยากยิ่ง “ เสียงลึกลับเอ่ย
“ เจ้าไปเถิด ปล่อยพวกเราไว้ที่นี่ สิ่งที่เจ้าทำนั้นมันมากเกินพอแล้ว “ เสียงลึกลับเอ่ย
“ เมื่อไม่มีอสูรระดับสูงพวกเราก็พอที่จะอยู่ได้แล้ว “ เสียงลึกลับเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้าช้าๆ
“ พวกคุณต้องการสิ่งใดรึไม่ “ ปราบเอ่ย
“ เรามีน้ำและอาหารที่เพียงพอที่จะอยู่ได้อีกหลายร้อยปี เรามิต้องการสิ่งใด “ เสียงลึกลับเอ่ย
“ พวกคุณเคยพบเจออสูรระดับห้าหรือไม่ “ ปราบเอ่ยถาม
“ ไม่เคยสักครั้ง เพียงแต่ได้กลิ่นของมัน “ เขาเอ่ย
“ ก่อนจะไปช่วยบอกเล่าเรื่องราวของบรรพชนของพวกคุณให้ผมฟังได้หรือไม่ “ ปราบเอ่ย
“ บรรพชนของพวกเรานั้นก็มาจากโลกเช่นกันแต่ไม่รู้ว่ามาเวลาไหน เพราะสิ่งที่เหล่าบรรพชนบันทึกเรื่องราวไว้ พวกเรายังไม่สามารถเปิดได้ พวกเราจึงไม่สามารถรู้ได้ว่าพวกเขานั้นมาในเวลาไหน “ เขาเอ่ย
“ เมื่อพวกเขามาที่นี่พวกเขาก็ได้ลงหลักปักฐานแล้วเริ่มทำการแพร่ขยายเผ่าพันธุ์ พวกเขาใช้เวลาสองร้อยกว่าปีในการสร้างรากฐานเมืองแรกก็คือเมืองหลวง แล้วขยับขยายออกจากเมืองหลวงเมื่อประชากรเริ่มหนาแน่น “ เขาเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้าช้าๆ
“ จากวันนั้นถึงวันนี้นานเพียงใดแล้ว “ ปราบเอ่ยถาม
“ ราวห้าพันปีได้ “ เสียงลึกลับเอ่ย
“ ห้าพันปี “ ปราบร้องลั่น
“ ผมรู้สึกว่าเหมือนกับเพิ่งเกิดไม่กี่ปีที่ผ่านมา “ ปราบเอ่ย
“ ในยุคแรกเริ่มนั้นพวกเราไม่มีวิทยาการใดเลย เพราะข้าวของเครื่องใช้ของเหล่าบรรพชนนั้นล้วนแล้วแต่เป็นของในยุคสมัยนั้น แลเหล่าบรรพชนแต่ละคนก็ไม่ได้มีความรู้เรื่องราวใดมากนักนอกจากการทหาร “ เขาเอ่ย
“ พวกเขาถ่ายทอดเพียงการเอาตัวรอด ภาษา แลการต่อสู้ให้ก็แค่นั้น “ เขาเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้าช้าๆ
“ ทุกสิ่งที่เห็นนี้นั้นเพิ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อราวสองร้อยปีนี่เอง “ เขาเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้า
“ เจ้าออกไปได้แล้ว “ เขาเอ่ย
“ ถามอีกเรื่อง ทำไมที่นี่ถึงไม่ถูกทำลาย “ ปราบเอ่ยถาม
“ เพราะที่นี่ถูกคุ้มครองด้วยบรรพชนของพวกเรา มันจึงยังอยู่ในสภาพเดิม “ เสียงลึกลับเอ่ย
ชายหนุ่มได้แต่ส่ายหน้ากับคำตอบ
“ เอาล่ะไปได้แล้ว “ เขาเอ่ยไล่
“ ได้ “ ปราบพยักหน้าช้าๆแล้วทะยานร่างออกจากเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว
ราวสองชั่วโมงชายหนุ่มได้ปรากฏกายอยู่นอกหมอก
“ ฮื่อห์ “ ชายหนุ่มถอนหายใจออกอย่างแรง
เขาพยายามติดต่อเข้าไปอีกครั้งแต่ก็มิมีสัญญาณใดส่งกลับมา ทั้งอัลตรอนก็ยังไม่สามารถตรวจจับสิ่งใดได้
“ คงถูกตัดขาดแล้ว “ ปราบเอ่ย
“ ได้เวลากลับ “ ปราบเอ่ย
“ ไป “ เขาเอ่ยแล้วทะยานร่างกลับอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มเร่งเข้ารายงานสถานการณ์ที่ศูนย์ขอนแก่นอย่างรวดเร็ว
เมื่อเสร็จสิ้นเรื่องราวต่างๆแล้วปราบได้กลับไปยังบ้านที่นครราชสีมา เพราะพี่สาวของเขาได้หลอมโอสถแลศัสตราไว้ให้
เมื่อเขามาถึงที่ร้าน เขาพลันยิ้มออกเมื่อพบโปสเตอร์ของเขาติดเต็มทั่วร้านในท่วงท่าต่างๆที่หล่อเท่ห์
ชายหนุ่มยิ้มออกเมื่อเหล่าจอมยุทธมากมายเข้ารายล้อมขอลายเซ็นแลถ่ายรูปคู่ ชายหนุ่มไม่ได้ปฏิเสธผู้ใดเขาถ่ายรูปและแจกลายเซ็นให้กับทุกคนจนครบถ้วน
“ ดังใหญ่แล้วนะน้องชายพี่ “ พีมเอ่ย
“ ของมันแน่อยู่แล้ว “ ปราบเอ่ย
“ อะไรกันพวกพี่ๆนี่นานแล้วทำไมยังเป็นแค่สร้างรากฐาน “ ปราบเอ่ย
“ ใครจะเติบโตได้เร็วเท่าเอ็ง “ แพมเอ่ย
“ ก็จริง “ ปราบพยักหน้าช้าๆ
“ ผมว่านี่คงช่วยได้ “ ปราบเอ่ยแล้วสะบัดมือออก
“ วู๊มม “ ห้วงมิติพลันพร่าเลือนเมื่อปราณพลังในโลหิตต้นกำเนิดแผดพลังออก
ทั้งสี่มองจ้องยังโลหิตต้นกำเนิดของชายหนุ่มสิบสองหยดล่องลอยอยู่ต่อหน้าของทุกคน
“ ปราบ นี่มันอะไรลูกเหตุใดถึงได้สิ้นเปลืองเช่นนี้ “ อิงอรเอ่ย
“ แม่ ไม่ได้เห็นสิ้นเปลืองอะไรเลย เดี๋ยวผมพักสักหน่อยก็หายแล้ว “ ปราบเอ่ย
“ แต่นี่มันมากไปรึไม่ “ อิงอรเอ่ย
“ แม่ ไม่มากหรอก “ ปราบเอ่ย
“ เพื่อทุกคนแล้วแค่นี้ไม่เห็นจะเป็นไร “ ปราบเอ่ย
“ ทั้งอีกอย่างไปที่โลกนั่นผมได้ทรัพยากรมาเยอะมาก กินเข้าไปสักสองสามอย่างก็ฟื้นฟูพลังได้แล้ว “ ปราบเอ่ย
“ นี่เป็นขั้นสร้างวิญญาณ นี่เป็นขั้นสร้างกายา นี่เป็นขั้นหลอมรวมกายา “ ปราบเอ่ย
“ ปราบโลหิตธรรมดากับโลหิตต้นกำเนิดเป็นอย่างไรลูก “ สมชายเอ่ย
“ โลหิตธรรมดาก็มีพลังปราณอยู่นะแต่ไม่มาก โลหิตต้นกำเนิดนั้นเป็นเปี่ยมล้นไปด้วยสามพลัง มูลค่ามหาศาล “ ปราบเอ่ย
“ ใช่ โลหิตต้นกำเนิดของจอมยุทธขั้นสร้างวิญญาณที่หนูเห็นขายกันก็มากมายถึงหยดละหนึ่งล้านเหรียญโลกาแล้ว “ แพมเอ่ย
“ แพงขนาดนั้น “ อิงอรร้องลั่น
“ นั่นคือของของยุทธทั่วไปนะ หากเป็นปราบพิภพซุปตาร์ระดับโลกแม่คิดว่าจะมากมายขนาดไหน “ แพมเอ่ย
“ ใช่ “ พีมเอ่ย
“ ไม่น้อยกว่าสิบล้าน “ แพมเอ่ย
อิงอรถึงกับเป่าปากออกอย่างแรง
“ ปราบ โลหิตต้นกำเนิดของเอ็งนี่ สมบูรณ์รึไม่ “ พีมเอ่ย
“ แน่นอน ทุกขั้นฝึกของผมต้องสมบูรณ์ไม่อย่างนั้นผมจะเดินลำบาก “ ปราบเอ่ย
“ ใช่ “ พีมพยักหน้า
“ ต้องใช้อะไรก่อนหลัง “ พีทเอ่ยถาม
“ เวลานี้ทุกคนเป็นสร้างรากฐาน ต้องใช้สร้างวิญญาณถึงจะเหมาะสม “ ปราบเอ่ย
“ เมื่ออยู่สร้างวิญญาณก็ใช้สร้างกายา “ พีมเอ่ย
“ ใช่ “ ปราบพยักหน้า
“ ชั้นจะทะลวงขั้นพลัง “ พีมเอ่ยแล้วเก็บโลหิตต้นกำเนิดสามหยดลงไปแล้วเข้าไปในห้องของตน
ชายหนุ่มเข้าสู่ห้องนอนของตนแล้วทำการฝึกฝน
รุ่งเช้าอีกวันชายหนุ่มไปยังโรงเรียนเก่าของเขา
เหล่านักเรียนแลอาจารย์ทั้งหลายต่างพากันตื่นเต้นกันยกใหญ่ เพราะผู้เป็นเสมือนฮีโร่มาเยือนอย่างไม่ทันตั้งตัว
ปราบขึ้นพูดเพื่อให้กำลังใจกับทุกคนที่ไม่สามารถฝึกฝนเป็นจอมยุทธได้
“ ขอเพียงไม่ท้อและไม่ยอมแพ้ทุกอย่างก็จะเป็นของเรา “ ปราบเอ่ยทิ้งท้ายก่อนที่จะจากไป